Porsche: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ สู่ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมและสมรรถนะ
ในโลกยานยนต์หรูระดับพรีเมียมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด ชื่อของ Porsche ยังคงเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการอย่างไม่เสื่อมคลาย โ
ดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์สปอร์ตคาร์สัญชาติเยอรมันนี้ การก้าวสู่ยุคใหม่ของ Porsche ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้ก้าวไปอีกขั้น
สถิติที่น่าภาคภูมิใจ: ก้าวสำคัญของ Porsche ประเทศไทย
ย้อนกลับไปในปี 2564 (2021) Porsche ประเทศไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์ Porsche กว่า 1,500 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตัวเลขนี้เป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2563 (2020) ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีให้กับ Porsche
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ สัดส่วนของรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์อย่าง Porsche Cayenne Hybrid ที่มียอดขายสูงถึงกว่า 70% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของแบรนด์ให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสมดุลระหว่างสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche กับการใช้งานที่หลากหลายและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค: กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
คุณ เพเทร์ โรห์เวร์ กรรมการผู้จัดการ Porsche ประเทศไทย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มลูกค้า Porsche ในประเทศไทย เขาชี้ให้เห็นว่า อายุเฉลี่ยของเจ้าของรถ Porsche ได้ลดลงจาก 55 ปี เหลือเพียง 42 ปี และสัดส่วนของผู้หญิงที่เป็นผู้ตัดสินใจซื้อก็เพิ่มขึ้นถึง 35% ปัจจัยเหล่านี้บ่งชี้ถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มีความทันสมัย ชื่นชอบในภาพลักษณ์ที่ดูดี และมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
“ในอดีต Porsche อาจถูกมองว่าเป็นรถสปอร์ตราคาสูงที่เข้าถึงได้ยาก แต่ด้วยวิสัยทัศน์และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงนโยบายด้านภาษีที่เอื้ออำนวย ทำให้ Porsche ในปัจจุบันมีความหลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” คุณโรห์เวร์กล่าวเสริม
Porsche Cayenne Hybrid: หัวหอกสำคัญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Porsche Cayenne Hybrid ได้กลายเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ Porsche ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Porsche ในภูมิภาคนี้ และเป็นตลาดที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความนิยมของ Porsche Cayenne Hybrid
“ประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์การเติบโตของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่และโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า” คุณโรห์เวร์ กล่าว
การปรับตัวท่ามกลางความท้าทาย: COVID-19 และการขาดแคลนชิ้นส่วน
แม้จะเผชิญกับความท้าทายระดับโลกอย่างวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Semiconductor) แต่ Porsche ก็ยังคงสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้ทั่วโลก ยอดการส่งมอบรถยนต์ใหม่ทั่วโลกในปี 2564 อยู่ที่ 301,915 คัน เพิ่มขึ้นถึง 11% ขณะที่ยอดขายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เติบโตอย่างน่าทึ่งถึง 51% ส่วนหนึ่งมาจากการตอบรับที่ดีเยี่ยมของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า Porsche Taycan
อนาคตที่สดใส: การประกอบรถยนต์ในมาเลเซีย และการขยายตลาด
การตัดสินใจเริ่มประกอบ Porsche Cayenne ในประเทศมาเลเซีย เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Porsche ในการขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การผลิตในท้องถิ่นนี้ส่งผลให้ราคาจำหน่ายลดลงกว่า 30% ในมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นยอดขายและเพิ่มการเข้าถึงแบรนด์ในภูมิภาค
Porsche Pre-Owned Cars: ประตูสู่โลกแห่ง Porsche
สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ Porsche แต่ยังไม่พร้อมสำหรับรถใหม่ Porsche Pre-Owned Cars คือทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในรุ่นอย่าง Macan หรือ Cayenne รวมถึงรถสปอร์ตตระกูล 718 ที่ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้น
“รถยนต์มือสองจาก Porsche Pre-Owned Cars ไม่เพียงแต่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ยังเป็นประตูบานแรกสู่โลกของ Porsche ที่เต็มไปด้วยสมรรถนะและคุณภาพที่เหนือกว่า” คุณโรห์เวร์ กล่าว “ยิ่งไปกว่านั้น เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ยังมอบการรับประกันสูงสุดถึง 15 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเรา”
DNA ของนักขับ Porsche: ความหลงใหลในสมรรถนะ
ลูกค้า Porsche ส่วนใหญ่มักไม่ได้ครอบครองรถยนต์เพียงคันเดียว แต่หลายท่านเป็นเจ้าของ Porsche มากกว่า 2 หรือ 3 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในแบรนด์ สมรรถนะการขับขี่ และความมุ่งมั่นของ Porsche ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเติมเต็มความฝันของนักขับอย่างต่อเนื่อง
Ferrari และ Lamborghini: สปอร์ตคาร์หรู ฟื้นตัวแรงหลังวิกฤต
ในขณะเดียวกัน ตลาดซูเปอร์คาร์ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัวที่น่าทึ่ง Ferrari และ Lamborghini ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคกระเป๋าหนัก ได้รายงานยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564
Ferrari มียอดส่งมอบรวม 5,456 คัน เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อนหน้า โดยตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างโดดเด่น รายได้รวมของ Ferrari ในครึ่งแรกปี 2564 อยู่ที่ 2,046 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปี 2563 และมากกว่าปี 2562 เสียอีก กำไรสุทธิก็สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Lamborghini ก็ไม่น้อยหน้า มียอดส่งมอบในครึ่งแรกปี 2564 ที่ 4,852 คัน เพิ่มขึ้น 36.8% จากปี 2563 และมากกว่าปี 2562 สะท้อนถึงการฟื้นตัวสู่สภาวะปกติ
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดซูเปอร์คาร์: การออกแบบ ราคา และภาพลักษณ์
ทั้ง Ferrari และ Lamborghini ต่างปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว การวางราคาที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น และการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ล้วนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้าใหม่ของ Ferrari ซื้อรุ่นเริ่มต้นถึง 60% ในช่วงครึ่งแรกปี 2564 และสัดส่วนลูกค้าผู้หญิงก็เติบโตเป็นเท่าตัวในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
Porsche ในประเทศไทย: การเติบโตที่ต่อเนื่อง
Porsche ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายรถยนต์หรู แต่เป็นผู้นำในการกำหนดเทรนด์และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะอันเป็นตำนาน ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
BMW Group ประเทศไทย: ผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียม ด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด
BMW Group ประเทศไทย ยังคงตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งและสถิติยอดขายที่ทำลายทุกการคาดการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ BMW และ MINI รวม 2,773 คัน เพิ่มขึ้นถึง 42% จากปีก่อนหน้า
BMW: สถิติใหม่ในทุกมิติ
BMW สามารถสร้างสถิติยอดขายประจำไตรมาสแรกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดส่งมอบ 2,533 คัน เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อนหน้า การเติบโตแบบก้าวกระโดดในหลายเซกเมนต์ ทั้ง BMW M ที่เพิ่มขึ้นถึง 220%, รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่เติบโต 140% และยอดขายลูกค้าองค์กรที่เพิ่มขึ้น 124% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
“ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้อย่างครอบคลุม” มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน BMW Group ประเทศไทย กล่าว “เราได้นำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซล เบนซิน ปลั๊กอินไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล M”
MINI: ความสนุกที่เพิ่มขึ้น
MINI ประเทศไทย ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยยอดส่งมอบประจำไตรมาสแรกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 240 คัน เพิ่มขึ้น 57% สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ MINI
BMW Motorrad: สมรรถนะเหนือชั้นบนสองล้อ
BMW Motorrad ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่ง โดยส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์รวม 281 คัน แม้จะมีการปรับลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยืนยันถึงศักยภาพและความนิยมในตลาดมอเตอร์ไซค์พรีเมียม
BMW Group ทั่วโลก: การเติบโตอย่างยั่งยืน
ในระดับโลก BMW Group มียอดส่งมอบรถยนต์รวม 636,606 คัน ในไตรมาสแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 33.5% โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด ที่เติบโตถึง 129.8% สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวสู่ทิศทางยานยนต์แห่งอนาคต
การลงทุนในประเทศไทย: โรงงานที่ทันสมัย และการพัฒนาบุคลากร
โรงงาน BMW Group Manufacturing (Thailand) เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของ BMW Group ที่มีต่อศักยภาพของตลาดไทย การลงทุนอย่างต่อเนื่องในการขยายสายการประกอบ และการจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลิตและพัฒนายานยนต์คุณภาพสูงในภูมิภาค
การปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล: My BMW และ MINI App
BMW Group ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัล ด้วยแอปพลิเคชัน My BMW และ MINI App ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบายผ่านสมาร์ทโฟน
อนาคตของ BMW Group ประเทศไทย: นวัตกรรม ความยั่งยืน และความพึงพอใจของลูกค้า
“เราจะยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรม นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม” มร. บารากา กล่าว “ความสำเร็จของเราในวันนี้ เกิดจากความไว้วางใจของลูกค้าทุกท่าน และความทุ่มเทของตัวแทนจำหน่ายของเรา ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาเราก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคต”
บทสรุป
Porsche และ BMW Group คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัว การพัฒนานวัตกรรม และการเข้าใจความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง การเติบโตของแบรนด์เหล่านี้ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขยอดขายที่น่าประทับใจ แต่เป็นการสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าให้กับผู้บริโภค
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่สุดแห่งสมรรถนะ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ หรือต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์ของคุณให้ก้าวไปอีกขั้น อย่ารอช้าที่จะค้นพบโลกแห่ง Porsche และ BMW ได้แล้ววันนี้