• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1401099 เข าข างคนนอกมากกว าแฟน part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1401099 เข าข างคนนอกมากกว าแฟน part2

BYD จุดพลุสงครามราคา EV ระลอกใหม่: เทียบศักยภาพการแข่งขันและทิศทางตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย 2025

ในวงการยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การแข่งขันที่ดุเดือดไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เมื่อยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนอย่าง BYD ประกาศปรับลดราคารถยนต์ครั้งใหญ่สูงสุดถึง 34% ในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน คำถามที่ตามมาไม่ใช่แค่ว่าใครจะอยู่ใครจะไป แต่เป็นการประเมินถึงผลกระทบในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มาเกือบ 10 ปี ผมมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ BYD เป็นมากกว่าเพียงแค่กลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเข้าสู่สมรภูมิราคาที่รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งอาจพลิกโฉมภูมิทัศน์ของตลาด EV ไปตลอดกาล

BYD: กลยุทธ์ “ตัดราคา” เพื่อครองตลาด EV

การลดราคาครั้งใหญ่นี้ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดกว่า 22 รุ่นที่จำหน่ายในจีน โดยเฉพาะรุ่น Seagull ซึ่งเป็นรุ่นที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด ถูกปรับลดลงอีก 20% เหลือเพียงประมาณ 7,780 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่รุ่น Seal ซึ่งเป็นซีดานไฮบริดสองมอเตอร์ ได้รับส่วนลดมากที่สุดถึง 34% ในอดีต การแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมรถยนต์มักถูกมองว่าเป็นดาบสองคม เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ในระยะสั้นแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม BYD ซึ่งเป็นผู้นำตลาด EV ในจีน และมี “เป้าหมายการส่งมอบรถยนต์ 5.5 ล้านคันตลอดทั้งปี 2025” แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในศักยภาพการแข่งขัน การปรับลดราคาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ชะลอตัว อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจีนที่ยังคงเผชิญความท้าทาย

ผลกระทบต่อนักลงทุนและคู่แข่ง: หุ้นดิ่ง สัญญาณสงครามราคา

การประกาศลดราคาของ BYD ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น โดยหุ้นของ BYD เองปรับตัวลดลงถึง 8.3% ขณะที่หุ้นของคู่แข่งสำคัญอย่าง Li Auto Inc., Great Wall Motor Co. และ Geely Automobile Holdings Ltd. ก็ปรับตัวลงมากกว่า 5% นักลงทุนแสดงความกังวลต่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งอาจบีบอัตรากำไรของผู้ผลิตทุกราย

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ชี้ว่า แม้ส่วนลดบางรายการจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน แต่การประกาศอย่างเป็นทางการนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสภาวะตลาดปลายทางยังคงเผชิญความท้าทายอย่างหนัก การลดราคาอย่างดุดันของ BYD คาดว่าจะส่งผลให้คู่แข่งจำเป็นต้องปรับลดราคาตาม ซึ่งจะยิ่งบีบให้อัตรากำไรที่บางอยู่แล้วลดน้อยลงไปอีก

Citi Research คาดการณ์ว่า คู่แข่งจะปรับลดราคาตาม BYD โดยเห็นได้จากการประกาศส่วนลดเงินสดของ Chongqing Changan Automobile Co. และการปรับราคารุ่น C16 และ C11 ของ Zhejiang Leapmotor Technologies Ltd. ขณะเดียวกัน Citi ประเมินว่ายอดผู้เข้าชมโชว์รูมของ BYD อาจเพิ่มขึ้น 30-40% ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนเป็นยอดขายได้จริง จะส่งผลให้ยอดขายเดือนพฤษภาคมของ BYD ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจัยเสริมความแข็งแกร่งของ BYD: ห่วงโซ่อุปทานครบวงจรและอัตรากำไรที่เหนือกว่า

สิ่งที่ทำให้ BYD สามารถรับมือกับสงครามราคาในจีนได้ดีกว่าผู้ผลิตรายอื่น คือการมีห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร (Vertical Integration) บริษัทผลิตแบตเตอรี่และเซมิคอนดักเตอร์หลายชนิดด้วยตนเอง ประกอบกับความได้เปรียบจากขนาดการผลิตในประเทศ ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนความแข็งแกร่งนี้ได้อย่างชัดเจน อัตรากำไรขั้นต้นของ BYD ในไตรมาสแรกของปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งสูงกว่า Tesla ที่ประมาณ 16% นอกจากนี้ กำไรสุทธิของ BYD ในไตรมาสแรกยังพุ่งสูงถึง 9.15 พันล้านหยวน แซงหน้า Tesla ในอีกหนึ่งตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ

บทบาทของ BYD ในตลาดโลก: สู่การเป็นผู้นำ EV ในยุโรป

นอกเหนือจากตลาดในประเทศ BYD ยังคงเดินหน้าขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เดือนที่ผ่านมา BYD สามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปได้มากกว่า Tesla เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการท้าทายแบรนด์รถยนต์สัญชาติอเมริกันที่ครองความเป็นผู้นำในตลาดยุโรปมาอย่างยาวนาน การลดราคาในจีนครั้งนี้อาจส่งผลให้ BYD มีศักยภาพในการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกสูงขึ้นอีกด้วย

Rolls-Royce: จากสมรภูมิสงครามสู่บัลลังก์แห่งความหรูหราสูงสุด

ในขณะที่ตลาด EV ทั่วโลกกำลังขับเคี่ยวกันด้วยกลยุทธ์ด้านราคา ยานยนต์ในกลุ่มลักชัวรีก็ยังคงมีเสน่ห์และความต้องการที่ไม่เคยเสื่อมคลาย ล่าสุด “Top 10 Most Expensive Cars In The World 2025” จาก Sotheby’s ได้เปิดเผยว่ารถโรดสเตอร์ 2 ที่นั่งสั่งทำพิเศษ ‘The La Rose Noire Droptail’ โดย Rolls-Royce คือรถที่มีราคาสูงที่สุดในโลก ด้วยสนนราคาถึง 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 1,000 ล้านบาท)

ความพิเศษของ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail ไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความพิถีรพิถันในการผลิต ซึ่งใช้เวลากว่า 4 ปีในการสร้างสรรค์ โดยได้แรงบันดาลใจจากกุหลาบแบล็คบาคาร่า (Black Baccara) ที่มีสีสันและสัมผัสราวกับกำมะหยี่ การที่ Rolls-Royce มีถึง 3 รุ่นติดอันดับใน Top 10 สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไอคอนิกของความหรูหรา ความไฮเอนด์ และลักชัวรี ที่ยาวนานของแบรนด์

แต่สิ่งที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง คือประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Rolls-Royce ที่เคยถูกดัดแปลงเพื่อใช้ใน “สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2” ย้อนกลับไปเมื่อ 121 ปีก่อน ในปี 1904 เฮนรี รอยซ์ (Henry Royce) ชายชาวอังกฤษผู้มีแพสชั่นในเทคโนโลยี เริ่มต้นจากการผลิตรถยนต์เองเพียงเพราะไม่อยากใช้รถนำเข้าจากฝรั่งเศส จนกระทั่งได้พบกับ ชาร์ลส โรลส์ (Charles Rolls) ผู้บุกเบิกด้านยานยนต์และการบิน ทั้งสองร่วมกันก่อตั้งบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษขึ้น ด้วยความรักใน “ชาตินิยม” และต้องการสร้างรถยนต์คุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศ

ผลงานที่สร้างชื่อให้กับ Rolls-Royce อย่างแท้จริงคือ ‘Silver Ghost’ ซึ่งเปิดตัวในปี 1907 และได้รับการทดสอบวิ่งระยะไกลกว่า 23,000 กิโลเมตรต่อเนื่อง กลายเป็น “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” ในยุคนั้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Rolls-Royce ได้พัฒนารถหุ้มเกราะจากรุ่น Silver Ghost เพื่อใช้ในสมรภูมิรบกว่า 100 คัน รวมถึงถูกนำไปใช้ในสงครามกลางเมืองไอร์แลนด์ และสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ ยังมีการสร้างรถหุ้มเกราะพิเศษเพื่อใช้ในการขนส่งพระราชินีนาถ ซึ่งต่อมาได้ส่งมอบให้กับกระทรวงกลาโหมอังกฤษเพื่อการทหาร

นอกเหนือจากรถยนต์ Rolls-Royce ยังเป็นที่รู้จักจาก ‘The Eagle’ เครื่องยนต์อากาศยานที่ถูกนำไปใช้ในสงครามทางอากาศด้วย

แม้จะเคยเผชิญกับพิษเศรษฐกิจในปี 1925 และต้องปรับตัวด้วยการขายกิจการบางส่วน แต่ด้วยนวัตกรรมและการประดิษฐ์หลายอย่าง รวมถึงรถยนต์หรูที่กลายเป็นตัวเลือกในการดำเนินธุรกิจต่อ ทำให้ Rolls-Royce สามารถฟื้นคืนชีพและก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้

สำหรับผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2024 Rolls-Royce มีกำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานอยู่ที่ 1,149 ล้านปอนด์ รายได้รวมอยู่ที่ 8,182 ล้านปอนด์ โดยแบ่งสัดส่วนรายได้หลักจากอุตสาหกรรมการบินพลเรือน (50%), อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ (27%) และระบบพลังงาน (23%) ภายใต้การบริหารของ ทูฟาน เออร์กินบิลลิค (Tufan Erginbilgic) ซีอีโอคนปัจจุบัน Rolls-Royce สามารถสร้างกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่าภายใน 1 ปี ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ตลาด B-SUV: ความนิยมที่พุ่งสูงในปี 2025 และรถยนต์น่าสนใจ

ในตลาดรถยนต์ทั่วไป รถ B-SUV (รถยนต์ SUV ขนาดเล็ก หรือ Sport Utility Vehicle ในกลุ่ม B-segment) หรือที่เรียกว่ารถ Crossover กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2025 โดยมียอดจดทะเบียนรถ SUV ขนาดเล็กเติบโตขึ้น 11.4% จากปีก่อนหน้า เหตุผลหลักมาจากตัวเลือกในตลาดที่หลากหลายขึ้น ดีไซน์ที่น่าดึงดูด ออปชันที่จัดเต็ม ระบบความปลอดภัยที่แน่นหนา และที่สำคัญคืออัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า SUV ขนาดใหญ่

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ B-SUV มือสองในปี 2025 หรือรถยนต์ที่คุ้มค่า ผมขอแนะนำรุ่นที่น่าสนใจดังนี้:

Honda HR-V: รถ SUV ขนาดเล็กที่ขายดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ขนาดกะทัดรัด และภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ระบบ e:HEV ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองได้ดี เทคโนโลยีครบครัน และความทนทานตามสไตล์ Honda เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและนอกเมือง

Toyota Corolla Cross: รถ SUV ขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างมหาศาล ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota ในด้านความทนทาน การบำรุงรักษาง่าย และศูนย์บริการที่ครอบคลุม ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจ ดีไซน์ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ขนาดพอดี อัตราสิ้นเปลืองที่เหมาะสม และราคาที่น่าพอใจ ทำให้ Corolla Cross เป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง

Toyota Yaris Cross: รถ B-SUV ขายดีอันดับ 1 ในไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับรถใน segment เดียวกัน ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้ที่มองหา SUV ขนาดเล็ก

Nissan Kicks e-Power: รถ SUV ขนาดเล็กที่ใช้หลักการ e-Power โดยใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก และประหยัดน้ำมันมาก เหมาะกับการเดินทางไกล

Subaru XV: SUV ขนาดเล็กที่มีความเป็นรถออฟโรดสำหรับครอบครัวสายลุย การออกแบบมีความกำยำ ดุดัน แต่ยังคงความสวยงามลงตัว ตอบโจทย์การใช้งานที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์คันเดียวที่ใช้งานได้หลากหลาย

MG ZS EV: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด B-SUV ที่มีดีไซน์โดดเด่น ออปชันแน่น ใช้งานได้ครอบคลุม ในราคาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า มาพร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System มากถึง 20 ระบบ

Toyota C-HR: รถ SUV ขนาดเล็กที่จัดว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีสปอร์ต หรูหรา ล้ำสมัย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย โดดเด่นในเรื่องอัตราการประหยัดน้ำมันด้วยระบบ Full Hybrid (Dual Source of Power) อะไหล่เยอะ ซ่อมง่าย ช่วงล่างนุ่มนวล และราคามือสองค่อนข้างแข็ง

BYD Atto 3: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด B-SUV ที่กว้างขวาง ดีไซน์สวยงาม สปอร์ต ล้ำสมัย เทคโนโลยีแบตเตอรี่ “Blade Battery” เป็นเอกลักษณ์ และอาจเป็นหนึ่งในแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดในวงการ EV ช่วงล่างดี ขับขี่เกาะถนนดีเยี่ยม นุ่มสบาย และมีพื้นที่เก็บสัมภาระเยอะที่สุดในปัจจุบัน

Mazda CX-30: SUV ขนาดเล็ก ดีไซน์โฉบเฉี่ยว หรูหรา วัสดุดี งานประกอบประณีต มาพร้อมความปลอดภัยระดับสูง ขับสนุก ดูติดแกลม ราคามือสองคุ้มค่ามาก

BMW X1: รถ SUV ขนาดเล็กจากแบรนด์ยุโรป ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ขับขี่สนุกสนานตามแบบฉบับ BMW เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์พรีเมียมในราคาที่สมเหตุสมผล

BYD Denza N7: ก้าวต่อไปของ BYD ในตลาดรถยนต์อัจฉริยะ

ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา BYD ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง Denza Auto ประกาศเปิดตัว 2025 รุ่น Tengshi N7 โดยชูจุดเด่นด้านระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง รถรุ่นใหม่นี้มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกให้เรียบง่ายขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “ลูกธนูพุ่งของดาวตก” และการตกแต่งภายในที่เน้นความสมมาตรหรูหรา

นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดระบบชาร์จไร้สายด้านหน้าเป็น 50W สองตัว และการปรับพวงมาลัยแบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันการซิงค์บัญชี สำหรับด้านพลังงาน Denza N7 มาพร้อมทางเลือกสามแบบพลังงาน โดยรุ่นสมรรถนะขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถขับได้ไกลถึง 630 กิโลเมตร การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้แสดงให้เห็นว่า BYD ไม่ได้หยุดเพียงแค่การแข่งขันด้านราคา แต่ยังมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

อนาคตตลาด EV ไทย: เมื่อการแข่งขันรุนแรงขึ้น ใครจะได้ประโยชน์?

การเคลื่อนไหวของ BYD ในตลาดจีน และการขยายตัวของ BYD ในตลาดโลก ย่อมส่งผลกระทบต่อตลาด EV ในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หาก BYD นำกลยุทธ์ลดราคามาใช้ในประเทศไทย ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์โดยตรงจากรถยนต์ EV ที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรายอื่นอาจเผชิญแรงกดดันในการปรับราคาตามเช่นกัน

ในฐานะผู้บริโภค นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ การแข่งขันที่รุนแรงจะผลักดันนวัตกรรมและนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่าที่สุด หากคุณกำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือมองหารถยนต์ SUV ขนาดเล็กสักคัน การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่น และการพิจารณาข้อเสนอต่างๆ คือสิ่งสำคัญที่สุด

คุณพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์แล้วหรือยัง? การตัดสินใจเลือกยานยนต์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณเป็นก้าวแรกที่สำคัญ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ หรือทดลองขับรุ่นที่คุณสนใจ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเองวันนี้

Previous Post

N1401105 กฎแห งกรรม ตามท นคนเจ าช part2

Next Post

N1401093 รอยน ำตาใต รอยย มของยาย part2

Next Post
N1401093 รอยน ำตาใต รอยย มของยาย part2

N1401093 รอยน ำตาใต รอยย มของยาย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.