ไทยก้าวสู่ยุคทองยานยนต์ไฟฟ้า: Great Wall Motor ลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ 30 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่งตลาด EV
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใ
นประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และปี 2567 นี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะกำหนดทิศทางอนาคตของยานยนต์ในภูมิภาค เราได้เห็นข่าวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ระบุว่า Great Wall Motor (GWM) บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน กำลังเดินหน้าแผนการลงทุนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก่อตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทย พร้อมประกาศเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ในปีหน้า การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของ GWM ที่มีต่อศักยภาพของไทย แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
GWM กับวิสัยทัศน์การผลิต EV ในประเทศไทย: มุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่
คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ GWM ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงแผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์นี้ว่า สำนักงานใหญ่ของ GWM ในมณฑลเหอเป่ย กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ การลงทุนในด้าน R&D นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดหลักที่ GWM ให้ความสนใจอย่างมาก การมุ่งเน้นพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถกระบะสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดและความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและในภูมิภาคนี้ ที่ยังคงมีความนิยมในรถยนต์ประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง
การลงทุนของ GWM นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายฐานการผลิต แต่ยังเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ก้าวไปอีกขั้น รัฐบาลไทยเองก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิต EV ที่สำคัญ โดยจะมีการให้เงินอุดหนุนและมาตรการส่งเสริมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์อิสระ และการลงทุนของ GWM ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบรับนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
Ora Good Cat: บทพิสูจน์ความสำเร็จและก้าวต่อไปของ GWM ในตลาดไทย
ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2565 การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ของ GWM ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าประทับใจในตลาดไทย ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย และราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ Ora Good Cat กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย เมื่อพิจารณาถึงราคาจำหน่ายรุ่นที่ประหยัดที่สุดอยู่ที่ 828,500 บาท แต่หลังจากได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐถึง 230,500 บาท ทำให้ราคาจริงของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของรถยนต์รุ่นนี้
คุณณรงค์ได้ยืนยันว่า GWM มีแผนที่จะเริ่มการผลิต Ora Good Cat ในประเทศไทยในปีหน้า พร้อมทั้งเร่งเดินหน้าหาแหล่งจัดหาชิ้นส่วนในท้องถิ่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดในการรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐไทย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด
แผนยุทธศาสตร์ EV ของไทย: บรรลุเป้าหมายสู่การเป็น Hub รถยนต์ไฟฟ้าภูมิภาค
ประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง แผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายที่จะลดอัตราภาษีและให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้สัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 30% ของกำลังการผลิตรถยนต์ทั้งหมด 2.5 ล้านคันต่อปี ให้กลายเป็น 100% ภายในปี 2573 การบรรลุเป้าหมายนี้ต้องอาศัยการลงทุนมหาศาลจากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ
โรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM ซึ่งคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณลงทุนราว 500-1,000 ล้านบาท ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทย การกำหนดขนาดโรงงานที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับแผนการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะอัปเกรดโรงงานเพื่อรองรับการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ
“เราอาจจะกลายเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญ ที่สามารถทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของโรงงานแบตเตอรี่ของเราให้สูงขึ้นไปอีก” คุณณรงค์กล่าวเสริม แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ GWM ที่ไม่ได้มองเพียงการผลิตเพื่อแบรนด์ของตนเอง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศ EV ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย
ความท้าทายและโอกาส: การแข่งขันในตลาด EV ที่ดุเดือด
แม้ว่า GWM และ BYD ของจีนจะทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากในประเทศไทยเพื่อบุกตลาด EV แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ทั้ง Toyota และ Isuzu ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดเมื่อปีที่ผ่านมา การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไทยจึงมีความซับซ้อนและหลากหลาย ผู้ผลิตทุกรายต้องปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการผลิตแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าของ GWM จะช่วยเร่งการเติบโตของตลาด EV ในภาพรวม และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์พลังงานสะอาดที่มีคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล
Audi: ฉลอง 40 ปี Audi Sport ด้วยรุ่นพิเศษ TT RS Heritage และตระกูล Competition
นอกจากความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (High Performance) ในประเทศไทยก็ยังคงน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง Audi ประเทศไทย ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition ซึ่งผลิตเพียง 25 คันทั่วโลก พร้อมด้วยอีกสองรุ่นพิเศษคือ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของ Audi Sport
คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ Audi ประเทศไทย กล่าวถึงกระแสตอบรับที่ Audi TT Family ได้รับในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของ Audi TT Family ในปี 2565 ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 2 ในเอเชีย รองจากญี่ปุ่น การเปิดตัว Audi TT Coupé Final Icon Black ในช่วงต้นปี 2566 ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จ โดยยอดขายของ Audi TT Family ในครึ่งปีแรกของปี 2566 พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 2 ในเอเชียเช่นเดิม
“เพื่อตอกย้ำความชื่นชอบของ Audi Fan ในประเทศไทยที่มีต่อ Audi TT AUDI AG และ Audi ประเทศไทย ได้ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการทำโปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Icon Model ระดับตำนาน จึงเป็นที่มาของ ‘TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition’ เป็นรถ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีเพียง 25 คัน ทั่วโลกเท่านั้น” คุณกฤษณะกร กล่าว
การเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของ Audi Sport ในปี 2566 นี้ ยิ่งเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของ Audi Sport ในการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงที่ทลายทุกขีดจำกัด ทั้งในด้านสมรรถนะและการออกแบบที่สปอร์ต การพัฒนา TT RS ถือเป็นส่วนสำคัญภายใต้การขับเคลื่อนของ Audi Sport ตลอด 25 ปีที่ผ่านมาของ Audi TT ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ทำให้ Audi TT กลายเป็นรถสปอร์ตไอคอนที่เป็นที่รักของแฟน Audi ทั่วโลก ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ถูกพัฒนามาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปที่ดีที่สุด
Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition ราคา 5,899,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่ได้เปิดตัวใกล้เคียงกับ World Premier รถยนต์ในกลุ่ม RS ที่มีรากฐานจาก Audi Sport เติบโตอย่างก้าวกระโดดสวนกระแสตลาด โดยมีรถในตระกูล High Performance เปิดตัวในประเทศไทยถึง 11 รุ่นย่อย 9 body types และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรวม 41 รุ่นย่อย 20 body types
Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition มาพร้อมสีภายนอก Exclusive Colors ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีในรุ่น Ur-Quattro และการตกแต่งภายนอกแบบ Black Edition ที่ให้ลุคดุดันรอบคัน รวมถึงชุดแต่ง RS spoiler แบบ Winglets และล้อลายพิเศษขนาด 20 นิ้ว การถ่ายทอด DNA จากรุ่นพี่อย่าง R8 ผ่านเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว 400 แรงม้า และระบบช่วงล่าง Audi Magnetic ride ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกและความมั่นใจ
Ora Grand Cat: รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามองในตลาดไทย
นอกเหนือจากรถยนต์สมรรถนะสูงแล้ว ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงมีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง Ora Grand Cat ถือเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเทคโนโลยีรวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครบครัน Ora Grand Cat ได้เปิดสเปคอย่างเป็นทางการแล้ว เตรียมพร้อมเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
Ora Grand Cat รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate สามารถวิ่งได้ 705 กม./ชาร์จ (CLTC) ด้วยระบบขับเคลื่อนสองล้อ และอัตราการชาร์จ DC 30-80% ภายใน 30 นาที สำหรับรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 402 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ Ternary Lithium สามารถวิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ (CLTC) ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอัตราการชาร์จ DC 30-80% ภายใน 30 นาที
Ora Grand Cat ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เช่น มือจับประตูแบบซ่อนอัจฉริยะ, ไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 ที่มีเซ็นเซอร์และกล้อง ADAS ครบครัน รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยที่โดดเด่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังและระบบแบตเตอรี่ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
Hyundai: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยตระกูล N Brand
Hyundai Motor ยังคงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยการส่งมอบรถยนต์สมรรถนะสูงจากตระกูล N Brand สู่ผู้บริโภคทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ ประสบการณ์ Driving Experience 2023 ที่สนาม Ricardo Tormo เมือง Valencia ประเทศสเปน เป็นโอกาสอันดีที่ผมได้สัมผัสสมรรถนะของ Hyundai i30 N แฮตช์แบ็กพันธุ์ดุ ที่ถ่ายทอด DNA จากรถแข่งสู่รถบ้าน
Hyundai i30 N มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 280 แรงม้า พร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด การขับขี่ในสนามแข่งแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยม การควบคุมที่แม่นยำ และระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ
แม้ว่า Hyundai i20 N และ i30 N จะยังไม่มีแผนทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่การที่ Hyundai Motor ประเทศไทย เตรียมนำเข้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% EV และรถยนต์สมรรถนะสูง N Brand เข้ามาทำตลาดในอนาคต ย่อมเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูง และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
สรุป: อนาคตยานยนต์ไทยสดใส ก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
การลงทุนของ Great Wall Motor ในการตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทย เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การผลักดันนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ผนวกกับศักยภาพของผู้ผลิตรถยนต์ที่มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรม จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคได้อย่างแน่นอน ในขณะที่ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความน่าสนใจของตลาดรถยนต์ไทย
สำหรับผู้ที่สนใจในเทรนด์ยานยนต์ใหม่ๆ และมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า การติดตามข่าวสารการลงทุนและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึงในประเทศไทย!