ประเทศไทย ก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า: Great Wall Motor ทุ่มทุนยักษ์ตั้งโรงงานแบตเตอรี่, Audi ฉลอง 40 ปี Audi Sport ด้วยรุ่นพิเศษ, และทิศทางรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยาน
ยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กำลังพลิกโฉมภูมิทัศน์ยานยนต์ทั่วโลก และประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในเวทีระดับโลกนี้
Great Wall Motor (GWM) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในประเทศไทย: การลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ EV มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข่าวการลงทุนของ Great Wall Motor (GWM) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน ในการตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,050 ล้านบาท) ในประเทศไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิต EV ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขยายฐานการผลิต แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและครบวงจรภายในประเทศ
คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ GWM ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงแผนงานที่น่าจับตาว่า สำนักงานใหญ่ของ GWM ในมณฑลเหอเป่ย กำลังพิจารณาจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศไทย การลงทุนใน R&D จะช่วยให้ GWM สามารถปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและภูมิภาคได้อย่างตรงจุด
การลงทุนครั้งนี้ยังจะได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐบาลไทย ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งเป้าให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% จากกำลังการผลิตรวม 2.5 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2573
GWM ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในตลาดประเทศไทยอย่างชัดเจน ด้วยการเปิดตัว Ora Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นรถยนต์ EV ที่มียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 828,500 บาท (ก่อนหักเงินอุดหนุน) ซึ่งได้รับส่วนลดจากภาครัฐบาล 230,500 บาท ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
คุณณรงค์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า GWM มีแผนที่จะเริ่มผลิต Ora Good Cat ในประเทศไทยภายในปีหน้า (2568) และกำลังเร่งขยายการจัดหาชิ้นส่วนและส่วนประกอบจากแหล่งผลิตภายในประเทศให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐบาลไทย การผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดการพึ่งพาการนำเข้า และส่งเสริมการสร้างงานในประเทศ
สำหรับโรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM คาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนประมาณ 500-1,000 ล้านบาท โดยขนาดและกำลังการผลิตที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานที่จะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการอัปเกรดโรงงานเพื่อรองรับการผลิตเซลล์แบตเตอรี่โดยตรงในอนาคต ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ “เรามีศักยภาพที่จะเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญ และอาจทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่ของโรงงานให้สูงขึ้น” คุณณรงค์ กล่าว
แม้ว่า GWM และ BYD จากจีนจะเข้ามาลงทุนอย่างมหาศาลในประเทศไทย แต่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Isuzu ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งมียอดขายมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดรวมเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ EV รายใหม่ๆ จะเป็นการเพิ่มการแข่งขันและสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
Audi ฉลอง 40 ปี Audi Sport: ส่งมอบยนตรกรรมสมรรถนะสูงรุ่นพิเศษ “TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition”
ในอีกมุมหนึ่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม Audi ประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Audi TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition จำนวนจำกัดเพียง 25 คันทั่วโลก เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport แผนกพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงของ Audi
คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ Audi ประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จของ Audi TT Family ในประเทศไทยว่า “กระแสตอบรับจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ปี 2022 ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก (อันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น) และในครึ่งปีแรกของปี 2023 ด้วย Motorsport DNA ที่ถูกถ่ายทอดมายัง Audi TT Coupé Final Icon Black ที่เพิ่งเปิดตัวไป ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายของกลุ่ม Audi TT ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก (อันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น) เพื่อตอกย้ำความชื่นชอบของ Audi Fan ในประเทศไทยที่มีต่อ Audi TT AUDI AG และ Audi ประเทศไทย ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการทำโปรเจ็คสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Icon Model ระดับตำนาน จึงเป็นที่มาของ “TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition” เป็นรถ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีเพียง 25 คัน ทั่วโลกเท่านั้น”
Audi Sport ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1983 มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพและการออกแบบสปอร์ตมาโดยตลอด TT RS ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่สำคัญภายใต้การพัฒนาของ Audi Sport ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา Audi TT ได้กลายเป็นรถสปอร์ตไอคอนที่ครองใจแฟน Audi ทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ
TT RS Heritage Thailand Limited Edition มาพร้อมราคา 5,899,000 บาท โดดเด่นด้วยสีภายนอกพิเศษ 5 สี ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสีที่เคยใช้ในรุ่น Ur-Quattro ซึ่งเป็น Iconic Model ในช่วงทศวรรษ 1980 ได้แก่ Alpine White, Helios Blue, Stone Grey, Tizian Red และ Malachite Green โดยแต่ละสีจะจับคู่กับการตกแต่งภายในที่เข้ากันอย่างลงตัว เสริมด้วยชุดแต่ง Black Edition รอบคัน RS spoiler แบบ Winglets เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ และล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว ลาย 5 ก้าน สี Anthracite Black diamond-turned
ขุมพลังของ TT RS Heritage คือเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว พละกำลัง 400 แรงม้า ที่ได้รับรางวัล International Engine of the Year Awards ถึง 9 สมัยติดต่อกัน ผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi และช่วงล่าง Audi Magnetic ride ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนของโช้คอัพได้อิสระ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและควบคุมได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ Audi ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานรถยนต์สาย Performance ให้สูงยิ่งขึ้น RS 4 Avant Competition มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 biturbo 450 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 290 กม./ชม. โดดเด่นด้วยชุดแต่งภายนอก Glossy Black RS, ล้อ 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, คาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS และระบบท่อไอเสีย RS Sports plus ตกแต่งด้วยสี Matt Black ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยเบาะนั่ง RS Sports, ลาย Matte Carbon Twill, ไฟ Ambient light 30 สี และระบบเครื่องเสียง Bang & Olufsen
ส่วน RS 5 Coupé Competition มาพร้อมขุมพลัง V6 biturbo 450 แรงม้าเช่นกัน แต่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่เร็วกว่าเพียง 3.9 วินาที พร้อมดีไซน์สปอร์ตและหรูหราตามแบบฉบับ Coupé รวมถึงการตกแต่งภายในที่เน้นความสปอร์ตและฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้า Matrix LED และ Audi laser light ที่มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมแม้ในสภาพแสงน้อย
ทิศทางอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง
การเข้ามาของ GWM และการเปิดตัวรุ่นพิเศษจาก Audi สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและพลวัตของตลาดรถยนต์ไทย การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ากำลังเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ
Ora Grand Cat เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยสเปครถที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) ถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจและสามารถตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม Ora Grand Cat มีตัวเลือกทั้งรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (201 แรงม้า, วิ่งได้ 705 กม.) และรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (402 แรงม้า, อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที, วิ่งได้ 600 กม.) ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 ซึ่งรวมถึงเซ็นเซอร์อัจฉริยะ 28 ตัว และกล้อง ADAS จำนวนมาก การทดสอบความปลอดภัยที่เข้มข้นของ Ora Grand Cat ซึ่งรวมถึงการทดสอบการตกจากที่สูงและหมุนกลางอากาศ แสดงให้เห็นถึงความทนทานของโครงสร้างตัวถังและระบบแบตเตอรี่ที่ปลอดภัย
ในขณะที่ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงก็กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง Hyundai i30 N แฮตช์แบ็กสายพันธุ์ดุที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่ง ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ แม้ว่าปัจจุบัน Hyundai Mobility ประเทศไทยจะยังไม่มีแผนนำเข้าอย่างเป็นทางการ แต่ศักยภาพของรถยนต์ตระกูล N Brand รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) ของ Hyundai ก็กำลังได้รับการจับตามอง และคาดว่าจะมีการนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ การทดสอบขับขี่ Hyundai i30 N ที่สนามแข่ง Ricardo Tormo ประเทศสเปน แสดงให้เห็นถึง DNA รถแข่งที่ถูกส่งทอดมายังรถบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 280 แรงม้า และการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและมั่นใจ
บทสรุป
การลงทุนของ Great Wall Motor ในโรงงานแบตเตอรี่ EV, การเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport ด้วยรุ่นพิเศษ, และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Ora Grand Cat รวมถึงศักยภาพของรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Hyundai N Brand ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอนาคตที่น่าตื่นเต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอย่างเต็มตัว ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
ในฐานะผู้บริโภค นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเลือกสรรยานพาหนะที่ตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, รถยนต์สมรรถนะสูงที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ, หรือรถยนต์ที่ผสมผสานทั้งสองคุณสมบัตินี้เข้าด้วยกัน
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในอนาคต การลงทุนในความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ คือการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึง