• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2302049 ตอนท กด ศร ของผ หญ งไม ใช งท องขอ แต เป นส งท องร กษาไว (1) part2

admin79 by admin79
February 12, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Ford Ranger Wildtrak 3.2: พลังที่แฝงมากับความสง่างาม และสไตล์ที่เหนือกว่า ในวงการรถกระบะ หนึ่งชื่อที่มักจะผุดขึ้นมาในความคิดของผู้คนอย่างรวดเร็ว ย่อมหนีไม่พ้น Ford Ranger ด้วยภาพลักษณ์ที่บึกบึน โดดเด่น
สะดุดตา ทำให้ทุกครั้งที่ได้เห็นเป็นต้องเหลียวมอง มันคือรถกระบะอีกรุ่นที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง ดุดัน จนหลายคนอาจจะคาดเดาว่าคงจะถูกใจเฉพาะกลุ่มผู้ชาย แต่ความเป็นจริงกลับพลิกความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง เพื่อนผู้หญิงรอบตัวผมหลายคนกลับแสดงความต้องการที่จะเป็นเจ้าของ “เจ้ายักษ์” คันนี้อย่างไม่ลังเล ในตอนแรกผมเองก็แอบสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะปกติแล้ว ผู้หญิงมักจะชอบรถยนต์ขนาดเล็กที่ขับขี่คล่องตัว หาที่จอดง่าย แต่สังเกตได้ว่าผู้หญิงที่อยากได้รถกระบะลักษณะนี้ ส่วนใหญ่มักจะมีครอบครัว มีบุตรธิดา อาจเป็นเพราะความอเนกประสงค์ของรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการเดินทางและการบรรทุกสัมภาระได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับครอบครัว Ford Ranger โฉมปัจจุบันที่เรารู้จักกันในรหัส T6 นี้ เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2012 สร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ขนาดตัวรถที่ใหญ่โตกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างเห็นได้ชัด เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ และที่สำคัญคือการก้าวข้ามราคา 1 ล้านบาทในรุ่นท็อป ซึ่งทำให้กระแสของ Ford Ranger กลับมาบูมอีกครั้งในประเทศไทย ใครๆ ต่างก็พูดถึงรถกระบะราคาทะลุล้านคันนี้ ว่ามันมีดีอย่างไร มีออปชั่นอะไรที่น่าสนใจ และสมรรถนะดีเยี่ยมถึงเพียงไหน ผมยังจำได้ดีว่าในช่วงเวลานั้น ใครที่สนใจและจับจอง Ford Ranger อาจต้องรอคอยรถนานถึงครึ่งปี! ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของ Ranger ในก้าวแรกของการเข้าสู่ตลาด และในวันนี้ ผมมีโอกาสได้ทดลองขับ Ford Ranger Wildtrak 3.2 รุ่นท็อป กระบะทะลุ 1 ล้านบาทคันนี้ การออกแบบภายนอก: ดุดันแต่แฝงด้วยความมีระดับ Ford Ranger Wildtrak 3.2 คันนี้ ถูกตกแต่งพิเศษจากโรงงานมาอย่างลงตัว ทำให้ดูหล่อเหลาออกมาจากโชว์รูมโดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติม เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนจากโครเมียมมาเป็นสีดำเข้ม เสริมด้วยโลโก้และชื่อรุ่นที่เด่นชัด เพิ่มความรู้สึกดุดัน ตัดกับชายล่างสีบรอนซ์ และชุดครอบไฟตัดหมอกที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับด้านหน้า ชุดไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับความบึกบึนของตัวรถ การเลือกใช้สีดำตัดกับสีตัวถังในส่วนต่างๆ เช่น กรอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ไปจนถึงสปอร์ตบาร์ที่กระบะท้าย ช่วยเสริมให้รถดูสปอร์ตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เส้นสายตลอดตัวรถถูกเน้นที่โป่งล้อทั้งสี่ข้าง ทำให้ดูบึกบึนแข็งแรงยิ่งขึ้น จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วจากโรงงาน บันไดข้างได้รับการออกแบบมาอย่างพอดี ไม่เกะกะ แต่ยังคงใช้งานได้จริง และอีกหนึ่งออปชั่นที่น่าประทับใจคือไฟส่องสว่างข้างตัวรถที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้าง ช่วยให้ความสว่างในยามค่ำคืน ออปชั่นเช่นนี้มักจะพบเห็นได้ในรถยนต์นั่งระดับกลางขึ้นไป การนำมาใส่ใน Ranger Wildtrak ทำให้รถคันนี้ดูหรูหรามีระดับยิ่งขึ้น ด้านท้ายรถโดดเด่นด้วยโลโก้ Ford และสัญลักษณ์ RANGER ขนาดใหญ่ชัดเจน เพื่อให้รถคันหลังทราบว่ากำลังขับตามรถคันใด สำหรับรุ่น Wildtrak พิเศษนี้ กระจังท้ายและกันชนหลังถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด แตกต่างจากรุ่นปกติที่จะเป็นโครเมียม ใต้โลโก้ Ford มีการติดตั้งกล้องมองหลัง พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 4 จุด ที่กันชนท้าย ซึ่งจะทำงานร่วมกับกล้อง ช่วยในการถอยจอดและกะระยะได้อย่างแม่นยำ ชุดไฟท้ายขนาดใหญ่ดีไซน์เรียบง่ายเป็น 3 ช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ถูกออกแบบมาให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน ถูกใจผู้ที่ชื่นชอบการลุยอย่างแน่นอน การตกแต่งภายใน: สัมผัสแห่งความสะดวกสบายและเทคโนโลยี ภายในห้องโดยสารของ Ranger Wildtrak 3.2 จัดเต็มด้วยออปชั่นเพื่อความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบบลูทูธ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่องต่อ AUX/USB สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา ในช่วงแรกของการใช้งาน ปุ่มควบคุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียง แอร์ หรือหน้าจอ MID ที่แสดงข้อมูลต่างๆ อาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยและศึกษาพอสมควร หากไม่คุ้นชินกับการใช้งานบ่อยๆ อาจจำเป็นต้องละสายตาจากถนนเพื่อควบคุม บรรยากาศภายในห้องโดยสารเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก มีการตัดด้วยสีเงินเมทัลลิคในส่วนคอนโซลกลาง ขอบกรอบหน้าปัด ครอบคันเกียร์ และมือจับประตู เพื่อเพิ่มความทันสมัยและดูสปอร์ตขึ้น ทำให้ภายในไม่ดูเรียบจนเกินไป สำหรับไฟต่างๆ หน้าปัด เครื่องเสียง และจอ MID ถูกใช้เป็นสีฟ้าทั้งหมด ซึ่งในมุมมองส่วนตัว ผมรู้สึกว่าหากเปลี่ยนเป็นสีส้ม ก็จะให้ความรู้สึกที่สปอร์ตยิ่งขึ้นไปอีก และยังเข้ากับการตัดเย็บเบาะด้วยด้ายสีส้มและการเดินตะเข็บสีส้ม ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในรถสปอร์ต อีกหนึ่งจุดเด่นที่ผมชื่นชอบมากคือเบาะนั่งสีดำสลับด้ายสีส้ม ผสมผสานกับลายตาข่ายเล็กน้อย พร้อมปักชื่อรุ่น Wildtrak ถือเป็นดีไซน์ที่ลงตัวเข้ากับตัวรถ เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Wildtrak อย่างแท้จริง เมื่อพูดถึงการใช้งาน เบาะนั่งด้านหน้ามีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่ต้องกังวลเรื่องความอึดอัด สำหรับผู้ที่มีรูปร่างเล็ก ปีกเบาะด้านข้างอาจจะไม่ได้โอบรัดมากนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการขับขี่ จากการทดลองขับระยะทางไกลยาวๆ ก็พบว่าไม่รู้สึกเมื่อยล้า แต่กลับนั่งสบาย ไม่อึดอัด เบาะนั่งด้านหลัง ถือว่ากว้างขวางสำหรับผมที่สูง 178 ซม. พื้นที่โดยสารด้านหลังมีพื้นที่วางขาเพียงพอ ไม่ติดเบาะด้านหน้า และเมื่อพิงพนักเบาะแล้ว พื้นที่เหนือศีรษะก็ยังเหลือเฟือ ทำให้การเดินทางไกลไม่รู้สึกอึดอัด อีกหนึ่งข้อกังวลสำหรับรถกระบะ 4 ประตู คือความชันของเบาะหลัง แต่จากการลองนั่งระยะหนึ่ง พบว่านั่งสบายมาก เมื่อเทียบกับเบาะหลังของรถกระบะ 4 ประตูหลายๆ รุ่น เบาะนุ่ม ให้ความรู้สึกสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง หากคุณเป็นคนตัวใหญ่และกังวลเรื่องความอึดอัด ลองมาทดลองนั่งดู แล้วรับรองว่าคุณจะประทับใจ สมรรถนะ: พลังที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ Ford Ranger Wildtrak 3.2 รุ่นนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCi 3.2 ลิตร VG Turbo พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต Ds ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้ เครื่องยนต์ให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือแม้กระทั่งเมื่อต้องการบรรทุก ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ด้วยพละกำลังที่มีอยู่ การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แม้จะมีอาการหน่วงเล็กน้อยก่อนที่รถจะตอบสนอง การใช้ความเร็วขณะเดินทางที่ 110-130 กม./ชม. ทำได้อย่างสบาย หายห่วง เมื่อต้องการเร่งแซง เพียงแค่คิกดาวน์ หรือบางจังหวะอาจเพียงแค่เหยียบคันเร่งเพิ่มเล็กน้อย ก็สามารถแซงได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะ การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อาจไม่ได้เป็นดั่งใจ เมื่อเราใช้ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. และต้องการเร่งแซง เมื่อทำการคิกดาวน์ กลับพบว่าเกียร์ไม่เปลี่ยนลงมาให้ แต่กลับใช้เกียร์เดิมและความเร็วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปอย่างช้าๆ ทำให้การแซงในลักษณะถนนสวนเลน มีจังหวะให้ลุ้นอยู่หลายครั้ง แต่ก็มีบางจังหวะที่เกียร์เปลี่ยนลงมาให้ ซึ่งอาจเกิดจากการตั้งโปรแกรมควบคุมระบบเกียร์ที่ทางวิศวกรต้องการให้ผู้ขับขี่ใช้แรงบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อความประหยัด แต่อาจไม่ถูกต้องนัก ในแง่หนึ่ง การตั้งโปรแกรมเกียร์ลักษณะนี้ อาจทำให้ผู้ขับขี่หลายท่านไม่เข้าใจว่าทำไมรถเร่งแล้วไม่พุ่งไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อพิจารณาในขณะที่อยู่บนถนนสองเลนสวน ในจังหวะที่คับขัน หรือต้องการเร่งแซงอย่างรวดเร็ว หากชุดเกียร์ไม่ตอบสนอง บางครั้งเราอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากได้ การทดสอบอัตราเร่ง
เราได้ทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. พร้อมผู้โดยสารรวมผู้ขับขี่ 4 คน และสัมภาระน้ำหนักรวมประมาณ 300 กก. โดยการขับขี่ในโหมดปกติ (D) เหยียบคันเร่งสุดจากจุดหยุดนิ่ง ทำได้ดังนี้: ครั้งที่ 1: 12.57 วินาที ครั้งที่ 2: 12.59 วินาที ครั้งที่ 3: 12.31 วินาที เฉลี่ยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 12.49 วินาที จากการสังเกต ในช่วงออกตัวมีอาการหน่วงเล็กน้อยประมาณ 1-1.5 วินาที ซึ่งเป็นช่วงที่เทอร์โบกำลังจะตอบสนอง แต่เมื่อเทอร์โบเริ่มทำงาน รถจะพุ่งออกไป และค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง การควบคุมและการขับขี่ น้ำหนักพวงมาลัยถูกเซ็ตมาค่อนข้างหนืดเล็กน้อย สำหรับผู้ที่เคยขับรถยนต์นั่งที่พวงมาลัยเบา อาจจะรู้สึกหนักอยู่บ้าง แต่สำหรับการวิ่งออกต่างจังหวัดทางไกล พวงมาลัยน้ำหนักที่เซ็ตมานี้ ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการต้องประคองพวงมาลัยได้อย่างมาก พวงมาลัยที่มีความหนืด สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ จากการทดลองขับระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ไปกลับ กรุงเทพฯ – บุรีรัมย์ ตลอดทริปการทดสอบ ก็ไม่มีอาการเมื่อยล้า หรืออาการปวดเมื่อยแต่อย่างใด จึงขอชื่นชมทั้งน้ำหนักพวงมาลัย เบาะนั่ง ช่วงล่าง และสมรรถนะของตัวรถที่ถูกเซ็ตมาให้สามารถขับขี่เดินทางไกลได้อย่างสบาย ช่วงล่างของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถูกเซ็ตมาแบบนุ่มนวล แต่ไม่ได้ถึงกับยวบยาบ ยังคงมีความแน่นหนึบในสไตล์ของฟอร์ด อาจมีอาการเด้งอยู่บ้างตามสไตล์รถกระบะที่เซ็ตมาเผื่อการบรรทุก เมื่อต้องขับผ่านถนนที่ไม่เรียบเท่าไหร่นัก สังเกตได้จากผู้โดยสารเบาะหลังจะกระโดดตลอดเส้นทาง แต่เมื่อได้ลองนั่งดูแล้ว อาการเด้งนั้นเกิดขึ้นจริง แต่กลับไม่รู้สึกตึงตังตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกปวดเมื่อย ช่วงล่างมีการซับแรงกระแทกไว้ได้อย่างดี ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะในระดับเดียวกัน อาจจะไม่ได้นุ่มหนึบเท่ารถยนต์นั่ง แต่ดีกว่ารถยนต์นั่งหลายคันเลยทีเดียว อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อใช้ความเร็วเดินทางที่ 120 กม./ชม. มีการเร่งบ้าง และในบางจังหวะทำความเร็วไปถึง 160 กม./ชม. อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ น้ำหนักรถ และผู้โดยสารบวกสัมภาระ ถือว่าอัตราบริโภคน้ำมันนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แม้จะไม่ได้ประหยัดมากมาย แต่ก็เป็นตัวเลขที่ไม่น่าเกลียดเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับกลับมา สรุป สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะ 4 ประตู ที่มีอเนกประสงค์ หล่อ เท่ และมีอุปกรณ์ครบครันมาตั้งแต่โรงงาน Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เราอยากแนะนำ แต่ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความต้องการและความพึงพอใจของแต่ละบุคคล การได้ลองขับจะทำให้คุณรู้ว่า Ford Ranger Wildtrak 3.2 ใช่หรือไม่ใช่สำหรับคุณ
หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่มอบทั้งสไตล์ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความสะดวกสบายที่ครบครัน Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม ลองมาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถึงเป็นที่ต้องการของใครหลายๆ คน
Previous Post

N2302055_Ep2 ใจด ให คนผ ด…ก เหม อนเป ดประต ใหโจร_part2

Next Post

N2302053_เพ อนๆช อก! เหต ผลท แท จร งท ทำไมเธอต องโกหกตลอดเวลา EP2_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N2302053_เพ อนๆช อก! เหต ผลท แท จร งท ทำไมเธอต องโกหกตลอดเวลา EP2_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2402109 คนเลวไม เคยได จำไว part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402106 แฟนทรงสก อย เพ อนเลยด part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402110 กคนเด ยวฉ นเล ยงได ไม เห นต องง อผ ชายเลย part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402108 กท ไม อแม part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402113 เม ยสอง องห าม! part2 | Lakayla Bhakta

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.