AVATR 11: ก้าวสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าหรูในประเทศไทย
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที
่กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ ที่นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์อันโดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความฮือฮาอย่างมากในช่วงต้นปี 2567 คือ AVATR 11
AVATR 11 ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นหนึ่ง แต่คือการประกาศศักดาของแบรนด์ AVATR ที่เกิดจากการผสานความร่วมมือของสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีและยานยนต์ ได้แก่ CHANGAN Automobile, CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำระดับโลก และ Huawei ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้ทำให้ AVATR 11 กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV Coupe ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยรางวัล Red Dot Design Award สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างสมรรถนะของรถซูเปอร์คาร์กับความอเนกประสงค์ของ SUV ได้อย่างลงตัว
นิยามใหม่ของความหรูหราและสมรรถนะ: AVATR 11 ราคาและรุ่นย่อย
AVATR 11 เปิดตัวในประเทศไทยพร้อมราคาที่น่าสนใจ ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถสัมผัสกับเทคโนโลยีและดีไซน์ระดับโลกได้อย่างใกล้ชิด โดยมีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่:
AVATR 11 รุ่น Standard Range: ราคาเริ่มต้นที่ 2,099,000 บาท มาพร้อมขุมพลังและระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
AVATR 11 รุ่น Long Range: ราคาเริ่มต้นที่ 2,299,000 บาท ขยายขีดจำกัดด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น มอบระยะทางวิ่งที่ไกลยิ่งขึ้น พร้อมรับประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้กังวล
สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกที่ตัดสินใจจับจอง AVATR 11 ยังได้รับข้อเสนอราคาพิเศษ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ AVATR:
AVATR 11 รุ่น Standard Range (ราคาพิเศษ): 1,999,000 บาท
AVATR 11 รุ่น Long Range (ราคาพิเศษ): 2,199,000 บาท
มิติของความสมบูรณ์แบบ: การออกแบบและขนาดตัวถัง
AVATR 11 โดดเด่นด้วยมิติตัวถังที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อการขับขี่บนท้องถนนจริง:
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง: 4,880 x 1,970 x 1,601 มม. มอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและเส้นสายที่สปอร์ต
ระยะฐานล้อ: 2,975 มม. ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่และการทรงตัว
Ground Clearance: 170 มม. เหมาะสมกับการขับขี่ในเมืองและบนเส้นทางที่หลากหลาย
น้ำหนักรถเปล่า: 2,180 กก. (รุ่น Standard Range) / 2,260 กก. (รุ่น Long Range) แสดงถึงความแข็งแกร่งและวัสดุคุณภาพสูงที่ใช้ในการผลิต
สเปคล้อ: 265/45 R21 (รุ่น Standard Range) / 265/40 R22 (รุ่น Long Range) เติมเต็มภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความหรูหรา
ขุมพลังและเทคโนโลยีแห่งอนาคต: สเปค AVATR 11
AVATR 11 ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Long Range ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 116.79 kWh จาก CATL ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ AVATR 11 สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 680 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ทำให้การเดินทางไกลไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป
สเปค AVATR 11 รุ่น Standard Range:
ขนาดแบตเตอรี่: 90.38 kWh (ชนิด NMC)
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 575 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
มอเตอร์: 1 ตัว
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง RWD
พละกำลังสูงสุด: 230kW (313 แรงม้า)
แรงบิดสูงสุด: 370 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 200 กม./ชม.
การชาร์จ AC สูงสุด: 11kW
การชาร์จ DC สูงสุด: 240kW
การชาร์จ DC (30-80%): ภายใน 15 นาที
สเปค AVATR 11 รุ่น Long Range:
ขนาดแบตเตอรี่: 116.79 kWh (ชนิด NMC)
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 680 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
มอเตอร์: 1 ตัว
ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง RWD
พละกำลังสูงสุด: 230kW (313 แรงม้า)
แรงบิดสูงสุด: 370 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 6.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 200 กม./ชม.
การชาร์จ AC สูงสุด: 11kW
การชาร์จ DC สูงสุด: 240kW
การชาร์จ DC (30-80%): ภายใน 25 นาที
ความแตกต่างที่เพิ่มมูลค่า: ออปชันพิเศษระหว่างรุ่น
เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า AVATR 11 ได้มอบออปชันพิเศษที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย:
คาลิปเปอร์เบรก Brembo สีเหลืองด้านหน้า: เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรุ่น Long Range เพิ่มความโดดเด่นและสมรรถนะการเบรกที่เหนือกว่า
ระบบปิดประตูแบบ Soft-Close: มอบความสะดวกสบายและความหรูหราสูงสุดให้กับรุ่น Standard Range
เฉดสีแห่งรสนิยม: การเลือกสีภายนอกและภายใน
AVATR 11 เข้าใจดีว่ารถยนต์คือส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงตัวตน ลูกค้าจึงสามารถเลือกระหว่างสีภายนอกถึง 6 เฉดสี ได้แก่ Glossy White (ขาว), Glossy Gray (เทา), Glossy Black (ดำ), Aqua (เขียว), Matte White (ขาวด้าน) และ Matte Grey (เทาด้าน) ในขณะที่สีภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 แบบ คือ Nappa Black (ดำ) และ Nappa Red (แดง) เพื่อตอบสนองทุกสไตล์
นวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ขั้นสุด: ดีไซน์ภายในและความสะดวกสบาย
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ AVATR 11 คุณจะพบกับโลกแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีที่ผสานกันอย่างลงตัว การออกแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมอันล้ำสมัย ให้ความรู้สึกโอ่โถงและเป็นส่วนตัว พร้อมด้วยแสง Ambient Lighting ที่มีให้เลือกถึง 256 สี สร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย
หลังคาพาโนรามาขนาดใหญ่พิเศษไม่เพียงแต่เพิ่มความโปร่งสบาย แต่ยังมาพร้อมคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีถึง 99.9% และความร้อน 80% ทำให้คุณเพลิดเพลินกับทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอากาศร้อน
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย กระจกมองหลังแบบสตรีมมิ่งที่แสดงภาพจากกล้องภายนอก ให้มุมมองที่กว้างและชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ความสบายระดับพรีเมียม: ที่นั่งและระบบเสียง
เบาะหนัง NAPPA ระดับพรีเมียมถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสบายสูงสุด สามารถปรับได้ถึง 14 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวด ช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ฟังก์ชัน “Zero Gravity” มอบความผ่อนคลายขั้นสุดเปรียบเสมือนการล่องลอยในอากาศ
สำหรับคอเพลง AVATR 11 มาพร้อมระบบเสียง Meridian แบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จากอังกฤษ ที่มีลำโพงถึง 25 ตัว กำลังขับ 2016 วัตต์ สร้างประสบการณ์เสียงสามมิติที่สมจริงและเป็นธรรมชาติ
ความปลอดภัยที่วางใจได้: เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบช่วยเหลือการขับขี่
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ AVATR 11 แบตเตอรี่ CATL ที่ใช้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด IP68 ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดกว่า 600 ล้านกิโลเมตรทั่วโลก โดยไม่เคยเกิดอุบัติเหตุจากเพลิงไหม้
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง L2+ (ADAS) ทำงานร่วมกับเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และกล้อง HD 5 ตัว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น ฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน (IACC), ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (UDLC), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน (ELK), ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (APA) และระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติจากระยะไกล (RPA) ทำให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล
นวัตกรรมที่อัปเดตได้ตลอดเวลา: Over-The-Air (OTA)
AVATR 11 ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา ด้วยระบบ Over-The-Air (OTA) ที่ช่วยให้อัปเดตซอฟต์แวร์ของรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รถยนต์ของคุณทันสมัยอยู่เสมอ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
BYD Yangwang U9: สปอร์ตคาร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมความพิเศษ
นอกเหนือจาก AVATR 11 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรูในประเทศไทย ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะ BYD ที่เปิดตัวแบรนด์ลูกอย่าง Yangwang พร้อมด้วยรุ่น Yangwang U9 สปอร์ตคาร์ไฟฟ้าที่สร้างความฮือฮาด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์
Yangwang U9 ตั้งอยู่บนแพลตฟอร์ม e4 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 1,287 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2 วินาที และมีความสามารถพิเศษอย่าง “การเต้น” ที่เกิดจากระบบช่วงล่างอัจฉริยะ Disus-X
ตลาดรถยนต์หรู: โอกาสและความท้าทายในไทย
การเข้ามาของ AVATR 11 และแบรนด์รถยนต์หรูอื่น ๆ บ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ในประเทศไทยกำลังเข้าถึงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคในระดับนี้ยังคงมองหาประสบการณ์ที่เหนือระดับตลอด Customer Journey
Maserati ประเทศไทย กำลังมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านการรีโนเวทโชว์รูม และนำเสนอโปรแกรม “Fuoriserie” ที่ให้ลูกค้าสามารถรังสรรค์รายละเอียดรถยนต์ได้ตามจินตนาการ
GAC AION สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดด้วยการเปิดตัว Aion V 602 Luxury ที่มาพร้อมระยะทางวิ่ง 602 กม. และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 3C ในราคาที่เข้าถึงได้
ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชัวรี่ ก็กำลังเข้ามาสร้างสีสันในตลาดด้วยการนำเสนอ ZEEKR X, ZEEKR 009, ZEEKR 001 FR และ ZEEKR 7X ที่เน้นทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี
Mercedes-Benz ประเทศไทย ก็ไม่น้อยหน้า คว้า 2 รางวัลใหญ่ “Thailand EV of the Year 2024” และ “Best Car Retail Campaign Award” ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าลักชัวรี่
อนาคตของ AVATR 11 ในประเทศไทย
AVATR 11 ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับขี่อัจฉริยะ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และความใส่ใจในรายละเอียดทุกอณู AVATR 11 พร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับผู้บริโภคชาวไทย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต AVATR 11 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม สัมผัสประสบการณ์จริงได้แล้ววันนี้ เพื่อก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าไปกับ AVATR 11.

