งานมหกรรมยานยนต์ 2010: สัมผัสอนาคตรถยนต์ที่งาน Motor Expo
ในฐานะนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงในวงการรถยนต์มานับไม่ถ้วน แต่ละปีที่งาน Motor Ex
po หรือ “งานมหกรรมยานยนต์” ที่จัดขึ้น ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี มักจะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเสมอ ยิ่งปี 2010 นั้นเป็นปีที่พิเศษยิ่งกว่าเคย ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่น่าจับตาหลายคัน รวมถึงการปรากฏตัวของรถต้นแบบ (Prototype) ที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางอนาคตของยานยนต์ และแน่นอนว่า งาน Motor Expo 2010 นี้ได้สร้างความประทับใจและความสนใจเป็นอย่างมาก
บรรยากาศงาน Motor Expo 2010: ความทรงจำที่ไม่เคยเลือน
แม้ว่าจะเป็นเวลาผ่านมานาน แต่ผมยังคงจำบรรยากาศของงาน Motor Expo 2010 ได้เป็นอย่างดี ผมใช้เวลาเดินชมบูธต่างๆ พูดคุยกับผู้คน และเก็บภาพความประทับใจในแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ ผิดกับภารกิจที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน การได้สัมผัสรถยนต์รุ่นใหม่ๆ สัมผัสเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และพูดคุยกับเพื่อนร่วมวงการ ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง
ความพิเศษในปีนี้คือ การที่ผมได้มีโอกาสสลับบทบาทกับเพื่อนร่วมทีม “The Coup Team” ในการเป็นตากล้องจำเป็น เพื่อบันทึกภาพบรรยากาศสำหรับรายการ The Coup Channel ซึ่งทำให้ผมได้เห็นงานในมุมมองที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ไฮไลท์เด่นจากบูธต่างๆ ในงาน Motor Expo 2010
BMW / MINI: บูธของ BMW โดดเด่นด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BMW 520d และ 525d โดยเฉพาะรุ่น 525d ที่มีราคา 4.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ MINI Countryman ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ไม่สามารถถ่ายภาพได้อย่างชัดเจนนัก เนื่องจากมีผู้คนให้ความสนใจมุงดูตลอดเวลา
Chevrolet: Chevrolet ได้นำเสนอ Cruze ในหลากหลายรุ่นย่อย ตั้งแต่ LS, LT ไปจนถึง LTZ พร้อมทั้งเปิดตัว Aveo CNG ซึ่งเป็นรถที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความประหยัดขั้นสุด นับเป็นการทำการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Citroen: การเข้ามาของ Citroen DS3 ในราคา 1.495 ล้านบาท เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น ด้วยดีไซน์ที่สวยงามและโดดเด่น ทำให้ DS3 กลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองของ MINI เป็นอย่างยิ่ง
FIAT: Fiat 500 ยังคงเป็นดาวเด่นของบูธ FIAT โดยปีนี้มีการนำเสนอ Fiat 500 เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาทำตลาดด้วย
Ford: Ford Fiesta ยังคงเป็นดาวเด่นของบูธ Ford แม้จะยังไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับกระบะรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปีถัดไป
Honda: การเปิดตัว Honda BRIO ในงาน Motor Expo 2010 ถือเป็น World Premier ที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก ด้วยการเป็นรถยนต์ ECO Car ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 400,000 บาท การทุ่มทุนในการจัดงานและการถ่ายทอดสด สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Honda ในตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก
Hyundai: Hyundai Grand Starex ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นรุ่นหลักของบูธ ขณะที่รถต้นแบบ i-Blue ก็สร้างความน่าสนใจด้วยการนำเสนอที่แปลกตา
Isuzu: Isuzu D-Max X-Series ได้รับการปรับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยและเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากขึ้น การเปิดตัว D-Max รุ่นต่อไปในปี 2011 จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถทางการตลาดของ Isuzu
Land Rover: British Motor ได้นำรถ SUV ของ Land Rover มาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนถึงความตั้งใจในการทำตลาดในประเทศไทย
LEXUS: LEXUS CT200h สร้างความประหลาดใจด้วยการปรากฏตัวในงาน ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและเครื่องยนต์ Hybrid ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่เน้นความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Mazda: Mazda ได้นำเสนอรถต้นแบบ Ryuga และรถตกแต่งพิเศษต่างๆ รวมถึง Mazda 2 Navi ที่มาพร้อมระบบนำทางจากโรงงาน
Mercedes-Benz: Mercedes-Benz จัดแสดง R-Class Minorchange และ Vito รุ่นต่างๆ พร้อมทั้งเปิดตัว E250 CGI Blue Efficiency T-Model ซึ่งเป็นรถสเตชันแวกอนที่ดูสวยงามน่าใช้
Mitsubishi Motors: Mitsubishi นำเสนอ i-MiEV Sport รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า และ Lancer EX ที่ตกแต่งในสีเหลืองหลังคาดำเพื่อดึงดูดความสนใจ Lancer CNG และ Triton CNG ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
Nissan: Nissan 370Z มีวางจำหน่ายจริง ขณะที่ March Autech, X-Trail รุ่นพิเศษ และ Navara Minorchange ก็เป็นรุ่นที่น่าสนใจ การเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ อย่างยิ่งใหญ่ในปีถัดไป แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ Nissan
Peugeot: Peugeot RCZ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo และมีตัวเลือก 200 แรงม้าที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมี 207 CC Sport ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เดียวกับ MINI Cooper
Proton: Proton Saga เปิดตัวในไทย โดยรุ่นที่นำมาจัดแสดงเป็นรุ่น Minorchange ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลก
RUF: การกลับมาของ RUF ในฐานะสำนักแต่งที่มีสิทธิ์ตอก VIN Number ตามกฎหมายเยอรมัน สร้างความฮือฮาให้กับนักนิยมความแรง แม้จะใช้พื้นฐานจาก Porsche
Ssangyong: Ssangyong Korando มาในลุคใหม่ที่สวยงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นการพลิกโฉมจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง
Subaru: Subaru เปิดตัว Impreza WRX A-Spec เกียร์อัตโนมัติ พร้อมด้วยพริตตี้ที่สร้างสีสันให้กับงาน
Suzuki: Suzuki SX4 ที่ประกอบในอินโดนีเซีย เป็นรุ่นที่น่าสนใจ แต่สีสันของบูธมาจากพริตตี้เป็นส่วนใหญ่ ECO Car ของ Suzuki จะมาในปี 2012
TATA MOTORS: Tata Motors นำเสนอรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า Indica EV และเตรียมแผนทำตลาด Nano ในไทย
TOYOTA: Toyota Prius จำนวนมากถูกนำมาจัดแสดง ซึ่งถือเป็นรุ่นขายหลักประจำปีนี้ ด้วยเทคโนโลยี Hybrid ที่ได้รับการยอมรับ
VOLVO: Volvo XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่ 2.0T ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าชมงาน
Volkswagen: Volkswagen ยังคงทำตลาดรถรุ่นเดิม Passat CC และ Golf GTI ยังคงได้รับความนิยม
รถ Super Car: รถ Super Car จาก Gray Market เช่น Ferrari California ถูกนำมาจัดแสดงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
สรุปภาพรวม Motor Expo 2010:
โดยรวมแล้ว งาน Motor Expo 2010 ถือเป็นงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ไม่ได้กร่อยอย่างที่หลายคนคาดหวัง การจัดแสดงรถยนต์ที่เน้นเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผมมองว่า บรรยากาศการขายอาจจะลดน้อยลงไปบ้าง แต่การให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวไปข้างหน้า
ความน่าสนใจของ Mercedes-Benz B-Class: บทพิสูจน์ของการออกแบบที่แตกต่าง
แม้ว่าจะเป็นเวลาหลายปีผ่านไป แต่ผมยังคงจดจำความรู้สึกประหลาดใจที่ได้สัมผัส Mercedes-Benz B-Class เป็นครั้งแรกในงาน Bangkok International Motor Show 2012 ได้เป็นอย่างดี ในตอนแรก ผมมองว่ามันเป็นรถที่ “แปลก” เมื่อเทียบกับภาพลักษณ์ของ Mercedes-Benz ที่คุ้นเคย แต่การได้ทดลองขับ B-Class เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ได้เปลี่ยนมุมมองของผมไปอย่างสิ้นเชิง
B-Class W246: การออกแบบที่ก้าวข้ามข้อจำกัด
B-Class เจเนอเรชั่นที่ 2 (W246) ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม MFA (Mercedes-Benz Front-wheel-drive Architecture) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าของ Mercedes-Benz การออกแบบเน้นความลู่ลม (Aerodynamics) จนมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ต่ำเพียง Cd 0.26 ซึ่งเป็นสถิติที่ดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
การขับขี่และสมรรถนะ: เกินกว่าที่คาด
ด้วยเครื่องยนต์ M270 ขนาด 1.6 ลิตร Turbo ที่ให้กำลัง 156 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร ประกอบกับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT ทำให้ B-Class B200 Blue Efficiency ให้สมรรถนะที่น่าประทับใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเฉลี่ย 9.58 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 225 กม./ชม. แม้จะเป็นรถที่ดูเหมือนรถ Minivan แต่ความคล่องแคล่วในการขับขี่ การเข้าโค้งที่มั่นคง และการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ทำได้ดีเกินคาด
ความประหยัดน้ำมัน: เซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิด
การทดลองหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยของ B200 Blue Efficiency ทำได้น่าทึ่งถึง 16.31 กม./ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับรถยนต์ B-Segment หรือ ECO Car ที่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่ามาก ปัจจัยสำคัญคือการออกแบบตามหลัก Aerodynamics, เครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน และเกียร์ Dual Clutch ที่มีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุง:
แม้ว่า B-Class จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีจุดที่สามารถปรับปรุงได้ เช่น ตำแหน่งคันเกียร์ที่อาจก่อความสับสน, เบาะรองนั่งด้านหลังที่สั้นไปเล็กน้อย, เสียงยางที่ดังเข้ามาในห้องโดยสาร, การตอบสนองของ Turbo ในรอบต้น และการขาดออปชันบางอย่าง เช่น ระบบนำทาง Navigation System และเครื่องปรับอากาศแบบแยกโซน
กลุ่มเป้าหมายและคู่แข่ง:
B-Class ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการรถยนต์ Mercedes-Benz ที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย ขับขี่สนุก และประหยัดน้ำมัน คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ BMW X1 ซึ่งมีราคาถูกกว่า แต่มีขนาดห้องโดยสารที่เล็กกว่าและสมรรถนะที่ด้อยกว่าในบางด้าน
สรุป:
Mercedes-Benz B-Class B200 Blue Efficiency เป็นรถยนต์ที่ท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ ของ Mercedes-Benz ด้วยการผสมผสานการออกแบบที่แตกต่าง สมรรถนะที่น่าประทับใจ ความประหยัดน้ำมันที่เหนือความคาดหมาย และราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับรถยนต์แบรนด์หรู การได้สัมผัส B-Class ทำให้ผมเข้าใจว่า บางครั้ง การตัดสินใจเลือกรถยนต์จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการค้นพบรถยนต์ที่ดีเยี่ยมที่ซ่อนอยู่
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความประหยัดได้อย่างลงตัว การพิจารณา Mercedes-Benz B-Class อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ