• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2002075 เร ยกแม โดนด ให เร ยกพ part2 | Nila Parry

admin79 by admin79
February 12, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
การลงทุนอย่างยั่งยืน: มากกว่าแค่กระแส แต่คืออนาคตที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ในยุคที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ประเด็นเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ได้เ
ป็นเพียงแค่คำที่ใช้กันในแวดวงนักอนุรักษ์หรือนักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนทิศทางการลงทุนทั่วโลก และ การลงทุนอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Investment กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงที่สุดในแวดวงการเงิน การลงทุน หากจะพูดถึงการลงทุนที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราไม่อาจมองข้ามการลงทุนที่พิจารณาจากปัจจัย ESG: Environmental (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), และ Governance (บรรษัทภิบาล) ดัชนี ESG ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักลงทุนใช้ประเมินศักยภาพของบริษัท ไม่ใช่เพียงแค่ในแง่ของผลกำไร แต่ยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สิ่งที่น่าจับตาคือ การลงทุนในบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดดเด่น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำบุญหรือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันแฝงไว้ด้วยโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี 2020 ที่เราได้เห็นการเติบโตของราคาหุ้นของบริษัทหลายแห่งที่เน้นความยั่งยืนในอัตราที่น่าตกใจ Tesla: กรณีศึกษาแห่งความสำเร็จและการตั้งคำถาม เมื่อพูดถึงความสำเร็จด้าน ESG ในช่วงที่ผ่านมา ชื่อของ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของ Elon Musk เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ด้วยการเติบโตของราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 800% ตั้งแต่ต้นปี 2020 จนกลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก และติดอันดับ 5 บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในสหรัฐอเมริกา นี่คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่านักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหา “อนาคต” และ Tesla คือหนึ่งในสัญลักษณ์ของอนาคตนั้น
ไม่ใช่แค่ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่าง BYD ก็มีผลงานที่น่าประทับใจ ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นถึง 550% จาก 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลาเพียงปีเดียว CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตให้กับ Tesla ก็เติบโตขึ้น 440% จาก 3.4 หมื่นล้านเป็น 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วน Enphase Energy ผู้ผลิตไมโครอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ในสหรัฐอเมริกา ก็เติบโตขึ้นถึง 830% จาก 3 พันล้านเป็น 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายคนมองว่าธุรกิจเหล่านี้คือ “อนาคต” ที่จะนำพาโลกไปสู่ความยั่งยืนและสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่รวดเร็วนี้ก็มาพร้อมกับคำถามที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง คำถามที่ว่า: บริษัทเหล่านี้ “สะอาด” จริงหรือไม่? และตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) นั้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด? ในฐานะของผู้ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมานานกว่าทศวรรษ ผมพบว่าบ่อยครั้ง ภาพที่เราเห็นบนหน้าสื่ออาจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมดเกี่ยวกับ “พลังงานสะอาด” บทความนี้จึงมุ่งหวังที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับมิติของพลังงานสะอาด ที่อาจจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด และเน้นย้ำถึงความสำคัญของรายละเอียดที่มักถูกมองข้ามไป เจาะลึกห่วงโซ่อุปทาน: ความท้าทายที่ซ่อนเร้นของ Tesla เมื่อเดือนกันยายน 2020 Elon Musk ได้ประกาศผ่าน Twitter ว่า Tesla ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 20 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 ตัวเลขนี้แม้จะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็จุดประกายข้อสงสัยจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ เช่น ลิเธียม, โคบอลต์, และนิกเกิล หาก Tesla จะผลิตรถยนต์ให้ได้ตามเป้าหมายจริง ปริมาณการใช้แร่ธาตุเหล่านี้จะมหาศาลเกินกว่ามาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืนหรือไม่? จากการวิเคราะห์ของ Adamas Intelligence และ Mining.com โดยอ้างอิงข้อมูลปี 2019 (ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์ก่อนโควิด-19) คาดการณ์ว่า หาก Tesla บรรลุเป้าหมายการผลิตปี 2030 จะต้องใช้ลิเธียมเพิ่มขึ้นถึง 165% จากปริมาณการผลิตทั้งหมดในปี 2019 (จาก 77,000 ตัน เป็น 127,302 ตัน) และโคบอลต์เพิ่มขึ้น 56% (จาก 122,000 ตัน เป็น 68,315 ตัน) ซึ่งปริมาณโคบอลต์ที่ต้องการนี้สูงกว่าปริมาณการผลิตทั้งหมดในปี 2019 เสียอีก Tesla เองก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงปัญหานี้ดี ในงาน “Battery Day” Elon Musk ได้นำเสนอแนวทางแก้ไขหลายอย่าง เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพในการขุดเจาะลิเธียมผ่านการเพิ่มเกลือ หรือการพิจารณาเข้าซื้อ Glencore ผู้ผลิตโคบอลต์รายใหญ่ โดยเน้นย้ำถึงมาตรฐานการดูแลคนงานในเหมืองที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่สำหรับ “นิกเกิล” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญอีกชนิดหนึ่ง Tesla ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การคาดการณ์ในปี 2030 ระบุว่า Tesla จะต้องการนิกเกิลเพิ่มขึ้นถึง 31% ของปริมาณการผลิตทั้งหมดในปี 2019 หรือเทียบเท่ากับปริมาณการผลิตรวมของ 6 ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งหมายความว่า Tesla จะต้องแข่งขันกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมสแตนเลส เพื่อแย่งชิงวัตถุดิบนี้ ความสำคัญของนิกเกิลถึงขนาดที่ Tesla มีแผนจะตั้งโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลอันดับ 1 ของโลก แต่กระบวนการผลิตนิกเกิลในอินโดนีเซียกลับเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาการจัดการของเสีย ปัจจุบัน ผู้ผลิตในอินโดนีเซียเลือกใช้เทคนิค Deep-sea tailings placement (DSTP) หรือการปล่อยของเสียลงสู่ทะเลลึก ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางทะเล ดังเช่นกรณีการรั่วไหลของของเสียจากโรงงานนิกเกิลใน Basamuk Bay, Papua New Guinea เมื่อปีก่อน ที่ทำให้ทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดง อีกแนวทางหนึ่งที่ Tesla กำลังพิจารณาคือ การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ประเภทใหม่ที่ไม่มีส่วนประกอบของนิกเกิล (เดิม Tesla ใช้แบตเตอรี่ NCA: Nickel-Cobalt-Aluminium) ปัจจุบัน Tesla เริ่มใช้แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในจีน แม้แบตเตอรี่ LFP จะได้รับความสนใจ แต่ก็ยังมีข้อกังวล เช่น ระยะเวลาในการชาร์จที่นานกว่า, ระยะทางวิ่งที่สั้นกว่า, และประสิทธิภาพที่ลดลงในสภาพอากาศเย็น ความท้าทายที่มองไม่เห็นของพลังงานหมุนเวียน: โซลาร์และลม
ปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ Tesla เผชิญนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดโดยรวมต้องเผชิญ พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) และพลังงานลม (Wind) คือเทรนด์สำคัญของพลังงานสะอาดในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทั้งสองประเภทลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโซลาร์ที่ลดลงถึง 82% ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้สามารถแข่งขันกับราคาไฟฟ้าจากโครงข่ายปกติได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินอุดหนุน (Grid Parity) แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ มีความท้าทายที่ซ่อนเร้นอยู่ในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน แผงโซลาร์เซลล์มีส่วนประกอบหลักคือซิลิกอน ซึ่งกระบวนการผลิตต้องใช้ความร้อนสูงกว่า 2,000 องศาเซลเซียส ต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และใช้ถ่านหินในการทำปฏิกิริยา นอกจากนี้ แผงโซลาร์ยังต้องใช้พลาสติกซึ่งผลิตจากน้ำมันดิบในการหุ้มตัวซิลิกอน นอกจากนี้ พื้นที่ที่ต้องใช้สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มเชิงพาณิชย์ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ โดยประมาณการว่าฟาร์มโซลาร์ขนาด 1MW (ผลิตไฟฟ้าให้บ้านเรือนประมาณ 100 หลัง) ต้องใช้พื้นที่อย่างน้อย 4 ไร่ สำหรับพลังงานลม กังหันลมต้องใช้เหล็กและคอนกรีตในปริมาณมหาศาล ซึ่งอุตสาหกรรมหนักเหล่านี้ยังคงมีอัตราการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Decarbonization) ที่ล้าหลัง เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและขนส่ง และแน่นอนว่า หัวใจสำคัญของระบบพลังงานหมุนเวียนคือ “แบตเตอรี่” ซึ่งเผชิญปัญหาเดียวกันกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้กล่าวมาข้างต้น “อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก”: มุมมองที่ต้องรอบด้าน ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาว่าพลังงานสะอาดหรือเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ดีหรือไม่มีประโยชน์ ผมยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพลังงานสะอาดมีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่หากเป้าหมายของเราคือ “ความยั่งยืนที่แท้จริง” เราจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นมิติที่บริษัทส่วนใหญ่มักจะมองข้าม การมองเห็นเพียงแค่ “ผลิตภัณฑ์สุดท้าย” อาจทำให้เราฝากความหวังและเชื่อมั่นในบริษัทพลังงานสะอาดเหล่านี้ (ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านราคาหุ้นที่พุ่งสูง) ว่าจะเป็น “ไม้ตาย” ที่จะแก้ไขทุกปัญหา และอาจทำให้เราชะล่าใจ เพิกเฉยต่อการกดดันให้บริษัทเหล่านี้ต้องปรับปรุงให้ “สะอาด” อย่างครบวงจร ที่สำคัญไปกว่านั้น ราคาหุ้นพลังงานสะอาดที่พุ่งสูง อาจทำให้เรามองข้ามแนวทางอื่นที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “มาตรการลดการใช้พลังงาน” (Demand-side Management) พลังงานสะอาดเป็นเพียงช่องทางในการผลิตพลังงาน (Supply-side) แต่การบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) หรือการประหยัดพลังงาน (Energy Conservation) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla เป็นสิ่งที่ดี แต่การใช้ระบบขนส่งมวลชนย่อมดีกว่า ในทำนองเดียวกัน การใช้พลังงานโซลาร์เป็นทางเลือกที่ดีกว่าน้ำมัน แต่การออกแบบเมืองและอาคารให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จนลดความจำเป็นในการเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็ย่อมดีกว่า
ในฐานะผู้บริโภคและนักลงทุน การทำความเข้าใจในทุกมิติของ การลงทุนอย่างยั่งยืน จะช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ไม่เพียงแต่เพื่อผลตอบแทนทางการเงิน แต่เพื่ออนาคตที่แท้จริงของโลกใบนี้.
Previous Post

N2002074 รถก บล ณจะเล อกอะไร (1) part2 | Nila Parry

Next Post

N2002078 เห นแฟนเป นต วอะไร มได มด (1) part2 | Nila Parry

Next Post

N2002078 เห นแฟนเป นต วอะไร มได มด (1) part2 | Nila Parry

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2402109 คนเลวไม เคยได จำไว part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402106 แฟนทรงสก อย เพ อนเลยด part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402110 กคนเด ยวฉ นเล ยงได ไม เห นต องง อผ ชายเลย part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402108 กท ไม อแม part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402113 เม ยสอง องห าม! part2 | Lakayla Bhakta

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.