• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1501001 ครอบคร วลวงโลก ep1 part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
N1501001 ครอบคร วลวงโลก ep1 part2

GWM ประเทศไทย: ยอดขายทะยานสู่ประวัติการณ์ สะท้อนกลยุทธ์ Multi-Powertrains และการรุกตลาดเชิงรุก

ในวงการยานยนต์ไทย ประจำปี 2568 นี้ เป็นอีกปีที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจภายใต้การขับเคลื่อนของ Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย ซึ่งสามารถสร้างสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ด้วยตัวเลขกว่า 1,731 คัน การเติบโตอันน่าประทับใจนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการปรับกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้าสู่ตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย

เจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จ: NEW GWM TANK 300 DIESEL และภาพรวมตลาด

คุณเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกถึงความสำเร็จดังกล่าว โดยระบุว่า ยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 เติบโตขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า หัวใจสำคัญของปรากฏการณ์นี้คือ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มียอดขายสูงถึง 877 คัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายรวม สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ชัดเจนของผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์ออฟโรดและ PPV ที่มาพร้อมสมรรถนะและความทนทาน

สิ่งที่น่าจับตาคือ สัดส่วนยอดขายดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างแม่นยำ โดยรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50 บ่งชี้ว่า ตลาดไทยยังคงเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีที่หลากหลาย และผู้บริโภคไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

“การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” คุณโจว กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค

การเติบโตที่ก้าวกระโดด: จากหลักร้อยสู่หลักพัน และความสำเร็จสะสม

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2567 GWM ประเทศไทย มียอดขายในระดับหลักร้อยคันต่อเดือน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นปี 2568 ตลาดได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ยอดขายเริ่มขยับขึ้นมาแตะระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือน และมาพีคสุดในเดือนพฤษภาคม 2568 ด้วยสถิติใหม่ 1,731 คัน ซึ่งถือเป็นการทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 ปี

ตลอด 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM ประเทศไทย มียอดขายสะสมที่ 5,439 คัน เติบโตขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สวนทางกับภาพรวมของตลาดรถยนต์โดยรวมที่เริ่มชะลอตัว การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้งของ GWM

NEW GWM TANK 300 DIESEL: ผลิตภัณฑ์เรือธงที่ได้รับการยอมรับ

การเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ถือเป็นการนำกลยุทธ์ Multi-powertrains มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และกลายเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สร้างผลตอบรับที่ดีเยี่ยมในตลาดประเทศไทย ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือชั้น และความคุ้มค่า ทำให้ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดสั่งจองและยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะสามารถขึ้นมาติดอันดับ Top 3 ในกลุ่ม PPV ได้ในไม่ช้า

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่พุ่งสูง GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิต และให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน

กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: คุณภาพและคุณค่าระยะยาว

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ที่รุนแรง GWM ยังคงยืนยันในแนวทางการแข่งขันที่เน้น “คุณภาพและคุณค่าในระยะยาว” GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายที่มั่นคง แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกที่สุด แต่ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นในแบรนด์

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ GWM ไม่สนับสนุนการแข่งขันด้านราคา แต่จะมุ่งเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และพัฒนาด้านการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค

แม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ก็สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง โดยมีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้หลากหลายกว่า ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฮบริด (Hybrid), รถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และล่าสุดคือเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน และทุกกลุ่มความต้องการของผู้ใช้

OMODA & JAECOO: ก้าวสู่การเติบโตเต็มรูปแบบในประเทศไทย

ไม่เพียงแต่ GWM แบรนด์ GWM OMODA & JAECOO ก็ได้แสดงศักยภาพการเติบโตที่น่าจับตามองเช่นกัน จากผลงานทั่วโลกในปี 2567 ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 54% Chery Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้ประกาศแผนการลงทุนครบวงจรในประเทศไทยในปี 2568 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในตลาดนี้

คุณฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ตั้งฐานการผลิตในไทย ขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม พร้อมเพิ่มบริการแบบครบวงจร”

เทคโนโลยี SHS: นวัตกรรมไฮบริดเพื่ออนาคต

OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดยานยนต์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยี SHS ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง

เทคโนโลยีนี้ผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางยาวนานขึ้น พร้อมโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูง นับเป็นโซลูชันเทคโนโลยีไฮบริดที่มอบทั้งประสิทธิภาพ ความประหยัด การปกป้องสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย

นอกจากนี้ ในปี 2568 OMODA & JAECOO พร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะจัดเต็มกองทัพผลิตภัณฑ์ทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show และที่สำคัญคือการเตรียมเปิดฐานการผลิตที่โรงงานในจังหวัดระยอง คาดว่าจะพร้อมเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี

ยกระดับเครือข่ายบริการ: ขยายโชว์รูมและบริการหลังการขาย

เป้าหมายสำคัญของ OMODA & JAECOO คือการขยายเครือข่ายโชว์รูม จากเดิม 23 แห่ง ให้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ

การจัดการอะไหล่: ร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจากโรงงานผู้ผลิตในประเทศจีนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
บริการดูแลตัวถังและสี: เพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม
ศูนย์ฝึกอบรม: เตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบ CRM และบริการทดแทน: พัฒนาระบบ CRM พร้อมระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการเข้ารับบริการ นอกจากนี้ยังมีบริการรถยนต์ทดแทนในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: มอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

แนวโน้มตลาดรถยนต์ EV และการปรับตัวของผู้ผลิต

สถานการณ์ตลาดรถยนต์ EV ทั่วโลกยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้เล่นหน้าใหม่และผู้ผลิตรายเดิมที่ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและขยายตลาด สถิติยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนสะท้อนภาพการแข่งขันที่ดุเดือด โดย Tesla Model Y และรถยนต์จาก BYD ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเหนียวแน่น

นอกจากนี้ ข่าวความพยายามของ CATL และ BYD ในการลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2567 ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้บริโภคในการเข้าถึงรถยนต์ EV มากขึ้น การลดต้นทุนแบตเตอรี่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันราคาขายรถยนต์ EV ให้เข้าถึงง่ายขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ EV ยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ และข้อกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตที่สูงเกินไปสำหรับรถยนต์บางรุ่น ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์หรูอย่าง Mercedes-Benz ก็กำลังปรับกลยุทธ์ โดยยังคงรักษาไลน์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ EV อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย

Changan Automobile: การลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ การเข้ามาลงทุนของ Changan Automobile ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน โดยประกาศตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนถึง 9,800 ล้านบาท Changan Automobile มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 161 ปี และเป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศจีน

Changan Automobile มีแผนที่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ EV, PHEV, REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวาในอาเซียน โดยตั้งเป้าผลิตให้ได้ 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และแอฟริกาใต้

แบรนด์ Changan ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ Changan Lumin รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก, Changan Deepal SL03 และ Qiyuan A07 รถยนต์ไฟฟ้าประเภทซีดาน, Changan S7 รถยนต์ SUV ขนาดกลาง และ Avatr 11 รถยนต์ SUV Coupé ประสิทธิภาพสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่พร้อมเข้ามาแข่งขันในตลาด

บทสรุป: ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ปี 2568 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและโอกาสครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ การปรับกลยุทธ์ที่เน้นความหลากหลายของเทคโนโลยี และการลงทุนเพื่อสร้างฐานการผลิตในประเทศ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะขับเคลื่อนการเติบโตและความก้าวหน้า GWM ประเทศไทย ได้พิสูจน์แล้วว่าด้วยกลยุทธ์ที่ถูกต้องและความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง สามารถสร้างสถิติที่น่าประทับใจได้

ในขณะที่ OMODA & JAECOO และ Changan Automobile กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง ด้วยแผนการลงทุนที่ชัดเจนและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เรากำลังจะได้เห็นภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เข้มข้นและมีสีสันยิ่งขึ้น

หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความคุ้มค่า หรือเทคโนโลยีแห่งอนาคต จงจับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตเหล่านี้ เพราะอนาคตของการขับเคลื่อนกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว และประเทศไทยคือสมรภูมิสำคัญที่ทุกแบรนด์ต่างต้องการพิสูจน์ตัวเอง

สัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนแห่งอนาคต สานต่อความสำเร็จกับ GWM และพันธมิตร หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติวงการยานยนต์กับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ที่พร้อมแล้วที่จะส่งมอบนวัตกรรมที่ดีที่สุดสู่มือคุณวันนี้

Previous Post

N1501017 Ep1 จากแม าน สะใภ เจ าของคฤหาสน เธอไม ได มาเพ อร แต เธอมาเพ ชำระแค part2

Next Post

N1501006_นฟล วเก นจร เก อบทำร านเจ ง… ณค ดว แบบน ใครผ ดใครถ_part2

Next Post
N1501006_นฟล วเก นจร เก อบทำร านเจ ง… ณค ดว แบบน ใครผ ดใครถ_part2

N1501006_นฟล วเก นจร เก อบทำร านเจ ง... ณค ดว แบบน ใครผ ดใครถ_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1601013 ความทรงจำท สำหร บล กๆ กำล งจะจมน ำไป ในกล องน นค ออะไร #แจ กซ #แจ กซ นส นแม part2
  • N1601006 วไม พอใจ เม ยท องไม ได part2
  • N1601019 ใจด ดคน เหม อนเป ดประต ให โจร part2
  • N1601004 ผมไม ได ไล แม ออกจากบ าน แต แม ไม เคยให ผมอย ในห วใจ part2
  • N1601012 ดว าเจ าของบ านใจด จะทำอะไรก ได คนแบบน เขาเร ยกคนเนรค part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.