BMW 520d Sport : ประกอบไทย เพิ่มมูลค่า บริการเหนือระดับ พร้อมรับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ BMW Group Thailand ได้ประกาศความเคลื่อนไหวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียม การเปิดตัว BMW 520d Sport ที่ผลิตและประกอบในประเทศไทยทั้งหมด ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงรถยนต์ระดับหรูสำหรับผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับตัวเพื่อตอบรับกับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังมุ่งสู่พลังงานไฟฟ้า
ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ ผมมองเห็นถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ BMW ในการผสมผสานการผลิตภายในประเทศเข้ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอนาคตยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทย
BMW 520d Sport : ความภาคภูมิใจที่ผลิตในไทย พร้อมบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ
หัวใจหลักของการประกาศครั้งนี้คือการยืนยันว่า BMW รุ่น 520d Sport จะถูกผลิตและประกอบขึ้นในโรงงานของ BMW Group Manufacturing Thailand ที่จังหวัดระยองทั้งหมด การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตของไทย และเป็นการตอกย้ำการลงทุนในระยะยาวของ BMW ในภูมิภาคนี้ การผลิตในประเทศไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการผลิต แต่ยังทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ BMW Series 5 อันทรงเกียรติรุ่นนี้ได้ง่ายขึ้น และในราคาที่สามารถแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดรถยนต์พรีเมียม
สิ่งที่ทำให้ BMW 520d Sport ที่ผลิตในไทยโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก คือการให้ความสำคัญสูงสุดกับ “บริการหลังการขาย” ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ BMW ยึดมั่นมาโดยตลอด ในการเปิดตัวครั้งนี้ BMW ได้นำเสนอบริการหลังการขายที่หลากหลาย ครอบคลุมถึง 4 รูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ โดยเริ่มต้นราคาของ BMW 520d Sport พร้อมแพ็คเกจบริการหลังการขาย อยู่ที่ 3,439,000 บาท (สำหรับรายละเอียดรถยนต์เพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ในส่วนท้ายของบทความ)
ภาพรวมตลาดรถยนต์ BMW : ครึ่งปีแห่งประวัติศาสตร์และการเติบโตที่ไม่หยุดยั้ง
นับเป็นข่าวดีสำหรับ BMW Group Thailand เมื่อ สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน BMW Group ประเทศไทย ได้เปิดเผยผลประกอบการที่น่าประทับใจในช่วงครึ่งปีแรก โดยมียอดขายรวมทั่วโลกสูงถึง 1.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็น “ครึ่งปีที่ทำยอดขายได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BMW” การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของ BMW
BMW ในประเทศไทย : ตลาดอันดับ 2 ของโลกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นตลาดที่สำคัญยิ่งสำหรับ BMW ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประธาน BMW Group ได้กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็น “ตลาดอันดับ 2 ของ BMW จากทั้งโลก” ในด้านการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยตัวเลขการเติบโตที่สูงถึง 427% หรือคิดเป็นยอดขาย 611 คัน การเติบโตนี้บ่งชี้ถึงศักยภาพและความพร้อมของตลาดไทยในการยอมรับเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ BMW เร่งพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
การร่วมมือครั้งสำคัญกับ ChargeNow : ขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จทั่วไทย
การประกาศความร่วมมือระหว่าง BMW และ ChargeNow พร้อมด้วยพันธมิตรสำคัญอย่าง GLT, AP และ Central Group ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ BMW ในการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า BMW เท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้รถยนต์ไฟฟ้าจากทุกค่ายสามารถเข้าใช้บริการได้
ChargeNow เป็นผู้ให้บริการสถานีชาร์จที่มีประสบการณ์ในระดับโลก โดยมีเครือข่ายกว่า 65,000 แห่งใน 27 ประเทศ การนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญนี้มาสู่ประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง AP (Asia Property Development) และ Central Group ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก จะช่วยให้การขยายฐานสถานีชาร์จเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย เช่น ที่พักอาศัยและห้างสรรพสินค้า
แผนการติดตั้งสถานีชาร์จกว่า 50 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ พร้อมการลงทุนเบื้องต้นกว่า 20 ล้านบาทจาก BMW และ ChargeNow แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
โมเดลการคิดค่าบริการและการรองรับหัวจ่ายไฟฟ้า : ความยืดหยุ่นและความเข้ากันได้
ในส่วนของโมเดลการคิดค่าบริการนั้น BMW ได้อ้างอิงจากรูปแบบของสิงคโปร์ โดยจะใช้ระบบ “คิดค่าบริการตามระยะเวลา” หรือตามการใช้งานจริงเป็นนาทีหรือชั่วโมง ซึ่งเป็นแนวทางที่ยุติธรรมและสะท้อนการใช้งานจริงของผู้บริโภค แม้ในขณะนี้จะยังไม่สามารถระบุตัวเลขค่าบริการที่ชัดเจนได้ เนื่องจากต้องรอการดีลกับการไฟฟ้า แต่ก็ถือเป็นกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน
สำหรับหัวจ่ายไฟฟ้า สถานีชาร์จจะถูกเตรียมพร้อมให้รองรับหัวจ่ายมาตรฐานที่ใช้กันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากทุกค่ายที่ใช้หัวจ่ายประเภทเดียวกัน จะสามารถเข้าใช้บริการได้อย่างแน่นอน การให้ความสำคัญกับความเข้ากันได้นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเร่งการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม
อนาคตพลังงาน : ไม่ใช่ฟอสซิลอีกต่อไป
คำกล่าวของ BMW ที่ว่า “อนาคตของพลังงานไม่ใช่ฟอสซิล” เป็นการตอกย้ำทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และ BMW ในฐานะผู้นำ ได้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การแถลงข่าวที่รวมเอาทั้งการผลิตรถยนต์ซีรีส์ 5 ในไทย และการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ EV เข้าไว้ด้วยกัน เป็นการส่งสารที่ทรงพลังถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงมีแนวโน้มที่สดใส และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ทยอยเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้อีกเป็นจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จะเป็นกุญแจสำคัญในการคว้าโอกาสในตลาดที่กำลังเติบโตนี้
BMW 520d Sport : นิยามใหม่ของความสง่างามและสมรรถนะ
BMW 520d Sport รุ่นที่ประกอบในประเทศไทย สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ BMW Series 5 อย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความสง่างามเข้ากับความปราดเปรียว ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว แบบ double-spoke ร่วมกับ BMW Individual high-gloss Shadow Line ช่วยเสริมให้เส้นสายของรถดูเฉียบคมและดุดันยิ่งขึ้น ไฟหน้าแบบ follow-me-home และ welcome lighting เพิ่มความสะดวกสบายและมอบประสบการณ์การต้อนรับที่อบอุ่น
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก การตกแต่งด้วย fine-wood trim สี poplar grain grey และ highlight trim finisher สีโครเมียมมุก สร้างบรรยากาศที่หรูหราและลงตัว ระบบ Gesture Control ซึ่งเคยเปิดตัวใน BMW Series 7 และหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ช่วยให้การควบคุมระบบความบันเทิงและฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดายและชาญฉลาด
ภายใต้ฝากระโปรง BMW 520d Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล BMW TwinPower Turbo 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 235 กม./ชม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 20 กม./ลิตร และอัตราการปล่อย CO2 เพียง 132 กรัม/กม.
BMW Series 5 : อีกก้าวแห่งวิศวกรรมยานยนต์
BMW Series 5 G30 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ BMW ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด BMW Efficient Lightweight ที่เน้นการใช้วัสดุอลูมิเนียมและเหล็กกล้าคุณภาพสูง น้ำหนักที่เบาลงถึง 100 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัว ปลอดภัย และยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำและการกระจายน้ำหนักที่สมดุล 50:50 คือสิ่งที่ทำให้ BMW Series 5 มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน BMW 530i ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์บคู่ ให้กำลัง 252 แรงม้า อัตราสิ้นเปลือง 17.5 กม./ลิตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 4,399,000 บาท สำหรับรุ่น 530i M Sport
ในส่วนของเครื่องยนต์ดีเซล BMW 520d ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 20 กม./ลิตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. ราคาเริ่มต้นที่ 3,899,000 บาท สำหรับรุ่น 520d Luxury
BMW Group Thailand : สถิติยอดขายสูงสุดและก้าวสู่ยุคใหม่
BMW Group Thailand ได้สร้างสถิติใหม่ของยอดขายในเดือนมกราคม ด้วยยอดขายรวม BMW และ MINI กว่า 745 คัน เติบโต 22% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่ BMW Motorrad ก็ทำสถิติยอดขายระดับสามหลักเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การเริ่มต้นปี 2560 ด้วยยอดขายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่สูงต่อผลิตภัณฑ์ของ BMW และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
BMW Financial Services Thailand : การสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
BMW Financial Services Thailand มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ BMW Group Thailand ด้วยยอดสัญญาเช่าซื้อรวมกว่า 35,900 ล้านบาทในปี 2559 การผสมผสานบริการทางการเงินเข้ากับการจำหน่ายรถยนต์ได้อย่างลงตัว ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้า และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 : SUV สำหรับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
BMW X3 xDrive 20d xLine 2018 ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ได้รับการยอมรับอย่างสูงในตลาด SUV พรีเมียม ด้วยการออกแบบที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความอเนกประสงค์อย่างลงตัว การกระจายน้ำหนัก 50:50 การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นด้วยไฟหน้า Adaptive LED, กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่แบบแอคทีฟ และล้ออัลลอยด์ Y-spoke ขนาด 19 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมระบบ Comfort Access, Trunk Hand Free Access และกุญแจ BMW Display Key ที่แสดงข้อมูลรถจากระยะไกล เบาะนั่งสปอร์ตหุ้มหนัง Vernasca และระบบปรับพับเบาะด้านหลังแบบ 40:20:40 มอบความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงสุด X3 xDrive 20d xLine 2018 จึงเป็น SUV ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การลงทุนเพื่ออนาคต : สถานีชาร์จและสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
BMW Group Thailand ไม่ได้หยุดเพียงแค่การนำเสนอรถยนต์ แต่ยังลงทุนอย่างจริงจังในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า การขยายบริการสถานีชาร์จ BMW i pure Wallbox ไปยังโรงแรมระดับห้าดาวสามแห่ง และการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จสาธารณะในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ โรงงาน BMW Group Manufacturing Thailand ยังได้พัฒนาศักยภาพในสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โดยเริ่มประกอบ BMW 330e และ BMW X5 xDrive 40e ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว มอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การขยายเครือข่ายบริการ : ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั่วประเทศ
BMW Group Thailand ยังคงมุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั่วประเทศ การเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร มิลเลนเนียม ออโต้ ภูเก็ต สำหรับรถยนต์ BMW และ MINI รวมถึงการเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกในภาคใต้ตอนล่างสำหรับ BMW Motorrad ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการเข้าถึงตลาดพรีเมียมในภูมิภาคอันดามัน และรองรับความต้องการของฐานลูกค้า BMW ในแถบนี้
บทสรุปและก้าวต่อไป
การแถลงข่าวของ BMW Group Thailand ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ในอนาคต การผลิต BMW 520d Sport ในประเทศไทย การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ EV และการพัฒนาสายการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ล้วนเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการเป็นผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นี่คือโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่ผลิตในประเทศ พร้อมบริการหลังการขายที่เหนือระดับ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน
หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหายานยนต์หรูที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยี และความใส่ใจในบริการหลังการขาย หรือสนใจในเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรง เราขอเชิญชวนให้ท่านเข้ามาสัมผัสและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BMW 520d Sport และโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าจาก BMW ได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของก้าวต่อไปของ BMW ในประเทศไทย

