ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017: ยกระดับนิยามใหม่ของสปอร์ต แกรน ทัวริ่ง ในตลาดรถยนต์หรู
ในโลกของยานยนต์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ยนตรกรรมที่สามารถผสานสมรรถนะอันเร้าใจของรถสปอร์ตเข้ากับความหรูหราสะดวกสบายของรถซาลูนระดับพรีเมียมนั้น ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับทุกแบรนด์ แต่สำหรับ ปอร์เช่ แบรนด์สปอร์ตไอคอนแห่งเยอรมนี การก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ DNA แห่งความสำเร็จ การเปิดตัว ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 (Porsche Panamera 2017) ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 โดย เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการประกาศศักดาครั้งสำคัญของการมาถึงของสปอร์ต แกรน ทัวริ่ง 4 ประตู เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น
การมาถึงของ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์หรู การนำเสนอ Porsche Panamera 2017 ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของปอร์เช่ ที่ต้องการมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติให้กับผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
วิวัฒนาการแห่งสปอร์ต แกรน ทัวริ่ง: ความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่า
ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ไม่ได้เพียงแค่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นก่อน แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์สปอร์ต แกรน ทัวริ่ง โดยสิ้นเชิง ด้วยการผสานคุณสมบัติที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะการขับขี่สไตล์รถสปอร์ตแท้ๆ ที่ตอบสนองฉับไวทุกการสั่งการ ควบคู่ไปกับความนุ่มนวลและความสะดวกสบายระดับสูงสุดที่รถซาลูนหรูพึงมี ทุกรายละเอียดของ Porsche Panamera 2017 ถูกคิดค้นและสรรค์สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน ภายใต้หลักการออกแบบที่ยึดมั่นใน DNA ของปอร์เช่
Porsche Panamera 2017 ถูกออกแบบมาเพื่อกำหนดนิยามใหม่ของสมรรถนะการขับขี่ในกลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังใหม่ทั้งหมด ระบบแชสซีที่ล้ำสมัยพร้อมเทคโนโลยีควบคุมการทำงานด้วยหน้าจอสัมผัสที่ปฏิวัติการใช้งานภายในห้องโดยสาร รวมถึงงานดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตในตำนานอย่าง Porsche 911 อันเป็นที่รักของนักขับทั่วโลก
นายปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ไว้ว่า “ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นแรกได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการยานยนต์สปอร์ตซาลูน ด้วยยอดขายกว่า 150,000 คันทั่วโลก การมาถึงของทายาทเจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ คือผลลัพธ์ของการพัฒนาเพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง ทั้งในด้านเครื่องยนต์ การออกแบบ และเทคโนโลยีล้ำยุค ดีไซน์ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์อันสง่างามของ Porsche 911 ทำให้เรามั่นใจว่า Porsche Panamera 2017 คือรถยนต์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนหรูอย่างแท้จริง”
ดีไซน์ที่สืบทอดตำนาน ผสานเส้นสายแห่งอนาคต
เมื่อแรกสบตา ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 สะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปอร์เช่ได้อย่างชัดเจน เส้นสายตัวถังที่พลิ้วไหวต่อเนื่อง แนวซุ้มล้อที่บ่งบอกถึงพละกำลังและความแข็งแกร่ง รวมถึงแนวหลังคาด้านหลังที่ถูกลดระดับความสูงลง 20 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เพิ่มทั้งความโฉบเฉี่ยวและความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์
การผสมผสานระหว่างสมรรถนะและความสบายที่ลงตัวถูกถ่ายทอดผ่านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบที่ทันสมัย อาทิ ระบบช่วงล่างแบบถุงลม three-chamber air suspension ที่ปรับระดับความนุ่มนวลได้ตามสภาวะการขับขี่ ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง (rear axle steering) ที่ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการเข้าโค้งและการเข้าจอด รวมถึงระบบควบคุมการทำงานของตัวถังแบบอิเล็กทรอนิกส์ 4D Chassis Control ที่ทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาดเพื่อมอบเสถียรภาพและความสบายสูงสุด
นวัตกรรมล้ำยุค: Porsche Advanced Cockpit และ PCM 4.1
หัวใจสำคัญของการปฏิวัติภายในห้องโดยสารของ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 คือระบบ Porsche Advanced Cockpit ซึ่งนำเสนอแนวคิดใหม่ในการควบคุมฟังก์ชันการทำงานของตัวรถผ่านหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆ ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและปรับตั้งค่าได้บนหน้าจอสัมผัส LED ความละเอียดสูง ซึ่งให้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากการใช้งานสมาร์ทโฟน
เสริมด้วยระบบ Porsche Communication Management (PCM 4.1) ที่ล่าสุด ช่วยขยายขีดความสามารถในการเชื่อมต่อสื่อสารผ่านสัญญาณดิจิทัลและบริการออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ทำให้ประสบการณ์การเดินทางด้วย Porsche Panamera 2017 ครบครันด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกและเชื่อมต่อโลกภายนอกได้อย่างราบรื่น
ขุมพลัง V6 และ V8 Biturbo: ประสิทธิภาพเหนือชั้น
ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 และ V8 biturbo ใหม่ ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นหัวใจหลักของยนตรกรรมรุ่นนี้โดยเฉพาะ ขุมพลังเหล่านี้ได้รับการยกระดับให้มีพละกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวของเครื่องยนต์ชั้นเลิศกับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 จังหวะ PDK II ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
สำหรับรุ่นย่อยที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ประกอบด้วย:
ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo): ขุมพลัง V8 biturbo ขนาด 3,996 ซี.ซี. ให้พละกำลังสูงสุด 550 แรงม้า ที่ 5,750-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 770 นิวตันเมตร ที่ 1,960-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ PDK 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ permanent all-wheel drive system ถือเป็นสุดยอดแห่งสมรรถนะและความหรูหราสำหรับผู้บริหาร
ปอร์เช่ พานาเมร่า 4เอส (Panamera 4S): เครื่องยนต์ V6 biturbo ขนาด 2,894 ซี.ซี. ให้พละกำลัง 440 แรงม้า ที่ 5,650-6,600 รอบต่อนาที แรงบิด 550 นิวตันเมตร ที่ 1,750-5,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ PDK 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอบสมรรถนะที่เร้าใจและตอบสนองทุกสภาวะการขับขี่
ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด 2017: พลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ที่ผสานสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด 2017 (Porsche Panamera 4 E-Hybrid 2017) คือคำตอบที่ลงตัว ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และความสามารถในการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร ให้กำลังรวมสูงสุด 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) จากการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
จุดเด่นที่น่าประทับใจของ Porsche Panamera 4 E-Hybrid 2017 คืออัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น่าทึ่งในระดับ 40 กิโลเมตรต่อลิตร (ตามมาตรฐาน NEDC) และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 56 กรัมต่อกิโลเมตร การออกสตาร์ทด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่ยังคงมอบแรงบิดรวมกว่า 700 นิวตันเมตร ลงสู่พื้นถนนได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้รถสปอร์ต 4 ประตูไฮบริดคันนี้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.6 วินาที ควบคู่ไปกับเสถียรภาพการควบคุมและการยึดเกาะถนนที่เป็นเลิศจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และช่วงล่างแบบถุงลม three-chamber air suspension
ราคาจำหน่าย ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017
ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Porsche Panamera 4 E-Hybrid): ราคาเริ่มต้น 9.8 ล้านบาท (ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว)
ปอร์เช่ พานาเมร่า 4เอส (Porsche Panamera 4S): ราคาเริ่มต้น 13.5 ล้านบาท
ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ (Porsche Panamera Turbo): ราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท
การแข่งขันในตลาดรถยนต์หรู: ยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่น่าจับตา
นอกเหนือจาก ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ตลาดรถยนต์หรูในไทยยังคงคึกคักด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
BMW ได้นำเสนอโปรแกรมพิเศษในงาน Motor Expo 2016 อาทิ การขยายระยะเวลาโปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) สูงสุด 6 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และโปรแกรมรับประกันคุณภาพ 6 ปีไม่จำกัดระยะทาง พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับรุ่น M4 Competition Package และ M4 GTS ในการเข้าร่วมโปรแกรม BMW M Driver Training ที่ประเทศเยอรมนี
MINI มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถภายในสิ้นปี 2559 ด้วย iPhone 7, โปรแกรมบำรุงรักษา MINI Service Inclusive (MSI) 5 ปี/100,000 กิโลเมตร, โปรแกรมรับประกันคุณภาพ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับ MINI Countryman
Volvo ขอมอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับรุ่น S60, V60 ด้วยการเพิ่มมูลค่ารถเก่าสูงสุด 100,000 บาท และแคมเปญ “ขับรถ Volvo วันนี้ ผ่อนอีกทีปีหน้า” สำหรับรุ่น XC60 และ V40 Cross Country D4 รับส่วนลดมูลค่าสูงสุดถึง 480,000 บาท โดยทุกคันมาพร้อมบริการบำรุงรักษา 5 ปี/100,000 กิโลเมตร และ Volvo Warranty 3 ปี/100,000 กิโลเมตร
Mercedes-Benz นำเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% สำหรับรุ่น E-Class และ C 350e พร้อมฟรีประกันชั้น 1 เป็นเวลา 2 ปี และฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษผ่านบัตร MercedesCard สำหรับผู้ที่ใช้จ่ายค่าจองรถในงาน
Jaguar-Land Rover มาพร้อมแคมเปญ “Worry-free” ที่ครอบคลุมบริการซ่อมบำรุง ประกันภัย และช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนฟรีนาน 5 ปี สำหรับลูกค้า Jaguar F-Pace และผู้ที่นำรถเก่ามาเทิร์นยังได้รับส่วนลดเพิ่ม 200,000 บาท
การยอมรับในระดับสากล: รถยอดเยี่ยมประจำปี 2016
การเปิดตัวของ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รถยนต์หลายรุ่นทั่วโลกกำลังได้รับการยอมรับในเวทีระดับสากล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางและความคาดหวังของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม
ในงาน World Car Awards ปี 2016 ซึ่งคัดเลือกโดยสื่อมวลชนจากทั่วโลก มีรถยนต์หลายรุ่นที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความล้ำสมัยของอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ Audi A4 Sedan/Avant, BMW X1, Hyundai Tucson, Jaguar XE, Land Rover Discovery Sport, Mazda CX-3, Mazda MX-5, Mercedes-Benz GLC, Skoda Superb และ Toyota Prius (ซึ่งเข้ารอบสุดท้ายในสาขารถยนต์ยอดเยี่ยมและรถยนต์รักษ์โลก)
แม้ว่า ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการประกวด World Car Awards ในปี 2016 เนื่องจากเป็นรุ่นที่เปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าว แต่การพัฒนาและการยอมรับในตัวแบรนด์ปอร์เช่ในภาพรวมนั้น ได้ตอกย้ำถึงคุณภาพและนวัตกรรมที่มุ่งมั่นนำเสนอมาโดยตลอด
บทสรุป: ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ยนตรกรรมแห่งยุค
ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์หรู แต่เป็นตัวแทนของนวัตกรรมทางวิศวกรรม การออกแบบที่ไร้ที่ติ และสมรรถนะการขับขี่อันเป็นตำนาน การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำสถานะของปอร์เช่ ในฐานะผู้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด มอบประสบการณ์ที่หาที่เปรียบมิได้ให้กับผู้ที่แสวงหาสิ่งที่ดีที่สุด
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดสปอร์ต แกรน ทัวริ่ง ที่ผสมผสานความเร้าใจของรถสปอร์ตเข้ากับความหรูหราสะดวกสบายของซาลูนระดับพรีเมียม ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 คือนิยามใหม่ที่คุณไม่ควรพลาด
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ดีไซน์ที่บ่งบอกถึงรสนิยม และเทคโนโลยีล้ำสมัย การเยี่ยมชมโชว์รูมของ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เพื่อสัมผัสกับ ปอร์เช่ พานาเมร่า 2017 ด้วยตัวคุณเอง จะเป็นการตัดสินใจที่คุณจะไม่มีวันเสียใจ

