• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0902091 วอยากอ สระ แต เม ยบ งค อความร กหร อค ก! part2 | Nila Parry

admin79 by admin79
February 5, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
ตลาดรถยนต์ทั่วโลกปี 2567: การเติบโตที่แข็งแกร่งและการรุกคืบของยานยนต์ไฟฟ้า ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของตลาดรถยนต์ทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่
อมองถึงแนวโน้มในปี 2567 ที่กำลังจะมาถึง เราจะเห็นภาพรวมที่สดใส พร้อมด้วยพลวัตใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการรุกคืบของแบรนด์จีนที่เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในหลายภูมิภาค ออสเตรเลีย: ตลาดที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด สำหรับตลาดออสเตรเลีย ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 เราได้เห็นสัญญาณของการเติบโตที่น่าพอใจ ตัวเลข ยอดขายรถยนต์ใหม่ โดยรวมนั้นยังคงทรงตัวในทิศทางบวก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความพยายามในการเคลียร์ยอดจองที่ค้างอยู่ ส่งผลให้ภาพรวมตลาดรถยนต์ออสเตรเลียยังคงมีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ การเข้ามามีบทบาทอย่างมากของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน พวกเขาไม่ได้เพียงแค่เข้ามานำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่กำลังเข้ามากวาดส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์จีนรวมกันสามารถทำยอดขายได้ถึง 16.4% ของตลาดรวม แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเจาะลึกถึง ยอดขายรถยนต์แบ่งตามรุ่น ในออสเตรเลีย เดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา พบว่า Ford Ranger ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขาย 5,143 คัน ตามมาด้วย Toyota HiLux ที่ 4,670 คัน สิ่งที่น่าจับตาคือ MG ZS ที่สามารถเข้ามาติดอันดับ 3 ได้ด้วยยอดขายถึง 3,852 คัน สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์จีนในกลุ่มรถยนต์นั่งยอดนิยม นอกจากนี้ Tesla Model Y ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาด EV ด้วยยอดขาย 3,330 คัน ติดอันดับ 4 ตามมาด้วย Toyota RAV4 ที่ 2,750 คัน โดยมี Toyota Corolla, Isuzu D-MAX, Hyundai i30, Toyota Prado และ Mitsubishi Outlander ติดอันดับ Top 10 ตามลำดับ เมื่อพิจารณา ยอดขายรถยนต์แบ่งตามแบรนด์ ในออสเตรเลีย Toyota ยังคงเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดขาย 19,191 คัน ตามมาด้วย Mazda (8,307 คัน), Ford (7,109 คัน), Hyundai (6,521 คัน) และ Kia (6,150 คัน) อย่างไรก็ตาม MG ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการเข้ามาติดอันดับ 6 ด้วยยอดขาย 5,347 คัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการเติบโตของแบรนด์จีนในตลาดออสเตรเลีย Bentley: การยกระดับประสบการณ์เฉพาะบุคคลและการปรับตัวในตลาดหรู ในอีกฟากหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะตลาดรถยนต์หรู Bentley Motors ได้รายงานสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับโปรแกรม Personalisation ของแบรนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของลูกค้าในการสร้างรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในปี 2567 นี้ ลูกค้า Bentley กว่า 3 ใน 4 ได้เลือกใช้โปรแกรม Personalisation นี้ คิดเป็นการสร้างสรรค์รถยนต์กว่า 46,000 ล้านรูปแบบ จากตัวเลือกมาตรฐานไปจนถึงการออกแบบพิเศษในแบบฉบับ Bentley Mulliner ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 43% จากปีก่อนหน้า สถิตินี้ไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์หรู แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละราย แม้ว่า ยอดขาย Bentley ทั่วโลกในปี 2567 จะอยู่ที่ 13,560 คัน ลดลง 11% จากปีก่อนหน้า แต่แนวโน้มของลูกค้าที่ให้ความสนใจโมเดลที่มีสเปกสูงขึ้น เช่น รุ่น Azure, S และ Speed ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 70% จาก 30% ในปี 2566 Bentayga ยังคงเป็นรุ่นเรือธงที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยครองอันดับ 1 ยอดขายด้วยสัดส่วนกว่า 44% ตอกย้ำตำแหน่งอัครยนตรกรรม SUV ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รุ่นฐานล้อยาวพิเศษก็ได้รับความสนใจเกินความคาดหมาย โมเดลเครื่องยนต์ไฮบริดของ Bentley ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดสหราชอาณาจักร ซึ่งลูกค้า Flying Spur และ Bentayga ราว 1 ใน 4 เลือกประเภทรถยนต์นี้
เมื่อพิจารณาผลประกอบการในแต่ละภูมิภาค พบว่า แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในบางตลาด แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมีอัตราการเติบโตในเชิงบวกที่ 5% ส่วนตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา เติบโต 2% อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักอย่างจีนและสหราชอาณาจักรมีการหดตัวลง 18% ยุโรป: การเติบโตของ EV และการครองตลาดของ Tesla Model Y สำหรับตลาดยุโรป ข้อมูลจาก Jato Dynamics ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไตรมาสแรกของปี 2567 โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่กว่า 3.22 ล้านคัน และในจำนวนนี้ เป็นรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 219,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 43% Tesla Model Y ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด EV ของยุโรป ด้วยการครองอันดับ 1 ของรถยนต์นั่งที่ขายดีที่สุดในไตรมาสแรกปี 2567 ด้วยยอดขาย 71,683 คัน และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 173% ซึ่งน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงถึง 42% จนหลุดโผ Top 10 แต่รุ่นอื่นๆ ที่ติดอันดับ Top 10 ก็แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของตลาดและผู้เล่นที่แข็งแกร่ง โดยมี Dacia Sandero, Volkswagen T-Roc, Peugeot 208, Opel/Vauxhall Corsa, Toyota Yaris Cross, Abarth/Fiat 500, Dacia Duster, Renault Clio และ Volkswagen Golf ติดอันดับเข้ามา Stellantis: Fiat ผงาดผู้นำ ครอบคลุมตลาดหลากหลาย เครือ Stellantis ได้ประกาศว่า Fiat เป็นแบรนด์ในเครือที่มี ยอดขาย เป็นอันดับ 1 ในครึ่งแรกของปี 2567 ด้วยตัวเลขสะสมกว่า 645,000 คันทั่วโลก เติบโตขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า Fiat 500 รุ่นล่าสุด กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และยังเป็น EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป พร้อมทั้งติด Top 5 ในกลุ่ม EV ทุกประเภททั้งในยุโรป, อิตาลี, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และสเปน Fiat ประสบความสำเร็จในตลาดสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ บราซิล, อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมดมาจากตลาดนอกประเทศ ในอเมริกาใต้ Fiat มีส่วนแบ่งตลาด 14.1% และในบราซิลสูงถึง 22% โดยมี Fiat Strada เป็นรถยนต์ขายดีอันดับ 2 ของตลาด ในยุโรป Fiat ทำยอดขายได้ราว 271,800 คัน ในอิตาลีมีส่วนแบ่ง 12.8% และ Fiat Panda เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ในขณะที่ตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat ทำผลงานได้ดีในตุรกีด้วยส่วนแบ่ง 18.2% โดยมี Fiat Tipo เป็นรุ่นที่ผลักดันยอด นอกจากนี้ Fiat ยังมีแผนที่จะกลับไปรุกตลาด MEA อีกครั้งในแอลจีเรีย Porsche: การเติบโตที่ยั่งยืนและความแข็งแกร่งของกลุ่ม SUV Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกประจำไตรมาส 1 ปี 2567 ที่ 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท กลุ่ม SUV ยังคงเป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด โดย Macan มียอดส่งมอบ 23,880 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) ตามมาด้วย Cayenne ที่ 23,387 คัน (เพิ่มขึ้น 23%) 911 ก็ยังคงเป็นที่นิยมด้วยยอด 11,063 คัน (เพิ่มขึ้น 19%) Taycan มียอดขายลดลง 3% เนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต Porsche แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด มียอดส่งมอบ 21,365 คัน (เพิ่มขึ้น 21%) และในทวีปอเมริกาเหนือ มียอดส่งมอบ 19,651 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้การกำกับดูแลของ Porsche Asia Pacific ได้สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึง 31% ในไตรมาสแรกของปี 2567 ภาพรวมตลาด EV ทั่วโลก: การเติบโตที่ร้อนแรงและการเป็นผู้นำของ BYD การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานทางเลือกกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นพลังงานสะอาดของรัฐบาลทั่วโลก รวมถึงการสนับสนุนยานยนต์พลังงานใหม่ ทำให้ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล โดยสัดส่วนยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อยู่ที่ 73% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 27% ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุด โดยทำยอดขายไปถึง 56% ของยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก ในประเทศจีน ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในไตรมาสแรกของปี 2567 คิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด และเติบโตขึ้นถึง 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สหรัฐอเมริกา ก็มีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 77% ซึ่งแซงหน้าเยอรมนีไปแล้ว
10 แบรนด์รถ EV ขายดีที่สุดในโลก แสดงให้เห็นถึงการผงาดของ BYD ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 21.1% ตามมาด้วย Tesla ที่ 16.01% ส่วน Volkswagen, Geely, GM, Mercedes-Benz, BMW, Stellantis, Hyundai-KIA และ Renault-Nissan ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน เมื่อเจาะลึกถึง 10 รถ EV ขายดีที่สุดในโลก Tesla Model Y ครองอันดับ 1 ตามมาด้วย Tesla Model 3 และแบรนด์จีนอย่าง BYD ที่มีถึง 4 รุ่นใน Top 10 ได้แก่ BYD Song, BYD ATTO 3, BYD Qin และ BYD Dolphin นอกจากนี้ยังมี Wuling Mini EV, AION S, BYD Han และ Changan Lumin Tesla Model Y ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก และสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตลาดไทย แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็สามารถติด Top 3 ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม หากนับจากแบรนด์ที่ทำ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ได้มากที่สุด BYD คือผู้นำอย่างแท้จริง ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นราคาประหยัด BYD สามารถทำส่วนแบ่งทางการตลาดได้ถึง 21.1% BYD ATTO 3 กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับ 4 ของโลก ด้วยการตอบโจทย์ด้านพื้นที่ใช้สอย การขับขี่ และราคาที่สามารถแข่งขันได้ ตลาดประเทศไทย: การเติบโตของ EV อย่างก้าวกระโดด และ BYD คือผู้นำ แม้ว่าในประเทศไทย ตัวเลือก รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจจะยังไม่มากเท่าตลาดอย่างจีนและยุโรป แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 อัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทยสูงขึ้นมาก และ BYD ก็ครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน ในเดือนพฤษภาคม 2567 มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถึง 5,559 คัน คิดเป็น 12.3% ของตลาด โดย BYD ครองตำแหน่งสูงสุดด้วยยอดขาย 2,027 คัน ตามมาด้วย Tesla (1,072 คัน), MG (1,017 คัน), Neta (686 คัน) และ ORA (430 คัน) เมื่อจัดอันดับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าตามรุ่น BYD ATTO 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม ทำยอดขายได้ 2,025 คัน ตามมาด้วย Tesla Model Y (840 คัน) และ Neta V (686 คัน) ข้อมูลยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างน่าทึ่ง จากปี 2563 ที่ขายได้ 1,056 คัน เป็น 9,729 คันในปี 2565 และเพียงครึ่งปีแรกของปี 2567 ยอดขายก็พุ่งสูงถึง 24,106 คัน BYD ได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาด EV ไทยอย่างรวดเร็ว ประเดิมด้วย ATTO 3 และมีแผนจะเปิดตัว BYD Dolphin ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ BYD ยังมีอัตราการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลาดอินเดีย: การปรับนโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายใน อินเดียเป็นตลาดที่มีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูง และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปอีก หลังรัฐบาลอินเดียประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 60% เป็น 70% ครอบคลุมยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD ซึ่งรวมถึงรถยนต์, รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้า EV นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศ สอดคล้องกับนโยบาย “Make in India” บริษัทรถยนต์หรูอย่าง Lexus India และ Mercedes-Benz India ได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบของนโยบายนี้ และหวังว่าภาครัฐจะพิจารณาเพื่อเร่งการเติบโตของ EV ในอินเดีย บทสรุปและแนวโน้มสำหรับปี 2567 ภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปี 2567 นี้ แสดงให้เห็นถึงพลวัตที่น่าตื่นเต้น การเติบโตของ ยอดขายรถยนต์ใหม่ ยังคงแข็งแกร่งในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นเทรนด์ที่ไม่อาจมองข้าม แบรนด์จากจีน เช่น BYD และ MG ได้พิสูจน์ศักยภาพของตนเองในการแข่งขันระดับโลก ทั้งในด้านนวัตกรรม คุณภาพ และราคาที่สามารถเข้าถึงได้ สำหรับผู้บริโภค การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ในปี 2567 นี้ มีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจกว่าที่เคย ทั้งในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และการตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะบุคคล
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ใหม่ ที่สะท้อนถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือกำลังพิจารณาทางเลือกในการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้า อย่าพลาดที่จะศึกษาข้อมูลและติดตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างใกล้ชิด การตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในวันนี้ จะนำมาซึ่งประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในวันข้างหน้า
Previous Post

N0902090 ของขว ญเพ ยบ แต ใจย งไกลแฟนเก า! part2 | Nila Parry

Next Post

N0902082 ประธานบร ทพ นล าน ำตาแตกเพราะ าขายผ part2 | Nila Parry

Next Post

N0902082 ประธานบร ทพ นล าน ำตาแตกเพราะ าขายผ part2 | Nila Parry

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1102005_EP2 ปกต เจอแต วข เมา แต านน เม ยเมากล บบ านท กว_part2
  • N1102004 EP2 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ part2 | Yuikie TV
  • N1102008 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก part2 | Yuikie TV
  • N1102007 EP2 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก part2 | Yuikie TV
  • N1102006 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ part2 | Yuikie TV

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.