นิสสัน สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น: กลยุทธ์ ‘ราคาดุดัน’ สั่นสะเทือนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน 2025
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่เกิดข
ึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนในช่วงปี 2568 นี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ การแข่งขันที่ดุเดือด การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มกำลัง และการรุกคืบของผู้ผลิตท้องถิ่น ล้วนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก และท่ามกลางสมรภูมิอันร้อนระอุนี้เอง “นิสสัน” ได้ตัดสินใจส่ง “นิสสัน สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น” (Nissan Sylphy Zero Emission) ลงสู่สนามด้วยกลยุทธ์ที่เรียกว่า “หมัดน็อค” ด้วยราคาที่เหนือความคาดหมาย
สมรภูมิ EV จีน: กฎเหล็กแห่งการแข่งขันและโอกาสที่นิสสันคว้าไว้
การเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ในจีนนั้นร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสมาคมผู้ค้ารถยนต์จีน (CADA) ชี้ให้เห็นว่า ในเดือนพฤษภาคม 2568 กลุ่มรถ NEVs มียอดขายสูงถึง 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และนับตั้งแต่ต้นปี มียอดขายสะสม 4.351 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพมหาศาลของตลาดจีน ซึ่งรัฐบาลได้วางเป้าหมายให้เป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไร้มลูพิษ และเป็นฐานการผลิตหลักของโลก
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขที่น่าประทับใจนี้ คือการแข่งขันที่เข้มข้น ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นอย่าง BYD, NIO, Geely, Wuling, และแบรนด์เกิดใหม่อย่าง Xiaomi ต่างดาหน้าส่งผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายออกสู่ตลาด โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากมาตรการของรัฐบาลจีน ซึ่งรวมถึงเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทำให้พวกเขาสามารถตั้งราคาขายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าผู้ผลิตต่างชาติที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เดียวกัน
สถานการณ์นี้ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างชาติหลายรายต้องเผชิญกับทางเลือกว่าจะเข้าสู่ตลาดนี้โดยตรง ซึ่งอาจต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่า หรือจะปล่อยโอกาสทองนี้ไป การตัดสินใจที่เฉียบคมของนิสสัน คือการจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับพันธมิตรท้องถิ่นในชื่อ “ตงเฟิง นิสสัน” (Dongfeng Nissan Passenger Vehicle) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเข้าถึงตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นิสสัน สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น: การแปลงโฉมสู่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นิสสันครั้งนี้ อยู่ที่การนำรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง “สไล์ฟี่” (Sylphy) ซึ่งเดิมเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน มาดัดแปลงให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% และตั้งชื่อใหม่ว่า “สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น” โดยหัวใจของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามาจากเทคโนโลยีของ “ลีฟ” (Leaf) รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก การผสานจุดแข็งของสองรุ่นนี้เข้าด้วยกัน ถือเป็นการผสมผสานที่น่าสนใจ
แน่นอนว่า การแปลงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องง่าย นิสสันต้องปรับจูนหลายส่วนเพื่อให้รถมีสมดุลการขับขี่ที่ดีภายใต้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า การใช้ฐานล้อแบบ Full-Size ช่วยเพิ่มพื้นที่และความมั่นคงในการขับขี่ ในขณะที่การออกแบบยังคงมุ่งหวังให้สมรรถนะการขับขี่ใกล้เคียงกับ Nissan Leaf ในแง่ของระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 338 กิโลเมตร
ราคาที่เหนือความคาดหมาย: 8 แสนบาท สั่นสะเทือนวงการ
จุดที่ทำให้ “นิสสัน สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น” เป็นที่ฮือฮามากที่สุด คือราคาขายเริ่มต้นที่ 1.66 แสนหยวน หรือราว 8 แสนบาทไทย ตัวเลขนี้ถือเป็นราคาที่สามารถแข่งขันโดยตรงกับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนที่อยู่ในระดับเดียวกันได้อย่างสบายๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าให้กับนิสสันในตลาดจีนได้เป็นอย่างดี การมีผู้บริโภคที่เปิดรับและโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในจีน ยิ่งส่งเสริมให้การเปิดตัวรุ่นนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง
แนวโน้มตลาดโลกและเทรนด์ยางรถยนต์ 2025
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนกำลังร้อนแรง ตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกก็มีพลวัตที่น่าสนใจเช่นกัน
สหรัฐอเมริกา: ตลาดรถยนต์สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2568 เติบโตราว 4% โดยมีปริมาณตลาดราว 3.9 ล้านคัน แม้จะมีประเด็นเรื่องภาษีนำเข้ารถยนต์ ประเภทรถยนต์ที่เติบโตสูงคือ Hybrid และรถกระบะ ส่วนรถยนต์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดยังคงเป็น SUV และรถกระบะ ขณะที่รถยนต์ Sedan ราคาจับต้องได้ก็ยังคงมีที่ยืนอยู่บ้าง
ประเทศไทย: ข้อมูลจาก YellowTire.com ชี้ให้เห็นว่า “ยางขอบ 20 นิ้ว” เป็นหนึ่งในขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มรถ SUV, รถกระบะ, รถสปอร์ตสมรรถนะสูง และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคที่ต้องการสมดุลระหว่างความสวยงาม สมรรถนะ การยึดเกาะถนน และความเงียบขณะขับขี่ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการยางขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางสมรรถนะสูง (Performance Tire) และยางนุ่มเงียบ (Comfort Tire)
10 อันดับขนาดยางขอบ 20 นิ้วที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2568:
1. 265/50R20
2. 275/55R20
3. 255/45R20
4. 265/55R20
5. 245/45R20
6. 245/35R20
7. 255/55R20
8. 245/40R20
9. 33X12.5R20
10. 255/40R20
ตัวอย่างรถยนต์ที่ใช้ยางขอบ 20 นิ้ว:
265/50R20: Ford Everest, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, GWM Tank 500
275/55R20: Ford Ranger, Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton
255/45R20: Mercedes-Benz GLC, Kia EV5, BMW i7, Deepal SO7
245/45R20: Volvo V90 Cross Country, BYD Sealion 7, Zeekr X
33X12.5R20: Mazda BT-50, Toyota Revo, Isuzu D-Max
10 รุ่นยางยอดนิยมขนาด 265/50R20:
1. Continental CrossContact RX
2. Michelin Primacy SUV+
3. Nitto NT420SD
4. Bridgestone Dueler H/T 684 II
5. Yokohama Geolandar A/T G015
6. Dunlop Grandtrek PT3
7. Bridgestone Ecopia H/L 001
8. Deestone Stormz RS
9. Maxxis MA-S2
10. Westlake SA07
ผู้เชี่ยวชาญด้านยางรถยนต์ให้มุมมองว่า ขนาดยาง 265/50R20 และ 275/55R20 ได้รับความนิยมอย่างสูงในรถ SUV และรถกระบะพรีเมียม เพราะให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะที่ดี โดยเฉพาะยางที่พัฒนาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูง
ตลาดรถยนต์ในไทย (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2568): ตลาดรถยนต์โดยรวมในเดือนกันยายน 2568 มียอดขาย 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กลุ่มรถยนต์นั่งมียอดขาย 19,671 คัน เพิ่มขึ้น 25.5% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มียอดขาย 28,679 คัน เพิ่มขึ้น 24.4% และรถยนต์กลุ่ม HEV (Hybrid Electric Vehicle) มียอดขาย 12,756 คัน เพิ่มขึ้น 73.45% ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยานยนต์ทางเลือก
การแข่งขันของ Tesla ในสมรภูมิ EV จีน
แม้ว่า Tesla จะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก แต่ในจีน พวกเขากำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตท้องถิ่น ข้อมูลส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของ Tesla ในจีนลดลงเหลือ 3.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่ส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) อยู่ที่ 6.3%
เพื่อตอบโต้สถานการณ์นี้ Tesla กำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ “E41” ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือการลดต้นทุนการผลิตลง 20% เมื่อเทียบกับ Model Y รุ่นปัจจุบัน โดยจะใช้สายการผลิตที่มีอยู่แล้วที่ Gigafactory เซี่ยงไฮ้ และใช้แนวคิด “Depop” ในการลดความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ คาดว่า E41 จะมีขนาดเล็กกว่า Model Y และอาจปรับเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อลดต้นทุน โดยมีเป้าหมายเจาะตลาดจีนและรักษา/เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเข้าถึงง่ายมากขึ้นนี้ ถือเป็น “หมากรุก” สำคัญของ Tesla ในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Xiaomi SU7, Aito (Huawei), และ Xpeng
กลยุทธ์ ‘ราคาดุดัน’ ของนิสสัน: นัยยะสำคัญต่อตลาดไทย
การที่นิสสันเปิดตัว “สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น” ด้วยราคาที่แข่งขันได้ในตลาดจีนนั้น เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศกำลังปรับตัวเข้าหาตลาดมากขึ้น การลดต้นทุนการผลิตและตั้งราคาที่เข้าถึงง่าย เป็นกุญแจสำคัญในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่กำลังเติบโตนี้
สำหรับประเทศไทย แม้ว่า “สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น” จะยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเข้ามาทำตลาดเมื่อใด แต่การเคลื่อนไหวของนิสสันในจีน อาจส่งผลต่อกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของนิสสันในภูมิภาคนี้ในอนาคต การที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนหลายแบรนด์สามารถทำราคาได้ดีในบ้านเรา ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่นิสสันต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
บทสรุป: การแข่งขันที่เข้มข้น นวัตกรรมที่เร่งตัว และอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า
ปี 2568 เป็นปีที่สมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะในจีน กำลังเข้าสู่ช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การแข่งขันที่ดุเดือด ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน และที่สำคัญคือ “ราคา” ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น
นิสสัน สไล์ฟี่ ซีโร่ อิมมิชชั่น คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและเติบโตในตลาดที่มีพลวัตสูง การนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้จากรุ่น Leaf เข้ากับแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยของ Sylphy พร้อมด้วยราคาที่น่าดึงดูดใจ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ท้าทายผู้เล่นเดิมในตลาดจีนอย่างแท้จริง
อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังจะมาถึง และการแข่งขันนี้จะนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ราคา และความคุ้มค่า การติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะกลยุทธ์ราคาที่น่าสนใจเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ของคุณในปีต่อๆ ไป
พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนแล้วหรือยัง? ค้นหารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ยานยนต์ล่าสุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนและชาญฉลาดไปกับเรา