ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของแบรนด์อังกฤษผู้เป็นตำนานอย่าง Jaguar และ Land Rover มาโดยตลอด และในปี 2025 นี้ นวัตกรรมและปรัชญาการออกแบบของพวกเขาก็ยิ่งก้าวล้ำไปอีกขั้น การได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ Jaguar และ Land Rover รวม 5 รุ่นใหม่ล่าสุดบนเส้นทางยาวไกลกว่า 800 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ต ไม่ใช่แค่การทดสอบสมรรถนะ แต่คือการเดินทางเพื่อค้นหานิยามแห่งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ถูกปรับจูนมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
ตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 มีความท้าทายและน่าตื่นเต้นกว่าที่เคย การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกแบรนด์ต้องยึดถือ Jaguar และ Land Rover เองก็ไม่หยุดนิ่ง ด้วยการลงทุนมหาศาลในการพัฒนาเทคโนโลยี Powertrain ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับวัสดุภายในห้องโดยสารให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์ขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ และความปลอดภัยระดับสูงสุด ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ทำงานผสานกันอย่างชาญฉลาด
การทดสอบครั้งนี้ เราไม่ได้มองหาแค่ความแรงหรือความเร็ว แต่เรามองหา “ความสมบูรณ์แบบ” ในทุกมิติ ตั้งแต่การซับแรงกระแทกจากถนนในเมือง การเก็บเสียงลมที่ความเร็วสูง ไปจนถึงการมอบความผ่อนคลายตลอดเส้นทางอันยาวนาน ซึ่งแต่ละรุ่นต่างมีจุดเด่นและบุคลิกเฉพาะตัวที่น่าสนใจ บทสรุปการจัดอันดับ 5 ยานยนต์ Jaguar-Land Rover ยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง จึงเป็นดังนี้
อันดับที่ 5: Jaguar XE Electric Performance (ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.99 ล้านบาท)
Jaguar XE ในเวอร์ชันปี 2025 ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ และก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าเต็มตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่มองหานวัตกรรม รถยนต์ไฟฟ้า Jaguar ในรูปแบบซีดานคอมแพกต์ระดับพรีเมียม ถึงแม้จะยังคงดีเอ็นเอของความสปอร์ตที่เฉียบคมและดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่การเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน ทำให้ XE กลายเป็นรถที่เงียบสงบและมีอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจในแบบที่เครื่องยนต์สันดาปไม่อาจเทียบได้
ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: ในฐานะ ซีดานหรูขนาดเล็ก ที่เน้น สมรรถนะสูง XE เวอร์ชันไฟฟ้าคันนี้มอบ การขับขี่สปอร์ต ที่น่าประทับใจ ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากแบตเตอรี่ที่วางอยู่ใต้พื้นรถ และการกระจายน้ำหนักที่สมดุล ทำให้การเข้าโค้งเป็นไปอย่างแม่นยำและมั่นคง พวงมาลัยยังคงให้ฟีดแบ็กที่ดีเยี่ยม แม้จะขับขี่บนถนนที่มีความคดเคี้ยว การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ทำให้การออกตัวเป็นไปอย่างกระฉับกระเฉง และการเร่งแซงที่ความเร็วสูงก็ยังคงความมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ตที่เน้นความสะดวกสบายสูงสุดในทุกมิติ XE แม้จะพัฒนาไปมากในเรื่องความนุ่มนวลของช่วงล่างเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แต่ก็ยังคงบุคลิกของ รถยนต์ Jaguar ที่เน้นความรู้สึกเชื่อมโยงกับถนนมากกว่าการตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารดีขึ้นมาก แต่เสียงจากยางและการปะทะของลมก็ยังคงมีให้ได้ยินอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถในกลุ่มนี้ที่มักจะให้ความสำคัญกับน้ำหนักที่เบาและการตอบสนองที่ฉับไวมากกว่าความเงียบสงบแบบรถธง นอกจากนี้ พื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แม้จะได้รับการปรับปรุงให้กว้างขวางขึ้น แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกกระชับเมื่อเทียบกับรถซีดานขนาดใหญ่กว่า
โดยรวมแล้ว Jaguar XE Electric Performance 2025 คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีสไตล์โดดเด่น สมรรถนะเร้าใจ และเทคโนโลยี ระบบ Infotainment ล่าสุด แต่สำหรับการเดินทางยาวไกลที่เน้นความผ่อนคลายเป็นพิเศษ อาจจะต้องแลกมาด้วยความประนีประนอมบางอย่าง ทำให้รถคันนี้อยู่ในอันดับที่ 5 ของเราสำหรับการเดินทางระยะไกลครั้งนี้
อันดับที่ 4: Jaguar F-Pace PHEV R-Dynamic (ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.99 ล้านบาท)
Jaguar F-Pace ยังคงเป็น SUV หรูสมรรถนะ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 นี้ F-Pace PHEV R-Dynamic ได้ก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานใหม่ของ SUV พรีเมียม ที่ผสานประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สันดาปเข้ากับพลังงานไฟฟ้าได้อย่างลงตัว เป็นการตอบสนองต่อเทรนด์ ปลั๊กอินไฮบริด ที่กำลังมาแรงในตลาด รถยนต์หรู 2025
ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: การได้ทดลองขับ F-Pace PHEV R-Dynamic ตลอดเส้นทางออน-โรดแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Jaguar ในการสร้าง SUV ที่สมดุล ทั้งในด้านความสปอร์ตและความสะดวกสบาย ระบบส่งกำลังแบบ ปลั๊กอินไฮบริด ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Ingenium Turbocharger และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมที่น่าประทับใจ พร้อมแรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างง่ายดาย แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ตาม การขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนในเมืองก็ให้ความเงียบสงบและประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วงล่างได้รับการปรับจูนใหม่ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมปรับได้ ในบางรุ่นย่อย มอบความนุ่มนวลในการขับขี่บนถนนที่ขรุขระได้ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน แต่ก็ยังคงความหนึบแน่นสไตล์ Jaguar ไว้ ทำให้ไม่รู้สึกย้วยเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ (AWD) ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพอากาศ แม้ว่าในการทดสอบครั้งนี้จะเน้นการขับขี่บนถนนลาดยางเป็นหลัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความมั่นใจที่ระบบ AWD มอบให้
ภายในห้องโดยสารพรีเมียม ด้วย ดีไซน์ Jaguar ที่ประณีต คัดสรรวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งโอบกระชับและให้การรองรับที่ดีเยี่ยมสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จอแสดงผล Pivi Pro ขนาดใหญ่ที่ตอบสนองรวดเร็ว พร้อม ระบบนำทางขั้นสูง และการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ยังคงเป็นรถที่เน้นความสปอร์ตเป็นสำคัญ การซับแรงกระแทกและการเก็บเสียงอาจจะยังไม่เทียบเท่ารถ SUV ขนาดใหญ่กว่าที่เน้นความหรูหราเต็มพิกัด ทำให้ F-Pace PHEV R-Dynamic อยู่ในอันดับที่ 4 ของเรา ด้วยความสมดุลที่ยอดเยี่ยม แต่ยังไม่ถึงขั้นสูงสุดในเรื่องความสบายในการเดินทางไกล
อันดับที่ 3: Range Rover Sport SV P635 (ราคาเริ่มต้นประมาณ 9.99 ล้านบาท)
Range Rover Sport ในปี 2025 ได้ยกระดับไปอีกขั้น โดยเฉพาะรุ่น SV P635 ที่มาพร้อมสมรรถนะอันทรงพลังและความหรูหราที่เหนือระดับ ผสมผสานดีเอ็นเอของ Range Rover Sport 2025 ที่เน้น การขับขี่ไดนามิก เข้ากับความสามารถในการลุยแบบออฟโรดที่ขึ้นชื่อของ Land Rover ได้อย่างลงตัว เป็น ปลั๊กอินไฮบริด SUV ที่ไม่เป็นรองใครในด้านพละกำลังและการควบคุม
ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: สิ่งแรกที่สัมผัสได้จาก Range Rover Sport SV P635 คือพละกำลังมหาศาลจากระบบส่งกำลัง PHEV สมรรถนะสูง ที่ให้แรงม้าและแรงบิดแบบเหลือเฟือ ทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างดุดันและทันใจ เสียงเครื่องยนต์ V8 ที่คำรามอย่างนุ่มนวลผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจแต่ก็ยังคงความประณีตตามแบบฉบับรถหรู ช่วงล่างแบบ ระบบช่วงล่างถุงลมปรับได้ ที่พัฒนามาเป็นพิเศษสำหรับรุ่น SV ให้การควบคุมที่เฉียบคมและมั่นคงอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่
ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นจุดเด่นของ Range Rover Sport ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย เน้นความสปอร์ตแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา วัสดุที่ใช้เป็นเกรดพรีเมียมทั้งหมด พร้อมตัวเลือกในการตกแต่งด้วยวัสดุทางเลือกที่ยั่งยืน เช่น ผ้าทอ Kvadrat™ ที่ให้ความรู้สึกพิเศษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หน้าจอ Pivi Pro ขนาดใหญ่ตอบสนองได้รวดเร็ว พร้อมฟังก์ชัน เทคโนโลยี Land Rover ที่ใช้งานง่าย เบาะนั่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระได้ดีเยี่ยม ให้ความสบายแม้ในการเดินทางที่ยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ด้วยชื่อที่บ่งบอกถึง “Sport” การเซ็ตอัพช่วงล่างของ Range Rover Sport SV P635 จึงมีความเฟิร์มและให้ฟีดแบ็กจากพื้นผิวถนนที่ชัดเจนกว่า Range Rover รุ่นมาตรฐาน แม้จะให้ความมั่นใจในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็อาจจะยังไม่มอบความรู้สึก “ล่องลอย” ที่ปราศจากแรงกระแทกใดๆ อย่างที่ Range Rover ตัวท็อปทำได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงอยู่ในอันดับที่ 3 ของเราสำหรับการจัดอันดับความสบายในการเดินทางระยะไกล แต่หากคุณคือผู้ที่ต้องการ SUV หรูหรา ที่มอบ ประสบการณ์ขับขี่พรีเมียม พร้อมสมรรถนะอันเร้าใจ Range Rover Sport SV P635 คือตัวเลือกที่ยากจะหาใดเทียบ
อันดับที่ 2: Jaguar XJ Electrified (ราคาเริ่มต้นประมาณ 7.99 ล้านบาท)
Jaguar XJ กลับมาผงาดอีกครั้งในเวอร์ชัน Jaguar XJ ไฟฟ้า สำหรับปี 2025 โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ ซีดานผู้บริหาร อันเป็นตำนาน ที่ผสมผสานความสง่างามแบบอังกฤษเข้ากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีไฟฟ้า นี่คือรถที่สร้างมาเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะในตำแหน่งเบาะหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถซีดานระดับเรือธง
ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: การได้โดยสารใน Jaguar XJ Electrified ตลอดการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ต เสมือนการได้นั่งอยู่ในห้องรับรองส่วนตัวบนล้อรถ ความเงียบสงบภายในห้องโดยสารคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุด ด้วยการใช้เทคโนโลยีลดเสียงรบกวนขั้นสูง (Active Noise Cancellation) และกระจกแบบเก็บเสียง ทำให้ ห้องโดยสารเงียบ สงบราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก ช่วงล่างแบบถุงลมที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ ให้ความนุ่มนวลเหนือระดับ ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเจอสภาพถนนแบบใด ตัวรถก็เคลื่อนผ่านไปได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคง
เบาะนั่งทั้ง 4 ตำแหน่งสามารถปรับไฟฟ้าได้เต็มที่ พร้อมระบบนวดและระบายอากาศ/ทำความร้อนครบครัน ภายในรถหรู XJ Electrified ได้รับการตกแต่งด้วย วัสดุหรูหรา 2025 ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน มีทั้งลายไม้แท้ที่ผ่านการคัดสรรอย่างดี หรือแม้แต่วัสดุรีไซเคิลเกรดพรีเมียมที่ให้สัมผัสและรูปลักษณ์ไม่แพ้กัน ตอบโจทย์ความหรูหราที่ยั่งยืน พื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังกว้างขวางเหลือเฟือ พร้อมจอ LCD ส่วนตัว และโต๊ะพับขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการทำงานหรือพักผ่อนระหว่างเดินทาง
ถึงแม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Jaguar XJ Electrified ก็มาพร้อมพละกำลังที่เหลือเฟือและอัตราเร่งที่ฉับไว ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อสำหรับผู้ที่ต้องการขับขี่เอง อย่างไรก็ตาม ในการจัดอันดับความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับการเดินทางระยะไกล Range Rover รุ่นใหญ่กว่ายังคงมีแต้มต่อในเรื่องของทัศนวิสัยที่เปิดกว้าง และความรู้สึก “ลอยตัว” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ Jaguar XJ Electrified ต้องอยู่ในอันดับที่ 2 ของเรา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือ ซีดานหรู ที่มอบ ความสบายระดับเฟิร์สคลาส อย่างแท้จริง
อันดับที่ 1: Range Rover Autobiography LWB P550e (ราคาเริ่มต้นประมาณ 12.99 ล้านบาท)
และแล้วก็มาถึงที่สุดแห่งความสบายสำหรับการเดินทางครั้งนี้ Range Rover Autobiography LWB P550e ปี 2025 คือยานยนต์ที่คู่ควรกับตำแหน่งสูงสุดอย่างแท้จริง เป็น SUV หรูหราที่สุด ที่สะท้อนถึงปรัชญา “Modern Luxury” ของ Land Rover ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะรุ่น Long Wheelbase (LWB) ที่เน้นพื้นที่ภายในที่กว้างขวางเป็นพิเศษ เพื่อมอบ ประสบการณ์เดินทางระดับโลก
ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: การได้โดยสารใน Range Rover Autobiography LWB P550e ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่คือการหลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอกเข้าสู่โอเอซิสส่วนตัว ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตโอ่อ่าและ ระบบช่วงล่างอากาศ อิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน ทำให้รถคันนี้ลอยละล่องไปบนพื้นผิวถนนราวกับไร้น้ำหนัก ไม่ว่าจะเจอหลุมบ่อหรือพื้นผิวที่ไม่เรียบ รถก็ยังคงรักษาความนิ่งและราบรื่นได้อย่างน่าทึ่ง การสั่นสะเทือนถูกดูดซับจนแทบไม่รู้สึก ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายตลอดเส้นทาง
ความเงียบในห้องโดยสาร คืออีกหนึ่งจุดที่ Range Rover ทำได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยี Active Road Noise Cancellation ที่ใช้ไมโครโฟนตรวจจับเสียงรบกวนภายนอกและปล่อยคลื่นเสียงตรงข้ามออกมา เพื่อหักล้างเสียงเหล่านั้น ทำให้ภายในห้องโดยสารเงียบสงัด เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือการประชุมทางธุรกิจ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในเป็นระดับ Bespoke ที่ลูกค้าสามารถเลือกสรรและปรับแต่งได้ตามรสนิยมอย่างไม่จำกัด ทั้งสีภายใน วัสดุตกแต่ง และฟังก์ชันพิเศษต่างๆ เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลังสามารถปรับเอนได้เต็มที่ มีระบบนวด ระบบทำความร้อน/ระบายอากาศ และระบบฟอกอากาศ Cabin Air Purification Pro ที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์และสบายที่สุด
ขุมพลัง ปลั๊กอินไฮบริด Range Rover รุ่น P550e มอบพละกำลังที่ราบรื่นและเพียงพอต่อทุกสถานการณ์ การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเป็นไปอย่างนุ่มนวลไร้รอยต่อ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ และผู้โดยสารก็ไม่รู้สึกถึงการกระชากหรือการเปลี่ยนแปลงรอบเครื่องยนต์ ทัศนวิสัยจากตำแหน่งผู้โดยสารตอนหลังก็ยอดเยี่ยม ด้วยกระจกบานใหญ่และหลังคา Panoramic Glass Roof ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่งสบาย และสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ระหว่างทางได้อย่างเต็มที่
สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์หรู ที่มอบความสบายสูงสุด เทคโนโลยีขั้นสุด และความประณีตที่ไร้ที่ติ Range Rover Autobiography LWB P550e คือคำตอบสุดท้าย แม้จะมีราคาค่าตัวที่สูงที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ แต่ประสบการณ์ที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าเกินกว่าที่ตัวเลขจะประเมินได้ นี่คือสวรรค์แห่งการเดินทางที่ทำให้กรุงเทพฯ-ภูเก็ต กลายเป็นเรื่องง่ายดายและน่าจดจำอย่างแท้จริง
บทสรุปและคำเชิญชวน
การจัดอันดับครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกและจุดเด่นที่แตกต่างกันของยานยนต์แต่ละรุ่นจาก Jaguar และ Land Rover ในปี 2025 ที่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์หรูอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นซีดานไฟฟ้าสุดสปอร์ต SUV ปลั๊กอินไฮบริดที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ หรือ SUV สุดหรูที่มอบความสบายไร้ขีดจำกัด แต่ละคันล้วนถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยืนยันว่าการเลือกรถยนต์ที่ “ดีที่สุด” นั้นขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความคาดหวัง และงบประมาณของคุณเอง หากคุณให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล Range Rover Autobiography คือคำตอบที่ไม่ต้องสงสัย แต่หากคุณชื่นชอบความสปอร์ต การขับขี่ที่เร้าใจ และเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Jaguar XE Electrified หรือ F-Pace PHEV ก็อาจเป็นตัวเลือกที่โดนใจ
เราขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสประสบการณ์การขับขี่และโดยสารยานยนต์ Jaguar และ Land Rover แห่งปี 2025 ด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมใกล้บ้าน เพื่อค้นหา “ยานยนต์ในฝัน” ที่จะพาคุณออกเดินทางสู่ทุกจุดหมายอย่างเหนือระดับ และเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า.

