โตโยต้า ยาริส ใหม่ (2025): การกลับมาของปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดา
สวัสดีครับ ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ การเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์นั้นรวดเร็วและคาดเดาได้ยากเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Sub-Compact Hatchback) ที่มีการแข่งขันสูง และล่าสุด การเปิดตัวของ Toyota Yaris โฉมใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ทำให้วงการต้องจับตามอง
หลายคนอาจจะยังจำได้ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วง 2 ปีก่อน ที่มีข่าวลือเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของ Yaris รุ่นใหม่ ที่ถูกเปรียบเทียบกับ Mitsubishi RVR/ASX ด้วยดีไซน์ที่ดูเหลี่ยมและสปอร์ตเกินไป ซึ่ง ณ เวลานั้น ผมเองก็อดกังวลไม่ได้ว่า การออกแบบที่เน้นความ “ดุ” หรือ “มาสคิวลีน” เกินไป อาจจะไม่ตอบโจทย์ตลาดรถยนต์ ECO Car ซึ่งกว่า 30-40% เป็นกลุ่มผู้หญิงที่นิยมรถยนต์ที่มีเส้นสายโค้งมน น่ารัก
แต่ความจริงก็มักจะเหนือกว่าจินตนาการเสมอ ภาพถ่ายจากงาน Auto Shanghai 2013 ที่เผยโฉมด้านหน้าของ Toyota Yaris ที่มีชิ้นส่วนคล้ายคลึงกับ Mitsubishi Lancer EX พร้อมกับชุดไฟท้ายที่ดูแปลกตา ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า “จบกัน…แบบนี้ ขายผู้ชายได้ แต่ขายผู้หญิงยาก”
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไทยในยุคนั้นกำลังเผชิญกับความปั่นป่วนจากนโยบายคืนภาษีรถคันแรก ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในปี 2013 และทำให้รถยนต์กลุ่ม B-Segment และ ECO Car ได้รับผลกระทบอย่างหนัก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงเวลานั้นจึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่
Yaris เองก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับ Vios ญาติร่วมแพลตฟอร์ม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเวลาผ่านไป กระแสการพูดถึง Yaris ใหม่ กลับเพิ่มมากขึ้นบนโซเชียลมีเดีย และจำนวนรถ Yaris ที่วิ่งบนท้องถนนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับรถยนต์รุ่นนี้แล้ว
คำถามที่ค้างคาใจหลายๆ คนยังคงอยู่: อัตราเร่งเป็นอย่างไร? ประหยัดน้ำมันหรือไม่? ขับดีไหม? ควรซื้อรุ่นไหน? แม้กระทั่งเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Suzuki Swift หรือตัดสินใจข้ามไป Vios เลยดีหรือไม่? วันนี้ ผมจะพาคุณไปหาคำตอบ
Yaris: จากจุดเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน Toyota มีความพยายามอย่างมากในการบุกตลาดรถยนต์ Sub-Compact Hatchback ในยุโรป จากรุ่น Starlet สู่การกำเนิดของ Yaris ที่ออกแบบโดย Sotiris Kovos ณ ศูนย์ออกแบบ Toyota European Office of Creation (EPOC) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชาวยุโรปโดยเฉพาะ
การเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบตระกูล Fun ในปี 1997 ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า รถยนต์ขนาดเล็กจาก Toyota จะมีเส้นสายที่ถอดแบบมาจากรถต้นแบบเหล่านี้ และมาพร้อมโครงสร้างพื้นฐานวิศวกรรมใหม่ในรหัส NBC (New Basic Car)
ปี 1998 Yaris เปิดตัวครั้งแรกในยุโรป และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่ทำให้ Toyota เป็นที่จับตามองอีกครั้ง ชื่อ “Yaris” มาจากการผสมผสานคำในภาษาเยอรมัน “Ya” (ใช่) และ “Charis” (เทพแห่งความงามในตำนานกรีก)
ในตลาดญี่ปุ่น Yaris ใช้ชื่อว่า VITZ เปิดตัวปี 1999 ตามมาด้วย ECHO ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่วนตัวถัง Sedan ขายในญี่ปุ่นชื่อ Platz และใช้ชื่อ ECHO ในตลาดอื่นๆ ซึ่งรุ่น Hatchback ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล
Yaris รุ่นแรกได้รับรางวัล European Car of the Year ประจำปี 2000 ซึ่งปกติแล้วรางวัลนี้มักตกเป็นของรถยนต์ยุโรปเท่านั้น
รุ่นที่ 2 เปิดตัวในปี 2005 มีรหัสรุ่น NCP90-NCP91 ซึ่งเวอร์ชันไทยเปิดตัวปี 2006 ถือเป็น Yaris รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทย แม้จะทำยอดขายได้ดีในระดับโลก แต่ในไทยช่วงแรกราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้ยอดขายไม่เปรี้ยงปร้างนัก
รุ่นที่ 3 เปิดตัวในปี 2010 ทำตลาดในญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ยอดขายก็ไม่เปรี้ยงปร้างเท่ารุ่นก่อนหน้า
การปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อตลาด ECO Car
ในช่วงแรก Toyota คาดการณ์ว่า Yaris เวอร์ชันญี่ปุ่น/ยุโรป รุ่นที่ 3 จะเข้ามาประกอบขายในไทย แต่แผนการก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดคิด จากการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ECO Car ของภาครัฐ
ภายใต้ข้อกำหนดที่ว่า “จะต้องผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ที่ยังไม่เคยผลิตออกจำหน่าย ในประเทศใดมาก่อน” ทำให้ Toyota ไม่สามารถนำ Yaris รุ่นที่ 3 ที่เตรียมผลิตในญี่ปุ่นและยุโรปมาทำตลาดได้
ทางเลือกอื่น เช่น Aygo ก็ดูจะเล็กเกินไปสำหรับตลาดไทย นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงกับ PSA ที่ไม่สามารถผลิตขายที่อื่นนอกเหนือจากโรงงานในสาธารณรัฐเช็กได้
ดังนั้น ทางเลือกเดียวที่เหลือ คือ Toyota ต้องพัฒนา Yaris รุ่นใหม่ขึ้นมาอีก 1 ตัวถัง เพื่อเอาใจตลาดจีน ซึ่งต้องการรถ Hatchback ขนาดเล็กที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า Yaris เวอร์ชันญี่ปุ่น/ยุโรป โดยใช้ Platform และโครงสร้างวิศวกรรมบางส่วนร่วมกับ Vios
TakeShi Matsuda : Chief Engineer ผู้พัฒนา Yaris และ Vios รุ่นล่าสุด กล่าวว่า “ความตั้งใจของเขาตอนแรกก็คือ ทำ Yaris รุ่นนี้ ให้เป็นรุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change ของ Yaris สำหรับตลาดทั่วโลกที่ไม่ใช่ในยุโรป หรือญี่ปุ่น แต่ในเมื่อตลาดเมืองไทยมีนโยบายมาว่า ให้ทำ Yaris รุ่นนี้เป็น ECO Car เขาจึงต้องหาทางออกให้กับสารพัดคำถามและข้อจำกัด ซึ่งเกิดขึ้นมากมาย และผลลัพธ์ก็ออกมาเป็น Yaris อย่างที่เห็นกันอยู่นี้”
การเปิดตัวที่สร้างความประหลาดใจ
1 ปีก่อนการเปิดตัวเวอร์ชันจำหน่ายจริง Toyota ได้สร้างรถยนต์ต้นแบบชื่อ Toyota Dear Qin Hatchback เพื่อเปิดเผยแนวโน้มการออกแบบของ Vios และ Hatchback 5 ประตูรุ่นต่อไป โดย Dear Qin สีเขียว ซึ่งเป็นตัวแทนของ Yaris ใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจลูกค้าชาวจีน ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายหลัก
และเป็นที่มาของการเปิดตัว Yaris รุ่นประหลาดนี้เป็นครั้งแรกในโลกที่งาน Auto Shanghai 2013
ไทยเป็นประเทศลำดับที่ 2 ที่ Toyota เผยโฉม Yaris ใหม่นี้ โดยงานเปิดตัวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2013 ณ ศูนย์การค้า Central World
Matsuda-san ย้ำว่า “ในตอนแรก เขาตั้งใจสร้างรถคันนี้ให้เป็น B-Segment Hatchback ในฐานะรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันของ Yaris สำหรับตลาดเอเชีย โดยไม่ได้ตั้งใจทำรถคันนี้ให้เป็น ECO Car มาตั้งแต่แรก”
แต่เมื่อนโยบายของผู้บริหารกำหนดให้เป็น ECO Car ในตลาดไทย จึงเกิดข้อจำกัดมากมายที่ทีมวิศวกรต้องพยายามเอาชนะ
การออกแบบภายนอก: คมเข้ม ผสมผสานความแปลกตา
Toyota Yaris ใหม่ มีตัวถังยาว 4,115 มิลลิเมตร กว้าง 1,700 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,550 มิลลิเมตร ซึ่งยาวขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน
ภายนอกมาในสไตล์เฉียบคม เน้นเหลี่ยมสัน กระจังหน้าดูคล้าย Mitsubishi RVR/ASX หรือ Lancer EX แต่เพิ่มความแตกต่างด้วยแถบสีเงินแบบ “หนวดปลาดุก” มือจับประตูด้านข้างมีทั้งแบบโครเมียมและสีเดียวกับตัวถัง ชุดไฟหน้ามีทั้งแบบโปรเจคเตอร์และ Multi Reflector
รายละเอียดภายนอกบางชิ้นสามารถใช้ร่วมกับ Vios ได้ เช่น ครีบรีดอากาศที่เสาขอบประตู หรือมือจับประตูทั้ง 4 ชิ้น
ส่วนบั้นท้าย การออกแบบชุดไฟท้ายให้มีกรอบทรงประหลาด สะท้อนความพยายามที่จะฉีกแนว แต่ก็อาจทำให้ลายเส้นดูแปลกตาไปบ้าง
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง สะดวกสบาย เน้นฟังก์ชัน
การเข้า-ออกห้องโดยสารคล้ายคลึงกับ Vios ใหม่ แต่สำหรับผู้ที่ตัวสูง อาจต้องระมัดระวังศีรษะเกี่ยวกับเสา A-Pillar ที่ลาดเอียง
แผงประตูออกแบบให้ตำแหน่งวางแขนเหมาะสม มือจับประตูด้านข้างมีช่องวางโทรศัพท์มือถือชั่วคราว ช่องวางของด้านล่างใส่ขวดน้ำได้สบาย
เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบเดียวกับ Vios ใหม่ แต่เปลี่ยนลายผ้าเป็นสีส้มเพื่อเพิ่มบุคลิกสปอร์ต การปรับเลื่อนเบาะมีระยะมากขึ้น และเบาะคนขับสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้
ส่วนที่น่าตำหนิคือ เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ยังคงปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้ในทุกรุ่น และไม่มีที่วางแขนสำหรับคนขับ
พื้นที่เหนือศีรษะโปร่งโล่งสบายกว่า Yaris รุ่นก่อนชัดเจน
เบาะหลัง: จุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งาน
จุดขายสำคัญของ Yaris ใหม่ คือเบาะหลังที่มีพื้นที่กว้างขวาง โอ่อ่าที่สุดในบรรดา ECO Car ที่ผลิตขายในไทยจนถึงปี 2016 พื้นที่วางขากว้างสบาย สามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบาย
พนักพิงหลังรองรับสรีระได้ดีขึ้น แก้ปัญหาอาการปวดหลังที่พบใน Yaris รุ่นเดิม แต่เบาะรองนั่งยังคงสั้นไปเล็กน้อย
เข็มขัดนิรภัยสำหรับเบาะหลังเป็นแบบ ELR 3 จุด ทุกที่นั่ง แต่สำหรับผู้โดยสารตรงกลางการติดตั้งค่อนข้างซับซ้อนเพื่อลดต้นทุน
เบาะหลังสามารถพับแยก 60:40 ในรุ่น G และ E ส่วนรุ่น J และ J ECO พับได้ทั้งแผง
พื้นที่เก็บสัมภาระ: เพียงพอต่อการใช้งาน
ห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง มีความยาว 734 มิลลิเมตร และปริมาตรความจุ 326 ลิตร สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางขนาดกลางได้ 3 ใบ พร้อมกระเป๋าใบเล็กอีก 1-2 ใบ ถือว่ามีปริมาตรเยอะสุดในกลุ่ม ECO Car Hatchback
แผงหน้าปัดและอุปกรณ์: คุ้นเคยแต่เน้นฟังก์ชัน
แผงหน้าปัดยกชุดมาจาก Vios ใหม่ วัสดุตกแต่งแตกต่างกันเล็กน้อยตามรุ่นย่อย
ชุดมาตรวัด 3 วงกลม เรืองแสงสีขาว ตัวเลขอ่านง่าย และใช้โทนสีแดงเป็นหลักเพื่อเพิ่มบุคลิกสปอร์ต
หน้าจอข้อมูลตรงกลางเป็นสีส้ม แสดงข้อมูลต่างๆ ครบถ้วน
ชุดเครื่องเสียงเป็นวิทยุ AM/FM พร้อมช่องใส่แผ่น CD/MP3/WMA, USB และ AUX คุณภาพเสียงพอฟังได้
สวิตช์เครื่องปรับอากาศในรุ่น G เป็นแบบจอ Digital จาก Vios แต่การใช้งานอาจสร้างความสับสนได้
ช่องวางโทรศัพท์มือถือใต้แอร์ด้านหลังคันเกียร์ ยังคงเป็นดีไซน์ที่อาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ขุมพลังและสมรรถนะ: เกินคาดหมายในพิกัด 1.2 ลิตร
Toyota Yaris ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 3NR-FE บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,197 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร (11.0 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เท่านั้น
ตัวเลขสมรรถนะที่ออกมาน่าประหลาดใจ! อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 12.4 วินาที และ 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 8.3 วินาที ซึ่งเทียบเท่ากับ Toyota Vios 1.5 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ!
นี่คือรถยนต์นั่งขนาดเล็ก พิกัด ECO Car ที่ทำตัวเลขอัตราเร่งได้เร็วและแรงที่สุดในตลาดไทย ณ เวลานั้น
การขับขี่: สมดุลระหว่างความสบายและการควบคุม
อัตราเร่งที่ทำได้เกินความคาดหมาย การไต่ความเร็วขึ้นไปให้แรงดึงและความว่องไวเทียบเท่า Vios 1.5 ลิตร การใช้คันเร่งตำแหน่ง S ช่วยให้เครื่องยนต์พร้อมตอบสนองทันที
การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดีกว่าที่คิด เสียงลมที่ไหลผ่านตัวรถดังขึ้นตามความเร็ว
พวงมาลัย EPS ปรับน้ำหนักตามความเร็ว ปรับเซ็ตใหม่ให้หน่วงมือและตึงขึ้นกว่า Vios เล็กน้อย ให้ความมั่นใจในการขับขี่ทางตรงดีขึ้น แต่ยังคงความรู้สึก “ไร้ชีวิตชีวา” แบบพวงมาลัยไฟฟ้า
ช่วงล่างหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัท หลังทอร์ชันบีม มีการปรับปรุงให้เน้นความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่
ที่ความเร็วต่ำ ช่วงล่างอาจแข็งกระด้างกว่าที่คาดเล็กน้อย แต่ที่ความเร็วเดินทาง การทรงตัวทำได้ดี นุ่มนวลพอสมควร
จุดเด่นอยู่ที่การเข้าโค้ง Yaris ใหม่ ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างนิ่งและมั่นใจ เทียบเคียงได้กับ Suzuki Swift
ระบบห้ามล้อ หน้าดิสก์-หลังดรัม พร้อม ABS, EBD และ BA การตอบสนองของเบรกอยู่ในสไตล์ Toyota คือ จิกและหน่วงความเร็วได้ดี
การทดลองหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย: ประหยัดตามมาตรฐาน
จากการทดลองขับขี่บนเส้นทางผสม (ในเมืองและนอกเมือง) Toyota Yaris 1.2 L CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 16.64 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าทำได้ดี เป็นไปตามมาตรฐานของรถยนต์ ECO Car และประหยัดน้ำมันกว่า Vios 1.5 ลิตร
สรุป: Yaris ใหม่ – การผสมผสานที่ลงตัว ท้าทายคู่แข่ง
Toyota Yaris ใหม่ ถือเป็นการบ้านที่ Toyota ตั้งใจทำการบ้านมาอย่างดี การที่สามารถพัฒนา Yaris ให้เป็น ECO Car ที่มีอัตราเร่งเกินคาด ช่วงล่างดีเทียบเท่า Suzuki Swift และมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ถือเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม จุดที่ควรปรับปรุงยังมีอยู่ เช่น การปรับเซ็ตพวงมาลัยที่ควรมีฟิลลิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น การปรับระดับสูง-ต่ำของเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า และการออกแบบตกแต่งภายในที่อาจเพิ่มความน่าสนใจได้อีก
เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Yaris ใหม่ มีความได้เปรียบด้านพื้นที่ห้องโดยสารและความสบายในการเดินทาง แต่ถ้ามองในแง่ความสนุกในการขับขี่ Suzuki Swift อาจยังคงมีภาษีดีกว่าเล็กน้อย
ราคาขายที่เหลื่อมล้ำทับซ้อนกับ Vios อาจทำให้เกิดคำถามว่า “ทำไมต้องซื้อ Vios?” เมื่อ Yaris ตัวท็อปมีราคาถูกกว่า Vios รุ่นเริ่มต้น แต่ได้อุปกรณ์ที่ใกล้เคียงกัน แถมยังประหยัดน้ำมันกว่า
Yaris ใหม่ ไม่ใช่แค่รถยนต์ ECO Car ทั่วไป แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Toyota ในการสร้างรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค และท้าทายคู่แข่งในตลาดอย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ Hatchback ที่ให้ความสบายในการเดินทาง มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ และมีสมรรถนะที่น่าประทับใจ Toyota Yaris ใหม่ คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะก้าวข้ามข้อจำกัด และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมค้นหา Yaris ที่ใช่สำหรับคุณ ลองเข้ามาสัมผัสและทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ!

