Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line: ก้าวแรกสู่ยุคไฟฟ้าเต็มรูปแบบในประเทศไทย
ในวงการยานยนต์ระดับพรีเมียมปี 2566 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับ Mercedes-Benz ในประเทศไทย ที่ประกาศเดินหน้าเต็มสูบสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 8 รุ่นตลอดทั้งปี โดย 3 ในจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ ซึ่งประเดิมสนามด้วย Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line รถ SUV ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ในราคา 3.02 ล้านบาท (นำเข้า CBU) พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) โดยเปิดให้ผู้สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44 ก่อนเริ่มส่งมอบอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งแรกของปี
ภาพรวมตลาดและกลยุทธ์ของ Mercedes-Benz ในประเทศไทย
ภายใต้การนำของ มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเข้ารับตำแหน่งต้นปี 2566 บริษัทฯ ได้เผยผลประกอบการอันน่าประทับใจในปี 2565 โดยมียอดขายรถยนต์ Passenger Cars ทั่วโลกกว่า 2,043,900 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-EQ ที่มียอดขายสูงถึง 117,800 คันทั่วโลก รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงได้แก่ EQA และ EQB
สำหรับตลาดประเทศไทยในปี 2565 Mercedes-Benz มียอดจดทะเบียนสะสมรวม 13,182 คัน โดยมีการเติบโตอย่างโดดเด่นในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เซกเมนต์ Dream Cars เติบโตถึง 28% นำโดย CLS และ C-Coupe ตามมาด้วยกลุ่มรถ SUV ที่ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่ม Contemporary Luxury อย่าง C-Class, E-Class และ S-Class ก็มีการเติบโตถึง 12% และกลุ่ม Top-end Luxury อย่าง Mercedes-Maybach ก็ทำยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ด้วยผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งนี้ Mercedes-Benz ประเทศไทย จึงได้วางแผนกลยุทธ์สำหรับปี 2566 ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่รวม 8 รุ่น โดยเน้นการขับเคลื่อนสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-EQ ถึง 3 รุ่น โดยมี EQB 250 AMG Line เป็นรุ่นแรกที่จะวางจำหน่าย
Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line: นวัตกรรม EV ที่เข้าถึงได้
EQB 250 AMG Line ไม่ใช่เพียงรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของ Mercedes-Benz ในประเทศไทย แต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยรุ่นนี้ถูกนำเข้ามาทั้งคัน (Complete Built Up – CBU) จากต่างประเทศ และพร้อมจำหน่ายผ่านเครือข่ายผู้จำหน่าย 32 แห่งทั่วประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริการและการขายจาก Mercedes-Benz
เทคโนโลยีและการชาร์จที่สะดวกสบาย:
สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของ EQB 250 AMG Line จะได้รับ Mercedes-Benz Wallbox Home รุ่น 2.0 พร้อมระบบป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP55/IK10 เพื่อการชาร์จที่บ้านได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการชาร์จและอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) ผ่านแอปพลิเคชัน Mercedes me ซึ่งมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมต่อถึงกัน
สมรรถนะและประสิทธิภาพ:
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหน้า (FWD)
พละกำลังสูงสุด: 190 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 385 นิวตันเมตร
ขนาดแบตเตอรี่: 66.5 kWh
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 460 กิโลเมตร (WLTP)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 8.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 160 กม./ชม.
การชาร์จ DC Quick Charge (10-80%): 32 นาที
การชาร์จ AC Normal Charge (0-100%): 6 ชั่วโมง 50 นาที
ดีไซน์และประสบการณ์ภายใน:
EQB 250 AMG Line โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกในสไตล์ SUV ไฟฟ้า 100% ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่ ฐานล้อกว้าง 2,829 มิลลิเมตร พร้อมราวหลังคาอะลูมิเนียม และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะกดทุกสายตาด้วย MBUX Hyperscreen ระบบใหม่ล่าสุดจาก Mercedes-Benz มอบประสบการณ์การสั่งการที่ล้ำสมัย ควบคู่ไปกับระบบไฟหน้า Digital Light ที่ส่องสว่างได้ไกลกว่า 600 เมตร และแพ็กเกจระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง รวมถึงระบบ Rear Axle Steering ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่
การเปิดตัวในงาน Motor Show ครั้งที่ 44:
Mercedes-Benz ประเทศไทย เตรียมเปิดรับคำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44 ณ บูธ A19 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 โดยรุ่น EQB 250 AMG Line จะเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังจะได้สัมผัสกับยนตรกรรมครบทุกไลน์อัพของ Mercedes-Benz ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), Plug-in Hybrid (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-EQ, กลุ่มสมรรถนะสูง Mercedes-AMG, รถยนต์ระดับ Top-End Luxury อย่าง Mercedes-Maybach รวมถึงรุ่นตำนานอย่าง SL และ G-Class
ทิศทางสู่ความยั่งยืนและเป้าหมายในอนาคต:
Mercedes-Benz มีเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2582 ปัจจุบันมีรถยนต์ทำตลาดในไทยประมาณ 25-30 รุ่น โดยเป็นรถยนต์ EV 2 รุ่น และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ EV ให้เป็น 50% ภายใน 5 ปีข้างหน้า การเปิดตัว EQB 250 AMG Line ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริงในตลาดประเทศไทย
การปฏิวัติวงการยานยนต์ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อมองย้อนกลับไปเพียง 3 ปีที่แล้ว ตัวเลือกในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก หากตัดสินใจว่าจะเลือกเป็นรถยนต์ประเภท Sedan หรือ SUV คำถามต่อไปที่ตามมาคือ เครื่องยนต์ดีเซล, เบนซิน หรือไฮบริด? รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เคยปรากฏในรายการตัวเลือกหลักๆ ของคนไทยเลยแม้แต่น้อย
แต่สถานการณ์ได้พลิกผันอย่างรวดเร็ว สู่ปี 2565 ราคาพลังงานเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาจน “พร้อมแล้ว” สำหรับการใช้งานจริง ประกอบกับโครงข่ายสถานีชาร์จ DC Fast Charge ที่ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่และเส้นทางหลักทั่วประเทศ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มได้รับความสนใจและยอมรับมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต้นทุนการเดินทางต่อกิโลเมตรที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปหลายเท่าตัว คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในงาน Motor Show 2022 พุ่งสูงจนน่าตกใจ
ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศจีนและยุโรป การใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นเรื่องปกติ ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งส่วนลดการซื้อ, สิทธิพิเศษต่างๆ, และการจัดสรรพื้นที่เฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับโครงข่ายสถานีชาร์จที่เข้าถึงง่าย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายอย่างรวดเร็ว จนในบางประเทศอย่างนอร์เวย์ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้แซงหน้ารถยนต์สันดาปไปแล้ว
หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงแค่ความประหยัด แต่คือ “การไม่ปล่อยมลพิษเรี่ยราด ไร้การควบคุม” โดยตรงจากการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง แม้ว่าการผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิล แต่ก็เป็นมลพิษที่ถูกจำกัดอยู่ในวงของโรงไฟฟ้า ซึ่งมีระบบบำบัดที่ดีกว่ามลพิษที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์สันดาปโดยตรง และในอนาคต พลังงานไฟฟ้าสามารถผลิตได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เช่น ลม, น้ำ, และแสงอาทิตย์ ซึ่งจะยิ่งทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
BMW iX3: อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด EV พรีเมียม
ในขณะที่ Mercedes-Benz กำลังเดินหน้าสู่ยุค EV อย่างเต็มกำลัง แบรนด์คู่แข่งอย่าง BMW ก็ได้นำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ BMW iX3 ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าพรีเมียม ที่ผสานความเป็น DNA ของ BMW เข้ากับเทคโนโลยี EV ได้อย่างลงตัว
BMW iX3 ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ BMW X3 Platform ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของ BMW ทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้นเคย สำหรับประเทศไทย BMW iX3 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่
BMW iX3 M Sport: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนล้อหลัง ราคา 3,399,000 บาท
BMW X3 xDrive20d M Sport: เครื่องยนต์ดีเซล ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 3,699,000 บาท
BMW X3 xDrive30e M Sport: เครื่องยนต์เบนซิน Plug-in Hybrid ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 3,799,000 บาท
โดยเฉพาะรุ่น BMW iX3 M Sport มาพร้อมราคาที่น่าดึงดูดใจ เพียง 3,399,000 บาท ซึ่งถูกกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปในตระกูลเดียวกัน อีกทั้งยังมาพร้อมออปชันที่เหนือกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
ความคุ้มค่าที่สัมผัสได้ใน BMW iX3 M Sport
ในตลาดรถยนต์ยุโรป ราคาจำหน่ายในประเทศไทยมักจะสูงกว่าราคาในต่างประเทศค่อนข้างมาก แต่สำหรับ BMW iX3 M Sport ในไทย ราคา 3,399,000 บาท เมื่อเทียบกับราคาในเยอรมนีที่ประมาณ 2.5 ล้านบาท (รวมค่าบริการและประกัน) ถือเป็นส่วนต่างที่ “เข้าใจได้” สาเหตุหลักมาจาก BMW iX3 ถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้ BMW Thailand สามารถตั้งราคาที่แข่งขันได้
นอกจากนี้ BMW iX3 M Sport ยังเป็นรุ่น X3 Series ที่ราคาถูกที่สุด และมีออปชันที่ดีที่สุดในตลาดประเทศไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่รถรุ่นนี้จะได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว และมีระยะเวลารอคอยในการรับรถค่อนข้างนาน
ดีไซน์ที่ผสมผสานความเป็น SUV และ EV
ภายนอก: BMW iX3 M Sport ใช้พื้นฐานโครงสร้างจาก BMW X3 แต่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพื่อให้บ่งบอกความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน กระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ถูกปิดทึบ ตามแบบฉบับรถ EV โดยมีช่องดักอากาศด้านล่างเพื่อระบายความร้อน โลโก้ BMW ตัดขอบสีฟ้าเพื่อสื่อถึงความเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ไฟหน้า Adaptive LED ที่ให้ความสว่างสูงและสามารถปรับการทำงานอัตโนมัติเพื่อไม่รบกวนผู้ร่วมทาง ด้านข้างโดดเด่นด้วยล้ออัลลอย M Aerodynamic ขนาด 20 นิ้ว ด้านท้ายได้รับการปรับปรุงดีไซน์ไฟท้าย LED ใหม่ และมีดิฟฟิวเซอร์ที่ช่วยลดแรงปะทะอากาศ โดยไม่มีท่อไอเสียให้เห็น
ภายใน: ห้องโดยสารตกแต่งสไตล์ BMW ที่เน้นความพรีเมียม จอแสดงผลมัลติมีเดียสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BMW OS7 รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอเรือนไมล์ TFT ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน พร้อม Head-up Display เบาะนั่งสปอร์ต M ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่นเบาะ สามารถบันทึกการตั้งค่าได้ 2 โปรไฟล์ เบาะหลังมีช่องแอร์ ระบบปรับอุณหภูมิ และช่องเสียบ USB-C หลังคา Panoramic Sunroof มอบความโปร่งโล่งสบาย
ระบบความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก:
ความปลอดภัย: เซ็นเซอร์รอบคัน, กล้องรอบคัน, ระบบ Blind Spot, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC), ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC), ABS, ระบบช่วยเสริมแรงเบรก, ไฟเบรกฉุกเฉิน, ระบบป้องกันการชน, ระบบป้องกันการกระแทกด้านข้าง, ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน
สิ่งอำนวยความสะดวก: ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ, กระจกกันเสียงรบกวน, หลังคา Panoramic เปิด-ปิดไฟฟ้า, BMW Connected Drive, Gesture Control, เครื่องเสียง Harman & Kardon, แท่นชาร์จไร้สาย, ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ทางไกล, Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go, ช่วงล่าง Adaptive, Head-up Display, ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plus, ไฟหน้า BMW Adaptive LED, ระบบปรับอากาศ 3 โซน, แอร์หลัง, กระจกมองหลังและข้างตัดแสงอัตโนมัติ, ช่องเสียบ USB-A และ USB-C
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุค EVs: ความท้าทายและโอกาส
แม้ว่าการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้าจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ และความตื่นเต้นในวงการยานยนต์ แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องเผชิญร่วมกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จให้ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้น การสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในเรื่องเทคโนโลยีและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ รวมถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line และ BMW iX3 M Sport คือตัวอย่างของความพยายามในการตอบสนองต่อเทรนด์ที่กำลังมาแรงนี้ ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่น่าดึงดูด และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย
บทสรุป:
ปี 2566 จะเป็นปีที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยิ่ง การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจะทวีความเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz และ BMW ต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค การตัดสินใจเลือกรถยนต์สักคันในยุคนี้ ไม่เพียงแต่พิจารณาจากสมรรถนะและดีไซน์ แต่ยังรวมถึงมิติของความยั่งยืนและการขับเคลื่อนสู่อนาคต
หากคุณกำลังพิจารณาที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้า และมองหารถยนต์ SUV พรีเมียมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ และความคุ้มค่า Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line และ BMW iX3 M Sport คือสองตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
สัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต และต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line หรือ BMW iX3 M Sport รวมถึงข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือเข้าร่วมงานแสดงรถยนต์ครั้งต่อไป เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกและการทดลองขับจริง การตัดสินใจของคุณในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของคุณ.

