• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2302034_กเร ยนไล คร ลงรถ เร องราวห กม มท ใครก ไม คาดค_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

admin79 by admin79
February 12, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทร็ค 3.2: นิยามใหม่ของกระบะพันธุ์แกร่ง สะท้อนไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ในโลกของรถกระบะที่การแข่งขันดุเดือดทุกปี การจะยืนหยัดในตลาดและครองใจผู้บริโภคได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่สำหรับ Ford
Ranger Wildtrak 3.2 ถือเป็นหนึ่งในรถกระบะที่สามารถพิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนาน ด้วยการผสมผสานอันลงตัวระหว่างดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา สมรรถนะที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ Ranger กลายเป็นชื่อที่อยู่ในใจของผู้ที่มองหารถกระบะอเนกประสงค์ได้อย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากที่ Ford Ranger เจเนอเรชัน T6 เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2012 ก็สร้างปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการรถกระบะในประเทศไทย ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โตบึกบึน ดีไซน์ที่ดุดัน แต่แฝงด้วยความสง่างาม พร้อมเทคโนโลยีที่ถูกใส่มาอย่างจัดเต็ม ทำให้ Ranger ไม่ใช่แค่รถกระบะเพื่อการบรรทุกอีกต่อไป แต่ยกระดับขึ้นไปสู่การเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Ford Ranger Wildtrak 3.2 รุ่นท็อป ที่มาพร้อมกับค่าตัวทะลุล้านบาทในยุคนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่คือคำยืนยันถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าคู่แข่งในหลายมิติ และวันนี้ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาเกือบ 10 ปี ผมมีโอกาสได้สัมผัสและทดลองขับ Ford Ranger Wildtrak 3.2 อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่า ตำนานกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้ ยังคงมีเสน่ห์และความน่าสนใจมากพอที่จะครองใจผู้บริโภคในปี 2025 ได้หรือไม่ รูปลักษณ์ภายนอก: ความดุดันที่มาพร้อมสไตล์ เมื่อแรกเห็น Ford Ranger Wildtrak 3.2 การออกแบบภายนอกยังคงสร้างความประทับใจไม่เสื่อมคลาย กระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนจากโครเมียมเป็นสีดำเข้ม เสริมด้วยโลโก้รุ่นที่เด่นชัด ให้ความรู้สึกถึงพละกำลังและความบึกบึน ชายกันชนด้านล่างสีเงินตัดกับสีดำของกระจังหน้า ยิ่งเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับส่วนหน้าของรถ ไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับความบึกบึนของตัวรถ การเลือกใช้สีดำในการตัดกับสีตัวถังในหลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นกรอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ไปจนถึงสปอร์ตบาร์ที่กระบะท้าย ทำให้ Ranger Wildtrak ดูสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน
เส้นสายของตัวถังที่เน้นความแข็งแกร่งที่โป่งล้อทั้งสี่ข้าง ทำให้รถดูกำยำน่าเกรงขาม ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วจากโรงงาน พร้อมบันไดข้างที่ออกแบบมาอย่างลงตัว ไม่เกะกะแต่ใช้งานได้จริง เป็นอีกจุดที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด และที่พิเศษยิ่งกว่าคือ ไฟส่องสว่างข้างตัวรถที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้าง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มักพบในรถยนต์นั่งระดับพรีเมียม แต่ Ford ได้นำมาใส่ไว้ใน Ranger Wildtrak เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหรา ส่วนท้ายรถยังคงโดดเด่นด้วยโลโก้ Ford และสัญลักษณ์ RANGER ขนาดใหญ่ที่แสดงตัวตนอย่างชัดเจน สำหรับรุ่น Wildtrak โดยเฉพาะ ฝากระบะท้ายและกันชนหลังที่ตกแต่งด้วยสีดำทั้งหมด ทำให้รถดูเข้มและแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น การติดตั้งกล้องมองหลังพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 4 จุดบริเวณกันชนท้าย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถอยจอดได้อย่างมาก ไฟท้ายดีไซน์เรียบง่ายแต่ให้การมองเห็นที่ชัดเจน ยิ่งตอกย้ำความเป็นรถกระบะพันธุ์แกร่งที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ภายในห้องโดยสาร: สะดวกสบาย เต็มออปชัน ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร Ford Ranger Wildtrak 3.2 ยังคงมอบความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยออปชันเพื่อความสะดวกสบายและตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบสั่งงานด้วยเสียง, ระบบบลูทูธ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control), ช่องต่อ AUX/USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างมาก แม้ว่าในช่วงแรกของการใช้งาน การทำความคุ้นเคยกับปุ่มควบคุมต่างๆ บนคอนโซลกลางอาจต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง แต่เมื่อใช้งานไปสักระยะ จะพบว่าทุกอย่างถูกจัดวางมาอย่างมีเหตุผล การตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีดำเป็นหลัก ตัดด้วยการใช้สีเงินเมทัลลิกในส่วนคอนโซลกลาง ขอบกรอบหน้าปัด และมือจับประตู ช่วยสร้างบรรยากาศสปอร์ตทันสมัย ไม่ดูเรียบจนเกินไป การใช้สีฟ้าในการเรืองแสงของหน้าปัด เครื่องเสียง และหน้าจอ MID เป็นอีกจุดที่โดดเด่น ซึ่งหากมองในมุมของความรู้สึกสปอร์ต การตัดสีส้มเข้าไปในส่วนเบาะที่ปักชื่อรุ่น Wildtrak และเดินด้ายตะเข็บสีส้ม ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในยามค่ำคืนมีความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เบาะนั่ง: สบาย นั่งนาน ไม่เมื่อยล้า จุดเด่นที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือ เบาะนั่งของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 เบาะคู่หน้าหุ้มด้วยหนังสีดำ ตัดกับลายตาข่ายเล็กน้อย และปักชื่อรุ่น Wildtrak เป็นดีไซน์ที่ดูดี มีเอกลักษณ์ และเข้ากับตัวรถได้อย่างลงตัว ขนาดของเบาะนั่งด้านหน้ามีความใหญ่ นั่งสบาย รองรับสรีระได้ดี แม้ว่าสำหรับคนตัวเล็ก ปีกเบาะด้านข้างอาจจะไม่ได้โอบกระชับมากนัก แต่จากการทดลองขับระยะทางไกล ก็ไม่พบอาการเมื่อยล้าใดๆ กลับรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด สำหรับเบาะนั่งด้านหลัง แม้จะเป็นรถกระบะ 4 ประตู แต่พื้นที่โดยสารนั้นกว้างขวางเหลือเฟือ ผู้ที่มีส่วนสูง 178 ซม. สามารถนั่งได้ขาไม่ติด เวลานั่งพิงเบาะจนสุด พื้นที่เหนือศีรษะก็ยังคงมีเหลือเฟือ การเดินทางไกลจึงไม่รู้สึกอึดอัด และที่สำคัญ ความชันของเบาะหลังถูกออกแบบมาให้นั่งสบายกว่ารถกระบะ 4 ประตูหลายๆ รุ่นในตลาด วัสดุเบาะนุ่ม ให้ความสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง ใครที่กังวลเรื่องพื้นที่นั่งในรถกระบะ 4 ประตู ลองมาสัมผัสแล้วจะติดใจ เครื่องยนต์และสมรรถนะ: พลังที่รอการปลดปล่อย หัวใจของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือเครื่องยนต์ดีเซล TDCi ขนาด 3.2 ลิตร VG Turbo พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต Ds ทำให้รถคันนี้มีพละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือแม้กระทั่งการบรรทุกสัมภาระหนักๆ ก็สามารถทำได้อย่างสบาย การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แม้จะมีอาการหน่วงเล็กน้อยในช่วงแรกก่อนที่แรงบิดจะส่งกำลังออกมา แต่เมื่อเครื่องยนต์เข้าที่ การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ ที่ความเร็วเดินทาง 110-130 กม./ชม. ทำได้ต่อเนื่อง และเมื่อต้องการแซง เพียงแค่ Kick Down หรือเพิ่มคันเร่งอีกเล็กน้อย รถก็สามารถแซงได้อย่างฉับไว
อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อาจไม่ตรงใจผู้ขับขี่ 100% เช่น เมื่อขับที่ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. และทำการ Kick Down เพื่อแซง บางครั้งเกียร์อาจไม่เปลี่ยนลงมาให้ แต่กลับใช้เกียร์เดิมและค่อยๆ ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปช้าๆ ทำให้การแซงในเลนสวนอาจต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าทางวิศวกรได้เซ็ตโปรแกรมของเกียร์มาเพื่อเน้นการใช้แรงบิดให้เต็มประสิทธิภาพและส่งเสริมความประหยัดน้ำมัน แต่ในสถานการณ์คับขัน การตอบสนองที่ล่าช้าเล็กน้อยนี้ อาจทำให้ผู้ขับขี่ต้องลุ้นอยู่บ้าง การทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จากการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. พร้อมผู้โดยสาร 4 คน และสัมภาระน้ำหนักรวมประมาณ 300 กก. โดยใช้โหมดขับขี่ปกติ (D) พบว่า Ranger Wildtrak 3.2 ทำเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 12.49 วินาที (ครั้งที่ 1: 12.57 วินาที, ครั้งที่ 2: 12.59 วินาที, ครั้งที่ 3: 12.31 วินาที) โดยมีอาการหน่วงเล็กน้อยในช่วงออกตัวประมาณ 1-1.5 วินาที ซึ่งเป็นช่วงที่เทอร์โบกำลังจะเริ่มทำงาน แต่เมื่อเทอร์โบทำงานเต็มที่ รถจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง พวงมาลัยและการขับขี่: มั่นคง ลดความเหนื่อยล้า น้ำหนักพวงมาลัยของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถูกเซ็ตมาให้มีความหนืดเล็กน้อย ซึ่งอาจจะรู้สึกหนักกว่าพวงมาลัยรถเก๋งทั่วไป แต่สำหรับรถกระบะที่เน้นการขับขี่ทางไกล น้ำหนักพวงมาลัยที่เซ็ตมาแบบนี้ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการต้องประคองพวงมาลัยได้อย่างมาก การขับขี่มีความมั่นใจ และจากการทดลองขับระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ไปกลับกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ตลอดทั้งทริปการทดสอบ ไม่พบอาการเมื่อยล้าใดๆ จากการบังคับควบคุม ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าชื่นชม ช่วงล่าง: นุ่มหนึบ แต่ยังคงความเป็นกระบะ ช่วงล่างของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถูกเซ็ตมาในแนวทางที่นุ่มนวล แต่ไม่ได้ถึงกับยวบยาบ ยังคงความแน่นหนึบในสไตล์ Ford จะมีอาการเด้งอยู่บ้างตามสไตล์รถกระบะที่ถูกเซ็ตมาเพื่อการบรรทุก แต่ที่น่าประทับใจคือ อาการเด้งนั้นถูกซับแรงกระแทกไว้ได้เป็นอย่างดี แม้คนนั่งเบาะหลังอาจรู้สึกโยกเยกบ้าง แต่ไม่ถึงกับรู้สึกตึงตังจนปวดเมื่อย ถือเป็นช่วงล่างที่น่าประทับใจสำหรับรถกระบะในระดับเดียวกัน อาจจะไม่ได้นิ่มเหมือนรถเก๋ง แต่ก็ดีกว่ารถเก๋งหลายๆ รุ่น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: สมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด ในการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ความเร็วเดินทาง 120 กม./ชม. มีการเร่งแซงบ้าง และบางครั้งทำความเร็วไปถึง 160 กม./ชม. พบว่าอัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ น้ำหนักตัวรถ และการบรรทุกสัมภาระ ตัวเลขนี้ถือว่าไม่น่าเกลียด เมื่อพิจารณาถึงสมรรถนะที่ได้รับกลับคืนมา บทสรุป: กระบะที่ยังคงครองใจ สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะ 4 ประตู ที่ไม่เพียงแค่หล่อเหลา แต่ยังอัดแน่นไปด้วยออปชันและสมรรถนะที่เหนือกว่า Ford Ranger Wildtrak 3.2 ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง การออกแบบภายนอกที่ยังคงความดุดันสไตล์ Wildtrak ภายในที่สะดวกสบาย เบาะนั่งที่นั่งสบายตลอดการเดินทางยาวนาน เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และช่วงล่างที่ให้ความมั่นใจ ถือเป็นคุณสมบัติที่ทำให้ Ranger ยังคงยืนหยัดในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าการตอบสนองของเกียร์อัตโนมัติในบางจังหวะอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่โดยรวมแล้ว Ford Ranger Wildtrak 3.2 ยังคงเป็นรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางไกล หรือแม้กระทั่งการลุยในเส้นทางสมบุกสมบัน
ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเลือกรถยนต์สักคันขึ้นอยู่กับความต้องการและรสนิยมส่วนบุคคล แต่หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่ครบเครื่องเรื่องดีไซน์ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด ลองเข้ามาสัมผัส ทดลองขับ แล้วคุณจะค้นพบว่า Ranger คันนี้ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” สำหรับคุณอย่างแท้จริง
Previous Post

N2302036_EP2 ปฏ การล าไอ ชาต ว!_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N2302032_ตค จะไปรอดไหม เม อแม สาม ไม เคยหย ดกดด_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N2302032_ตค จะไปรอดไหม เม อแม สาม ไม เคยหย ดกดด_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2302039_แม เล ยงล กท งช แต กกล บมองว าแม เป นภาระ_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N2302031_EP3 ปฏ การล าไอ ชาต ว!_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N2302032_ตค จะไปรอดไหม เม อแม สาม ไม เคยหย ดกดด_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N2302034_กเร ยนไล คร ลงรถ เร องราวห กม มท ใครก ไม คาดค_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู
  • N2302036_EP2 ปฏ การล าไอ ชาต ว!_part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.