• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1002125 แม กอ อน part2 | Nila Parry

admin79 by admin79
February 5, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไมเนอร์เชนจ์: สงคราม 7 ที่นั่ง สู้ศึกตลาดรถครอบครัวไทย 2025 ในฐานะนักทดสอบรถยนต์ที่มีประสบการณ์ในวงการมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพ
าะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก หรือ Sub-Compact MPV ที่มีการแข่งขันดุเดือดอย่างไม่เคยมีมาก่อน และหนึ่งในรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จได้อย่างน่าทึ่งคือ Mitsubishi Xpander ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเซียเมื่อปี 2017 และตามมาด้วยการเปิดตัวในประเทศไทยในปี 2018 แม้จะมีราคาที่สูงกว่าคู่แข่งในขณะนั้น แต่ Xpander ก็สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และความสบายในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์มีการพัฒนาอยู่เสมอ โดยเฉพาะในปี 2022 ที่ผ่านมา การแข่งขันในกลุ่มนี้ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งรายสำคัญทั้ง Honda, Toyota และ Hyundai ต่างก็เปิดตัวรถรุ่นใหม่ หรือปรับโฉมรถยนต์ที่มีอยู่เดิมออกมาแข่งขันอย่างไม่ยอมแพ้ การตอบสนองของ Mitsubishi Motors ในสถานการณ์เช่นนี้ คือการส่ง Mitsubishi Xpander Minorchange ออกมาเสริมทัพ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show ปลายเดือนมีนาคม 2022 และได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2022 คำถามสำคัญคือ การปรับโฉมครั้งนี้ จะช่วยให้ Xpander ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด Sub-Compact MPV 7 ที่นั่งต่อไปได้หรือไม่ ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมีความคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงหรือเพิ่มเข้ามามากน้อยเพียงใด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Mitsubishi Xpander Minorchange เพื่อหาคำตอบ มิติตัวถัง: ความใหญ่ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงความคล่องตัว Mitsubishi Xpander Minorchange มีการปรับขนาดตัวถังให้ยาวขึ้น 120 มิลลิเมตร เป็น 4,595 มิลลิเมตร กว้าง 1,750 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 30-50 มิลลิเมตร ตามรุ่นย่อย เป็น 1,730 และ 1,750 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ยังคงเท่าเดิม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ที่เพิ่มขึ้นอีก 15 มิลลิเมตร จาก 205 เป็น 220 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงช่วงล่าง แม้จะยาวขึ้น แต่ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.2 เมตร ทำให้ Xpander Minorchange ยังคงมีความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองและการกลับรถได้อย่างน่าประทับใจ ดีไซน์ภายนอก: ความสปอร์ตที่ลงตัว สะท้อน DNA X-Dynamic
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดของ Mitsubishi Xpander Minorchange อยู่ที่การปรับดีไซน์ด้านหน้าและด้านท้ายใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ดูทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าลายใหม่ที่ดูดุดันขึ้น การย้ายตำแหน่งไฟเลี้ยวมาอยู่ร่วมกับ Daytime Running Light (DRL) แบบ LED ดีไซน์ใหม่ และการตกแต่งด้วยแถบโครเมียมรูปตัว C รับกับชุดไฟหน้าแบบ Multi-Reflector ที่มีดีไซน์คล้าย “ค้อน Thor” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ยุคใหม่ กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟตัดหมอก (เฉพาะรุ่น GT) ยังคงตำแหน่งเดิม ด้านท้ายก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน ด้วยชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่รับกับดีไซน์ด้านหน้า กันชนหลังออกแบบใหม่ พร้อมการย้ายตำแหน่งแผงทับทิมสะท้อนแสง มาเป็นแนวตั้ง และการเสริมเส้นสายด้านล่างเพื่อเพิ่มมิติความยาวทางสายตา สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 และเสาอากาศแบบครีบฉลาม (เฉพาะรุ่น GT) เสริมความสปอร์ตให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ในส่วนของล้อและยาง ทั้งสองรุ่นย่อยได้รับการอัปเกรดให้ดูดีและใหญ่ขึ้น รุ่น GLS Ltd. มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สวมยาง 195/65R16 ส่วนรุ่น GT จัดเต็มด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ Two-tone ปัดเงาสลับดำ ขนาด 17 นิ้ว สวมยาง 205/55R17 เพิ่มความโดดเด่นและสมรรถนะการเกาะถนน ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่สัมผัสได้ เทคโนโลยีที่ใส่ใจ ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Minorchange คุณจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทีมออกแบบได้ปรับปรุงแผงหน้าปัดครึ่งท่อนบนและคอนโซลกลางใหม่ทั้งหมด การเลือกใช้โทนสีน้ำตาลตัดกับสีดำและสีเงิน บริเวณกรอบช่องแอร์และ Trim ประดับ เพิ่มความหรูหราน่าใช้งานอย่างเห็นได้ชัด วัสดุบุนุ่มหุ้มหนังบริเวณแผงหน้าปัดท่อนบน พร้อมการเดินด้ายตะเข็บจริง ยกระดับบรรยากาศภายในให้ดูพรีเมียมยิ่งขึ้น จุดเด่นที่สำคัญคือ การเปลี่ยนจากเบรกมือแบบคันโยก มาเป็น เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electric Auto Parking Brake) พร้อมระบบ Auto Brake Hold & Release ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่อย่างมาก เพียงคาดเข็มขัดนิรภัยและเข้าเกียร์ D ก็สามารถออกรถได้ทันที หรือระบบ Auto Hold จะทำงานขณะติดไฟแดง ช่วยให้ไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ ระบบเครื่องเสียงได้รับการอัปเกรดหน้าจอสัมผัสแบบ Floating ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto (เฉพาะรุ่น GT) พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง (รุ่น GLS Ltd. ได้ลำโพง 4 ตำแหน่ง) เครื่องปรับอากาศเป็นแบบ Digital พร้อมหน้าจอและสวิตช์แบบใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้น มาพร้อมฟังก์ชัน Max Cool เพื่อการทำความเย็นที่รวดเร็ว การปรับเปลี่ยนพื้นที่คอนโซลกลางใหม่ทั้งหมด ทำให้รถดูโปร่งโล่งสบายขึ้น พร้อมการเพิ่มช่องวางแก้วแบบใหม่ ช่องเสียบ USB Type-C และ Type-A รวม 2 ตำแหน่งด้านหลังคอนโซลกลาง ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารแถวหลัง ขุมพลังและระบบส่งกำลัง: CVT ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพและความประหยัด หัวใจหลักของ Mitsubishi Xpander Minorchange ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4A91 พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และรองรับน้ำมันสูงสุดถึง Gasohol E20 แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือการเปลี่ยนมาใช้ เกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuous Variable Transmission) ลูกใหม่ แทนที่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะเดิม การเปลี่ยนเกียร์แบบ CVT นี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และเพิ่มความราบรื่นในการขับขี่ สมรรถนะการขับขี่: การตอบสนองที่ดีขึ้น ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
จากการทดลองขับ Mitsubishi Xpander Minorchange พบว่า การเปลี่ยนมาใช้เกียร์ CVT ช่วยให้การออกตัวและอัตราเร่งทำได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ดีขึ้นประมาณ 0.6-0.7 วินาที และช่วงเร่งแซง 80-120 กม./ชม. ทำได้ไวขึ้นถึง 1.1 วินาที เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม แม้ว่าในทางทฤษฎีอาจจะยังเป็นรองคู่แข่งบางรุ่น แต่ในการใช้งานจริง Xpander Minorchange ให้ความรู้สึกที่กระฉับกระเฉงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการเร่งแซง หรือมุดเข้าช่องจราจร ระบบบังคับเลี้ยว EPS (Electronic Power Steering) ได้รับการปรับจูน Software ใหม่ ให้มีการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น คมขึ้น และลดความแข็งทื่อแบบหุ่นยนต์ลงไปอย่างมาก พวงมาลัยวงใหม่ที่หุ้มหนังจับกระชับมือ เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมมากขึ้น การปรับปรุงโปรแกรมควบคุมการคืนตัวของพวงมาลัย ให้ดีขึ้น ช่วยให้การบังคับเลี้ยวแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างได้รับการปรับปรุงช็อกอัพคู่หลังให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และความสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร ทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยในย่านความเร็วต่ำ แต่ยังคงความมั่นคงในการทรงตัวที่ดีเยี่ยมในย่านความเร็วสูง การเข้าโค้งต่อเนื่องทำได้ดี ให้ความมั่นใจมากกว่าคู่แข่งบางรุ่น ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์ หลังดรัม พร้อมระบบ ABS, EBD, ASC, TCL, HSA และ ESS ยังคงทำงานได้ดีตามมาตรฐาน แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ด้วยความเร็วสูง อาจจะรู้สึกว่าแป้นเบรกยังมีระยะฟรีพอสมควร และยังมีโอกาสเกิดอาการ Fade ได้หากใช้เบรกหนักๆ ต่อเนื่อง ความปลอดภัย: ยังคงมีช่องว่างให้พัฒนา แม้ว่า Mitsubishi Xpander Minorchange จะได้รับการปรับปรุงในหลายๆ ด้าน แต่ในส่วนของระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ยังคงเป็นจุดที่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้รับการอัปเกรดให้ทันสมัยตามคู่แข่ง เช่น การติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS-Airbag เพียง 2 ใบ และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด ที่ยังไม่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ อย่างไรก็ตาม ระบบช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ ที่มีมาให้ เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCL, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบกระพริบไฟฉุกเฉิน ESS ยังคงเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน: พัฒนาการที่น่าพอใจ จากการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วยมาตรฐานของ Headlightmag.com พบว่า Mitsubishi Xpander Minorchange ทำตัวเลขได้น่าประทับใจ โดยทำได้ถึง 15.48 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้เกียร์ CVT ใหม่ ส่งผลให้ Xpander Minorchange ก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งอันดับ 2 ในกลุ่มรถยนต์ประเภทนี้ในแง่ความประหยัด ในการใช้งานจริง หากขับขี่ด้วยความเร็วคงที่บนทางไกล สามารถทำระยะทางได้ราว 580 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง แต่หากใช้งานในเมือง หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงบ่อยครั้ง ระยะทางอาจลดลงเหลือประมาณ 350-400 กิโลเมตร บทสรุป: การต่อยอดความสำเร็จ สู่มาตรฐานใหม่ของตลาด Mitsubishi Xpander Minorchange ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ Mitsubishi Motors ในตลาดรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่ง ด้วยการปรับปรุงในหลายๆ ด้านให้ดีขึ้น ทั้งดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัยขึ้น ภายในห้องโดยสารที่หรูหราน่าใช้งานยิ่งขึ้น ระบบส่งกำลัง CVT ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัด ระบบเบรกมือไฟฟ้าที่เพิ่มความสะดวกสบาย และการปรับปรุงช่วงล่างที่เพิ่มความมั่นคง แม้ว่าจะมีบางจุดที่ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก เช่น การเพิ่มระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS หรือการปรับปรุงคุณภาพเสียงของระบบเครื่องเสียง แต่โดยรวมแล้ว Mitsubishi Xpander Minorchange ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่า สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานทั้งความสวยงาม ความกว้างขวาง ความสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่ดี การปรับโฉมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาตำแหน่งผู้นำ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของกลุ่มรถยนต์ Sub-Compact MPV ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ MPV 7 ที่นั่งที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว Mitsubishi Xpander Minorchange คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงได้ที่โชว์รูม Mitsubishi Motors ทั่วประเทศ และพิจารณาว่า Xpander Minorchange จะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคุณได้อย่างไร
Previous Post

N1002130 ตต ดเหล นน าเศร าจร งๆ part2

Next Post

N1002121 สะไภ ปากด บพ ชายน ยเส ย! part2 | Nila Parry

Next Post

N1002121 สะไภ ปากด บพ ชายน ยเส ย! part2 | Nila Parry

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1102005_EP2 ปกต เจอแต วข เมา แต านน เม ยเมากล บบ านท กว_part2
  • N1102004 EP2 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ part2 | Yuikie TV
  • N1102008 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก part2 | Yuikie TV
  • N1102007 EP2 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก part2 | Yuikie TV
  • N1102006 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ part2 | Yuikie TV

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.