ในฐานะผู้คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากรถยนต์ที่เน้นพลังเครื่องยนต์สันดาปสู่ยุคแห่งนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและปัญญาประดิษฐ์ หากย้อนกลับไปในปี 2016 รถยนต์ที่เราเคยชื่นชม ไม่ว่าจะเป็น BMW M5 Competition Edition, Volvo XC90, Bentley Mulsanne Speed หรือ Dodge Viper ACR ล้วนเป็นดั่งสัญลักษณ์ของยุคนั้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อแรงบันดาลใจและเทคโนโลยีมาถึงปี 2025 ที่โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการขับขี่ บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจว่ารถยนต์ในแต่ละเซ็กเมนต์ที่เคยโดดเด่นในอดีต ได้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง และอนาคตของพวกมันจะเป็นเช่นไรในบริบทของตลาดปัจจุบัน
BMW M5: จากซีดานพลังเบนซินสู่การปฏิวัติพลังงานไฟฟ้าและสมรรถนะไฮบริดในปี 2025
เมื่อปี 2016 BMW M5 Competition Edition คือนิยามของซีดานหรูสมรรถนะสูงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ 4.4 ลิตร 600 แรงม้า ด้วยการผลิตเพียง 200 คันทั่วโลก มันคือสุดยอดแห่งวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งในยุคนั้น สำหรับนักธุรกิจเท้าหนักผู้โหยหาความเร้าใจในรูปแบบดั้งเดิม M5 Competition Edition คือทางเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้
ก้าวสู่ปี 2025 โลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง BMW M5 ในเจเนอเรชั่นปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (High-Performance EV) และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เต็มตัว เพื่อตอบรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป M5 โฉมใหม่ (G90) ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2025 จะมาพร้อมขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์สันดาปเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังที่เหนือกว่า 700 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล พร้อมอัตราเร่งที่อาจจะแตะระดับต่ำกว่า 3 วินาทีสำหรับ 0-100 กม./ชม. อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ BMW M ยังคงยึดมั่นคือ “ประสบการณ์การขับขี่” ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขแรงม้าเพียงอย่างเดียว
หัวใจของ BMW M5 ในปี 2025 ไม่ใช่แค่แรงม้าที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการขับขี่ได้อย่างไร้รอยต่อ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ M xDrive ที่สามารถปรับการกระจายกำลังได้หลากหลายโหมด รวมถึงโหมดขับเคลื่อนล้อหลังเต็มรูปแบบสำหรับนักขับที่ต้องการความท้าทาย ระบบช่วงล่างปรับอิเล็กทรอนิกส์ Adaptive M Suspension เจเนอเรชั่นใหม่ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นและแม่นยำกว่าเดิม รวมถึงระบบบังคับเลี้ยว M Servotronic ที่ให้ความรู้สึกในการควบคุมที่เฉียบคมและเป็นธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ M5 ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในใจของคนรักการขับขี่
ดีไซน์ภายนอก ของ M5 ปี 2025 จะยังคงความดุดันและเส้นสายที่ทรงพลังตามแบบฉบับ M Division กระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมไฟหน้า LED เพรียวบาง เสริมด้วยชุดแอโรไดนามิกที่คำนวณมาอย่างดีเพื่อเพิ่มแรงกด (Downforce) และประสิทธิภาพการระบายความร้อน ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 หรือ 21 นิ้วที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ บ่งบอกถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ใต้รูปลักษณ์อันสง่างาม
ภายในห้องโดยสาร คือการผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบ Executive และความสปอร์ตได้อย่างลงตัว แผงหน้าปัดดิจิทัล BMW Curved Display ที่รวมจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่และจอควบคุมระบบ Infotainment เข้าไว้ด้วยกัน มอบประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัยและใช้งานง่าย เบาะนั่ง M Sport ดีไซน์ใหม่ที่โอบกระชับสรีระผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พร้อมวัสดุคุณภาพสูงอย่างหนัง Merino และคาร์บอนไฟเบอร์ที่ตกแต่งทั่วห้องโดยสาร ระบบเครื่องเสียง Bowers & Wilkins Diamond Surround Sound System ที่ให้คุณภาพเสียงระดับคอนเสิร์ตฮอลล์ และ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล หรือแม้แต่การขับขี่ในเมืองที่หนาแน่น
ในตลาดไทยปี 2025 BMW M5 จะยังคงเป็นรถยนต์ในฝันของนักสะสมและผู้ที่ต้องการสุดยอดแห่งสมรรถนะจากแบรนด์ BMW ด้วยราคาที่อาจจะปรับสูงขึ้นตามเทคโนโลยีและค่าเงิน แต่ก็ยังคงความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการ ซีดานสมรรถนะสูง ที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันและพร้อมปลดปล่อยพลังในสนามแข่ง
Volvo XC90 / EX90: ผู้นำด้านความปลอดภัยสู่ยานยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำในปี 2025
ย้อนไปปี 2016 Volvo XC90 สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวในฐานะรถ SUV 7 ที่นั่งที่หรูหราที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด และที่สำคัญคือมันมาพร้อม 2 นวัตกรรมความปลอดภัยครั้งแรกของโลก คือระบบปกป้องเมื่อรถวิ่งตกถนน (Run-Off Road Protection) และระบบเบรกอัตโนมัติบริเวณทางร่วมแยก (Auto Brake at Intersection) ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำปรัชญา “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” ของวอลโว่ การออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียที่เรียบง่ายแต่หรูหรา รวมถึงไฟหน้า “Thor’s Hammer” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย
ในปี 2025 Volvo XC90 ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาด Premium SUV แต่หัวใจสำคัญของการพัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคของ รถ SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง (7-Seater Electric SUV) ที่แท้จริง นั่นคือ Volvo EX90 ซึ่งเป็นเรือธงคันใหม่ของวอลโว่ ที่ไม่เพียงแต่สานต่อตำนานด้านความปลอดภัย แต่ยังผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและแนวคิดเรื่องความยั่งยืนไปอีกขั้น
ความปลอดภัยใน Volvo EX90 ปี 2025 ถูกยกระดับไปอีกขั้นด้วย เทคโนโลยี LiDAR ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุด้วยแสงเลเซอร์ความละเอียดสูง ติดตั้งอยู่บนหลังคา ทำงานร่วมกับเรดาร์ กล้อง และอัลตราโซนิกเซ็นเซอร์จำนวนมาก เพื่อสร้างภาพ 3 มิติของสภาพแวดล้อมรอบคันได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพแสง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบ ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ระดับสูงในอนาคต EX90 มาพร้อมระบบ Driver Understanding System ที่คอยตรวจจับสายตาและพฤติกรรมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากความเหนื่อยล้าหรือการเสียสมาธิ
ขุมพลังของ Volvo EX90 ปี 2025 เป็นระบบไฟฟ้า 100% มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Twin Motor) ที่ให้พละกำลังรวมกว่า 400-500 แรงม้า (แล้วแต่รุ่นย่อย) และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดมากกว่า 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) การรองรับการชาร์จเร็ว (Fast Charging) ทำให้สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางระยะไกลได้อย่างสบาย
ดีไซน์ภายใน ของ EX90 ยังคงยึดมั่นในปรัชญา ดีไซน์สแกนดิเนเวีย ที่เน้นความเรียบง่าย โปร่งสบาย และใช้งานง่าย แต่เพิ่มความล้ำสมัยด้วยจอแสดงผลแนวตั้งขนาดใหญ่ที่ควบคุมฟังก์ชันส่วนใหญ่ของรถ พร้อมระบบ Infotainment ที่ใช้ Google Built-in วัสดุภายในห้องโดยสารเน้นความยั่งยืน เช่น ผ้าทอจากวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุชีวภาพ (Bio-based Materials) แทนหนังแท้บางส่วน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในตลาดไทยปี 2025 Volvo EX90 จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในตลาด รถ SUV ไฟฟ้าหรู โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด เทคโนโลยีล้ำสมัย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยราคาที่คาดว่าจะอยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งพรีเมียม แต่มาพร้อมแพ็คเกจความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า ทำให้ EX90 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ประนีประนอมเรื่องสมรรถนะและความสะดวกสบาย
Bentley: นิยามใหม่ของอัครยานยนต์และการตกแต่ง Bespoke ในปี 2025
ในปี 2016 Bentley Mulsanne Speed Beluga Edition คือบทสรุปของคำว่า อัครยานยนต์สั่งทำพิเศษ (Bespoke Ultra-Luxury Car) ที่แท้จริง ด้วยฝีมือการรังสรรค์จากแผนก Mulliner ที่สร้างสรรค์ความหรูหราสุดประณีต ทุกรายละเอียดตั้งแต่สีตัวถังดำสนิทไปจนถึงล้ออัลลอย 21 นิ้ว และตราสัญลักษณ์ Flying B สีรมดำ ล้วนเป็นงานฝีมือที่สะท้อนรสนิยมอันเหนือระดับของเจ้าของ Mulsanne Speed ยังคงใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 6.75 ลิตร 537 แรงม้า มอบแรงบิดมหาศาลที่ 1,100 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชี้วัดความยิ่งใหญ่ของเครื่องยนต์สันดาปในยุคนั้น
ก้าวสู่ปี 2025 Mulsanne ได้ยุติบทบาทการผลิตไปแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งความหรูหราและการปรับแต่งเฉพาะบุคคลของ Bentley ยังคงสืบทอดและพัฒนาต่อไปในโมเดลเรือธงอย่าง Bentayga (Luxury SUV) และ Flying Spur (Luxury Sedan) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทของ Bentley Mulliner ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด Mulliner ไม่ได้เป็นเพียงแผนกตกแต่ง แต่เป็นสตูดิโอออกแบบที่ร่วมรังสรรค์ความฝันของลูกค้าให้กลายเป็นจริงได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นสีตัวถังพิเศษที่ลูกค้าต้องการ วัสดุภายในที่หาได้ยาก การปักลายเฉพาะตัว หรือแม้แต่การออกแบบชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมด
เทรนด์ของ Bentley ในปี 2025 คือการผสานความหรูหราแบบดั้งเดิมเข้ากับ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles) และความยั่งยืน Bentley ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ “Beyond100” ที่จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2030 นั่นหมายความว่า ในปี 2025 เราจะได้เห็น อัครยานยนต์ไฟฟ้า จาก Bentley ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านความหรูหรา ความประณีต และสมรรถนะไว้ได้อย่างครบถ้วน
ความประณีต (Craftsmanship) คือสิ่งที่ Bentley ไม่เคยลดทอน คุณภาพของวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้จากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน ไม้วีเนียร์ที่ผ่านการคัดเลือกและขัดเงาด้วยมือ หรือโลหะที่ผ่านการขึ้นรูปอย่างพิถีพิถัน ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุด การตกแต่งภายในด้วยลายไม้หรือคาร์บอนไฟเบอร์ที่สวยงาม เบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมฟังก์ชันนวดและระบายอากาศ และระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน ล้วนเป็นสิ่งที่มอบความสบายเหนือระดับ
สมรรถนะของ Bentley ในปี 2025 แม้จะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้า แต่ยังคงรักษา DNA แห่งความทรงพลังไว้ได้ มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูงในทันที (Instant Torque) จะมอบอัตราเร่งที่เงียบและนุ่มนวล แต่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ระบบช่วงล่างแบบถุงลมปรับได้ (Air Suspension) และระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Control) ช่วยให้การขับขี่ทั้งบนทางเรียบและทางขรุขระเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง
ในตลาดไทยปี 2025 Bentley ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและรสนิยมที่เหนือระดับ ด้วยความสามารถในการ ตกแต่งภายในรถหรู ที่เป็น Bespoke ทำให้เจ้าของรถสามารถสร้างสรรค์ยานพาหนะที่มีเพียงคันเดียวในโลก ราคาของ Bentley อาจจะสูงลิ่ว แต่สำหรับผู้ที่มองหา ความหรูหราเหนือระดับ ที่มาพร้อมงานฝีมืออันประณีตและเทคโนโลยีล้ำสมัย Bentley คือตัวเลือกที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
Dodge Viper ACR และอนาคตของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงในสนามแข่งปี 2025
ย้อนไปปี 2016 Dodge Viper ACR คือ “อสรพิษ” ที่ดุดันที่สุดเท่าที่ Dodge เคยสร้างมา ด้วยเครื่องยนต์ V10 ขนาด 8.4 ลิตร 645 แรงม้า แรงบิด 813 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มันคือรถแข่งที่ถูกกฎหมายสำหรับวิ่งบนถนนจริง ด้วยการออกแบบแอโรไดนามิก ACR Extreme Aero Package ที่สร้างแรงกดเกือบ 1 ตันที่ความเร็ว 285 กม./ชม. ระบบช่วงล่าง Bilstein Coil-over และเบรก Brembo คาร์บอน ทำให้ Viper ACR เป็นเจ้าของสถิติสนามแข่งหลายแห่ง และเป็นรถในฝันของนักขับที่ต้องการประสบการณ์ดิบๆ สไตล์อเมริกัน
อย่างไรก็ตาม การผลิต Dodge Viper ได้สิ้นสุดลงในปี 2017 และไม่มีรุ่นต่อยอดโดยตรง ทำให้ในปี 2025 โลกของ รถสปอร์ตสมรรถนะสูง (High-Performance Sports Car) สำหรับสนามแข่งได้เปลี่ยนไปอย่างมาก แบรนด์ Dodge เองได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ ยานยนต์ไฟฟ้าความแรงสูง (High-Performance Electric Vehicle) อย่างเต็มตัว โดยมี Dodge Charger Daytona EV เป็นตัวแทนของ “Muscle Car” แห่งอนาคต
วิวัฒนาการของรถสนามแข่งในปี 2025 คือการรวมเอาพลังงานไฟฟ้าเข้ากับเทคโนโลยีแอโรไดนามิกขั้นสุด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงสำหรับสนามแข่งจะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดมหาศาลในทันที (Instant Torque) อัตราเร่งที่รุนแรงจนน่าตกใจ และเสียงสังเคราะห์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์คล้ายเครื่องยนต์สันดาป แบตเตอรี่เจเนอเรชั่นใหม่ที่เบาลงและชาร์จได้เร็วขึ้นจะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและระยะเวลาการวิ่งในสนาม
เทคโนโลยีแอโรไดนามิก (Aerodynamics) ในปี 2025 ถูกพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการใช้ AI ในการออกแบบและจำลองการไหลเวียนของอากาศ ระบบปีกหลังที่ปรับได้อัตโนมัติ (Active Aerodynamics) และ diffuser ที่ซับซ้อน จะสร้างแรงกด (Downforce) ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเร็วและสภาพการขับขี่ ทำให้รถยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยมในทุกโค้ง ระบบช่วงล่างปรับอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถปรับแข็งอ่อนได้แบบเรียลไทม์ตามข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ทำให้รถมี ประสิทธิภาพสนามแข่ง (Track Performance) ที่เหนือกว่า
ระบบเบรกสมรรถนะสูง (High-Performance Braking System) ในรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ในขณะชะลอความเร็ว เสริมด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาดใหญ่ที่ทนทานต่อความร้อนสูงจากการใช้งานหนักในสนามแข่ง ระบบควบคุมแรงบิด Vectoring และยางสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการถ่ายทอดพละกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ในตลาดไทยปี 2025 แม้จะไม่มี Viper รุ่นใหม่ แต่จิตวิญญาณของ รถแข่งบนถนน ยังคงอยู่ผ่านรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นอื่นๆ ที่เริ่มนำเทคโนโลยีไฟฟ้ามาใช้มากขึ้น การเข้าถึงสนามแข่งและการเข้าร่วมกิจกรรม Track Day กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการปลดปล่อยความเร็วอย่างปลอดภัย แบรนด์อื่นๆ เช่น Porsche, Ferrari, McLaren ก็กำลังนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่เคยหลงใหลในความดิบของ Viper ACR
สรุป: ยุคใหม่แห่งนวัตกรรมและการขับขี่
โลกยานยนต์ในปี 2025 คือการหลอมรวมกันระหว่างมรดกอันยิ่งใหญ่จากอดีตเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นแพลตฟอร์มของนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และความมุ่งมั่นเพื่อความยั่งยืน
จาก BMW M5 ที่เร้าใจด้วยพลังงานไฮบริด, Volvo EX90 ที่ปกป้องชีวิตด้วยเทคโนโลยี LiDAR, Bentley ที่นิยามความหรูหราผ่านงานฝีมือ Bespoke ที่ยั่งยืน ไปจนถึงจิตวิญญาณของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ยังคงอยู่ แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไปสู่พลังงานไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง และยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น ปลอดภัย และมีส่วนร่วมกับโลกมากขึ้นกว่าเดิม
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรม และต้องการสัมผัสกับอนาคตของการขับขี่อย่างแท้จริง ถึงเวลาแล้วที่คุณจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าทึ่งนี้ ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาซีดานสุดหรูที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ, SUV ที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมความปลอดภัย, อัครยานยนต์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว, หรือรถสปอร์ตที่พร้อมจะพาคุณทะยานไปข้างหน้า…
ติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการวันนี้ เพื่อค้นพบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่รอคุณอยู่!

