• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1401113 นทาเขา แต เราท กข part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1401113 นทาเขา แต เราท กข part2

ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ในจีน: การแข่งขันดุเดือดและโอกาสสำหรับ Nissan Sylphy Zero Emission

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 10 ปี ขอพาเจาะลึกถึงภาพรวมตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ในประเทศจีน ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดและมีการแข่งขันสูงที่สุดในโลกขณะนี้ อันเป็นผลมาจากนโยบายสนับสนุนอย่างแข็งขันของรัฐบาลจีนที่มุ่งยกระดับประเทศสู่ความเป็นผู้นำด้านยานยนต์สะอาด และลดมลพิษอย่างจริงจัง

NEVs จีน: การเติบโตแบบก้าวกระโดดและปัจจัยขับเคลื่อน

ข้อมูลล่าสุดในช่วงต้นปี 2568 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในจีน โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEVs), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Extended Range (EREVs) เพียงเดือนพฤษภาคม 2568 ตลาด NEVs มียอดขายรวมสูงถึง 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 28.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 ยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2568 สูงถึง 4.351 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับปี 2567

การเติบโตนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยหลายปัจจัยสำคัญ นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านนโยบายและเงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่ทำให้รถยนต์ NEVs ของแบรนด์ท้องถิ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ยังมีปัจจัยด้านความพร้อมของผู้บริโภคชาวจีนที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีความต้องการรถยนต์ที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ (Range Anxiety) ลดน้อยลง

แบรนด์ท้องถิ่นจีน: พลังแห่งนวัตกรรมและราคาที่แข่งขันได้

ในสมรภูมิอันดุเดือดนี้ แบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ NEVs ที่สามารถผลิตรถยนต์คุณภาพสูงในราคาที่น่าดึงดูดใจ

Geely Geome Xingyuan: รุ่นนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในตลาด NEVs ด้วยยอดขายที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว จนครองอันดับ 1 รถยนต์ NEVs ที่ขายดีที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2568 ด้วยยอดขาย 38,715 คัน และยังเป็นแชมป์ยอดขายสะสมสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ 164,049 คัน พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างรวดเร็วตั้งแต่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2567 สามารถผลิตคันที่ 200,000 ได้ในเวลาเพียง 8 เดือน สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตและการตอบรับที่ดีจากตลาด
BYD: ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ NEVs ยังคงรักษาความแข็งแกร่ง โดยมีรถรุ่นที่ติดอันดับขายดีถึง 9 รุ่นใน 20 อันดับแรกของเดือนพฤษภาคม 2568 โดย BYD Seagull คว้าอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 31,105 คัน และ BYD Qin Plus อยู่ในอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 29,328 คัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการครองส่วนแบ่งตลาดที่แข็งแกร่ง
Wuling Hongguang Mini EV: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็กราคาประหยัดจาก Wuling ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง โดยติดอันดับ 4 ด้วยยอดขาย 29,017 คันในเดือนพฤษภาคม และมียอดขายสะสม 144,953 คัน
Xiaomi SU7: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Xiaomi ได้สร้างความฮือฮาอย่างมาก โดยทำยอดขายในเดือนพฤษภาคมได้ถึง 28,013 คัน รั้งอันดับ 5 ด้วยยอดขายสะสมกว่า 132,467 คัน เป็นการตอกย้ำว่าแบรนด์ที่ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมก็สามารถเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในตลาด NEVs ได้
Tesla: แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง Tesla ก็ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดได้ โดย Model Y ทำยอดขาย 24,770 คันในเดือนพฤษภาคม และมียอดขายสะสม 126,643 คัน ขณะที่ Model 3 มียอดขาย 13,818 คัน

Nissan: กลยุทธ์ “หมัดเด็ด” ราคาเข้าถึงง่ายในตลาดจีน

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ Nissan ได้ตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่น่าสนใจเพื่อเจาะตลาดจีน โดยการเปิดตัว Nissan Sylphy Zero Emission ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Sylphy ที่เป็นที่รู้จักดีอยู่แล้ว

การร่วมทุนเพื่อเจาะตลาด: เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับสิทธิประโยชน์จากการสนับสนุนของรัฐบาล Nissan ได้จัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับบริษัทจีนในชื่อ Dongfeng Nissan Passenger Vehicle การร่วมทุนนี้เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Nissan สามารถเข้าถึงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของตลาดจีนได้ดียิ่งขึ้น
Sylphy Zero Emission: นวัตกรรมจาก Leaf สู่ตลาดจีน: หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ Nissan Sylphy Zero Emission ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Nissan Leaf หนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นบุกเบิกและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก การนำเทคโนโลยีจาก Leaf มาใช้กับตัวถัง Sylphy ซึ่งมีความคุ้นเคยและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคชาวจีนอยู่แล้ว เป็นการผสมผสานที่ลงตัว
การปรับปรุงเพื่อสมรรถนะ: ด้วยพื้นฐานจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน Nissan ได้ดำเนินการปรับปรุงหลายส่วนเพื่อให้ Sylphy Zero Emission มีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการปรับสมดุลของน้ำหนัก การใช้ฐานล้อที่เหมาะสม และการออกแบบที่เน้นให้สามารถขับขี่ได้ใกล้เคียงกับระยะทาง 338 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมือนกับ Nissan Leaf
ราคาที่ดึงดูดใจ: “หมัดน็อค” สู่ตลาด: จุดเด่นที่สุดของ Nissan Sylphy Zero Emission คือ ราคา ที่ตั้งไว้เพียง 1.66 แสนหยวน (ประมาณ 8 แสนบาท) ซึ่งถือเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างดุเดือดกับผู้เล่นท้องถิ่นรายอื่นๆ ในตลาดจีนได้ กลยุทธ์ด้านราคาที่ “สุดจะจูงใจ” นี้ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Nissan พร้อมที่จะรุกตลาด NEVs ในจีนอย่างเต็มที่

แนวโน้มยางรถยนต์ขอบ 20 นิ้วในประเทศไทย: ตอบรับการเติบโตของ SUV และ EV

หันกลับมาที่ตลาดประเทศไทย จากข้อมูลสถิติของ YellowTire.com แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านยางรถยนต์ที่มีผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ พบว่าในช่วงต้นปี 2568 (1 มกราคม – 25 ตุลาคม 2568) “ยางขอบ 20 นิ้ว” เป็นหนึ่งในขนาดที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ SUV, รถกระบะ, รถสปอร์ตสมรรถนะสูง และที่สำคัญคือ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

10 อันดับขนาดยางขอบ 20 นิ้วยอดนิยม: ข้อมูลจาก YellowTire.com ระบุ 10 ขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ 265/50R20, 275/55R20, 255/45R20, 265/55R20, 245/45R20, 245/35R20, 255/55R20, 245/40R20, 33X12.5R20, และ 255/40R20
ความต้องการยางสมรรถนะสูงและยางนุ่มเงียบ: ผู้บริโภคในกลุ่มรถ SUV และ EV ที่นิยมใช้ยางขอบ 20 นิ้ว มักมองหายางที่ให้ความสมดุลระหว่างความสวยงาม สมรรถนะ การยึดเกาะถนนที่ดี และความเงียบขณะขับขี่ ส่งผลให้ความต้องการยางกลุ่ม Performance Tire และ Comfort Tire เพิ่มสูงขึ้น
ตัวอย่างรถยนต์ที่ใช้ยางขอบ 20 นิ้ว: ข้อมูลยังได้ยกตัวอย่างรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่นิยมใช้ยางขนาดต่างๆ เช่น 265/50R20 กับ Ford Everest, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, GWM Tank 500; 275/55R20 กับ Ford Ranger, Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton; 255/45R20 กับ Mercedes-Benz GLC, Kia EV5, BMW i7, Deepal SO7; 245/45R20 กับ Volvo V90 Cross Country, BYD Sealion 7, Zeekr X; และ 33X12.5R20 กับ Mazda BT-50, Toyota Revo, Isuzu D-Max
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: ผู้เชี่ยวชาญด้านยางรถยนต์ให้ความเห็นว่า ขนาดยาง 265/50R20 และ 275/55R20 เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในรถ SUV และรถกระบะพรีเมียม เนื่องจากให้ความสมดุลที่ดีระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนน โดยเฉพาะยางที่พัฒนาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูงขึ้น

แนวโน้มตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา ไตรมาสแรกปี 2568

ในอีกซีกโลกหนึ่ง ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นปี 2568 ด้วยการเติบโตประมาณ 4% ในไตรมาสแรก โดยมียอดขายรวมราว 3.9 ล้านคัน แม้จะมีความกังวลเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ก็ตาม

กลุ่มรถยนต์เติบโต: ประเภทรถยนต์ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Hybrid และ รถกระบะ
ประเภทรถยนต์ครองตลาด: SUV และ รถกระบะ ยังคงครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในตารางรถยนต์ขายดี แม้จะยังมีที่ยืนสำหรับรถยนต์ Sedan ราคาเข้าถึงได้อยู่บ้าง
25 อันดับรถยนต์ขายดี (ไตรมาสแรก 2568):
กลุ่มบน: Ford F-series (อันดับ 1), Chevrolet Silverado (อันดับ 2), Toyota RAV4 (อันดับ 3), Honda CR-V (อันดับ 4), RAM Pickup (อันดับ 5), GMC Sierra (อันดับ 6), Chevrolet Equinox (อันดับ 7), Tesla Model Y (อันดับ 8)
กลุ่มกลาง: Toyota Tacoma (อันดับ 11), Nissan Rogue (อันดับ 10), Chevrolet Trax (อันดับ 12), Honda Civic (อันดับ 13), Toyota Corolla (อันดับ 14), Hyundai Tucson (อันดับ 15)
กลุ่มล่าง: Nissan Sentra (อันดับ 16), Subaru Forester (อันดับ 17), Jeep Grand Cherokee (อันดับ 18), Ford Explorer (อันดับ 19), Subaru Crosstrek (อันดับ 20)
รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ: Tesla Model 3 (อันดับ 22), Kia Sportage (อันดับ 21), Honda HR-V (อันดับ 23), Subaru Outback (อันดับ 24), Ford Maverick (อันดับ 25)

สถานการณ์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย มกราคม 2568

สำหรับประเทศไทย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในเดือนมกราคม 2568 มียอดจดทะเบียนรวม 12,376 คัน คิดเป็น 22.1% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่ามียอดจดทะเบียนลดลง 9.4% (จาก 13,653 คัน ในปี 2567 เหลือ 12,376 คัน ในปี 2568)

รุ่นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ยอดจดทะเบียนสูงสุด:

  1. BYD Sealion 7 (1,757 คัน)
  2. BYD Dolphin (1,446 คัน)
  3. Deepal S07 (1,221 คัน)
  4. MG4 Electric (1,114 คัน)
  5. DENZA D9 (769 คัน)
    รุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ NETA V, ORA Good Cat, BYD M6, ChangAn Lumin, NETA X, Aion HYPTEC HT, BYD Seal, Aion Y Plus, BYD Atto3, Aion V, Jaecoo 6 EV, Omoda C5 EV, Deepal L07, ZEEKR 009, XPENG G6

Tesla เตรียมปล่อย “E41” เจาะตลาดจีน หั่นต้นทุน 20%

ในอีกมุมหนึ่ง Tesla กำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายหัส “E41” โดยมีเป้าหมายหลักคือการเจาะตลาดจีน โดยมีแผนจะลดต้นทุนการผลิตลงอย่างน้อย 20% เมื่อเทียบกับ Model Y รุ่นปัจจุบัน เพื่อให้สามารถตั้งราคาขายที่ดึงดูดใจผู้บริโภคได้มากขึ้น

กลยุทธ์ลดต้นทุน: Tesla จะใช้สายการผลิตที่มีอยู่แล้วที่โรงงาน Gigafactory Shanghai ในประเทศจีน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท แนวคิด “Depop” คือการลดความซับซ้อนของกระบวนการผลิต โดยยังคงรักษาคุณสมบัติหลักของรถไว้
ขนาดและราคา: คาดว่า E41 จะมีขนาดเล็กกว่า Model Y รุ่นปัจจุบัน และอาจมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือขนาดแบตเตอรี่เพื่อลดต้นทุน มีการคาดการณ์ราคาขายเริ่มต้นอาจอยู่ในช่วงประมาณ 210,800 – 242,800 หยวน (ประมาณ 1,054,000 – 1,214,000 บาท) หรืออาจต่ำกว่านั้น
ความท้าทายในจีน: การแข่งขันในตลาดจีนมีความดุเดือดอย่างมาก โดยเฉพาะจากแบรนด์ท้องถิ่นที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น Xiaomi SU7 ที่มียอดขายแซงหน้า Model 3 รวมถึงคู่แข่งโดยตรงของ Model Y ที่กำลังจะมาถึงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Aito (Huawei), Xiaomi (YU7), และ Xpeng การเปิดตัว E41 ที่มีราคาเข้าถึงง่าย จึงเป็น “หมากรุก” สำคัญที่ Tesla วางไว้เพื่อตอบโต้การแข่งขันที่รุนแรงนี้

ตลาดรถยนต์ไทย: สถิติยอดขายเดือนกันยายนและภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2568

กลับมาที่ตลาดรถยนต์ไทย จากข้อมูลล่าสุดของเดือนกันยายน 2568 ยอดขายรถยนต์รวมอยู่ที่ 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ตลาดรวม:
อันดับ 1: Toyota (18,472 คัน, +20.6%)
อันดับ 2: Honda (5,092 คัน, +16.7%)
อันดับ 3: Isuzu (4,931 คัน, -18.9%)
ตลาดรถยนต์นั่ง: ยอดขาย 19,671 คัน (+25.5%)
อันดับ 1: Toyota (6,848 คัน, +46%)
อันดับ 2: Honda (3,036 คัน, -11.4%)
อันดับ 3: MG (1,650 คัน, +84.6%)
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: ยอดขาย 28,679 คัน (+24.4%)
อันดับ 1: Toyota (11,624 คัน, +9.5%)
อันดับ 2: Isuzu (4,931 คัน, -18.9%)
อันดับ 3: Honda (2,056 คัน, +119%)
ตลาดรถกระบะ 1 ตัน: ยอดขาย 14,354 คัน (+2.7%)
อันดับ 1: Toyota (6,602 คัน, +1.8%)
อันดับ 2: Isuzu (4,080 คัน, -20%)
อันดับ 3: Ford (1,374 คัน, 0%)
ตลาดรถยนต์ HEV (Hybrid Electric Vehicle): มียอดขาย 12,756 คัน เพิ่มขึ้น 73.45% จากปีที่แล้ว และมียอดขายสะสมใน 9 เดือนแรกถึง 102,372 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 51% ของตลาด xEV ทั้งหมด

ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2568 (มกราคม – กันยายน):

ตลาดรถยนต์รวม: 447,969 คัน (+2.1%)
ตลาดรถยนต์นั่ง: 174,111 คัน (+2.5%)
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: 273,858 คัน (+2.3%)
ตลาดรถกระบะ 1 ตัน: 138,510 คัน (-9.8%)

บทสรุปและทิศทางอนาคต

ตลาดรถยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ประเทศจีนยังคงเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันและการพัฒนานวัตกรรม ที่ซึ่งแบรนด์ท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพอย่างน่าทึ่ง

การเข้ามาของ Nissan Sylphy Zero Emission ในราคาที่เข้าถึงง่าย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ตลาด NEVs ในจีนยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก การแข่งขันที่เข้มข้นนี้ไม่เพียงแต่จะผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกที่หลากหลายและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

สำหรับประเทศไทย ตลาดรถยนต์ยังคงมีการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งและรถเพื่อการพาณิชย์ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) กำลังค่อยๆ เติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีการแข่งขันสูงจากแบรนด์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ปัจจัยด้านราคา เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต

หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน หรือรถยนต์ที่ให้ความสมดุลทั้งสมรรถนะและความคุ้มค่า การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ อย่างรอบด้าน ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับท่าน

อย่ารอช้า! เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตยานยนต์ที่ดีกว่าเดิมวันนี้

Previous Post

N1401108 ในบ าน! part2

Next Post

N1401111_า…ตม._part2

Next Post
N1401111_า…ตม._part2

N1401111_า...ตม._part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.