• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1501125 กรรมท หน ไม ได part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1501125 กรรมท หน ไม ได part2

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2: กระบะพันธุ์แกร่งที่ผสมผสานดีไซน์เร้าใจและสมรรถนะเหนือชั้น

ในบรรดารถกระบะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดประเทศไทย ชื่อของ “ฟอร์ด เรนเจอร์” (Ford Ranger) คงเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น บึกบึน และขนาดตัวถังที่ดูใหญ่โตสง่างาม ทำให้เรนเจอร์กลายเป็นรถกระบะที่หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า รถกระบะดีไซน์ดุดันเช่นนี้ จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชายเท่านั้น แต่จากประสบการณ์ของผมในวงการยานยนต์กว่า 10 ปี ผมพบว่ากระแสความนิยมในฟอร์ด เรนเจอร์ ขยายวงกว้างออกไปมากกว่าที่คิด คุณผู้หญิงหลายท่านก็แสดงความสนใจในรถกระบะรุ่นนี้อย่างชัดเจน ซึ่งในช่วงแรกผมเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เพราะโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงมักจะชื่นชอบรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ขับขี่คล่องตัว หาที่จอดง่าย แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็น คือกลุ่มผู้หญิงที่สนใจรถกระบะมักจะเป็นผู้ที่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความอเนกประสงค์ของรถประเภทนี้ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการโดยสารภายในที่สะดวกสบาย และการบรรทุกสัมภาระได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับทุกการเดินทางของครอบครัว

ฟอร์ด เรนเจอร์ T6: กำเนิดตำนานกระบะพันธุ์แกร่ง

ฟอร์ด เรนเจอร์ โฉมปัจจุบันที่เรารู้จักกันในรหัสตัวถัง T6 ได้เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2012 ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในตลาดรถกระบะเมืองไทย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูใหญ่โตบึกบึนเหนือกว่าคู่แข่งในยุคนั้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับการอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และเครื่องยนต์ใหม่ที่ทรงพลัง ส่งผลให้ราคาจำหน่ายในรุ่นท็อปทะลุ 1 ล้านบาท กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แบรนด์ฟอร์ดกลับมาได้รับความสนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางอีกครั้ง รถกระบะ “ทะลุล้าน” คันนี้ มีอะไรดี ทำไมถึงกล้าตั้งราคาสูงขนาดนั้น? คำถามเหล่านี้ดังขึ้นในวงสนทนาของผู้คนในยุคนั้น

ผมยังคงจำได้ดีว่า ในช่วงที่เรนเจอร์เปิดตัว ใครที่จับจองเป็นเจ้าของ มักจะต้องรอคอยการส่งมอบนานหลายเดือน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ และนับเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามของฟอร์ด เรนเจอร์ ในตลาดไทย

และในวันนี้ ผมได้รับโอกาสอันดีที่จะได้ทดลองขับ “ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2” (Ford Ranger Wildtrak 3.2) รุ่นท็อปสุดกระบะทะลุล้าน! ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสสมรรถนะและความพิเศษของรถคันนี้อย่างเต็มที่

ดีไซน์ภายนอก: ความเข้ม ดุดัน และสปอร์ต

ทันทีที่ได้เห็นฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 คันนี้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความโดดเด่นของดีไซน์ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษมาจากโรงงาน ทำให้รถดูหล่อเหลาพร้อมใช้งานทันทีที่ออกจากโชว์รูม

ด้านหน้า: กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เคยเป็นโครเมียม ถูกเปลี่ยนมาเป็นสีดำเข้ม เพิ่มความดุดัน ตัดกับสีบรอนซ์บริเวณชายล่าง และกรอบไฟตัดหมอกที่ช่วยเสริมมิติความบึกบึนให้กับด้านหน้า ไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับเส้นสายอันแข็งแกร่งของตัวรถ การเลือกใช้สีดำตัดกับสีตัวถังในส่วนต่างๆ เช่น กรอบหน้าต่าง กระจกมองข้าง มือจับประตู และสปอร์ตบาร์บริเวณกระบะท้าย ล้วนช่วยเสริมลุคให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น

โครงสร้างตัวถัง: เส้นสายรอบตัวรถถูกเน้นย้ำด้วยโป่งล้อทั้งสี่ข้าง ทำให้รถดูบึกบึนแข็งแรงเป็นพิเศษ จับคู่กับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ที่ให้มาตั้งแต่โรงงาน บันไดข้างได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว ไม่เกะกะจนเกินไป แต่ยังคงใช้งานได้จริง และอีกหนึ่งออปชั่นที่น่าสนใจคือ ไฟส่องสว่างข้างตัวรถที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้าง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มักพบในรถยนต์นั่งระดับกลางขึ้นไป แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของฟอร์ด ที่มอบความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับเรนเจอร์รุ่นนี้

ด้านท้าย: โลโก้ Ford และสัญลักษณ์ RANGER ขนาดใหญ่ติดอยู่ด้านท้ายอย่างชัดเจน เพื่อบอกให้รถคันหลังรู้ว่ากำลังขับตามอะไรอยู่ สำหรับรุ่น Wildtrak พิเศษนี้ ฝากระบะท้ายและกันชนหลังได้รับการเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากรุ่นปกติที่จะเป็นโครเมียม

ระบบอำนวยความสะดวก: ใต้โลโก้ Ford ยังซ่อนกล้องมองหลังเอาไว้ พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 4 จุด บริเวณกันชนท้าย ซึ่งทำงานร่วมกับกล้อง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถอยจอดได้อย่างดีเยี่ยม ไฟท้ายขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบง่ายแบบ 3 ช่องสี่เหลี่ยม ก็ออกแบบมาให้มองเห็นได้ชัดเจน เหมาะสำหรับขาลุยที่ต้องการความปลอดภัย

ภายในห้องโดยสาร: ครบครัน สะดวกสบาย และสปอร์ต

ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 สิ่งที่สัมผัสได้คือความครบครันของออปชั่นเพื่อความสะดวกสบาย

ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร: ระบบสั่งงานด้วยเสียง, ระบบบลูทูธ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ช่องต่อ AUX/USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา ล้วนถูกติดตั้งมาให้อย่างครบครัน

การใช้งาน: ในช่วงแรกที่ได้สัมผัส การใช้งานปุ่มควบคุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง, แอร์, หรือหน้าจอ MID (Multi-Information Display) อาจต้องอาศัยการทำความคุ้นเคยและศึกษาคู่มืออยู่บ้าง เพราะหากไม่ได้ใช้งานบ่อย อาจต้องละสายตาจากถนนมามองปุ่มควบคุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ควรระมัดระวัง

โทนสีและการออกแบบ: บรรยากาศภายในห้องโดยสารเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก ตัดกับสีเงินเมทาลิกบริเวณคอนโซลกลาง, ปุ่มควบคุม, กรอบมาตรวัด, ครอบเกียร์, และมือจับประตู ซึ่งให้ลุคแบบรถสปอร์ตทันสมัย ทำให้ภายในดูไม่เรียบจนเกินไป

สีของไฟแสดงผล: ไฟหน้าปัด, เครื่องเสียง, ระบบแอร์, และจอ MID ถูกใช้เป็นสีฟ้าทั้งหมด ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของผม หากเปลี่ยนเป็นสีส้ม จะให้ความรู้สึกสปอร์ตที่มากกว่านี้อย่างมาก และยังเข้ากันได้ดีกับเบาะนั่งที่มีการตัดลายและเดินด้ายสีส้ม ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศยามค่ำคืนให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในรถสปอร์ต

เบาะนั่ง: จุดเด่นที่ผมชื่นชอบมาก คือเบาะนั่งสีดำสลับด้ายส้ม พร้อมลายตาข่ายเล็กน้อย และปักชื่อรุ่น Wildtrak ถือเป็นดีไซน์ที่ดูดีมากๆ และเข้ากับตัวรถได้อย่างลงตัว เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Wildtrak เบาะนั่งด้านหน้ามีขนาดใหญ่ เพียงพอสำหรับผู้โดยสารที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่รู้สึกอึดอัด ในขณะที่ผู้โดยสารที่มีรูปร่างเล็ก อาจรู้สึกว่าปีกเบาะด้านข้างโอบรับตัวน้อยไปสักหน่อย แต่จากการทดลองขับทางไกลยาวๆ พบว่าไม่มีอาการเมื่อยล้าแต่อย่างใด กลับรู้สึกนั่งสบายไม่อึดอัด

พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลัง: สำหรับผมซึ่งสูง 178 ซม. พื้นที่โดยสารด้านหลังของเรนเจอร์ถือว่ากว้างขวางมาก ขาไม่ติดพื้นที่ด้านหน้า และเมื่อเอนพิงเบาะ พื้นที่เหนือศีรษะก็ยังเหลือเฟือ ทำให้การเดินทางไกลไม่รู้สึกอึดอัด อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนกังวลในรถกระบะ 4 ประตู คือความชันของเบาะหลัง แต่จากการลองนั่งแล้ว พบว่านั่งสบายทีเดียว เมื่อเทียบกับรถกระบะ 4 ประตูหลายๆ รุ่น เบาะหลังมีความนุ่ม ให้ความรู้สึกสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง หากคุณเป็นคนตัวใหญ่และกังวลเรื่องความอึดอัด ลองมาสัมผัสด้วยตนเอง รับรองว่าถูกใจแน่นอน

สมรรถนะเครื่องยนต์: พลังของ 3.2 ลิตร TDCi

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCi ขนาด 3.2 ลิตร VG Turbo พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต Ds ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้

พละกำลังและการตอบสนอง: เครื่องยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป และการบรรทุกสัมภาระก็ทำได้อย่างสบายๆ การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แต่ก็จะมีอาการหน่วงเล็กน้อยก่อนที่รถจะตอบสนอง การใช้ความเร็วเดินทางที่ 110-130 กม./ชม. ทำได้อย่างสบายๆ เมื่อต้องการเร่งแซง เพียงแค่คิกดาวน์ หรือบางจังหวะอาจเพียงแค่เหยียบคันเร่งเพิ่มเล็กน้อย ก็สามารถแซงได้อย่างมั่นใจ

การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ: อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะ การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เช่น เมื่อใช้ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. และต้องการเร่งแซง เมื่อทำการคิกดาวน์ เกียร์กลับไม่ยอมเปลี่ยนลงมาให้ แต่กลับใช้เกียร์เดิมและความเร็วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปอย่างช้าๆ ทำให้การแซงในลักษณะถนนสวนทางอาจมีให้ลุ้นอยู่บ้าง แม้ในบางจังหวะเกียร์จะเปลี่ยนลงมาให้ก็ตาม อาจเป็นผลมาจากการตั้งโปรแกรมควบคุมระบบเกียร์ ที่ทางวิศวกรอาจต้องการให้ผู้ขับขี่ใช้แรงบิดได้เต็มประสิทธิภาพเพื่อความประหยัด ซึ่งในแง่หนึ่ง การตั้งโปรแกรมลักษณะนี้อาจทำให้ผู้ขับขี่หลายท่านไม่เข้าใจว่าทำไมรถเร่งแล้วไม่พุ่งไปอย่างรวดเร็ว และในสถานการณ์คับขันบนถนนสองเลนสวนทาง หากชุดเกียร์ไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่สถานการณ์ลำบากได้

การทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.

ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. โดยมีผู้โดยสารรวมผู้ขับขี่ 4 คน และสัมภาระน้ำหนักประมาณ 300 กก. (รวมน้ำหนักรถประมาณ 2,200 กก.) ในโหมดการขับขี่ปกติ (D):

ครั้งที่ 1: 12.57 วินาที
ครั้งที่ 2: 12.59 วินาที
ครั้งที่ 3: 12.31 วินาที

ค่าเฉลี่ยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 12.49 วินาที

จากการสังเกต ในช่วงออกตัวมีอาการหน่วงเล็กน้อยประมาณ 1-1.5 วินาที ซึ่งเป็นช่วงที่เทอร์โบกำลังทำงาน เมื่อเทอร์โบเริ่มทำงาน รถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและไต่ระดับความเร็วขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง

พวงมาลัยและการควบคุม

น้ำหนักพวงมาลัยถูกเซ็ตมาค่อนข้างหนืดเล็กน้อย สำหรับใครที่เคยขับรถยนต์นั่งที่พวงมาลัยเบาๆ อาจรู้สึกว่าหนัก แต่เมื่อต้องวิ่งออกต่างจังหวัดทางไกล น้ำหนักพวงมาลัยเช่นนี้ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการประคองพวงมาลัยได้อย่างมาก การควบคุมรถทำได้อย่างมั่นใจ จากการทดลองขับระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ไปกลับ กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ตลอดทริปการทดสอบนี้ ไม่พบอาการเมื่อยล้าหรือปวดเมื่อยแต่อย่างใด ซึ่งต้องขอชื่นชมในส่วนของน้ำหนักพวงมาลัย, เบาะนั่ง, ช่วงล่าง, และสมรรถนะของตัวรถที่ได้รับการเซ็ตอัพมาอย่างดีสำหรับการขับขี่เดินทางไกล

ช่วงล่าง: ความแน่นหนึบ สไตล์ฟอร์ด

ช่วงล่างของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 ถูกเซ็ตมาแบบนุ่มนวล แต่ไม่ถึงกับยวบยาบ ยังคงมีความแน่นหนึบในสไตล์ของฟอร์ด จะมีอาการเด้งๆ อยู่บ้างตามแบบฉบับรถกระบะที่เซ็ตมาเผื่อการบรรทุก เมื่อขับผ่านถนนที่ไม่เรียบ นักสังเกตจากผู้โดยสารเบาะหลังจะรู้สึกถึงอาการกระโดดตลอดเส้นทาง แต่เมื่อลองนั่งด้วยตนเอง อาการเด้งนั้นเกิดขึ้นจริงแต่กลับไม่รู้สึกตึงตังจนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยได้ ช่วงล่างมีการซับแรงกระแทกไว้ได้อย่างดี ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะในระดับเดียวกัน อาจจะไม่ได้นุ่มหนึบเท่ารถยนต์นั่ง แต่ดีกว่ารถยนต์นั่งหลายคันเลยทีเดียว

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

เมื่อใช้ความเร็วเดินทางที่ 120 กม./ชม. มีการเร่งแซงบ้าง และบางจังหวะทำความเร็วไปถึง 160 กม./ชม. อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ น้ำหนักรถ และผู้โดยสารบวกสัมภาระ ถือว่าอัตราบริโภคน้ำมันนี้ถือว่าโอเค ถึงแม้จะไม่ได้ประหยัดมากมายนัก แต่ก็เป็นตัวเลขที่ไม่น่าเกลียดเมื่อมองกลับไปในเรื่องของสมรรถนะที่ได้รับมา

บทสรุป: ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกระบะอเนกประสงค์

ท้ายที่สุดนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะ 4 ประตูอเนกประสงค์ ดีไซน์หล่อเท่ ที่มีอุปกรณ์ครบครันมาตั้งแต่โรงงาน “ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เราอยากแนะนำ แต่สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความต้องการและความพึงพอใจของแต่ละบุคคล การได้ทดลองขับด้วยตนเอง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 ใช่หรือไม่ใช่สำหรับคุณ

หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่ผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะที่ทรงพลัง และความสะดวกสบายในการใช้งานทุกรูปแบบ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทร็ค 3.2 พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของคุณ อย่ารอช้า! นัดหมายทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดใกล้บ้านคุณ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยตัวคุณเอง

Previous Post

N1501119 เศรษฐ สตร เร อน ตอน part2

Next Post

N1501124 ความโลภทำให กลายเป นคนโง part2

Next Post
N1501124 ความโลภทำให กลายเป นคนโง part2

N1501124 ความโลภทำให กลายเป นคนโง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.