ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2: ม้าศึกพันธุ์แกร่ง ผสานดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะเหนือชั้น
ในวงการรถกระบะ ภาพลักษณ์ของ “ฟอร์ด เรนเจอร์” คือนิยามของความแข็งแกร่ง ดุดัน และสมรรถนะที่ไว้ใจได้เสมอ หากจะเอ่ยถึงรถกระ
บะที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ชื่อของ Ford Ranger จะต้องผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยดีไซน์ภายนอกที่บึกบึน น่าเกรงขาม ขนาดตัวถังที่ใหญ่โตโอ่อ่า ทำให้ทุกสายตาต้องเหลียวมองเมื่อรถคันนี้ปรากฏตัวบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือเพศใดก็ตาม ต่างก็ตกหลุมรักในเสน่ห์ของ Ford Ranger
ความนิยมใน Ford Ranger ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มผู้ชายที่ชื่นชอบรถยนต์ทรงบึกบึนเท่านั้น แต่กลับพบว่ากลุ่มผู้หญิงจำนวนไม่น้อยก็มีความใฝ่ฝันที่จะครอบครองรถกระบะคันนี้เช่นกัน อาจเป็นเพราะความอเนกประสงค์ของรถประเภทนี้ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวัน การบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งการพาครอบครัวไปพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ Ford Ranger Wildtrak 3.2 จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
Ford Ranger Wildtrak 3.2: ยกระดับดีไซน์ให้เหนือกว่า
Ford Ranger โฉมปัจจุบันที่ใช้รหัส T6 เปิดตัวตั้งแต่ปลายปี 2012 ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในตลาดรถกระบะ ด้วยการนำเสนอดีไซน์ที่ล้ำสมัย ขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด เทคโนโลยีที่อัดแน่น และการตั้งราคาในรุ่นท็อปที่ทะลุ 1 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Ford Ranger กลับมาได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายอีกครั้ง ผู้คนต่างกล่าวขานถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ออปชั่นที่จัดเต็ม และความกล้าที่จะตั้งราคาในระดับพรีเมียม
สำหรับ Ford Ranger Wildtrak 3.2 คันนี้ ถือเป็นรุ่นท็อปที่ได้รับการตกแต่งพิเศษมาจากโรงงาน ให้ความรู้สึกหล่อเหลาพร้อมใช้งานทันทีที่ออกจากโชว์รูม กระจังหน้าขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนจากโครเมียมเป็นสีดำเข้ม ตัดกับโลโก้และชื่อรุ่นที่เด่นชัด ให้ความรู้สึกดุดันยิ่งขึ้น ชายกันชนด้านล่างสีบรอนซ์ และกรอบไฟตัดหมอกช่วยเสริมมิติให้กับด้านหน้า ขณะที่ไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับความบึกบึนของตัวรถ การเลือกใช้สีดำตัดกับสีตัวถังในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรอบกระจกมองข้าง มือจับประตู หรือแม้กระทั่งสปอร์ตบาร์ที่กระบะท้าย ล้วนแล้วแต่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ
เส้นสายบนตัวถังที่เน้นบริเวณโป่งล้อทั้งสี่ ทำให้รถดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว จากโรงงาน พร้อมบันไดข้างที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงโดยไม่เกะกะ อีกหนึ่งออปชั่นพิเศษที่น่าประทับใจคือไฟส่องสว่างข้างตัวรถที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้าง ซึ่งปกติจะพบในรถยนต์นั่งระดับกลางขึ้นไป แต่ Ford ได้นำมาใส่ใน Ranger Wildtrak รุ่นนี้ เพื่อเพิ่มความหรูหราและสะดวกสบายยามค่ำคืน
ด้านท้ายรถ โลโก้ Ford และสัญลักษณ์ RANGER ถูกจัดวางอย่างโดดเด่นชัดเจน ช่วยให้รถคันหลังทราบได้ทันทีว่ากำลังขับตามรถคันใด สำหรับรุ่น Wildtrak นี้ การเปลี่ยนฝากระบะท้ายและกันชนหลังเป็นสีดำทั้งหมดนั้นแตกต่างจากรุ่นปกติที่ใช้สีโครเมียม ซึ่งช่วยเพิ่มความดุดันให้แก่ตัวรถ
ใต้โลโก้ Ford ติดตั้งกล้องมองหลัง พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 4 จุด ที่บริเวณกันชนท้าย ช่วยให้การถอยจอดและการกะระยะทำได้อย่างแม่นยำ ไฟท้ายขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบง่ายเป็น 3 ช่องสี่เหลี่ยม ออกแบบมาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความทนทานและประโยชน์ใช้สอย
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย และความสบายที่เหนือกว่า
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 คุณจะสัมผัสได้ถึงการจัดเต็มออปชั่นเพื่อความสะดวกสบาย ระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบบลูทูธ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่องต่อ AUX/USB สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา แม้ในช่วงแรกของการใช้งาน อาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับปุ่มควบคุมต่างๆ เช่น เครื่องเสียง แอร์ หรือหน้าจอ MID แต่เมื่อใช้งานบ่อยขึ้น จะพบว่าทุกอย่างถูกจัดวางมาอย่างลงตัว
บรรยากาศภายในห้องโดยสารเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก ตัดกับสีเงินเมทาลิคในส่วนคอนโซลกลาง ขอบกรอบหน้าปัด ครอบเกียร์ และมือจับประตู ให้ความรู้สึกสปอร์ต ทันสมัย และไม่ดูเรียบจนเกินไป การใช้สีฟ้าอ่อนสำหรับไฟหน้าปัด เครื่องเสียง ระบบแอร์ และจอ MID เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ห้องโดยสารของ Ranger ดูมีความโดดเด่นยามค่ำคืน
จุดเด่นที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งคือเบาะนั่งสีดำเดินด้ายสีส้ม ตัดกับลายตาข่ายเล็กน้อย พร้อมปักชื่อรุ่น Wildtrak เป็นดีไซน์ที่ลงตัวและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรุ่นนี้ เบาะนั่งคู่หน้ามีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่ ปีกเบาะด้านข้างอาจไม่โอบกระชับเท่าที่ควรสำหรับผู้ที่มีรูปร่างเล็ก แต่จากการทดลองขับระยะทางไกล พบว่าให้ความสบาย ไม่รู้สึกเมื่อยล้า
สำหรับเบาะนั่งด้านหลัง แม้จะเป็นรถกระบะ 4 ประตู แต่พื้นที่โดยสารถือว่ากว้างขวาง สำหรับผู้ที่มีความสูง 178 ซม. ขาไม่ติดเบาะนั่ง และยังมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือ ทำให้การเดินทางไกลไม่รู้สึกอึดอัด ความชันของเบาะหลังได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม นั่งสบาย ไม่รู้สึกแข็งหรือกระด้าง การรองรับสรีระทั้งเบาะหน้าและเบาะหลังทำได้ดีเยี่ยม
สมรรถนะเครื่องยนต์: พลังดิบ แรงบิดมหาศาล
Ford Ranger Wildtrak 3.2 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCi ขนาด 3.2 ลิตร VG Turbo พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต Ds เครื่องยนต์นี้ให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป แม้กระทั่งการบรรทุกสัมภาระก็ทำได้อย่างสบาย การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แม้จะมีอาการหน่วงเล็กน้อยในช่วงแรกก่อนที่ตัวรถจะตอบสนอง การใช้ความเร็วที่ 110-130 กม./ชม. ทำได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อต้องการเร่งแซง เพียงคิกดาวน์ หรือเพิ่มคันเร่งเพียงเล็กน้อย รถก็สามารถแซงได้อย่างมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เช่นเมื่อใช้ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. และต้องการเร่งแซง การคิกดาวน์อาจไม่เปลี่ยนลงมาให้ในทันที แต่กลับใช้เกียร์เดิมและค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปช้าๆ ซึ่งอาจทำให้การแซงในเลนสวนทางมีลุ้นอยู่บ้าง แต่ก็มีบางจังหวะที่เกียร์เปลี่ยนลงมาให้ การเซ็ตโปรแกรมควบคุมเกียร์นี้ อาจมีจุดประสงค์เพื่อรักษาแรงบิดให้เต็มประสิทธิภาพและเพิ่มความประหยัดน้ำมัน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่บางส่วนต้องใช้เวลาปรับตัว
การทดลองอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: พลังที่พิสูจน์ได้
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. พร้อมผู้โดยสาร 4 คน และสัมภาระน้ำหนักประมาณ 300 กก. ในโหมดการขับขี่แบบปกติ (D) ผลการทดสอบเฉลี่ยอยู่ที่ 12.49 วินาที โดยในช่วงออกตัวมีอาการหน่วงเล็กน้อยประมาณ 1-1.5 วินาที ซึ่งเป็นช่วงที่เทอร์โบกำลังจะตอบสนอง เมื่อเทอร์โบเริ่มทำงาน รถจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว และค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง
พวงมาลัยและช่วงล่าง: สมดุลเพื่อการขับขี่ทางไกล
น้ำหนักพวงมาลัยถูกเซ็ตมาค่อนข้างหนืดเล็กน้อย ทำให้การขับขี่ทางไกลช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการต้องประคองพวงมาลัยได้อย่างมาก พวงมาลัยที่มีความหนืดช่วยให้การควบคุมรถมีความมั่นใจ จากการทดลองขับระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ไปกลับ พบว่าตลอดการทดสอบไม่มีอาการเมื่อยล้าใดๆ ต้องขอชื่นชมการเซ็ตพวงมาลัย เบาะนั่ง ช่วงล่าง และสมรรถนะของตัวรถ ที่เอื้อต่อการขับขี่เดินทางไกลได้อย่างสบาย
ช่วงล่างของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถูกเซ็ตมาให้มีความนุ่มนวล แต่ไม่ถึงกับยวบยาบ ยังคงความแน่นหนึบในสไตล์ฟอร์ด แม้จะมีอาการเด้งบ้างตามสไตล์รถกระบะที่เซ็ตเผื่อการบรรทุก แต่การซับแรงกระแทกทำได้อย่างดีเยี่ยม น่าประทับใจสำหรับรถกระบะในระดับเดียวกัน แม้จะไม่นุ่มหนึบเท่ารถยนต์นั่ง แต่ก็ดีกว่ารถยนต์นั่งหลายคัน
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: สมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัด
เมื่อใช้ความเร็วเดินทาง 120 กม./ชม. โดยมีการเร่งแซงบ้าง และบางจังหวะทำความเร็วสูงถึง 160 กม./ชม. อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ เมื่อพิจารณาจากขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ น้ำหนักของรถ และผู้โดยสารรวมสัมภาระ ถึงแม้จะไม่ใช่รถที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด แต่ก็เป็นตัวเลขที่ไม่น่าเกลียด เมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับกลับมา
สรุป: ยานยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะ 4 ประตูที่หล่อเท่ มีอุปกรณ์ครบครันตั้งแต่โรงงาน มีสมรรถนะที่เหนือกว่า และพร้อมลุยในทุกเส้นทาง ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น สมรรถนะอันทรงพลัง ภายในที่หรูหราสะดวกสบาย และช่วงล่างที่ตอบโจทย์การขับขี่ทางไกล ทำให้ Ford Ranger Wildtrak 3.2 เป็นยานยนต์อเนกประสงค์ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจ
ท้ายที่สุด การตัดสินใจเลือกรถยนต์ที่ใช่ ขึ้นอยู่กับความต้องการและความพึงพอใจของแต่ละบุคคล การได้ทดลองขับด้วยตนเอง จะช่วยให้คุณค้นพบว่า Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือรถกระบะที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณหรือไม่
หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่พร้อมจะพาคุณโลดแล่นไปทุกที่ พร้อมความมั่นใจและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าพลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ด้วยตัวคุณเองวันนี้!