• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1501086 เส นทางท แม สอนล part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1501086 เส นทางท แม สอนล part2

Great Wall Motor ประเทศไทย ยกระดับสู่ผู้นำตลาดด้วยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์: NEW GWM TANK 300 DIESEL จุดกระแสความสำเร็จ

ในเดือนพฤษภาคม 2568 ถือเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์ของ Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย เมื่อบริษัทฯ ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,731 คัน การเติบโตอันน่าทึ่งนี้เป็นผลโดยตรงจากกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย

นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เปิดเผยว่า “ยอดขาย 1,731 คันในเดือนพฤษภาคม 2568 สะท้อนถึงการเติบโตที่ก้าวกระโดดถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า” เขาเน้นย้ำว่า “สัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด หรือ 877 คัน มาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาดสำหรับรถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูงที่มาพร้อมขุมพลังดีเซล” ขณะเดียวกัน รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ยังคงเป็นอีกเสาหลักสำคัญที่ขับเคลื่อน GWM โดยคิดเป็นอีกประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยที่เริ่มเห็นการแบ่งสัดส่วนระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและ NEV ในอัตราใกล้เคียง 50:50

การเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ก่อนหน้านี้ GWM มียอดขายในระดับหลักร้อยคันต่อเดือน แต่ตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา ยอดขายได้ทะยานขึ้นสู่ระดับหลักพันคันต่อเดือนอย่างสม่ำเสมอ จนมาถึงจุดสูงสุดใหม่ในเดือนพฤษภาคม “การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrains เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ GWM ประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายโจวกล่าวเสริม

ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-พฤษภาคม) GWM มียอดขายสะสมถึง 5,439 คัน คิดเป็นการเติบโต 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการสวนกระแสตลาดรถยนต์โดยรวมที่กำลังเผชิญกับการชะลอตัว

NEW GWM TANK 300 DIESEL: กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

การนำ NEW GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำเร็จจากกลยุทธ์ Multi-powertrains รถรุ่นนี้ได้กลายมาเป็น “เรือธง” (Flagship Model) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบรถยนต์ออฟโรดที่มีความทนทานและสมรรถนะยอดเยี่ยม GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน Top 3 PPV (Premium Passenger Vehicle) ในตลาดประเทศไทย ด้วยศักยภาพดังกล่าว GWM จึงได้เร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้า

การแข่งขันในตลาด NEV: คุณภาพและคุณค่าระยะยาว คือกุญแจสำคัญ

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” (Price War) ที่ดุเดือด GWM ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายที่มั่นคง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาเพียงแค่รถยนต์ราคาถูกเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นในแบรนด์

GWM ไม่สนับสนุนการแข่งขันที่ใช้กลยุทธ์ราคาต่ำ แต่เน้นการแข่งขันด้วย “คุณภาพผลิตภัณฑ์” (Product Quality) การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และการพัฒนา “บริการหลังการขาย” (After-sales Service) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

OMODA & JAECOO: ก้าวกระโดดสู่ตลาดโลกและการลงทุนในประเทศไทย

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Chery Group ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเห็นได้จากยอดขายทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 54% Chery Group เองก็มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ด้วยยอดขายรวม 2.6 ล้านคันในปี 2567 เติบโต 38% และรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของจีนมายาวนานถึง 22 ปี

OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี ได้ขยายตลาดไปทั่วโลกถึง 33 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยได้รับการยอมรับในฐานะ “แบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก” (The Fastest International Growth Car Brand)

แผนลงทุนครบวงจรในไทย: การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

คุณฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ OMODA & JAECOO ในการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์และเทคโนโลยีของเรา”

สำหรับแผนงานในปี 2568 OMODA & JAECOO เตรียมรุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ด้วยแผนการลงทุนที่ครอบคลุม:

การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่: OMODA & JAECOO เตรียมนำเสนอ เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนี้ผสานรวมเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระยะทางขับขี่ที่ยาวไกล ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ยานยนต์พลังงานใหม่ที่หลากหลาย: นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังพร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ในรูปแบบ BEV (Battery Electric Vehicle), PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) และอื่นๆ ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
การตั้งฐานการผลิตในไทย: หนึ่งในแผนงานสำคัญคือการตั้ง ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ โรงงานในจังหวัดระยอง โดยคาดว่าจะเริ่มสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตและส่งออก
ขยายเครือข่ายโชว์รูม: ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโชว์รูมจาก 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ภายในปีนี้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น
ยกระดับบริการหลังการขาย: OMODA & JAECOO ร่วมมือกับ DHL Express เพื่อจัดการ การจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
บริการดูแลตัวถังและสี: เตรียมเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม
ศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่: เปิด ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
อัปเกรดระบบ CRM: พัฒนาระบบการจองออนไลน์เพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
รถยนต์ทดแทน: มอบ บริการรถยนต์ทดแทน ในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ผ่านหมายเลข 02-0208888 กด 1

เทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก: บทเรียนจากจีนและอนาคตของแบตเตอรี่

รายงานล่าสุดจากนิตยสาร Best Car ของญี่ปุ่นชี้ให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ แม้ว่าตลาดจีนจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนในการหันไปหายานยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะเป็นเช่นนั้น

5 อันดับรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในจีน (มกราคม-มิถุนายน 2567)

Tesla Model Y
BYD Dolphin
BYD Atto 3 (Yuan PLUS ในจีน)
Wuling MINIEV
AION S

น่าสนใจว่า GWM ORA Good Cat ติดอันดับที่ 17 ในตลาดจีน ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในคุณภาพและเทคโนโลยีของแบรนด์ แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะยังไม่สามารถตีตลาดจีนได้อย่างแข็งแกร่งนัก

อนาคตของราคาแบตเตอรี่: CATL และ BYD นำทัพลดต้นทุน 50%

ข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรม EV คือ CATL และ BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังผลักดันการลดต้นทุนแบตเตอรี่อย่างมีนัยสำคัญ คาดการณ์ว่าราคาแบตเตอรี่อาจลดลงถึง 50% ภายในปี 2567 นี้ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อ “ราคาขายรถยนต์ไฟฟ้า” (EV Price) ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

CATL ตั้งเป้าลดราคาเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ลงไปที่ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งจะทำให้ต้นทุนแบตเตอรี่ 60 kWh ลดลงกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคัน การลดต้นทุนนี้จะใช้ เซลล์แบตเตอรี่แบบ VDA ซึ่งเป็นมาตรฐานเซลล์แบตเตอรี่ปริซึมสี่เหลี่ยมที่พัฒนาในเยอรมนี และมีความสามารถในการชาร์จเร็ว (2.2C) สามารถชาร์จเต็มได้ภายใน 30 นาที

FinDreams ซึ่งเป็นแผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD ก็มีแผนการลดต้นทุนที่คล้ายคลึงกัน การลดราคาแบตเตอรี่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดัน “การปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า” (EV Revolution) ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุม

Changan Automobile: แบรนด์จีนยักษ์ใหญ่กับการลงทุนในไทย

Changan Automobile แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน ได้ประกาศลงทุนมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยประเทศไทยถูกเลือกให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน พร้อมตั้งเป้าผลิต 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกไปยังออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อังกฤษ และแอฟริกาใต้

Changan Automobile มีประวัติยาวนานกว่า 161 ปี และมีความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนา โดยมีเครือข่าย R&D ทั่วโลก และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีสมรรถนะสูง

Changan Lumin, Deepal SL03, Qiyuan A07, S7, และ Avatr 11 คือตัวอย่างรถยนต์พลังงานใหม่จาก Changan ที่มีศักยภาพในการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Changan Lumin รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่น่ารักและประหยัดพลังงาน หรือ Changan Deepal SL03 และ Qiyuan A07 รถยนต์ซีดานไฟฟ้าที่มอบระยะทางขับขี่ที่น่าประทับใจ

Mazda CX-5: ยกระดับสู่ตลาดรถหรู

นิตยสาร Best Car ของญี่ปุ่นรายงานว่า Mazda อาจยกระดับ Mazda CX-5 รุ่นใหม่ ให้มีความหรูหราและสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดรถหรูที่ปัจจุบัน Mercedes-Benz และ BMW ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Mazda ในการยกระดับแบรนด์ให้พรีเมียมยิ่งขึ้น โดย CX-5 รุ่นใหม่จะมาพร้อมโครงสร้างใหม่ ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง/ขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี Mild-Hybrid

Mercedes-Benz GLC EV: ก้าวสำคัญสู่ตลาด SUV ไฟฟ้าพรีเมียม

Mercedes-Benz กำลังเตรียมเปิดตัว GLC EV อย่างเป็นทางการในฤดูใบไม้ผลิปี 2569 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการบุกตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่แข่งขันสูง GLC EV สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ มีระยะทางขับขี่สูงสุด 650 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จ DC fast charging สูงสุด 320 kW

การตัดสินใจพัฒนา GLC EV รุ่นไฟฟ้า 100% โดยใช้ชื่อเดิม สะท้อนถึงความสำคัญของรุ่น GLC ที่เป็นรถขายดีอันดับหนึ่งของแบรนด์ทั่วโลก การออกแบบใหม่ให้มีความเพรียวทันสมัย พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระที่กว้างขวางกว่าเดิม เสริมด้วย “Frunk” ขนาด 100 ลิตร ซึ่งไม่เคยมีในตระกูล EQ รุ่นก่อนหน้า

Mercedes-Benz GLC EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 483 แรงม้า และมีแบตเตอรี่ขนาด 94.5 kWh รองรับการชาร์จ 800V DC fast charging และจะมาพร้อมพอร์ต NACS ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้สามารถใช้งานกับ Tesla Supercharger ได้ทันที

แม้ว่ารายละเอียดด้านเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร ราคา และรูปลักษณ์ที่แท้จริงจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ Mercedes-Benz GLC EV แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยม ทั้งด้านการออกแบบ การขับขี่ และโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันกับ Tesla, BMW และ Porsche ในตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

อนาคตการขับเคลื่อนในประเทศไทย: ความหลากหลายและการเข้าถึง

จากแนวโน้มทั้งหมดที่กล่าวมา แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความหลากหลายอย่างแท้จริง ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้นกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง, รถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน, หรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Great Wall Motor, OMODA & JAECOO, Changan Automobile และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ กำลังนำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกระดับ

การลงทุนของแบรนด์ต่าง ๆ ในการตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและส่งออก แต่ยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวทันเทรนด์โลก

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และความคุ้มค่าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ อย่าพลาดที่จะสำรวจตัวเลือกที่หลากหลายจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่กำลังเข้ามาเขย่าวงการยานยนต์ไทย โปรดศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และทดลองขับ เพื่อค้นหารถยนต์คู่ใจที่จะพาคุณก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต

Previous Post

N1501105 ำใจคนสามารถซ อใจคนได part2

Next Post

N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Next Post
N1501098 ตรหร อศ ตร part2

N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.