• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0802047 สาม วเองชอบส งส งก บเลขา part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

admin79 by admin79
February 5, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2567: ถอดบทเรียนปี 2566 สู่การฟื้นตัวที่ยั่งยืน ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก แม้จะมีความหวังที่จะต่อยอดโมเม
นตัมจากปี 2565 ที่ตลาดเริ่มส่งสัญญาณของการฟื้นตัว แต่กลับกลายเป็นว่าตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง ซึ่งยาวนานต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งโอกาสทอง (High Season) ก็ยังไม่สามารถขับเคลื่อนให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อย่างที่คาดหวัง สภาพการณ์เช่นนี้ยังคงส่งผลต่อเนื่องมายังต้นปี 2567 ทำให้หลายฝ่ายอดกังวลไม่ได้ว่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบาก ในฐานะผู้คร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างใกล้ชิด และจากการรวบรวมข้อมูลของ Property Mentor พบว่า ในปี 2566 มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รวมทั้งสิ้น 41 แห่ง การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมว่าใครคือผู้ที่สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง และใครคือ “ผู้ชนะตัวจริง” ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ ภาพรวมรายได้รวม: การหดตัวที่ต้องจับตา ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยคิดเป็น -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ทำรายได้รวมไว้ที่ 376,141 ล้านบาท การลดลงเพียงเล็กน้อยนี้อาจดูไม่น่ากังวลนัก แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่า มีถึง 25 จาก 41 บริษัท หรือคิดเป็นกว่า 60% ที่มีรายได้รวมลดลง ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญ บริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เห็นได้จากรายได้รวมที่ติดลบเกิน 20% ได้แก่ แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท (ESTAR) และ คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ที่มีรายได้รวมลดลงราว 28% นอกจากนี้ ไรมอน แลนด์ (RML) ก็มีรายได้รวมลดลงถึง 26% ตามมาด้วย ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LPH) ที่ -23% และ เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ (MJD) ที่ -22% ขณะที่ ไซมิส แอสเสท (SAM) ก็ติดลบ 21% แม้แต่ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ก็ยังไม่สามารถหลีกหนีสภาวะดังกล่าว โดยมีรายได้รวมติดลบถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก LH แล้ว ยังมี เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ที่รายได้รวมลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, ศุภาลัย (SPALI) ที่ -10%, พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH) ที่ -9% และ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ที่รายได้รวมลดลงประมาณ 4% Top 10 บริษัท อสังหาริมทรัพย์: รายได้รวมปี 2566 แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (+12%) เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท (-0.8%) ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท (-10%) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท (-18%) พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท (-9%) เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท (เติบโต) ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท (เติบโต)
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท (เติบโต) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท (-4%) สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท (เติบโต) หมายเหตุ: ตัวเลขการเติบโต/ลดลงเป็นการประมาณการจากข้อมูลรายได้รวมทั้งหมด รายได้จากการขาย: หัวใจหลักที่สะท้อนกำลังซื้อ การพิจารณาเฉพาะ “รายได้จากการขาย” จะช่วยให้เราเห็นภาพการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากรายได้รวมอาจรวมถึงรายได้จากธุรกิจอื่นที่บริษัทถือครองอยู่ด้วย การวิเคราะห์นี้จะตัดปัจจัยภายนอกออกไป และโฟกัสไปที่ความสามารถในการทำยอดขายโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถทำรายได้จากการขายรวมกันได้ 268,460 ล้านบาท ลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มียอดขายรวม 299,979 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่ชะลอตัวอย่างชัดเจน และมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า บริษัทที่ประสบปัญหาอย่างหนักในส่วนของรายได้จากการขาย ได้แก่ ไรมอน แลนด์ (RML) ที่รายได้จากการขายตกลงถึง -78%, แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ที่รายได้ขายลดลงเกือบ -40% และที่น่าตกใจคือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ที่มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38% แม้แต่ผู้นำอย่าง เอพี (ไทยแลนด์) (AP) ก็ยังมียอดขายลดลงเล็กน้อยที่ -2% สิ่งที่น่าสนใจคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่มียอดขายลดลงจากปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าสภาวะตลาดที่ท้าทายส่งผลกระทบต่อผู้เล่นรายใหญ่เกือบทั้งหมด Top 10 บริษัท อสังหาริมทรัพย์: รายได้จากการขายปี 2566 เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (-2%) แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (+7%) ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท (คงที่/ลดเล็กน้อย) เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (+13%) พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท (ลดลง) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท (-38%) เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท (ลดลง) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (-24%) ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท (คงที่/ลดเล็กน้อย) พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท (ลดลง) หมายเหตุ: ตัวเลขการเติบโต/ลดลงเป็นการประมาณการจากข้อมูลรายได้จากการขายทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่น่าจับตามองอย่าง เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มแสดงศักยภาพในการเก็บเกี่ยวรายได้จากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยในปี 2566 มีรายได้จากการขายถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การบริหารจัดการต้นทุนและกำไร: ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริง แม้ว่ารายได้จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ แต่ “กำไรสุทธิ” คือตัวบ่งชี้ถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน การดำเนินงาน และการสร้างผลตอบแทนที่แท้จริงให้กับผู้ถือหุ้น ในปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง ทำกำไรสุทธิรวมกันได้ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวมประมาณ 49,602 ล้านบาท
สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ ขาดทุน อย่างต่อเนื่อง บางบริษัทขาดทุนสะสมมาตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และมีกว่า 20 บริษัทที่มีผลกำไรลดลงจากปี 2565 Top 10 บริษัท อสังหาริมทรัพย์: กำไรสุทธิปี 2566 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (กำไรสูงสุด) หมายเหตุ: ส่วนหนึ่งมาจากกำไรจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (+42%) ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (-25%) เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท) หมายเหตุ: ตัวเลขการเติบโต/ลดลงเป็นการประมาณการจากข้อมูลกำไรสุทธิทั้งหมด บทเรียนจากปี 2566 และแนวโน้มปี 2567 ปี 2566 เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค, การเมือง, อัตราดอกเบี้ย, กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ และต้นทุนการก่อสร้างที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น สำหรับปี 2567 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน แต่ก็เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่รู้จักปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป กลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาในปี 2567: การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง การบริหารสต็อก และการจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด: ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มีแนวโน้มการตัดสินใจซื้อที่แตกต่างออกไป เน้นการออกแบบที่ทันสมัย ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ และราคาที่เข้าถึงได้ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย: การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารการขาย การตลาด และการบริการลูกค้า (CRM) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การมองหาโอกาสใหม่ๆ: พิจารณาการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management), การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Properties) หรือการขยายสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่มีศักยภาพ การสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์: การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจเป็นหนทางในการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี หรือตลาดใหม่ๆ แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะยังคงเผชิญกับความท้าทายในปี 2567 นี้ แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัว เรียนรู้ และพัฒนากลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และก้าวสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต
คุณพร้อมที่จะก้าวข้ามความท้าทาย และคว้าโอกาสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ไปด้วยกันแล้วหรือยัง? มาร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับวงการนี้กันเถอะ!
Previous Post

N0802048 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2

Next Post

N0802045 วอกคนเป นแม ดย งไงก งคอยล กกล บบ าน part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N0802045 วอกคนเป นแม ดย งไงก งคอยล กกล บบ าน part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Yuikie TV on Reels
  • N1402112 นรกในใจ part2 | Yuikie TV
  • N1402114 คนแบบน คบไม ได หว านพ ชเพ อหว งผล part2 | Yuikie TV
  • N1402111 มท กเด อน นน าเบ อร part2 | Yuikie TV
  • Yuikie TV on Reels

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.