• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1301063 ทางออกของช ตค อห องเช part2

admin79 by admin79
January 11, 2026
in Uncategorized
0
N1301063 ทางออกของช ตค อห องเช part2

แนวโน้มยานยนต์ทั่วโลก 2023-2025: การเติบโตของตลาดออสเตรเลีย, ความร้อนแรงของแบรนด์จีน และการผงาดของรถยนต์ไฟฟ้า

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ในตลาดต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่ซับซ้อนและน่าสนใจ ซึ่งหากเราสามารถตีความและมองเห็นแนวโน้มล่วงหน้าได้ ก็จะสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลาดออสเตรเลีย: การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์จีน

เดือนกรกฎาคม 2566 ถือเป็นเดือนที่ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียแสดงสัญญาณการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบรถยนต์ตามยอดจองที่ค้างอยู่ ทำให้มียอดขายรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 96,859 คัน ตัวเลขนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในออสเตรเลียที่กำลังฟื้นตัว

สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการเข้ามามีบทบาทอย่างโดดเด่นของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน ในเดือนดังกล่าว แบรนด์จีนสามารถกวาดส่วนแบ่งการตลาดไปได้ถึง 16.4% หรือคิดเป็นยอดขายรวม 15,853 คัน สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวออสเตรเลียต่อผลิตภัณฑ์ยานยนต์จากแดนมังกร ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

เมื่อพิจารณา ยอดขายรถยนต์ในออสเตรเลีย แยกตามรุ่นในเดือนกรกฎาคม 2566 พบว่า:

Ford Ranger ครองอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 5,143 คัน
Toyota HiLux ตามมาติดๆ ที่ 4,670 คัน
MG ZS สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยยอดขาย 3,852 คัน
Tesla Model Y ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องที่ 3,330 คัน
Toyota RAV4 อยู่ในอันดับ 5 ด้วยยอดขาย 2,750 คัน

ส่วน 5 อันดับถัดมา ได้แก่ Toyota Corolla (2,145 คัน), Isuzu D-MAX (2,070 คัน), Hyundai i30 (1,865 คัน), Toyota Prado (1,836 คัน) และ Mitsubishi Outlander (1,778 คัน)

ขณะที่เมื่อจัดอันดับตามแบรนด์ ยอดขายรถยนต์ในออสเตรเลีย 10 อันดับแรก มีดังนี้:

Toyota ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขาย 19,191 คัน
Mazda มาเป็นอันดับ 2 ที่ 8,307 คัน
Ford ตามมาที่ 7,109 คัน
Hyundai มียอดขาย 6,521 คัน
Kia ทำยอดขายได้ 6,150 คัน

ตามมาด้วย MG (5,347 คัน), Mitsubishi (4,143 คัน), Tesla (3,934 คัน), Subaru (3,553 คัน) และ Isuzu (3,340 คัน) ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดออสเตรเลีย และความสำคัญของแบรนด์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

Bentley Motors: การสะท้อนความต้องการรถยนต์หรูและการปรับตัวสู่ยุคใหม่

ในอีกขั้วของตลาด ยานยนต์หรูอย่าง Bentley Motors ก็กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ รายงานปี 2566 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของโปรแกรม Personalise Bentley ซึ่งลูกค้าจำนวนมากเลือกที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบฉบับของตนเอง โดยมีการออกแบบเฉพาะตัวที่เพิ่มขึ้นถึง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่สเปกมาตรฐานไปจนถึงการออกแบบสุดพิเศษจาก Bentley Mulliner บ่งบอกถึงเทรนด์ความต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง

แม้ว่ายอดขายรวมทั่วโลกของ Bentley ในปี 2566 จะอยู่ที่ 13,560 คัน ลดลง 11% จากปีก่อน แต่การที่ลูกค้า 3 ใน 4 เลือกใช้บริการ Personalisation แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและประสบการณ์ความเป็นเจ้าของที่เหนือกว่า

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือสัดส่วนลูกค้าที่เลือกโมเดลสมรรถนะสูง เช่น Azure, S และ Speed เพิ่มขึ้นเป็น 70% ในขณะที่ปีก่อนมีเพียง 30% แสดงให้เห็นว่าลูกค้า Bentley ไม่ได้มองหารถยนต์หรูเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นอีกด้วย

Bentayga รุ่นฐานล้อยาวพิเศษก็เป็นอีกรุ่นที่ทำผลงานได้เกินความคาดหมาย โดยมียอดขายมากกว่า 1 ใน 3 ของยอดขายรุ่น Bentayga ทั้งหมดหลังจากการเปิดตัวไม่นาน

สำหรับแนวโน้มด้านขุมพลัง Bentley hybrid ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในตลาดสหราชอาณาจักร ที่ลูกค้า Flying Spur และ Bentayga สัดส่วน 1 ใน 4 เลือกใช้ขุมพลังไฮบริด

ในแง่ของภูมิภาค Bentley sales 2023 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของตลาด แม้ภาพรวมจะลดลง แต่เอเชียแปซิฟิกเติบโต 5% ตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา เติบโต 2% ในขณะที่ตลาดหลักอย่างจีนและสหราชอาณาจักร หดตัว 18% ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

โมเดล SUV อย่าง Bentayga ยังคงเป็นกำลังสำคัญที่มียอดขายสูงสุดถึง 44% ตอกย้ำตำแหน่งของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขณะที่ Continental GT และ Continental GT Convertible ยังคงเป็นที่นิยมด้วยยอดขาย 31% และ Flying Spur ตามมาที่ 25%

ภูมิภาคอเมริกายังคงเป็นตลาดหลักของ Bentley โดยมียอดขายสูงสุด แม้จะลดลง 9% ก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือสหราชอาณาจักรกลายเป็นตลาดอันดับหนึ่งสำหรับรถยนต์ Bentley hybrid ด้วยสัดส่วน 27% ของยอดขาย

ยุโรป: การเติบโตที่น่าทึ่งของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค

รายงานจาก Jato Dynamics สำหรับไตรมาสแรกของปี 2566 เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดยุโรป โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ 3,220,806 คัน และที่สำคัญคือ รถยนต์ไฟฟ้า EV ในยุโรป มียอดจดทะเบียนสูงถึง 219,000 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 43%

Tesla Model Y กลายเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ในยุโรปอย่างแท้จริง ด้วยยอดขาย 71,683 คัน และเติบโตขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ Tesla Model 3 กลับมียอดลดลงถึง 42% จนหลุดจาก 10 อันดับแรก

10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดในยุโรป ไตรมาสแรกปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่เปลี่ยนไป:

Tesla Model Y: 71,683 คัน (+173%)
Dacia Sandero: 60,202 คัน (+27%)
Volkswagen T-Roc: 54,960 คัน (+50%)
Peugeot 208: 53,336 คัน (+3%)
Opel / Vauxhall Corsa: 53,307 คัน (+38%)
Toyota Yaris Cross: 53,050 คัน (+57%)
Abarth / Fiat 500: 45,598 คัน (+30%)
Dacia Duster: 45,310 คัน (+31%)
Renault Clio: 44,134 คัน (+16%)
Volkswagen Golf: 42,903 คัน (-8%)

เห็นได้ชัดว่า EV growth Europe กำลังเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กและ Crossover ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

Fiat: การรักษาตำแหน่งผู้นำและกลยุทธ์การเติบโตในตลาดโลก

Stellantis ประกาศว่า Fiat เป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในเครือในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 645,000 คัน เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Fiat 500 electric กลายเป็นดาวเด่น โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และครองตำแหน่ง EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป รวมถึงติด Top 5 ในกลุ่ม EV ทุกประเภทในหลายประเทศ

ตลาดหลักที่ Fiat ประสบความสำเร็จ ได้แก่ บราซิล, อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายมาจากตลาดนอกประเทศ บราซิลเป็นตลาดที่ Fiat มีส่วนแบ่งสูงถึง 22% โดยมี Fiat Strada เป็นรถขายดีอันดับ 2 ของตลาด

ในยุโรป Fiat มียอดขาย 271,800 คัน โดยในอิตาลีมีส่วนแบ่ง 12.8% และ Fiat Panda เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด

สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat ทำผลงานได้ดีในตุรกี ด้วยส่วนแบ่ง 18.2% นำโดย Fiat Tipo นอกจากนี้ Fiat ยังมีแผนกลับมาทำตลาดในแอลจีเรียอีกครั้ง พร้อมเปิดตัว 500 Hybrid และรถตู้ Doblò

Porsche: ผลประกอบการไตรมาสแรก 2566 ที่แข็งแกร่งและการเติบโตในทุกภูมิภาค

Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาสแรกปี 2566 สูงถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการของกลุ่มลูกค้า

Porsche sales growth เป็นไปในทิศทางบวกในทุกภูมิภาค:

ยุโรป: 18,420 คัน (+14%) โดยเยอรมนีทำได้ 8,247 คัน (+19%)
จีน: 21,365 คัน (+21%) ซึ่งยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด
อเมริกาเหนือ: 19,651 คัน (+30%)
ภูมิภาคอื่นๆ และตลาดเกิดใหม่: 13,084 คัน (+5%)
Porsche Asia Pacific: สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุด เติบโต 31%

กลุ่ม SUV ยังคงเป็นกำลังสำคัญ โดย Porsche Macan มียอดขายสูงสุด 23,880 คัน (+30%) ตามมาด้วย Porsche Cayenne 23,387 คัน (+23%)

สำหรับรุ่นอื่นๆ Porsche 911 ทำยอดขายได้ 11,063 คัน (+19%) Panamera 8,479 คัน (+10%) 718 Boxster และ 718 Cayman 4,806 คัน (+6%)

อย่างไรก็ตาม Porsche Taycan มียอดขายลดลง 3% เป็น 9,152 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก

ในประเทศไทย Porsche Thailand มียอดขาย 398 คัน ในไตรมาสแรกปี 2566 ซึ่งเติบโตเล็กน้อย เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยที่ลดลง 6.1%

การผงาดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก: เทคโนโลยีสะอาดและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่

ทิศทางการใช้พลังงานสะอาดและการสนับสนุนจากภาครัฐทั่วโลก ผลักดันให้ electric vehicle (EV) growth เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% ครองส่วนแบ่ง 73% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 27%

China EV market เป็นหัวจักรสำคัญ โดยมียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่คิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ และเติบโตถึง 29% ในไตรมาสแรกปี 2566

สหรัฐอเมริกาแซงหน้าเยอรมนีในด้านการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 77%

Top 10 EV brands global แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้น:

BYD: 21.1%
Tesla: 16.01%
Volkswagen: 6.88%
Geely: 5.86%
GM: 4.71%
Mercedes-Benz: 4.28%
BMW: 4.16%
Stellantis: 3.97%
Hyundai-KIA: 3.96%
Renault-Nissan: 3.82%

Top 10 best selling EV cars global ในไตรมาสแรกปี 2566:

Tesla Model Y: รถยนต์ไฟฟ้า
Tesla Model 3: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Song: รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด
BYD ATTO 3: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Qin: รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด
Wuling Mini EV: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Dolphin: รถยนต์ไฟฟ้า
AION S: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Han: รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด
Changan Lumin: รถยนต์ไฟฟ้า

Tesla Model Y เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก และยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย แม้จะมีราคาสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ด้วยสมรรถนะ การออกแบบ ซอฟต์แวร์ และพื้นที่ใช้สอย ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

BYD กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายมากที่สุดในโลก ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นที่มีราคาเข้าถึงง่าย ทำให้สามารถครอบคลุมตลาดได้กว้างขวาง BYD ATTO 3 เป็นรุ่นที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่างดีในประเทศไทย รวมถึงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยราคาที่แข่งขันได้และประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ

ตลาด EV ประเทศไทย: การเติบโตอย่างก้าวกระโดดและการครองความเป็นหนึ่งของ BYD

แม้ว่าประเทศไทยจะมีตัวเลือก รถยนต์ไฟฟ้า EV Thailand ไม่มากเท่าตลาดจีนหรือยุโรป แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 อัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BYD Thailand กลายเป็นผู้นำตลาด โดยครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าติดต่อกันถึง 6 เดือน

ในเดือนพฤษภาคม 2566 มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คิดเป็น 12.3% ของตลาด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่น้อยกว่า 2% แบรนด์ที่ขายดีที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ BYD, Tesla, MG, Neta และ ORA โดย BYD มียอดขาย 2,027 คัน, Tesla 1,072 คัน, MG 1,017 คัน, Neta 686 คัน และ Ora 430 คัน

BYD ATTO 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม ด้วยยอดขาย 2,025 คัน ตามมาด้วย Tesla Model Y (840 คัน) และ Neta V (686 คัน)

ข้อมูลยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าทึ่ง:

2563: 1,056 คัน
2564: 1,935 คัน
2565: 9,729 คัน
มกราคม – พฤษภาคม 2566: 24,106 คัน (เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีก่อน)

BYD ได้เข้ามาทำตลาดในไทยและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยรุ่น ATTO 3 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด และเตรียมเปิดตัวรุ่น Dolphin ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายของ BYD ในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ BYD ยังมีการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนพฤษภาคม 2566 ส่งออกถึง 10,213 คัน เพิ่มขึ้น 23 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

อินเดีย: นโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ

อินเดียซึ่งมีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูง กำลังจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจาก 60% เป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD และจาก 30% เป็น 35% สำหรับรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วน SKD นโยบายนี้มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป

เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศตามสโลแกน “Make in India” ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์หรูอย่าง Lexus India และ Mercedes-Benz India แสดงความกังวลเกี่ยวกับราคาจำหน่ายและเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาลดกำแพงภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเร่งการเติบโตของ EV market India

บทสรุปและก้าวต่อไป

จากข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอ การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) worldwide ที่เป็นไปตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แบรนด์จีนกำลังแสดงศักยภาพที่น่าจับตามองในตลาดโลก และผู้บริโภคทั่วโลกกำลังมองหารถยนต์ที่มีสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความเป็นเอกลักษณ์

สำหรับผู้บริโภคในประเทศไทย การเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และแบรนด์อย่าง BYD และ Tesla กำลังเป็นผู้นำในตลาดนี้ การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ควรพิจารณาถึงความต้องการใช้งาน งบประมาณ และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนหรือทำธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกและการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

คุณพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์แห่งอนาคตแล้วหรือยัง? ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาเชิงลึกและค้นหาโอกาสที่ใช่สำหรับคุณวันนี้!

Previous Post

N1301069 เพ อนแบบน ตต ไม ไหว part2

Next Post

N1301062 เร มต นช ตใหม ให ไฉไลไม เหม อนเด #ReadyEnergy#พล งเรดด งท กเอเนอร part2

Next Post
N1301062 เร มต นช ตใหม ให ไฉไลไม เหม อนเด #ReadyEnergy#พล งเรดด งท กเอเนอร part2

N1301062 เร มต นช ตใหม ให ไฉไลไม เหม อนเด #ReadyEnergy#พล งเรดด งท กเอเนอร part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.