• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0902071 แม านล กต หมดส ทธ ยอมร บเหรอ (ตอนจบ) #แม าน #ความร #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2 | Nila Parry

admin79 by admin79
February 5, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
ภาพรวมตลาดรถยนต์ทั่วโลกปี 2025: การเติบโตที่น่าจับตาของรถยนต์ไฟฟ้า และการปรับตัวของแบรนด์ระดับพรีเมียม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตาตื่นใจเกิดขึ้น
ในตลาดรถยนต์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัญญาณบ่งชี้ว่าปี 2025 จะเป็นอีกปีที่น่าจับตาสำหรับการปรับตัวและเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายประการ ตั้งแต่เทรนด์การใช้พลังงานทางเลือกที่แข็งแกร่ง ไปจนถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์หรู ออสเตรเลีย: ตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง พร้อมอิทธิพลจากแบรนด์จีนที่เพิ่มขึ้น หากมองย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2023 ตลาดรถยนต์ในออสเตรเลียยังคงแสดงสัญญาณการเติบโตที่ดี โดยมีแรงหนุนจากการส่งมอบรถยนต์ที่ค้างสต็อกจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วประเทศแตะระดับ 96,859 คัน สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการรุกคืบอย่างมีนัยสำคัญของแบรนด์รถยนต์จีน ซึ่งสามารถกวาดส่วนแบ่งตลาดไปได้อย่างน่าประทับใจ โดยในเดือนกรกฎาคม 2023 เพียงเดือนเดียว ยอดขายรวมของแบรนด์จีนสูงถึง 15,853 คัน คิดเป็นสัดส่วน 16.4% ของตลาดทั้งหมด เมื่อพิจารณา 10 อันดับรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในออสเตรเลียในช่วงเดือนกรกฎาคม 2023 แบ่งตามรุ่น พบว่า Ford Ranger ยังคงครองแชมป์ด้วยยอดขาย 5,143 คัน ตามมาด้วย Toyota HiLux ที่ 4,670 คัน น่าสังเกตว่า MG ZS จากประเทศจีน สามารถแทรกเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยยอดขาย 3,852 คัน ขณะที่ Tesla Model Y รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน ติดอันดับ 4 ที่ 3,330 คัน ส่วน Toyota RAV4 และ Toyota Corolla ยังคงเป็นที่นิยมในตลาดออสเตรเลีย ในส่วนของ 10 อันดับแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ Toyota ที่มียอดขายรวม 19,191 คัน ตามมาด้วย Mazda (8,307 คัน), Ford (7,109 คัน), Hyundai (6,521 คัน) และ Kia (6,150 คัน) ในขณะที่ MG สามารถเข้ามาติดอันดับ 6 ด้วยยอดขาย 5,347 คัน ซึ่งตอกย้ำการเติบโตของแบรนด์จากจีนในตลาดออสเตรเลีย Bentley: ความหรูหราที่มาพร้อมกับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล และการตอบรับที่แข็งแกร่งของ SUV ในฟากฝั่งของตลาดรถยนต์หรู Bentley Motors ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจในปี 2023 โดยพบว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับการออกแบบรถยนต์ในแบบเฉพาะตัว (Personalise) มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ลูกค้า Bentley ถึง 3 ใน 4 เลือกที่จะตกแต่งรถยนต์ของตนเองให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น โดยมีทางเลือกในการปรับแต่งมากกว่า 46,000 รูปแบบ ตั้งแต่การปรับแต่งขั้นพื้นฐานไปจนถึงการออกแบบระดับสูงผ่าน Bentley Mulliner ซึ่งแสดงถึงความต้องการด้านความพิเศษและความเป็นเอกลักษณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มลูกค้ารถยนต์หรู แม้ว่ายอดขายรวมทั่วโลกของ Bentley ในปี 2023 จะอยู่ที่ 13,560 คัน ลดลง 11% จากปี 2022 แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังคงแสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนลูกค้าที่ให้ความสนใจในรุ่นที่มีสมรรถนะสูงขึ้น เช่น Azure, S และ Speed ที่เพิ่มขึ้นถึง 70% จากเดิม 30% ในปี 2022 Bentley Bentayga โดยเฉพาะรุ่นฐานล้อยาวพิเศษ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยมียอดขายมากกว่าหนึ่งในสามของรุ่น Bentayga ทั้งหมดหลังจากการเปิดตัว แสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ประเภท SUV ในตลาดพรีเมียม อีกทั้งโมเดลเครื่องยนต์ไฮบริดของ Bentley ก็ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตลาดที่มีสัดส่วนลูกค้าเลือกประเภทรถยนต์ไฮบริดถึงหนึ่งในสี่สำหรับรุ่น Flying Spur และ Bentayga ในแง่ของผลประกอบการตามภูมิภาค แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงเติบโตได้ดีถึง 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา ที่เติบโต 2% อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักอย่างจีนและสหราชอาณาจักร กลับมียอดขายหดตัวลงถึง 18% ยุโรป: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ครองตลาด นำโดย Tesla Model Y การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในตลาดยุโรปในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 จากข้อมูลของ Jato Dynamics คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในยุโรปทั้งสิ้น 3,220,806 คัน ซึ่งในจำนวนนี้กว่า 219,000 คัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV หรือเพิ่มขึ้นถึง 43% Tesla Model Y ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์นั่งที่มียอดขายสูงสุดในยุโรป ด้วยยอดขาย 71,683 คัน และเติบโตขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามมาด้วย Dacia Sandero (60,202 คัน), Volkswagen T-Roc (54,960 คัน), Peugeot 208 (53,336 คัน) และ Opel / Vauxhall Corsa (53,307 คัน)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 42% จนหลุดโผ Top 10 แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และความนิยมที่อาจเปลี่ยนไปสู่รุ่นอื่นๆ Stellantis: Fiat ยังคงแข็งแกร่ง ด้วยความสำเร็จในหลายตลาดทั่วโลก ในภาพรวมของเครือ Stellantis แบรนด์ Fiat ยังคงครองตำแหน่งแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 ด้วยยอดขายสะสมกว่า 645,000 คัน เติบโตขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า Fiat 500 รุ่นล่าสุด ประสบความสำเร็จอย่างสูง กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และยังครองตำแหน่ง EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป รวมถึงติด Top 5 ในกลุ่ม EV ทุกประเภทในหลายประเทศ ความสำเร็จของ Fiat สะท้อนให้เห็นในตลาดหลัก 3 แห่ง ได้แก่ บราซิล อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมดมาจากตลาดนอกประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกาใต้ Fiat มีส่วนแบ่งการตลาด 14.1% และในบราซิลสูงถึง 22% โดยมี Fiat Strada เป็นรถยนต์ขายดีอันดับ 2 ของตลาด ในตลาดยุโรป Fiat ทำยอดขายได้ประมาณ 271,800 คัน โดยในอิตาลีมีส่วนแบ่งการตลาด 12.8% ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat ทำผลงานได้ดีในตุรกี ด้วยส่วนแบ่ง 18.2% และมีแผนจะกลับไปรุกตลาด MEA อีกครั้ง รวมถึงการเปิดตัว Fiat 500 Hybrid และรถตู้ Doblò ในอัลจีเรีย Porsche: การเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกภูมิภาค SUV ยังคงเป็นหัวหอก Porsche รายงานสถิติการส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกที่น่าประทับใจในไตรมาส 1 ปี 2023 โดยสามารถส่งมอบรถยนต์ได้ถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา การเติบโตนี้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก ทวีปยุโรป มียอดส่งมอบ 18,420 คัน เพิ่มขึ้น 14% โดยเฉพาะในเยอรมนีที่เติบโต 19% ตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Porsche มียอดส่งมอบ 21,365 คัน เพิ่มขึ้น 21% ขณะที่ทวีปอเมริกาเหนือ มียอดส่งมอบ 19,651 คัน เพิ่มขึ้น 30% กลุ่ม SUV ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายของ Porsche โดย Macan มียอดส่งมอบ 23,880 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) และ Cayenne 23,387 คัน (เพิ่มขึ้น 23%) ตามมาด้วยรุ่น 911 ที่ 11,063 คัน (เพิ่มขึ้น 19%) แม้ว่า Taycan จะมียอดส่งมอบลดลง 3% เป็น 9,152 คัน เนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วน แต่ Porsche ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทิศทางรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก: การปฏิวัติที่ไม่มีวันหวนกลับ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานสะอาดเป็นเทรนด์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลทั่วโลกที่มุ่งเน้นพลังงานสะอาด ได้ผลักดันให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 73% ของยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั้งหมด ตามมาด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 27% ตลาดจีนยังคงเป็นผู้นำ โดยสามารถทำยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ได้ถึง 56% ของยอดขายทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในจีน และเติบโตขึ้นถึง 29% สหรัฐอเมริกา ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีการเพิ่มขึ้นถึง 77% แซงหน้าเยอรมนีไปเรียบร้อย 10 แบรนด์รถ EV ขายดีที่สุดในโลก: BYD (21.1%) Tesla (16.01%) Volkswagen (6.88%) Geely (5.86%) GM (4.71%) Mercedes-Benz (4.28%) BMW (4.16%) Stellantis (3.97%) Hyundai-KIA (3.96%) Renault-Nissan (3.82%)
10 รถ EV ขายดีที่สุดในโลก: Tesla Model Y (รถยนต์ไฟฟ้า) Tesla Model 3 (รถยนต์ไฟฟ้า) BYD Song (รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด) BYD ATTO 3 (รถยนต์ไฟฟ้า) BYD Qin (รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด) Wuling Mini EV (รถยนต์ไฟฟ้า) BYD Dolphin (รถยนต์ไฟฟ้า) AION S (รถยนต์ไฟฟ้า) BYD Han (รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด) Changan Lumin (รถยนต์ไฟฟ้า) Tesla Model Y และ BYD: แบรนด์ที่น่าจับตามองในตลาด EV ทั่วโลก Tesla Model Y ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก และสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในประเทศไทย แม้ว่าจะมีราคาสูง แต่ด้วยประสิทธิภาพ การออกแบบ ซอฟต์แวร์ และพื้นที่ใช้สอย ทำให้ยังคงติดอันดับ Top 3 รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในไทย ในขณะที่ BYD กลายเป็นแบรนด์ที่ทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้มากที่สุดในโลก ด้วยความหลากหลายของรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่รุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นที่มีราคาเข้าถึงง่าย ทำให้ BYD สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง BYD ATTO 3 เป็นที่รู้จักอย่างดีในประเทศไทย และเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนส่วนใหญ่ และราคาที่แข่งขันได้ ทำให้ BYD ATTO 3 สร้างยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: เติบโตอย่างก้าวกระโดด BYD ครองแชมป์ต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเลือกในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอาจยังไม่หลากหลายเท่าตลาดต่างประเทศอย่างจีนและยุโรป แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 อัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกลับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BYD สามารถครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้อย่างต่อเนื่องถึง 6 เดือน ในเดือนพฤษภาคม 2023 รถยนต์ไฟฟ้า (EV) คิดเป็น 12.3% ของตลาดรถยนต์ใหม่ในไทย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีสัดส่วนไม่ถึง 2% BYD เป็นผู้นำในตลาด EV ไทย ด้วยยอดขาย 2,027 คัน ตามมาด้วย Tesla (1,072 คัน), MG (1,017 คัน), Neta (686 คัน) และ ORA (430 คัน) BYD ATTO 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม โดยมียอดขาย 2,025 คัน ตามมาด้วย Tesla Model Y (840 คัน) และ Neta V (686 คัน) สถิติยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างน่าทึ่ง จาก 1,056 คันในปี 2020 เป็น 9,729 คันในปี 2022 และพุ่งสูงถึง 24,106 คัน ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2023 ซึ่งมากกว่าทั้งปีที่แล้วถึงสองเท่า BYD ได้เปิดตัว Dolphin และคาดว่าจะเข้ามาเสริมทัพยอดขายในครึ่งปีหลัง การปรับตัวของตลาดอินเดีย: นโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายใน ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูง ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากเดิม 60% เป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD ซึ่งรวมถึงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้า EV นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2023 เป็นต้นไป มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศให้สอดคล้องกับนโยบาย “Make in India” อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวได้สร้างความกังวลให้กับบริษัทรถยนต์หรู เช่น Lexus India และ Mercedes-Benz India ซึ่งหวังว่าภาครัฐจะพิจารณาลดกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเร่งการเติบโตของ EV ในอินเดีย อนาคตของตลาดรถยนต์: การปรับตัวที่ไร้ขีดจำกัด จากข้อมูลและแนวโน้มที่ได้วิเคราะห์มา ผมมั่นใจว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคต ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาจะลงทุนในยานยนต์ยุคใหม่ หรือต้องการอัปเกรดรถยนต์คู่ใจ การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นนี้ไปด้วยกัน หากท่านต้องการคำปรึกษาหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถยนต์ หรือแนวโน้มตลาดในอนาคต โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อให้เราได้ร่วมวางแผนและตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับท่าน.
Previous Post

N0902072 อาย เท าก แต โชคชะตาต างก (ตอนจบ) #ว ยร #โชคชะตา #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2 | Nila Parry

Next Post

N0902070 าทนลำบากมาด วยก พอเร มสบายจะเปล ยนแฟนไหม (ตอนจบ) #แฟน #ความร #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2 | Nila Parry

Next Post

N0902070 าทนลำบากมาด วยก พอเร มสบายจะเปล ยนแฟนไหม (ตอนจบ) #แฟน #ความร #ละครค ณธรรม #หน งส AsiaIdea part2 | Nila Parry

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1102005_EP2 ปกต เจอแต วข เมา แต านน เม ยเมากล บบ านท กว_part2
  • N1102004 EP2 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ part2 | Yuikie TV
  • N1102008 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก part2 | Yuikie TV
  • N1102007 EP2 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก part2 | Yuikie TV
  • N1102006 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ part2 | Yuikie TV

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.