Mercedes-Benz S-Class W221: สุดยอดความหรูหราและความเป็นผู้นำที่สะท้อนกาลเวลา
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่น ตั้งแต่รถสปอร์ตสมรรถนะสูงไปจนถึงรถ
ยนต์หรูระดับตำนาน แต่มีอยู่หนึ่งซีรีส์ที่ผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษเสมอมา นั่นคือ Mercedes-Benz S-Class ด้วยนิยามของ “Sonderklasse” หรือ “Special Class” ที่สะท้อนถึงความพิเศษที่เหนือชั้นกว่าใคร
วันนี้ ผมขอพาทุกท่านย้อนเวลาสู่บททดสอบ S-Class W221 ซึ่งอาจจะดูเหมือนช้าไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับการมาถึงของ W222 รุ่นใหม่ แต่เชื่อเถอะครับว่า กว่า 10 ปีในวงการนี้สอนให้ผมรู้ว่า รถยนต์บางรุ่นไม่ได้วัดคุณค่ากันที่ความใหม่สดเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง S-Class W221 คันนี้ ที่ยังคงสะท้อนถึงความสง่างาม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และประสบการณ์การขับขี่ที่ยากจะหาใครเทียบเคียงได้
ทำไมต้องรีวิว W221 ในปี 2025?
เหตุผลที่ผมตัดสินใจนำ W221 มารีวิวอีกครั้งในวันนี้ เกิดจากโอกาสที่ผมได้รับในการทดลองขับ S350 CDI รุ่น Executive ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของผมจากการทดสอบเมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าในขณะนั้นผมจะยังไม่เคยได้สัมผัส S-Class รุ่นปัจจุบันอย่างจริงจัง แต่โอกาสที่ Mercedes-Benz Thailand มอบให้ในการยืมรถยนต์คันนี้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้ผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้สึกที่ถ่ายทอดจากตัวรถสู่ทุกประสาทสัมผัส
W221 S350 CDI ที่ผมได้ทดลองขับ เป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ Common-Rail ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดและความแรงในช่วงออกตัว แม้จะเป็นรุ่น Executive ที่ไม่ได้ตกแต่งแบบ Full Option แต่ระดับความหรูก็ยังคงใกล้เคียงกับรุ่น Final Edition ซึ่งเป็นรุ่นสั่งลาที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ไม่นาน
ในฐานะเว็บไซต์ที่เคยนำเสนอ “First Report in Thailand” และ “World First Report” มาแล้วหลายครั้ง ครั้งนี้ ผมขอนำเสนอ “Final Report in the World” หรือบทความรีวิวสุดท้ายสำหรับรถยนต์รุ่นที่ยังคงขายอยู่ในช่วงปลายอายุตลาด ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตำนานของ S-Class ตลอดไป
S-Class: นิยามแห่งความหรูหราและนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
Mercedes-Benz S-Class ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความหรูหรา และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตั้งแต่รุ่นแรก W116 ที่เปิดตัวในปี 1972 S-Class ได้กลายเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานของรถยนต์ระดับ Luxury Full Size ทั่วโลก ด้วยยอดขายกว่า 2.7 ล้านคัน จนถึงปี 2005 ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 30%
ยุคสมัยของ S-Class: การเดินทางแห่งนวัตกรรม
W116 (1972-1979): รุ่นแรกที่บุกเบิกการติดตั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเต็มรูปแบบ รุ่น 450 SEL 6.9 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.9 ลิตร และเป็น “รถยนต์รุ่นแรกในโลก” ที่มีระบบ ABS ให้เลือกติดตั้ง ถือเป็นรากฐานสำคัญของ S-Class ในยุคต่อมา
W126 (1979-1991): ภายใต้การออกแบบของ Bruno Sacco รุ่นนี้โดดเด่นด้วย Aerodynamics ที่ดีขึ้น ลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศลงอย่างเห็นได้ชัด การปรับโฉมในปี 1985 ได้นำเสนอรุ่น 560 SE/SEL ที่แรงที่สุด และเป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน W126 เป็น S-Class ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดผลิตและยอดขายมากที่สุดในประวัติศาสตร์
W140 (1991-1998): รุ่น “ปลาวาฬ” ที่หลายคนคุ้นเคย ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โตและโอ่อ่า W140 เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เช่น เครื่องยนต์ V12 ในรุ่น 600 SEL ระบบช่วงล่าง ADS และถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องขนาดตัวถัง แต่ก็เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเศรษฐีที่ต้องการแสดงออกถึงสถานะ
W220 (1998-2005): รุ่นนี้มีขนาดตัวถังที่เล็กลง แต่กลับเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เช่น ระบบ AIRMATIC, Active Ventilated Seats, Distronic Cruise Control และ Active Cylinder Control จำนวนมอเตอร์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด W220 เป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการแข่งขันของ Mercedes-Benz ในตลาดรถยนต์หรูที่ทวีความรุนแรงขึ้น
W221 (2005-2013): นี่คือรุ่นที่ผมจะลงลึกในรายละเอียดในวันนี้ W221 ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “The right material in the right place.” เน้นการใช้วัสดุ Ultra High Tensile Steel และ Aluminium อย่างชาญฉลาด เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่ง โดดเด่นด้วยการปรับปรุงคุณภาพการขับขี่ การเก็บเสียง และ Aerodynamics จนได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ต่ำเพียง Cd 0.27 เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบ PRE-SAFE® เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั่วทั้งคัน
เจาะลึก Mercedes-Benz S350 CDI Exclusive (W221): ประสบการณ์การขับขี่ที่ยังคงทรงคุณค่า
แม้จะเปิดตัวมานานแล้ว แต่ S350 CDI Exclusive คันนี้ ยังคงมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ดีไซน์ภายนอก: เส้นสายของ W221 มีความเหลี่ยมสันมากขึ้น โป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่รับอิทธิพลจากตลาดอเมริกัน บั้นท้ายได้แรงบันดาลใจจาก Maybach ไฟเลี้ยว LED ที่กระจกมองข้างและชุดไฟท้าย LED เป็นการอัพเดทที่ทำให้รถดูทันสมัยขึ้น
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราถูกถ่ายทอดผ่านการบุหนังและลายไม้ชั้นดี แผงประตูให้ความสบายพร้อมช่องเก็บของที่ชาญฉลาด เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง ให้ความสบายเป็นเลิศ แม้การปรับ Lumbar Support ผ่านระบบ COMMAND อาจจะดูยุ่งยากไปบ้าง แต่ภาพรวมเบาะนั่งยังคงสบายกว่าคู่แข่งหลายรุ่น
พื้นที่เบาะหลัง: สำหรับรุ่น Long Wheelbase ความกว้างขวางถือเป็นจุดเด่น การเข้า-ออกสะดวกสบาย บานประตูสามารถเปิดกางได้กว้าง ม่านไฟฟ้าที่กระจกบังลมหลังและบานหน้าต่างคู่หลังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เบาะหลังให้ความรู้สึกจมลึก นุ่มสบาย แม้ลูกเล่นอาจไม่มากเท่ารุ่นที่สูงกว่า แต่ความสบายในการนั่งระยะยาวนั้นเหนือกว่าคู่แข่งหลายค่าย
เครื่องยนต์และสมรรถนะ: S350 CDI ใช้เครื่องยนต์ดีเซล OM642 V6 3.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้กำลัง 211 แรงม้า และแรงบิด 540 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-TRONIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 8.85 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ใน 6.76 วินาที ตัวเลขอาจไม่หวือหวาเท่าคู่แข่ง แต่การตอบสนองที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง เหมาะสมกับบุคลิกของรถผู้บริหารอย่างแท้จริง
การขับขี่: พวงมาลัยแบบ Rack & Pinion ผ่อนแรงด้วย Hydraulic ให้ความรู้สึกหนักแน่นและมั่นคงในย่านความเร็วสูง ระบบช่วงล่าง AIRMATIC พร้อมโหมด Comfort และ Sport ให้ความนุ่มนวลที่เหนือชั้น แม้ความแตกต่างระหว่างสองโหมดอาจไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะมอบความสบายในระดับที่ใกล้เคียงกับเรือยอร์ช การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดีเยี่ยมจนบางครั้งอาจรู้สึกเงียบเกินไป
ระบบเบรกและความปลอดภัย: ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ทำงานร่วมกับระบบ ABS, BAS, ESP และ ASR ให้ความมั่นใจในการหยุดรถ ระบบ PRE-SAFE® ที่ทำงานอย่างฉับไวในเสี้ยววินาที พร้อมโครงสร้างตัวถังนิรภัยที่ใช้วัสดุ Ultra High Tensile Steel และ Aluminium อย่างชาญฉลาด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการมอบความปลอดภัยสูงสุด
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ S350 CDI ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ประมาณ 13.41 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่เช่นนี้
บทสรุป: จุดยืนของ S-Class W221 ในตลาดปี 2025
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Lexus LS460 L และ BMW 730Ld F02 S-Class W221 มีจุดยืนที่ชัดเจน
Lexus LS460 L: เน้นความสบายในการเดินทางขั้นสุด ความเงียบสงบ และพละกำลังอันมหาศาล แต่พวงมาลัยอาจให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร
BMW 730Ld F02: มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานกว่า อัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และพวงมาลัยที่คมชัด แต่เบาะหลังอาจไม่สบายเท่า S-Class
Mercedes-Benz S350 CDI: เป็นตัวเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองรุ่น มอบความสมดุลระหว่างความสบายในการโดยสาร ความหรูหรา และสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในฐานะรถผู้บริหาร เบาะหลังนั่งสบายกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน และพวงมาลัยให้ความมั่นใจในการขับขี่ที่สูงกว่า LS460 L
แม้ว่า W221 จะเป็นรถที่ใกล้จะสิ้นสุดอายุตลาดแล้ว แต่เทคโนโลยี นวัตกรรม และความรู้สึกหรูหราที่มันมอบให้ ยังคงเป็นสิ่งที่หาได้ยากในรถยนต์รุ่นอื่นๆ การได้สัมผัส S-Class W221 อีกครั้ง ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า S-Class รุ่นใหม่ W222 จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้ไกลแค่ไหน และจะสามารถชิงตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์หรูระดับโลกกลับคืนมาได้หรือไม่
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ซีดานหรูที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และยังคงให้ความสบายและความมั่นใจในการขับขี่ Mercedes-Benz S-Class W221 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งครับ
อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mercedes-Benz S-Class มือสองคุณภาพดี หรือนัดหมายเพื่อทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์บริการ Mercedes-Benz ใกล้บ้านคุณ

