• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2709052_ไรเดอร วยช ตผ หญ งคนน เอาไว แต เขากล บต องไปต ดค กเอง นเก ดไรข นก นแน_part2

admin79 by admin79
September 24, 2025
in Uncategorized
0
N2709052_ไรเดอร วยช ตผ หญ งคนน เอาไว แต เขากล บต องไปต ดค กเอง นเก ดไรข นก นแน_part2

2012 : New Elantra ใหม่ เจอกัน กุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้
           GENESIS Coupe รอลุ่น พวงมาลัยขวาตั้งไลน์กันต่อไป

           Veloster / Accent และรุ่นอื่นๆ ดูอนาคตกันอีกที

4 ปีที่ผ่านมา Hyundai Motor Thailand ผู้นำเข้าและจำหน่าย Hyundai อย่างเป็นทางการ ภายใต้การ
ดูแลของ SOJITSU เทรดดิง คัมพานี รายใหญ่จากญี่ปุ่น พาร์ตเนอร์คู่ใจ Hyundai ทั่วโลก ยังคงขาย
รถตู้รุ่น H-1 กันอย่างสนุกสนาน เพื่อให้ได้เป้าหมายยอดขายระะดับ 5,000 คันในปี 2011 ที่ผ่านมา
ซึ่งถือว่า พวกเขาทำสำเร็จ ต่อเนื่อง แน่นอนว่า H-1 เป็นรถยนต์รุ่นหลักเพียงหนึ่งเดียว ที่ Hyundai
ยังคงทำตลาดต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดบริษัทเมื่อปลายปี 2007 เป็นต้นมา 

ขณะเดียวกัน Hyundai ก็พยายามสรรหารถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวทำตลาดกันอย่างต่อเนื่อง ปี 2011
ที่ผ่านมา Hyundai เปิดตัว Sonata YF ในบ้านเรา ภายใต้ชื่อ Hyundai Sonata Sport เมื่อวันที่ 9 มีนาคม
2011  จากนั้น ก็เว้นช่วง เพื่อพยายามทำตลาดอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ก็มีการเชิญกลุ่มสื่อมวลชน
สายรถยนต์จากบ้านเรา เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ มากขนาดต้องแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 ทริป รวม
ราวๆ 80 คน เพื่อนอกจากจะแสดงศักยภาพของ Hyundai ในเกาหลีใต้ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา
ของสื่อมวลชนชาวไทยแล้ว ยังจะเป็นการแสดงศักยภาพให้ สำนักงานใหญ่ของ Hyundai ที่เกาหลีใต้
ได้เห็นความสำคัญของเมืองไทยมากกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วย

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า นโยบายการสั่งนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ๆของ Hyundai นั้น เปลี่ยนแปลง
ไป-มา ชนิดที่ต้องเรียกว่า ห้ามพลาด ห้ามกระพริบตา เพราะมีความเปลี่ยนแปลงกันเดือนต่อเดือน
เลยทีเดียว เช่นในช่วงแรก หลังกลับเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้ราวๆ 1 ปี Hyundai บ้านเรา ก็เล็ง
อยากจะนำเข้า GENESIS Coupe มาขาย แต่จนถึงบัดนี้ ก็ติดปัญหาที่ว่า บริษัทแม่ยังไม่ยอมเปิด
ไลน์ผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาให้สักที มัวแต่ไปมุ่งเน้นผลิตรถยนต์รุ่นนี้ ป้อนตลาดอเมริกาเหนือ
กับยุโรป เป็นหลักจนเพลินอุราไปหน่อย พอรุ่น Minorchange เผยโฉมในช่วงปลายปี 2011 ถึงจะ
มีการประกาว่า จะเปิดไลน์พวงมาลัยขวา ป้อนตลาดอังกฤษกันเสียที จนถึงบัดนี้เราจึงยังไม่ทราบ
ว่า สรุปแล้ว GENESIS Coupe ยังจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้หรือไม่

ไม่เพียงเท่านั้น ในทริปสื่อมวลชนไทย ตะลุยแดน Hyundai ถึงเกาหลีใต้ ก็มีการประกาศข่าวว่า
จะนำเข้า Hyundai Accent อันเป็น เจเนอเรชันล่าสุดของ Sub-Compact Sedan ที่เคยขายดีในไทย
ยุคที่พระนครยนตรการ ยังเป็นตัวแทนในการทำตลาดอยู่ แต่พอถึงปลายปี จู่ๆ Hyundai ก็กลับลำ
ประกาศข่าวอีกครั้งบอกว่า จะเปิดตัว All new Elantra ใหม่ C-Segment Compact Sedan สุดแสน
โฉบเฉี่ยว

และพวกเขาก็นำ Elantra ใหม่เข้ามาเปิดตัวกันจริงๆ โดยในตอนแรกตั้งใจจะเปิดตัวกันในงาน
Motor Expo เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่า ด้วยฤทธิ์ของมหาอุทกภัยใน 26 จังหวัด ภาคกลาง
ที่ทำให้ผู้คนได้รับความเดือดร้อนไปถ้วนทั่ว ทำให้ Hyundai นอกจากจะประกาศเลื่อนการจัดงาน
เปิดตัว Elantra ใหม่ จากเดิม ที่ตั้งใจจัดขึ้นช่วงเดือน พฤศจิกายน มาเป็นช่วงต้นปี 2012 แทนแล้ว
ยังต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองครบรอบ 4 ปีของ Hyundai ในไทย จากเดิมที่
จะจัดงานยิ่งใหญ่ ณ BITEC บางนา ก็ต้องเปลี่ยนแผน ยกเลิกการจัดงาน แล้วนำงบประมาณที่จะ
ใช้ในการจัดงานทั้งหมด มามอบบริจาคให้กับ ครอบครัวข่าว 3 ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
แทน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวนมาก (ซึ่งสุดท้ายแล้ว ชาว Hyundai หลายๆคนเอง
ก็กลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเองไปเป็นเดือนอยู่เหมือนกัน)

แต่พอเข้าสู่บรรยากาศงาน Motor Expo หลังน้ำลด Hyundai กลับทำ Surprise ที่ไม่มีใครคาดคิด
สั่งเปิดตัว Hyundai Tucson 2.0 CRDi ขุมพลัง Diesel Turbo 177 แรงม้า (PS) หลังคา Metal Top
(ไม่มีหลังคากระจกให้อย่างรุ่นเบนซินเขามี) กันดื้อๆ แบบไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียงกันมาก่อน ทำเอา
งงกันไปทั้งบาง แถมสุดท้าย พอผ้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อจริง กลับหันไปเลือกสั่งจองรุ่นท็อป
ขุมพลังเบนซินแทนตามเดิม ดึงให้ยอดขายรุ่นเบนซิน ขยับขึ้นมาอีกต่างหาก! ขณะที่ Sonata
มียอดขายที่ไหลไปเรื่อยๆ ช้าๆ

ดังนั้น ปี 2012 นี้ รถยนต์รุ่นใหม่คันแรกและคันเดียว ที่เราจะได้เห็นอย่างแน่นอน ก็คือ Hyundai
All new Elantra ใหม่ โดยเวอร์ชันไทย จะติดตั้งขุมพลัง บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.8 ลิตร
150 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 178 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ขับล้อหน้า
ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ โครงสร้างตัวถังนิรภัยใช้เหล็กกล้าชนิดเหนียวและแข็งแกร่งพิเศษ
Ultra-high tensile strength  steel ส่งตรงจากโรงผลิตเหล็กของ Hyundai Steel ในเกาหลีใต้ แถม
มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ทั้ง กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED แผงควบคุมกลาง บน
แผงหน้าปัด เป็นแบบ Y-Shaped เบาะคนขับปรับด้วยสวิชต์ไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมสวิชต์ปรับ
แผงดันหลัง มีมาตรวัดเรืองแสง แจ้งข้อมูลระยะทาง อัตราสิ้นเปลือง และระยะทางที่เชื้อเพลิง
ในถังจะเหลือพอให้รถแล่นต่อไปได้ มีพวงมาลัยสปอร์ต 4 ก้าน พร้อมสวิชต์ Multi Function
ควบคุมชุเครื่องเสียง บนพวงมาลัย ชุดเครื่องเสียงแบบมีช่อง AUX / USB เชื่อมต่ออุปกรณ์
เล่นเพลงเข้ากับเครื่องเสียงรถอีกด้วย

Elantra ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้
ด้วยค่าตัวที่อาจจะแตะหลัก 1 ล้านบาทต้นๆ ไม่เกินไปกว่านี้ ส่วนความเคลื่อนไหวของรถยนต์
รุ่นใหม่ๆ รุ่นอื่นๆ คงต้องติดตามเฝ้าดูกันต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี เพราะสำหรับ Hyundai แล้ว
เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ไม่สามารถประเมิน หรือคาดการณ์ล่วงหน้าไปไกลเกินกว่า 3 เดือน

—————————————–

ISUZU
2012 : D-MAX Nanochange ปรับอุปกรณ์เล็กน้อย
2013 : D-MAX Minorchange
2014 :  MU-7  Full Model Change / RT-50 BIG Minorchange

ในที่สุด Isuzu ก็จัดงานเปิดตัวรถกระบะ D-MAX รุ่นใหม่ รหัสโครงการ RT-50 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ
ณ Challenger Hall เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2011 ถือเป็นวันที่ Isuzu ตัดสินใจ เปลี่ยน
ภาพลักษณ์ และการทำตลาดรถกระบะของตน ครั้งใหญ่ที่สุด เท่าที่พวกเขาเคยทำมา พลิกโฉมหน้า
วงการรถกระบะเมืองไทยให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารอีกครั้งในรอบ 9 ปี

แม้จะเปิดตัวไปแล้ว และต้องเจอกับปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางอย่างหนัก จนต้อง
ออกแรงระดมความช่วยเหลือจากทั้งสื่อมวลชน และดารา-นักแสดง ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยที่อยุธยา
แต่ยอดสั่งจองของ D-MAX ก็พุ่งพรวดขึ้นไปถึงระดับ 15,000 คัน จากทั่วประเทศ ในสัปดาห์แรก
ที่เปิดตัว ถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมมาก

ปัญหาก็คือ จะส่งมอบรถล็อตใหญ่เหล่านี้ หมดลงเมื่อใด เพราะ Isuzu เอง ก็ประสบปัญหาขาดแคลน
ชิ้นส่วนอะไหล่ในการประกอบรถยนต์เหมือนกับผู้ผลิตแทบทุกค่าย แถมโรงงานผลิตเครื่องยนต์ ยัง
ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งต้องหยุดการผลิตไปนานเป็นเดือน เพื่อเตรียมป้องกัน
ปัญหาน้ำท่วมทะลักเข้าพื้นที่โรงงาน โชคยังดีที่การณ์กลับกลายเป็นว่า น้ำหลาก มาถึงลาดกระบัง อย่าง
แผ่วเบา และดรงงานผลิตเครื่องยนต์ของ Isuz ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ดังนั้น Isuzu จึงกลับมา
เริ่มการผลิตได้อีกครั้ง เร็วกว่าที่การคาดการณ์ไว้

หลังจากนั้น Isuzu ได้เริ่มทะยอยเปิดตัว D-Max ใหม่ ในตลาดต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรป และโซน
ตะวันออกกลาง ดังนั้น โรงงานปัจจุบันของ Isuzu สำหรับผลิตรถบรรทุกขนาดเล็ก กลาง และใหญ่
ที่นิคมอุตสาหกรรม Gateway จึงต้องมีการขยายการลงทุนเพิ่ม ด้วยการสร้างโรงงานใหม่อีกแห่ง
ในพื้นที่เดียวกัน มูลค่า 6,500 ล้านบาท เริ่มงานในช่วงปลายปี 2011 ที่ผ่านมา จะช่วยเพิ่มยอดผลิต
ให้ Isuzu ได้อีกรวม 200,000 – 250,000 แสนคัน (รวมยอดส่งออกแล้ว) โรงงานใหม่จะเริ่มต้นการ
ส่งออกไปยังตลาดโลก ตั้งแต่ต้นปี 2012 โดยตลาดหลักของ Isuzu นอกเหนือจากไทยแล้ว จะอยู่ที่
ดินแดนตะวันออกกลาง (อิสราเอล ตอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย) เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ ยุโรป เช่น
โปแลนด์ ฯลฯ เป็นเบอร์ 2 แบ่งสัดส่วนการผลิตรถส่งออก กับ รถจำหน่ายในประเทศไทย 50 : 50
เลยทีเดียว

จากนั้น ก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการ ปรับอุปกรณ์ กันปีละ 1 ครั้ง ทั้งในปี 2012 และ 2013 คาดว่า น่าจะ
เกิดขึ้นในช่วงทุกไตรมาส 3 ของแต่ละปี พอล่วงเข้าปี 2014 จะต้องมีการปรับโฉมขนานใหญ่ ในระดับ
Big Minorchange ให้โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่านี้อีก เพื่อเตรียมรับมือ และต่อกรกับการเปิดตัว รุ่นเปลี่ยนโฉม
Full Model Change ของ Toyota Hilux เจเนอเรชันใหม่ รหัสโครงการ IMV2 ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการ
พัฒนา และมีกำหนดจะคลอดออกมาในช่วง กลาง ถึง ปลายไตรมาส 3 ปี 2014 สำหรับชื่อรุ่นย่อยพิสดาร
ที่ Isuzu สรรหามาตั้ง จะมีอีกหรือไม่ ยังยากเกินจินตนาการ

ส่วนใครที่รอ เวอร์ชัน SUV หรือรุ่นเปลี่ยนโฉมของ MU-7 นั้น คุณหมู ปนัดดา เจณนวาสิน ผู้บริหาร
หญิงเหล็กของ Isuzu ประกาศบนเวทีงานวันเปิดตัวชัดเจนแล้วว่า จะไม่มีการเปิดตัว MU-7 ใหม่ใน
ช่วง 2 ปีนี้อย่างแน่นอน นั่นหมายความว่า ปี 2012 – 2013 เราจะไม่ได้เห็น MU-7 เจเนอเรชันต่อไป
เปิดตัวกันแน่ๆ

แต่ปัญหาก็คือ แล้วในปี 2014 ละ เราจะได้เห็น MU-7 ใหม่กันหรือเปล่า? เพราะขณะนี้ แม้ว่าตัวรถ
จะถูกพัฒนาไปพอสมควรแล้ว และจะต้องใช้พื้นฐานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง กับเฟรมแชสซี
ร่วมกับ D-Max ใหม่ก็ตาม แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า มีแนวโน้มที่ผู้บริหารฝั่งญี่ปุ่นเกิดอยากจะถอดใจขึ้นมา

อยากจะฝากถึงพี่หมู ปนัดดา และชาว Tri Petch Isuzu Sales รวมทั้ง Isuzu Technical Asia Pacific
และ Isuzu Motor co. ประเทศญี่ปุ่น ไว้ตรงนี้ว่า “ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังขอเอาใจช่วย เพราะผมยังคง
อยากเห็น MU-7 ใหม่ ให้สำเร็จเป็นรถคันจริง และพร้อมสำหรับการทำตลาด ในปี 2014 อยู่ดี ผมยัง
อยากเห็น Isuzu มีตัวเลือกเลือกในตลาดกลุ่ม Pickup based SUV สำหรับผู้บริโภคชาวไทย เพียงแค่
ตัวรถต้องมีงานออกแบบ ที่สวยงาม มั่นคง และดูได้นาน ไม่มีเบื่อ อรรถประโยชน์ใช้สอยทำได้ดี
และมีช่วงล่างที่ หนึบแน่น มั่นคง กับการตอบสนองของพวงมาลัย และระบบเบรกที่มั่นใจได้ใน
การขับขี่ทางไกล เพียงแค่นี้ คือสิ่งที่จะเติมเต็มลงไปบนโครงสร้างวิศวกรรมของ D-Max และทำให้
MU-7 รุ่นต่อไป สามารถรับมือกับ Toyota Fortuner , Mitsubishi Pajero Sport , Chevrolet Trailblazer
Ford Everest ไปจนถึง Nissan Navara PPV ที่เตรียมจะคลอดกันในปี 2014 – 2015 ได้สบายๆ และ
จะทำให้ลูกค้าที่ไม่เคยคิดจะซื้อ Isuzu ตัดสินใจหันมาซื้อ MU-7 มากขึ้น”

แม้แต่คนของ บริษัทคู่แข่งของ Isuzu ยังเคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว และบอกกับผมไว้ดังนี้…

“ในฐานะคนที่ทำรถยนต์ด้วยกัน ผมอยากเห็น พี่หมู ปนัดดา และทีมของ Isuzu ผลักดัน MU-7 ใหม่
ให้สำเร็จ เพราะส่วนตัวผมเอง อยากเห็น คนไทย มีตัวเลือกรถยนต์ในตลาดเยอะๆ และมีรถยนต์ดีๆ
ได้ใช้ สมกับที่ผู้บริโภคต้องทำงานเก็บหอมรอมริบ จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อมาใช้สักคัน และในฐานะ
คนทำรถยนต์ แล้ว การแข่งขันจะได้สนุก ผมไม่อยากเห็น Isuzu ต้องถอนตัวจากตลาดตรงนี้ไป เวลา
แข่งกันแล้วรู้สึกสนุกดี มันกระตุ้นให้เราเองก็เกิดความสนุกในการทำงานด้วย”

เอาใจช่วยนะครับ Isuzu !!

—————————————–

JAGUAR
2012 : New Diesel 2.2 L Commonrail Turbo Intercooler For XJ & XF 2.2
2013 : C-X16

ความเคลื่อนไหวของ Jaguar ค่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมจากเมืองผู้ดีอังกฤษ ภายใต้การนำเข้า
จากทาง AAS Auto Service ในปีที่ผ่านมานั้น ไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก ส่วนใหญ่
ยังคงอยู่ที่การทำตลาด ทั้ง XJ และ XF อันเป็นรถยนต์ Saloon ยุคใหม่ของ Jaguar ไปเรื่อยๆ
ขณะที่บริษัทแม่ในสหราชอาณาจัการ ภายใต้เจ้าของชาวอินเดียอย่าง Tata Motors ก็ได้เปลี่ยน
สัญลักษณ์ Corporate Identity ไปอีกรอบหนึ่งแล้ว

รวมทั้งยังมี XJ ใหม่ รุ่น Diesel วางเครื่องยนต์ AJ V6D Generation III V6 DOHC 24วาล์ว
3.0 ลิตร 275 แรงม้า (PS) แรงบิด สูงสุด 500 นิวตันเมตร มาเปิดตัวในเมืองไทย เรียบร้อยแล้ว
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2011

อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศ XF Minorchange ก็ถูกเปิดตัวออกสู่ตลาดแล้ว และคราวนี้ มีรุ่นย่อย
ใหม่ให้เลือกทั้ง XFR วางขุมพลัง V8 DOHC 32 วาล์ว 5.0 ลิตร 510 แรงม้า (PS) ที่ 6.000 – 6,500
รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 63.7 กก.-ม.ที่ 2,500 – 5,500 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และขุมพลัง
Diesel ตัวใหม่ล่าสุด รหัส AJ-i4D บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.2 ลิตร Turbocharge 190 แรงม้า
(PS) แรงบิดสูงสุด 45.0 กก.-ม.พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบ Auto Start/Stop รวมทั้ง
ยังมีรุ่น XJR วางขุมพลัง V8 5.0 ลิตร เหมือนกัน XFR ตามออกมาให้เลือกอีกด้วย

คาดว่าปีนี AAS น่าจะสั่งนำเข้า XF Minorchange พร้อมขุมพลัง Diesel Turbo  4 สูบ ใหม่ มาให้
ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสกัน โดยน่าจะเปิดตัวภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2012

แต่สิงที่น่าจับตาของ Jaguar ในปีนี้ และต่อเนื่องถึง ปี 2013 ก็คือ การเปิดตัว เวอร์ชันจำหน่ายจริง
ของรถยนต์ Sport Coupe ต้นแบบ C-X16 Concept ซึ่งจะถูกพัฒนาให้เป็นตัวตายตัวแทนของ
รถ Sport Coupe รุ่น XK ที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 2006 แล้ว วางขุมพลังเบนซิน V6 DOHC 24 วาล์ว
2,995 ซีซี แรงระดับ 380 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยเกียร์
อัตโนมัติ 8 จังหวะจากทั้งใน XF และ XJ ใหม่ พร้อมระบบขับเคลือนแบบ Hybrid มีมอเตอร์ไฟฟ้า
300 V 70 กิโลวัตต์ 95 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 235 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ใน4.4 วินาที ความเร็วสูงสุด ล็อกไว้ที่ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง

คาดว่า C-X16 Concept จะถูกขึ้นสายการผลิตจริง ภายในปี 2012 – 2013 และน่าจะถูกนำเข้ามาขาย
ในบ้านเรา เร็วสุดคือภายในปี 2013 – 2014
——————————————

——————————————


 
KIA MOTORS
2012 : Rio / Souls Minorchange / Grand Carnival Minorchange / Forte
2013 : Carens ?

ปี2011 Kia Motor เริ่มมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง หลังจากที่บริษัทแม่ ในกรุงโซล ส่งผุ้บริหาร
ชาวเกาหลีใต้ เข้ามาช่วยดุแลการทำคตลาดของ Kia ในเมืองไทย หลังจากสร้างความฮือฮาด้วย
การเปิดตลาด ของ รถเล็กรุ่น Picanto K1 รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ Full Model Change นำเข้าทั้งคัน
เครื่องยนต์ 1,250 ซีซี 87 แรงม้า (PS) แต่ตั้งราคาถูกมาก เริ่มต้นแค่ 425,000 บาท เท่านั้น

พอเข้าสู่ช่วงปลายปี ในงาน Motor Expo ผู้บริหารชาวเกาหลีใต้ ก็สั่งเปิดไฟเขียว เดินหน้าเร่ง
เปิดตัว Kia Rio รุ่นใหม่ล่าสุด ส่งตรงจากเกาหลีใต้ สดๆร้อนๆ วางเครื่องยนต์ 4 สูบ  DOHC
16 วาล์ว 1.4 ลิตร 107 แรงม้า (PS) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 10.5 วินาที ตั้งราคาขายแค่
749,000 บาท เหตุที่ทำราคาได้ถูก แถมยังสามารถขอคืนเงินภาษี ตามโครงการ “รถคันแรก”
ของรัฐบาลได้อีกด้วย เนื่องจาก Kia ใช้วิธี นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นนี้มาประกอบเอง ณ
โรงงานบางชัน เยเนอรัล แอสแซมบรี ของตน ที่มีนบุรี นั่นเอง!

สำหรับปี 2012 นี้ จะเป็นปีที่ บริษัทแม่ในเกาหลี จะเริ่มผลักดันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาด
ในเมืองไทยมากขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างองค์กร รวมทั้ง การปรับปรุงเรื่อง งานบริการ
หลังการขาย ของทาง ยนตรกิจ Kia Motor ให้ดูแลลูกค้าดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ในเรื่องรถยนต์รุ่นใหม่นั้น Kia เตรียมจะส่ง รุ่นปรับโฉม Minorchange ของ Kia Souls รถยนต์
Crossover 5 ประตู สุดแนว ซึ่งนอกจากจะปรับหน้าตาให้ลงตัวขึ้นกว่าเดิมแล้ว คาดว่าจะมีการ
พูดคุยเรื่อง การนำเข้ารุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ แรงกว่าขุมพลังเดิม 1.6 ลิตร 124 แรงม้า (PS) แต่นั่น
อาจทำให้ราคาขายปลีก ต้องเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกเล็กน้อย ประเด็นนี้ ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนนัก

รุ่นถัดไปที่จะตามเข้ามา คือ มินิแวนรุ่นขายดีของ Kia ในบ้านเรา Kia Grand Carnival ซึ่งจะ
มีรุ่นปรับโฉม Minorchange ตามเข้ามาเปิดตัวในไทย ช่วงครึ่งหลังของปี 2012 แต่ยังไม่มี
การกำหนดรายละเอียดเครื่องยนต์ที่แน่นอน ในตอนนี้

ด้านตลาดรถเก๋งนั้น ในตอนแรก ยนตรกิจ Kia Motor มองว่า สู้ไม่ไหวจริงๆ และอยากจะปล่อย
ให้ Picanto รุ่นเดิม ค่อยๆ Fade หายไป แต่เมื่อนำ Picanto ใหม่เข้ามาเปิดตลาดด้วยราคายั่วใจ
เพียง 4 แสนบาท ปลายๆ กลายเป็นว่า มีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขี้น ใน Motor Expo เมื่อเดือน
ธันวาคมที่ผ่านมา ก็มียอดสั่งจองไปหลายสิบคัน นั่นแสดงว่า จริงๆแล้ว โอกาสสำหรับ Kia ใน
ตลาดรถยนต์นั่ง ยังมีอยู่ ดังนั้น จากที่เราเคยคิดกันว่า รถยนต์ C-Segment Compact Sedan รุ่น
Kia Forte หรือที่ใช้ชื่อในตลาดโลกว่า Cerato อาจหมดอนาคตในไทย คงต้องมานั่งคิดกันใหม่
อีกรอบหนึ่ง เพราะตอนนี้ ผู้บริหารชาวเกาหลีใต้ มีแนวคิดจะส่ง Forte Sedan เข้ามาเปิดตลาด
ในเมืองไทยดูสักตั้ง ขณะนี้ ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดเครื่องยนต์ว่าจะเป็นแบบใด แต่คาด
ว่า น่าจะเป็นขุมพลัง เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร 124 แรงม้า เหมือนที่เคยอยู่ใน Kia Soul รุ่นปัจจุบัน
แน่ๆ กำหนดเปิดตัว น่าจะเป็นช่วงครึ่งแรกของปี 2012

ส่วนปี 2013 เราคงต้องรอการเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน ของ Kia Carens Compact Minivan 5 ที่นั่ง
ที่ใกล้ตจะได้เวลาเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันในตลาดโลก ช่วงปี 2012 นี้ และการผลิตส่งออกน่าจะ
เริ่มต้นได้ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ดังนั้น กว่าจะมาถึงเมืองไทย อาจต้องรอกันจนถึง ปี 2013
เป็นอย่างช้าที่สุด

สำหรับ Kia Sportage SUV ที่เคยสร้างชื่อในเมืองไทย เมื่อหลายสิบปีก่อน ที่หลายๆคนอยากให้
กลับมาทำตลาดใหม่อีกครั้ง สงสัยจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจาก ทำราคาขายปลีกในบ้านเราไม่ได้
เพราะราคาน่าจะแพงขึ้นไปกว่าเดิมมาก และขายแข่งกับค่ายอื่นลำบาก

——————————————
 

 
LAMBORGHINI
Gallardo LP550-2 Spyder ขับล้อหลัง !

งานใหญ่ของค่ายกระทิงดุ จากอิตาลี ในบ้านเรา ภายใต้การทำตลาดของ NICHE CAR ผู้นำเข้าและ
จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในปี 2011 ที่ผ่านมา นั่นคือ การเปิดตัว รถสปอร์ตรุ่นสำคัญประจำค่ายอย่าง
Lamborghini Aventador LP700-4  ขุมพลัง V12 สูบ 6.5 ลิตร 700 แรงม้า (BHP) ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วย
เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 จังหวะ แบบใหม่ล่าสุด พร้อมกับ ISR (Independent Shifting Rods) ที่ทำให้การ
เปลี่ยนเกียร์ใช้เวลาเพียงแค่ 50/1000 วินาที เท่านั้น อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 2.9 วินาที
ความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยค่าตัวแพงสูงลิ่วถึง 36 ล้านบาท ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อค่ำวันที่
26 กรกฎาคม 2011 และมีลูกค้ารายแรกคือ คุณ ศักดิ์ นานา นักแข่งรถชื่อดังของเมืองไทย

ปี 2012 ก็คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่า การทะยอยนำเข้า Aventador และส่งมอบให้ลูกค้าให้ครบทั้ง
14 คัน รวมทั้งการเปิดตัว เวอร์ชันเปิดประทุนขับเคลื่อนล้อหลัง ในตระกูล Gallardo อันเป็นตระกูล
ที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ภายใต้ชื่อรุ่น Lamborghini Gallardo
LP550-2 Spyder

รถรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่องาน LA Auto Show วันที่ 15 พฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมา การเปิดประทุน
ใช้หลังคาผ้าใบ Soft-Top ด้วยการออกแบบอย่างพิถีพิถันทำให้น้ำหนักตัวไม่รวมคนขับ และของเหลว
ในระบบ เบาเพียง 1,520 กิโลกรัม เท่านั้น วางเครื่องยนต์ไว้ กลางลำตัว เป็นบล็อก V10 สูบ 5.2 ลิตร
550 แรงม้า (BHP) ที่วางอยู่แล้วใน Audi R8 นั่นเอง อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด 319 กิโลเมตร/ชั่วโมง

คาดว่าทาง NICHE CAR น่าจะสั่งนำเข้า Gallardo LP-550-2 Spyder มาให้มหาเศรษฐีบ้านเราได้
จับจองเป็นเจ้าของกันประมาณครึ่งหลังของปีนี้

——————————————
 
 
LAND ROVER
All New Range Rover & Range Rover EVOQUE ควรจะมาได้แล้ว

แม้ว่า บริษัท British Motor  ดีลเลอร์ที่มีประสบการณ์ค้ารถยนต์จากต่างประเทศ จะเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์
Land Rover อย่างเป็นทางการ จากการแต่งตั้งโดย บริษัท Guawa Motor ซึ่งเป็น ผู้รับหน้าที่ดูแลตลาดโซน
Asia Pacific และอีก 26 ประเทศให้กับ Land Rover สหราชอาณาจักรอีกที (งงไหม?) มาได้ราวๆ 1-2 ปีแล้ว
 แต่ดูเหมือนว่า พวกเขาก็ยัง “เงียบๆ อยู่” จนตอนนี้ ผู้นำเข้ารายย่อย Grey Market ทั้งหลาย ต่างก็ตัดสินใจ
สั่งนำเข้า Range Rover Evoque ทั้ง 3 และ 5 ประตู เข้ามาขายกันอย่างสนุกสนานแล้ว

ปัญหาหนึ่งก็คือ British Motor เอง ก็ดูเหมือนน่าจะอยากติดต่อโดยตรงกับบริษัทแม่ในอังกฤษ มากกว่า
เพื่อที่จะให้การทำงานคล่องตัวขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องยาก เพราะสัญญาต่างๆ ที่ทำไว้กับ Guawa Motor คงไม่
เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้น

ดังนั้น เราคงจะต้องรอดูไปกันอีกปีว่า British Motors จะพร้อมนำเข้า Evoque รุ่นใดมาทำตลาดกันบ้าง
แต่ที่แน่ๆคือ ปัญหาเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงในบ้านเรา น่าจะไม่มี เพราะ ในคู่มือของ Evoque นั้น บอกชัด
ว่า รุ่นเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี Turbocharger 240 แรงม้า (PS) เติมน้ำมันแก็สโซฮอลล์
ได้ถึงระดับ E10 ส่วนรุ่น Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,200 ซีซี Commonrail Turbocharger 150 แรงม้า
 (PS) ในรุ่น TD4 หรือ 190 แรงม้า (PS) ในรุ่น SD4 สามารถเติมน้ำมัน Bio Diesel ได้ถึงระดับ B7

——————————————

LOTUS (By Niche Cars)
รถต้นแบบ 5 คัน จะคลอดได้จริง แค่ 3 – 4 คัน

CEO สุดหล่อฟันขาวสะอาด Dany Bahar กำลังนำพา Lotus ไปสู่ทิศทางในการผงาดขึ้นเป็นเจ้าแห่งรถสปอร์ต
สมรรถนะสูง เทียบชั้นได้กับ Ferrari หรือ Porsche เลยทีเดียว ช่วงเวลาที่ผ่านมา แผนของ Bahar ที่พลิกล็อคสุด
คือการยกเลิกข้อตกลงจัดซื้อเครื่องยนต์ V8 จาก Toyota / LEXUS แล้วหันมาพัฒนาเครื่องยนต์ V8 บล็อคใหม่
ของตนเอง ภายใต้งบวิจัยและพัฒนาที่มากโขอยู่ เหตุผลง่ายๆของการสร้างเครื่องใหม่มาใช้เองนั้นดูง่ายดายมาก
“ก็ใครจะอยากใช้ซูเปอร์คาร์คันละแสนปอนด์ที่ใช้เครื่องของ Toyota ล่ะครับ” แต่เชื่อกันว่ายังมีเหตุผลทางด้าน
วิศวกรรมเช่นน้ำหนักและความทนทานต่อรอบสูงเป็นเหตุผลเบื้องหลังที่สำคัญไม่แพ้กัน ซ่อนอยู่อีกมาก

ในเมื่อปัจจุบัน Lotus มีให้เลือกไม่กี่รุ่น และพวกมันก็ตอบโจทย์ให้กลุ่มตลาดที่แคบ พอ Dany Bahar เข้ามาเป็น
CEO ใหม่ๆนั้น จึงต้องการขยาย Segment ไปจับตลาดกลุ่มอื่นๆมากขึ้น ปี 2010 Lotus ขายรถไปแค่ 2,745 คัน
และพวกเขาต้องการขยับตัวเลขให้เกิน 7,000 คันต่อปี ถึงจะบรรลุจุดคุ้มทุน ดังนั้น ในปี 2010 เขาจึงระดมทีมงาน
และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจากกลุ่มทุนของมาเลเซีย สร้าง รถต้นแบบ สำหรับรถรุ่นใหม่ๆมากถึง 5 รุ่น จน
หลายคนมองว่า ว่าหมอนี้ไม่บ้าก็เพ้อฝันกลางวัน แต่ผ่านไป 1 ปีหลังจากวันประกาศแผนครั้งแรก Bahar ใช้ทั้งการ
คำนวณต้นทุน และเสียงตอบรับจากสื่อในการจัดการอนาคตของรถแต่ละรุ่น ในปัจจุบัน Lotus มีให้เลือกไม่กี่รุ่น
หลังจากที่ปรับแผนใหม่ อนาคตของรถแต่ละรุ่น มีชะตากำหนดไว้ดังนี้

LOTUS ESPRIT (คันสีเงิน มุมซ้ายบน)
Super Car เครื่องยนต์ V8 วางกลางลำซึ่งจะมาสานต่อตำนานที่ห่างหายไปตั้งแต่ขึ้นศตวรรษใหม่ Lotus Esprit V8
ในกาลก่อนนั้นถูกวางหมากให้แข่งกับ F355 ดังนั้น Esprit รุ่นใหม่ จึงเล็งเป้าไปเพื่อพิชิต Ferrari 458 Italia โดยตรง
Esprit รุ่นต่อไป วางแผนจะใช้เครื่องยนต์ 4.8 ลิตร Dry sump ซึ่งอาจปรับแต่งให้แรงได้ตั้งแต่ 500-560 แรงม้า (BHP)
และมีน้ำหนักตัวแค่ 1.3-1.46 ตัน รถต้นแบบคันทดสอบจะออกวิ่งในเดือนมีนาคม 2012 นี้ และมีกำหนดการเปิดตัว
ขายจริงในเดือนมีนาคม 2013

LOTUS ELITE (คันสีเงิน มุมขวาล่าง)
นี่คือรถสปอร์ต เครื่องยนต์วางด้านหน้า ที่เราไม่ได้เห็นจากรั้วของ Lotus มานานมากแล้ว แต่มันไม่ใช่รถสปอร์ต
ขุมพลังจาก Isuzu ทำตัวเป็นรถเปิดประทุนรุ่นจ่ายกับข้าวอย่างที่ Elan รุ่นเก่าๆ เคยเป็น มาคราวนี้ Elite มาในมาด
รถสปอร์ตหรูพร้อมหลังคาแข็งแบบพับได้ที่จะแข่งกับ Ferrari California โดยตรง ใช้เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่าง
ที่มีพื้นฐานมาจาก Esprit แต่เพิ่มระยะฐานล้อเป็น 2.7 เมตรเพื่อให้มีพื้นที่วางขายาวขึ้น ELITE นี้จะมีการพัฒนา
ขุมพลัง Hybrid ออกมาควบคู่กันไป โดยมีกำหนดเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2013

LOTUS ELAN (คันสีเหลือง มุมขวาบน)
Elan ใหม่เปลี่ยนสภาพจาก Lotus ขับหน้ามาเป็นรถ 4 ที่นั่งเครื่องวางกลางลำซึ่งมีรูปแบบการจัดพื้นที่คล้ายกัน
กับ Evora และทำให้มันเป็นคู่แข่งของ Porsche 911 ได้อย่างเหมาะเจาะ ทว่ากระแสตอบรับจากสื่อมวลชนในงาน
มอเตอร์โชว์ที่ Paris เป็นไปในทำนองที่ว่า “จะทำมันออกมาทำไมในเมื่อ 1. Evora ยังสดอยู่ และ 2. มันมีคุณลักษณะ
ทับซ้อนกันกับ Esprit” ดังนั้น Bahar จึงสั่งแช่แข็งโครงการนี้ และทำให้เราหมดสิทธิ์ได้เห็น Elan ใหม่ก่อนปี
2017 อันเป็นปีที่ Evora หมดอายุการทำตลาด แม้จะมีความพยายามที่จะเร่งให้เร็วกว่านั้นแต่ด้วยงบลงทุนที่จำกัด
และรถมากมายที่ต้องพัฒนา Elan คงมาเป็นทางเลือกสุดท้าย

LOTUS ETHOS
นี่คือรถขนาดจิ๋วสำหรับคนเมืองที่ Bahar บอกว่า “มาแน่นอน” แต่มันจะถูกแยกการทำตลาดเป็น 2 แบบ
กล่าวคือทาง Proton จะนำไปปะยี่ห้อของตัวเอง แล้วขายในทวีปเอเชียในราคาที่คนทั่วไปซื้อหากันได้ ในขณะที่
อีกฟากหนึ่ง Lotus ก็จะเอาไปแปะโลโก้ตัวเอง แล้วขายในชื่อ Lotus Ethos เช่นกัน ฟังดูแล้วนึกถึงกรณีศึกษาของ
Toyota iQ/Aston Martin Cygnet ซึ่งได้รับกระแสวิจารณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ด้วยเทคโนโลยีด้านวัสดุ
และตัวถัง รวมถึงช่วงล่างของ Lotus รถคันนี้น่าจะเป็นรถเล็กที่ขับได้สนุก เพียงแต่คำถามเดียวก็คือใครกันที่อยาก
จ่ายเงินระดับ 30,000 ปอนด์เพื่อซื้อ Proton ที่แปะตรา Lotus แต่ถ้าคุณไม่แคร์ ปี 2014นี้ เจอกัน

LOTUS ETERNE (คันสีเทาดำ มุมซ้ายล่าง ภาพบน)
มาแปลกที่สุดก็คันนี้ เมื่อ Lotus ตัดสินใจทำรถ 4 ประตูทรงสปอร์ตลิ่ม ซึ่งเล็งเป้าไปที่การแย่งฟันยอดขายกับ
Porsche Panamera และ Aston Martin Rapide รถรุ่น Eterne จะมีพื้นฐานทางวิศวกรรมร่วมกันกับ Elite
โดยลำตัวตั้งแต่ด้านหน้าไปจนเสา A-Pillar จะเหมือนกับ Elite 100% แต่ลำตัวจะถูกขยายจนยาวออกไปอีก
400 ม.ม. เพื่อให้เหมาะกับการเป็นรถ 4 ประตู แต่อย่าคิดว่าจะทำให้รถขับแย่ลง เพราะวิศวกรที่ดูแล Project
ของ Lotus อยู่คือ Wolf Zimmerman ซึ่งเคยทำงานกับ AMG มาก่อน การพัฒนาจะเริ่มต้นในปี 2012
และมีกำหนดขายจริงในปี 2015

LOTUS ELISE
จากนั้น ในปี 2015 Lotus ก็จะเปิดตัว Elise รุ่นใหม่ ซึ่งขยับระดับตัวเองขึ้นไปเทียบกับ Porsche Boxster
แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ความเป็นรถน้ำหนักเบาสไตล์ Minimalism ที่ขับสนุกเอาไว้ รถคันนี้จะใช้วัสดุที่ดี
และมีคุณภาพการประกอบที่ไม่ทำให้คุณต้องเบือนหน้าหนี อย่างที่เคยเป็นมา ปัญหาอยู่ที่เครื่องยนต์
เพราะที่ผ่านมา Elise ต้องใช้เครื่องยนต์รอบจัด 4 สูบในรุ่นสูง แต่เครื่องยนต์ 2ZZ-GE จาก Toyota นั้น
ก็ถูกฆ่าตายไปเรียบร้อยแล้วเพราะไม่ผ่านมาตรฐานมลภาวะ ดังนั้นทางรอดของ Lotus อาจต้องพึ่งพา
การทำเครื่อง V8 4.8 ลิตรที่พัฒนาอยู่ มาหั่นให้เหลือ 4 สูบ 2.0-2.4 ลิตร

ทั้งหมดนี้คืออนาคตของ Lotus ที่เราจะได้เห็น ตั้งแต่ปี 2012 – 2015 ส่วน Niche Cars จะสั่งนำเข้ารุ่นใด
มาทำตลาดกันบ้างนั้น ในช่วงนี้ ก็คงจะเป็นบรรดารุ่นพิเศษ ของ Elise ทั้งหลาย ที่เปิดตัวไปแล้วในงาน
Tokyo Motor Show เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ลองย้อนกลับไปอ่านบทความของงานนี้ ได้ในหน้าแรก
ของ Headlightmag.com Section “Motor Show”

——————————————


 
MASERATI
2012 : Baby Quatroporte  
2013 : Kubang , The 1st Maserati SUV

Empire motorsport ผู้จำหน่าย Maserati แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียม ในกลุ่ม Fiat Auto SpA.อย่างเป็น
ทางการในไทย มีความเคลื่อนไหวขึ้นมาบ้าง จากการเปิดตัว Maserati GranTurismo MC Stradale ในงาน
Super Car & Import Car Show ครั้งที่ 2  เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2011 ถือเป็นรุ่นน้ำหนักเบา และเร็วที่สุด
ในตระกูล Maserati วางเครื่องยนต์ V8 สูบ 4.7 ลิตร 450 แรงม้า (BHP) ความเร็วสูงสุด 301 กิโลเมตร/ชั่วโมง
และมีน้ำหนักเบาเพียง 1,670 กิโลกรัม

ในปีที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงปีนี้ และปี 2013 ความเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ของ Maserati จะเกิดขึ้นมากกว่า
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะจะมีโครงการใหม่ๆ สำคัญๆ ต่อการเติบโตของ Maserati ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์
Sedan / Saloon ขนาดเล็กกว่า รุ่น Quatroporte คาดว่าจะมีเครื่องยนต์บล็อกเล็ก V6 เข้ามาด้วย ซึ่งจะทำให้
ผู้จำหน่ายในบ้านเรา สามารถตั้งราคาขายได้ในระดับเดียวกับ Mercedes-Benz S-Class และ BMW 7-Series
หรือ ราวๆ 7 – 8 ล้านบาท Saloon ขนาดเล็ก สมญานาม Baby Quatroporte รุ่นนี้มีกำหนดจะเปิดตัวในปี 2012

และในปี 2013 จะถึงเวลาที่ Maserati จะเปิดตัว SUV รุ่นแรกของตนเสียที นั่นคือ Maserati Kubang
(อ่านชื่อรุ่นว่า “คู-แบงค์”)  อันเป็น SUV ที่ Maserati ฝันอยากจะทำขายมาตั้งแต่ก่อนปี 2000 ถึงขั้น
เคยทำรถต้นแบบในชื่อเดียวกันนี้ ออกจัดแสดงในปี 2003 แต่ความคืบหน้าดังกล่าว ก็หายไปนานถึง
9 ปี กว่าที่เวอร์ชันต้นแบบ คันล่าสุด ซึ่งดูใกล้เคียงกับเวอร์ชันผลิตขายจริงมากๆ ออกอวดโฉมต่อ
ชาวโดลก ในงาน Frankfurt Motor Show เดือนกันยายน 2011 ที่ผ่านมา เพื่อหวังจะเป็นทางเลือก
ในกลุ่ม Premium Mid=Size SUV ประกบกับ Mercedes-Benz ML-Class , BMW X5/X6 และ
Range Rover Sport

งานออกแบบเครื่องยนต์ รับผิดชอบโดย Paolo Martinelli หัวหน้าฝ่าย Powertrain Department ของ
Maserati ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีของเขา ในทีมรถแข่ง Formula 1 และใน Ferrari คาดว่าน่าจะ
เป็นเครื่องยนต์ V8 ขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แต่รายละเอียดเครื่องยนต์
จะยังไม่เปิดเผยออกมาจนกว่า จะถึงเวลาที่ Kubang ถูกนำไปขึ้นสายการผลิตที่โรงงาน ของ Chrysler
ในมลรัฐ Michigan ภายใต้ไลน์ผลิตเดียวกับ Jeep Grand Cherokee (ฟังดูแปลกๆพิลึกๆอยู่ไม่น้อย)
แต่กว่าที่ Kubang จะเข้ามาเมืองไทย เร็วที่สุด ก็คงจะเป็นช่วงปี 2014 เพราะต้องรอดูการประกอบ
เวอร์ชันพวงมาลัยขวาด้วยว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อใด

——————————————


 
Mazda   
2012 : All new BT-50 (Project Code : T6 ) / Mazda 3 1.6 L / Mazda 2 รุ่นพิเศษตามฤดูกาล
2013 : CX-5 มาต้นปี  / All New MX-5
2014 : Mazda 2  3 Full Modelchangeในเมืองนอก? เมืองไทย รอ ไม่นาน

ปี 2011 ที่ผ่านมา แม้ว่า Mazda จะได้รับผลกระทบจากทั้งเหตุการณ์ 3/11 และน้ำท่วมเมืองไทย
ไปบ้าง แต่บาดเจ็บไม่มากมายอย่างที่คิด มีเพียงแค่พักการผลิตที่โรงงาน AAT ระยะสั้นๆมากๆ
นิดนึงเท่านั้น ถือเป็นปีที่ Mazda ได้รับอานิสงค์ด้านยอดขายของ Mazda 2 จากหลายปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถคันแรกของรัฐบาล หรือการขาดตลาด ของคู่แข่งสำคัญ ทั้ง Toyota Vios ,
Toyota Yaris , Honda City , Honda Jazz จนทำให้ผู้คนหันมาอุดหนุน น้องเล็กในโชว์รูมกันอย่าง
อุ่นหนาฝาคั่ง

ผิดกับตลาด รถยนต์นั่ง C-Segment Compact Sedan / Hatchback เพราะ Mazda 3 ใหม่ ต้อง
เปิดตัวในจังหวะหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิในญี่ปุ่น เพียงแค่ 1 สัปดาห์ และ
เปิดตัวได้แค่รุ่น 2.0 ลิตร ราคา 1,064,000 บาท ท้ั้ง 2 ตัวถัง เท่านั้น จึงต้องเจออาการชิ้นส่วน
ชะงักและชะลอจากญี่ปุ่น ไปราวๆ 1-2 เดือน กว่าจะฟื้นกลับมาส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ ก็ต้อง
รอถึงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม กระนั้น ปริมาณรถรุ่นใหม่บนถนนเมืองไทย ก็มีให้เห็น
หนาตาขึ้นเรื่อยๆ ผิดกับ BT-50 รุ่นเดิม ซึ่งยังพอมีลูกค้าอุดหนุนอยู่บ้าง แต่น้อยลงไปมาก
จนกระทั่งต้องนำฝูง BT-50 ใหม่ หลายคัน ไปจอดแออัด ยัดทะนาน อวดโฉมประชันคู่แข่ง
ในงาน Motor Expo ตอนท้ายปี เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้บริโภคว่า BT-50 ใหม่ ใกล้เปิดตัว
แล้วนะ โปรดรออีกนิดนึง
 
นั่นจึงทำให้ Mazda จะต้องเริ่มประเดิมปี 2012 กันด้วยการเปิดตัว รถกระบะ BT-50 PRO
Stylish Pickup Truck รุ่นใหม่ ที่ใหญ่โตกว่า Toyota Hilux VIGO เล็กน้อย ซึ่งหลายคนคง
ได้ไปเห็นคันจริงในงาน Motor Expo เดือนธันวาคม ที่ผ่านมาบ้างแล้ว

จุดขายสำคัญของ BT-50 ใหม่ นอกจากอยู่ที่ขุมพลัง Diesel Commonrail Turbo 2,200 ซีซี และ
3,200 ซีซี บล็อกเดียวกัน กับ Ford Ranger ใหม่ แต่อาจจะมีการปรับจูนค่ากำหนดต่างๆ ทั้งของ
เครื่องยนต์ และระบบกันสะเทือน ให้นุ่มกว่ากันนิดหน่อย และยังมาพร้อมรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยว
เกินหน้าเกินตารถกระบะทุกคันในตลาด แถมยังมีห้องโดยสารที่ออกแบบได้ดีที่สุด เท่าที่เคย
มีมาในตลาดรถกระบะทั่วโลกอีกด้วย มีบานแค็บเปิดได้ ในทุกรุ่นเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ
รุ่น Open Cab ตามเคย

รายละเอียดต่างๆ คงได้อ่านกันไปแล้ว ในบทความ Exclusive First Impression (ถ้ายังไม่อ่าน
คลิกอ่านได้ ที่นี่) กำหนดเปิดตัว เป็นไปตามที่แจ้งไว้เมื่อปีที่แล้ว คือ วันที่ 24 มกราคม 2012
เหตุผลของการเลื่อนจากกำหนดเดิมเล็กน้อย เพราะสถานที่จัดงานเปิดตัว ไม่ว่าง เลยต้องยอม
เลื่อนออกมา อีก 1 วัน ที่สำคัญ Mazda ประกาศลั่นแล้วว่า จะมีรถพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันที
2,500 คัน ทุกรุ่น ทุกสี ในวันเปิดตัวกันเลยทีเดียว นี่คือการประกาศพร้อมรบในสมรภูมิตลาด
รถกระบะอย่าลงเต็มตัวของ Mazda อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

หลังจากนั้น ใครที่รอ Mazda 3 ขุมพลัง 1.6 ลิตร ก็เตรียมดีใจกันได้ เพราะ Mazda ตั้งใจจะเปิดตัว
ทางเลือกใหม่ในตระกูล Mazda 3 รุ่นนี้ กันในช่วงดือนมีนาคม ก่อนงาน Bangkok International
Motor Show เดือนมีนาคม 2012 เพียงแต่ต้องทำใจไว้ก่อนว่า ยังจะไม่มีขุมพลัง SKYACTIV
จากเวอร์ชันตลาดโลก ที่เพิ่งเปิดตัวไป ให้ได้เห็นกันในตอนนี้แน่ๆ

เพราะ รถยนต์ที่จะใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ และโครงสร้างตัวถัง SKYACTIV รุ่นแรกที่จะเปิดตัว
ทำตลาดในเมืองไทย คือ Mazda CX-5 Crossover SUV รุ่นล่าสุด ที่น่าจับตามองที่สุดคันหนึ่ง เพราะ
นอกจากจะเป็น Crossover ขนาดเล็กรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ Mazda แล้ว งานนี้ วิศวกรชาว
Hiroshima ยังทำการบ้านมาดีมากอีกด้วย เพราะพยายามงัดข้อไปต่อกรกับคู่แข่งจากยุโรป ไม่ว่า
จะเป็น Volkswagen Tiguan หรือ Skoda Yeti แทนที่จะสนใจเปรียบมวยอยู่แค่ Honda CR-V ซึ่ง
จะเป็นคู่แข่งโดยตรงในเมืองไทย

ในช่วงแรก จะเปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร พร้อม
เทคโนโลยีระบบดับและติดเครื่องยนต์เองได้ในช่วงการจราจรติดขัด i-Stop (หลักการทำงานเหมือน
ใน Nissan March , Toyota Prius และ toyota Camry HYBRID คือเหยียบเบรกจมมิด เครื่องจะดับ
พอถอนเท้าจากเบรก เครื่องยนต์จะติดเอง ขับต่อไปได้สบายๆ เน้นประหยัดน้ำมันในช่วงรถติด)

Mazda CX-5 ใหม่ จะถูกนำมาขึ้นสายการผลิตที่โรงงาน Auto Alliance (AAT) ที่ระยอง และมี
กำหนดเปิดตัวในเมืองไทย อย่างเร็วที่สุด คือเดือนธันวาคม 2012 – กุมภาพันธ์ 2013 หลังจากนั้น
อีกสักพักใหญ่ๆ ขุมพลัง Diesel SKYACTIV-D บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.2 ลิตร i-Stop จะ
ตามมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในช่วงปี 2013

นอกจากนี้ ในปี 2013 นั้น จะเป็นปีที่ Mazda 2 ถึงเวลาปรับปรุงกันครั้งใหญ่ โดยยังไม่นับสารพัด
รุ่นพิเศษกระตุ้นตลาด ที่จะออกมาให้เราได้เห็นกันหลายรุ่น พอกับความถี่ของ ผลไม้ตามฤดูกาล
ขณะที่ รถสปอร์ด Roadster รุ่น สุดฮิตอย่าง Mazda MX-5 ซึ่งมีกระแสข่าวว่า จะถูกลดขนาดตัวถัง
ให้เล็กลง และใช้เทคโนโลยี SKYACTIV อัดแน่นทุกอณูของตัวรถ รวมทั้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่
ให้มีขนาดเล็กลงแค่ 1,600 ซีซี แต่ต้องผลิตกำลังออกมาให้มากกว่าเดิม ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม แถม
ยังต้องขับสนุกยิ่งกว่าเดิม และปล่อยมลพิษน้อยลงกว่าเดิม ก็จะมีกำหนดเปิดตัวสู่ตลาดโลก ในช่วง
ปี 2013 ด้วย

เช่นเดียวกัน ในตลาดโลก Mazda ตั้งใจจะใช้ปี 2013 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนโฉมใหม่ให้กับรถยนต์
รุ่นหลักๆของตน ไปสู่เจเนอเรชันใหม่ ที่ใช้แนวทางการออกแบบ KODO : Souls Of Motion ไม่ว่า
จะเป็น Mazda 3 Full Model Change หรือ  Mazda 6 รุ่นต่อไป ซึ่งจะมีเส้นสายถอดแม่พิมพ์มาจาก
รถยนต์ต้นแบบ Mazda Takeri จากงาน Tokyo Motor Show 2011 แต่สำหรับบ้านเรา คงยังต้องรอ
กันต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ตลาดกลุ่ม D-Segment ของบ้านเรา ยังมียอดขายรวมกันไม่มากพอ
ให้ผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง Mazda เข้าร่วมแข่งขันประชันชัยในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้แต่อย่างใด ขณะที่
Mazda 3 ใหม่ เพิ่งเปิดตัวในบ้านเรามาได้แค่ ปีเดียว ดังนั้น อายุตลาดจึงน่าจะต้องยาวไปถึงปี 2014
ซึ่งจะเป็นปีเดียวกับที่ Mazda 2 รุ่นใหม่ Full Model Change จะเปิดตัวสู่ตลาดโลก

ส่วนโครงการพัฒนา รถสปอร์ตขุมพลัง Rotary รุ่นต่อไป ที่จะทำตลาดแทน RX-8 แต่จะมีตำแหน่ง
การตลาดที่เหนือขึ้นไปกว่า RX-8 และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ภายใต้ชื่อ RX-9 ตอนนี้
ความคืบหน้า ก็ยังดูเงียบๆอยู่ อาจต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะต้องเริ่มเผยให้ผู้คนทั่วโลก
รับรู้ในช่วงปี 2012 นี้เป็นต้นไป ก่อนการเปิดตัวสู่ตลาดโลก ในปี 2013 เช่นเดียวกับ MX-5 ใหม่

——————————————

Mercedes-Benz
2012 : All New SL / ML 250 CDI CKD เครื่อง 4 สูบ Blue Efficiency / B-Class
2013 : All New S-class CKD

ปี 2011 ถือเป็นปีที่ Mercedes-Benz ฉลองครบรอบ 125 ปีของตน ด้วยการเปิดตัว CLS ใหม่ และ SLK
ใหม่ พวงมาลัยขวา ครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย กลางงาน Bangkok International Motor Show เดือน
มีนาคมที่ผ่านมา

ย่างเข้าเดือนสิงหาคม Mercedes-Benz Thailand ตัดสินใจ ประกาศกร้าว ออกมาตรการเข้มในรูปแบบ
ต่างๆ เพื่อหวังจะลดปัญหาลูกค้าเลือกซื้อรถจากผู้นำเข้ารายย่อย เพราะเห็นแค่ออพชันเพียบ แถมขาย
ถูกกว่า Mercedes-Benz Thailand ทั้งที่ไม่รู้ว่า ราคาขายปลีกที่ถูกกว่ามากนั้น มีความจริงอื่นใดซ่อนอยู่
อีกบ้าง? พร้อมท้ั้ง ปรับลดราคาของรถยนต์หลายๆรุ่น ทั้งประกอบในประเทศ และนำเข้าสำเร็จรูปให้
ถูกลงกว่าเดิม เพิ่มออพชันให้เยอะขึ้น โดยเฉพาะ C200 รุ่นพื้นฐาน ที่ฮือฮาด้วยราคาเริ่มต้นถูกมาก
เพียง 2,149,000 บาท ชนกับ BMW X1 CKD อย่างจัง รวมทั้งประกาศ เรียกเก็บค่าแรกเข้า ในการเข้า
ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตามราคาถูกแพงลดหลั่นกันไป ฯลฯ อีกมาก และยังเปิดตัว
E200 NGT เวอร์ชัน ติดก๊าซ CNG จากโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ เอาใจคนรักความหรู คู่ความ
ประหยัด รวมทั้ง เปิดตัวรถตู้ Vito ใหม่ ในงาน Motor Expo เป็นการส่งท้าย

ในปี 2012 นี้ รถยนต์รุ่นใหม่ๆของ Mercedes-Benz ในบ้านเรา มีให้เลือกกันหลักๆ 3 รุ่นใหญ่
ยังไม่นับสารพัดรุ่นย่อย เริ่มกันที่ รถสปอร์ตรุ่นใหญ่ Mercedes-Benz SL ใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวใน
งาน Bangkok International Motor Show เดือนมีนาคมนี้ เป็นอย่างช้าที่สุด และอาจจะมี น้องเล็ก
รุ่นล่าสุด Mercedes-Benz B-Class สั่งนำเข้ามาขายกันขำขำ พอให้มีทางเลือกแบบใหม่ๆ สำหรับ
ผู้ที่ชอบของแปลก โดยเฉพาะ ลูกค้าสูงวัย ที่อยากได้ความสบายในการขับขี่เดินทางในเมือง จาก
บ้านไปซื้อของ หรือไปทำธุระใจกลางเมือง (แม้จะผิดไปจากแนวคิดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในยุโรป
ก็ตามเถอะ)

แต่ไฮไลต์ที่น่าสนใจจริงๆ อยู่ที่  การเปิดตัว ML-Class เวอร์ชันประกอบในประเทศ นับเป็นครั้งแรก
ที่ Mercedes-Benz Thailand ตั้งใจจะบุกตลาดรถยนต์ SUV ระดับหรูอย่างแท้จริง หลังจากซุ่มศึกาา
กันมาพักใหญ่ และเห็นช่องว่างในตลาดบางอย่าง จนทำให้ Mercedes-Benz Thailand เลือกตัดสินใจ
ให้ ธนบุรีประกอบรถยนต์ รับงานประกอบ ML 250 CDI เครื่องยนต์ Diesel Turbo Common Rail
กันอย่างจริงจังในครั้งนี้ และคาดว่า น่าจะพร้อมเปิดตัวออกสู่ตลาดได้ ช่วงกลางปี 2012

ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาดูการเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class ใหม่ ในช่วงปลายปีนี้ ที่ยุโรป
โดยรถรุ่นใหม่ จะมีขนาดตัวถังใหญ่โตขึ้น และถูกอัดแน่นด้วยสารพัดเทคโนโลยี ทั้งเพื่อความ
สะดวกสบายของผู้โดยสาร และเทคโนโลยีขับเคลื่อนเพื่อสิ่งแวดล้อม มากกว่าที่เคยมีมาในบรรดา
S-Class ทุกรุ่น คาดว่า น่าจะส่งมาขายเมืองไทย ในฐานะ รถนำเข้า ช่วงต้นปี 2013 เป็นประเดิม
ก่อนที่ เวอร์ชันประกอบในประเทศ จะตามมาในระยะหลังจากนั้น อีก 6 เดือน หรือช่วงครึ่งหลัง
ของปี 2013

——————————————

MITSUBISHI MOTORS
2012 March : “MIRAGE” New Global Small Car  SUB-COMPACT B-Segment
                       World Premier in Thailand ! JOIN with PSA Group / Lancer EX Nano Change /
                       Triton CR45 MY2013 Last Minorchange
2013            :  All New Triton Full Model Change (Joint Develop with NISSAN !!)
2014            : ” New Global Small Sedan 1.2 Litre” Based on Mirage
2015            :  Pajero Sport Full Model Change / Lancer Full Modelchange / Mirage Hybrid & EV ??

Previous Post

N2709050_แม ออกจากค กล บบ านเจอสภาพล กสาวต วเองเหม อนอย ในข มนรก นเก ดไรข นก นแน_part2

Next Post

N2709051_เศรษฐ ใจด บป าเข าไปทำงานท าน แต ากล บทำส งน านเศรษฐ Ep1_part2

Next Post
N2709051_เศรษฐ ใจด บป าเข าไปทำงานท าน แต ากล บทำส งน านเศรษฐ Ep1_part2

N2709051_เศรษฐ ใจด บป าเข าไปทำงานท าน แต ากล บทำส งน านเศรษฐ Ep1_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0801014 การปฏ วต อหน าเพ อน บการปฏ วตอนอย บแฟน part2
  • N0801002 คนสม ยน เห นแก วจร งๆ ไม ยอมล กท งให คนพ การ part2
  • N0801010 ภรรยาย ดเง นเด อนสาม แบบน ได เหรอ part2
  • N0801022 งเด นย งไงของล ายค าเส ยหายกระเป าหน มาเลยนะ part2
  • N0801009 ทำมาเป นล มกระเป าต ดจะก นฟร ใช ไหม part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.