• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1601032 เม ยหร อคนใช ใช อย างก บทาส part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
N1601032 เม ยหร อคนใช ใช อย างก บทาส part2

BYD ปั่นสงครามราคา EV ระลอกใหม่: นักลงทุนลุ้นระทึก ส่องอนาคตตลาดรถยนต์โลก 2025

ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาเกือบทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย แต่สิ่งที่ BYD เพิ่งกระทำการนั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นสะเทือนไปทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การประกาศลดราคาสูงสุดถึง 34% ไม่ใช่แค่การกระตุ้นตลาด แต่มันคือการประกาศสงครามราคาอย่างเป็นทางการ ที่จะกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปอีกนาน

BYD: การเดินเกมที่เหนือชั้น หรือความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ?

การปรับลดราคาอย่างหนักของ BYD โดยเฉพาะในรุ่น Seagull ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาประหยัดที่ได้รับความสนใจทั่วโลก และรุ่น Seal ที่ลดราคาลงถึง 34% สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในสถานะผู้นำตลาดของ BYD อย่างแท้จริง การกระทำนี้มีเป้าหมายชัดเจนคือการเร่งกระตุ้นอุปสงค์ที่ชะลอตัว อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อบรรดาคู่แข่ง

ผมเองก็จับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงปฏิกิริยาของตลาดหุ้น นักลงทุนแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด โดยหุ้นของ BYD เองร่วงลงถึง 8.3% สะท้อนถึงความกังวลต่อการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และหุ้นของคู่แข่งสำคัญอย่าง Li Auto, Great Wall Motor และ Geely ต่างก็ปรับตัวลงมากกว่า 5% นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “สงครามราคา” ได้ปะทุขึ้นแล้วจริงๆ

กลยุทธ์ลดราคา: เดิมพันกับอนาคตของตลาดรถยนต์ EV

แคมเปญส่วนลดของ BYD ที่ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด 22 รุ่นในประเทศจีน ซึ่งมีผลถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เป็นการส่งสัญญาณที่ตรงไปตรงมา การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ อัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง นั้นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตามอง

ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ที่ชี้ว่าปริมาณสต็อกรถยนต์ ณ ตัวแทนจำหน่ายสูงถึง 3.5 ล้านคัน เทียบเท่ากับระยะเวลาการขาย 57 วัน เป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปลายปี 2023 ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการระบายสต็อก และกระตุ้นยอดขาย

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าส่วนลดบางรายการจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน การประกาศอย่างเป็นทางการครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า สภาวะตลาดปลายทางยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก และการลดราคาอย่างดุดันของ BYD จะบีบคั้นให้คู่แข่งต้องปรับลดราคาตาม ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรที่บางอยู่แล้ว

ผลกระทบที่ไม่อาจมองข้าม: อัตรากำไรที่ลดลงและการควบรวมกิจการ?

ผมเชื่อว่าแรงกดดันด้านราคาที่รุนแรงนี้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อผลประกอบการของผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมาก นำไปสู่การขาดทุนสะสม และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมนี้ก็เป็นได้ Citi Research คาดการณ์ว่าคู่แข่งจะปรับลดราคาตาม BYD สังเกตได้จากการที่ Chongqing Changan Automobile ประกาศส่วนลดเงินสดสำหรับรุ่น Deepal S07 และ Zhejiang Leapmotor Technologies ก็ได้ปรับราคารุ่น C16 และ C11 เช่นกัน

ในทางกลับกัน Citi ยังประเมินว่า ยอดผู้เข้าชมโชว์รูมของ BYD อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการประกาศส่วนลด ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนเป็นยอดขายได้จริง ก็จะช่วยให้ BYD ยังคงรักษาการเติบโตของยอดขายในเดือนพฤษภาคมไว้ได้

BYD: ไม่ใช่แค่ผู้นำตลาดในประเทศ แต่คือผู้ท้าชิงระดับโลก

สถิติยอดขายรายเดือนที่ดีที่สุดของ BYD ในเดือนเมษายน 2025 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า BYD ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการส่งมอบรถยนต์ 5.5 ล้านคันตลอดทั้งปี แม้ในขณะที่อุตสาหกรรมโดยรวมกำลังเผชิญกับความยากลำบาก

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การขยายตลาดต่างประเทศของ BYD ที่ไม่หยุดยั้ง ล่าสุด BYD สามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปได้มากกว่า Tesla เป็นครั้งแรก แซงหน้าแบรนด์อเมริกันที่ครองความเป็นผู้นำมายาวนาน นี่คือการตอกย้ำศักยภาพของ BYD ในฐานะผู้เล่นระดับโลกอย่างแท้จริง

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ: ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและนวัตกรรมแบตเตอรี่

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BYD สามารถรับมือกับสงครามราคาในจีนได้ดีกว่าผู้ผลิตรายอื่น คือการมี ห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร (Integrated Supply Chain) พวกเขาผลิตแบตเตอรี่และเซมิคอนดักเตอร์หลายชนิดด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับความได้เปรียบจากขนาดการผลิตในประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมาก

ผลลัพธ์คือ อัตรากำไรขั้นต้นของ BYD ในไตรมาสแรกอยู่ที่ประมาณ 20% สูงกว่า Tesla ที่ประมาณ 16% และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ กำไรสุทธิของ BYD ในไตรมาสแรกพุ่งสูงถึง 9.15 พันล้านหยวน แซงหน้า Tesla ในอีกหนึ่งตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ

Rolls-Royce: ความหรูหราที่เหนือกว่าราคา และประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ในอีกฟากหนึ่งของวงการยานยนต์ เราเห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโลกของรถยนต์หรูระดับ Ultra-Luxury ข้อมูลจาก Sotheby’s บริษัทจัดการประมูลงานศิลปะระดับโลก ได้เปิดเผย “10 อันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกปี 2025” โดยอันดับหนึ่งคือ The La Rose Noire Droptail จาก Rolls-Royce ในราคา 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1,000 ล้านบาท

รถโรดสเตอร์ 2 ที่นั่งคันนี้ ผลิตขึ้นพิเศษเพียง 4 คันบนโลก โดยแต่ละคันมีชื่อและรายละเอียดเฉพาะตัว La Rose Noire เป็นคันแรกที่ส่งมอบ ใช้เวลาผลิตนานถึง 4 ปี ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบ Black Baccara ที่มีสีและสัมผัสราวกับกำมะหยี่

Rolls-Royce เป็นแบรนด์ที่สะท้อนถึงความหรูหรา ระดับไฮเอนด์ และความเป็นอมตะ โดยมีถึง 3 รุ่นติดอันดับใน 10 อันดับแรก ได้แก่ The La Rose Noire Droptail, Rolls-Royce Boatail (28 ล้านดอลลาร์) และ Rolls-Royce Sweptail (12.8 ล้านดอลลาร์)

แต่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า Rolls-Royce ในวันนี้ มีที่มาที่แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง รถหรูที่เห็นกันทุกวันนี้ เคยถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2

จาก ‘ Royce 10hp’ สู่ตำนาน ‘Silver Ghost’ และบทบาทในสมรภูมิ

ย้อนกลับไปกว่า 121 ปี ในปี 1904 แบรนด์ Rolls-Royce ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในยานยนต์ของ ‘เฮนรี รอยซ์’ ชายชาวอังกฤษผู้ประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง และไม่ต้องการใช้รถนำเข้าจากฝรั่งเศส เขาได้ผลิตรถคันแรกในชื่อ ‘Royce 10hp’ ซึ่งไปเข้าตา ‘ชาร์ลส โรลส์’ นักบุกเบิกด้านยานยนต์และการบิน ทั้งสองได้พบกันโดยบังเอิญและตัดสินใจร่วมทุนสร้างบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษขึ้น

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Rolls-Royce คือ ‘Silver Ghost’ ที่เปิดตัวในปี 1907 ด้วยการทดสอบวิ่งต่อเนื่องกว่า 23,000 กิโลเมตร ทำให้ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก’ ในยุคนั้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Rolls-Royce ได้สร้างรถหุ้มเกราะที่พัฒนาจากรุ่น Silver Ghost กว่า 100 คันเพื่อใช้งานในสนามรบ และยังถูกใช้ในสงครามกลางเมืองไอร์แลนด์ รวมถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ ยังมีการผลิตรถหุ้มเกราะพิเศษเพื่อขนส่งพระราชินีนาถอีกด้วย

นอกเหนือจากรถยนต์ ‘The Eagle’ เครื่องยนต์อากาศยานของ Rolls-Royce ก็เป็นอีกผลงานที่สร้างชื่อเสียง และถูกนำไปใช้ในสงครามทางอากาศ

การปรับตัวและการรักษาเอกลักษณ์ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

แม้จะเคยประสบปัญหาเศรษฐกิจในปี 1925 จนต้องขายกิจการบางส่วน แต่ Rolls-Royce ก็ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปด้วยนวัตกรรมและรถยนต์หรู

ความหรูหราของ Rolls-Royce เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยุคที่แบรนด์ Bentley ถือกำเนิดขึ้น เมื่อทั้งสองแบรนด์มีรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกัน กลยุทธ์ของ Rolls-Royce คือการมอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า สร้างรถยนต์ที่มาจากความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ พร้อมดีไซน์ฟังก์ชันต่างๆ ร่วมกับลูกค้า ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลประกอบการของ Rolls-Royce ในครึ่งปีแรกของปี 2024 กำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานอยู่ที่ 1,149 ล้านปอนด์ โดยรายได้ธุรกิจทั้งหมดรวมอยู่ที่ 8,182 ล้านปอนด์ แบ่งสัดส่วนเป็นอุตสาหกรรมการบินพลเรือน (50%), อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ (27%) และระบบพลังงาน (23%)

ภายใต้การบริหารของ ‘ทูฟาน เออร์กินบิลลิค’ (Tufan Erginbilgic) ซีอีโอคนปัจจุบัน Rolls-Royce สามารถสร้างกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่าหลังเข้ามารับตำแหน่งเพียง 1 ปี ในปี 2023 บริษัทได้ส่งมอบเครื่องยนต์ทั้งหมด 458 เครื่อง และเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่ 262 เครื่อง รวมถึงมีออเดอร์สั่งซื้อเครื่องยนต์อีกประมาณ 700 เครื่อง ซึ่งถือเป็นผลงานครั้งประวัติศาสตร์

ตลาดรถยนต์ B-SUV มือสอง: ตัวเลือกที่คุ้มค่าในปี 2025

หันกลับมาที่ตลาดรถยนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รถยนต์ B-SUV หรือ รถ Crossover ขนาดเล็ก กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2025 ด้วยขนาดที่กะทัดรัด เหมาะกับการขับขี่ในเมือง แต่ยังคงมีพื้นที่ใช้สอยและความอเนกประสงค์มากกว่ารถยนต์นั่งขนาดเล็กทั่วไป

ยอดจดทะเบียนรถ SUV ขนาดเล็กเติบโตขึ้น 11.4% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากตัวเลือกในตลาดที่มากขึ้น ดีไซน์ที่น่าดึงดูด ออปชันที่จัดเต็ม ระบบความปลอดภัย และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

แนะนำ 10 รุ่น B-SUV ที่น่าสนใจในปี 2025 (ทั้งมือหนึ่งและมือสอง):

Honda HR-V: เป็นที่นิยมอย่างมาก ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด และห้องโดยสารกว้างขวาง ระบบ e:HEV ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล ครบครันด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันอำนวยความสะดวก
Toyota Corolla Cross: ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย ด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota การบำรุงรักษาง่าย และศูนย์บริการที่ครอบคลุม ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
Toyota Yaris Cross: ขึ้นแท่น B-SUV ขายดีอันดับ 1 ในไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเป็นระบบไฮบริด
Nissan Kicks e-Power: มาพร้อมจุดเด่นที่น่าสนใจด้วยระบบ e-POWER ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ประหยัดน้ำมันและเหมาะกับการเดินทางไกล
Subaru XV: มีความเป็นรถออฟโรดสำหรับครอบครัวสายลุย การออกแบบกำยำ ดุดัน แต่ยังมีความสวยงามลงตัว ใช้งานได้ครอบคลุม
MG ZS EV: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีดีไซน์โดดเด่น สวยงาม ภายในออปชันแน่น ในราคาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
Toyota C-HR: รถ SUV ขนาดเล็กที่จัดเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีสไตล์สปอร์ต หรูหรา ล้ำสมัย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม
BYD Atto 3: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด B-SUV ที่กว้างขวางที่สุดรุ่นหนึ่งในคลาสนี้ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงาม สปอร์ต ล้ำสมัย พร้อมเทคโนโลยี Blade Battery อันเป็นเอกลักษณ์
Mazda CX-30: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ SUV ขนาดเล็ก ดีไซน์โฉบเฉี่ยว หรูหรา วัสดุดี งานประกอบประณีต มาพร้อมความปลอดภัยระดับสูง
BMW X1: ปิดท้ายด้วยรถ SUV ขนาดเล็กจากแบรนด์ยุโรป ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ขับขี่สนุกสนานตามแบบฉบับ BMW

Denza N7 2025: การยกระดับสู่ยุคแห่งความอัจฉริยะ

ในด้านเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะ Denza Auto ได้ประกาศเปิดตัว 2025 รุ่น Tengshi N7 โดยมีการเพิ่มสีพิเศษ “Aurora Purple” ซึ่งเป็นโมเดลแรกที่เปิดตัวหลังจากการเปิดเผยกลยุทธ์ด้านสมาร์ทของ BYD

รถรุ่นใหม่นี้มีการปรับปรุงการออกแบบภายนอกให้เรียบง่ายขึ้น กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจาก “ลูกธนูพุ่งของดาวตก” ส่วนภายในยังคงใช้การออกแบบที่สมมาตร แผงควบคุมกลางมีการอัปเกรดการชาร์จไร้สายด้านหน้าเป็นการชาร์จเร็ว 50W สองตัว และระบบระบายความร้อนแบบรู้สึกความเย็น การปรับพวงมาลัยเป็นแบบไฟฟ้า

ในด้านพลังงาน Denza N7 มาพร้อมกับสามแผนพลังงาน รุ่นมาตรฐานขับได้ไกลถึง 550 กิโลเมตร รุ่นขยายระยะทางการขับขี่ขับได้ไกลถึง 702 กิโลเมตร และรุ่นสมรรถนะขับเคลื่อน 4 ล้อขับได้ไกลถึง 630 กิโลเมตร

บทสรุป: การเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง

ปี 2025 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ BYD กำลังผลักดันให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะเดียวกัน Rolls-Royce ก็ยังคงรักษามาตรฐานความหรูหราเหนือระดับไว้ได้ ตลาด B-SUV ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวเลือกที่หลากหลายทั้งมือหนึ่งและมือสอง

ในฐานะผู้บริโภค นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการจับตามองอนาคตของรถยนต์ เราเห็นการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งทั้งในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และราคา

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือกำลังตัดสินใจซื้อรถคันใหม่ การติดตามเทรนด์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสและตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้.

Previous Post

N1601049 บไม ได านแฟนเป นแบบน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1601032 เม ยหร อคนใช ใช อย างก บทาส part2
  • N1601049 บไม ได านแฟนเป นแบบน part2
  • N1601033 เม อก อนเป นถ งดาวมหาล ตอนน ได แฟนเป นคนงานก อสร าง part2
  • N1601031 เธอมาอย านฉ นได งไง นบ านล กสาวฉ นนะ part2
  • N1601035 เหรอ เขาเร ยก ตค หล งแต งงาน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.