• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0811072 อกห ก3นาท กลายเป นเม ยมหาเศรษฐ นล าน! part2

admin79 by admin79
November 5, 2025
in Uncategorized
0
N0811072 อกห ก3นาท กลายเป นเม ยมหาเศรษฐ นล าน! part2

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์หรูที่มีประสบการณ์มากกว่าทศวรรษ ผมได้มีโอกาสสัมผัสและวิเคราะห์รถยนต์พรีเมียมมากมาย แต่ทริปทดสอบสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับยานยนต์จากัวร์ (Jaguar) และแลนด์โรเวอร์ (Land Rover) 5 รุ่นเรือธงบนเส้นทางกว่า 800 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครสู่ไข่มุกแห่งอันดามันอย่างภูเก็ตเมื่อปลายปี 2025 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่น่าจดจำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพิสูจน์สมรรถนะของเครื่องยนต์ แต่ยังเป็นการสำรวจขีดสุดของเทคโนโลยี นวัตกรรม และปรัชญาการออกแบบที่ JLR Group (Jaguar Land Rover) มอบให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในยุคที่ความยั่งยืนและการเชื่อมต่ออัจฉริยะกลายเป็นหัวใจสำคัญ

ตลาดรถยนต์หรูในปี 2025 มีพลวัตสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ Jaguar และ Land Rover ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราแบบอังกฤษ ก็ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่มองหามิติใหม่ของการเดินทางระยะไกล ที่ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่รวมถึงความผ่อนคลาย ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อตลอดเส้นทาง ทริปทดสอบนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะเจาะลึกว่ายานยนต์เหล่านี้ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 35 ล้านบาท จะสามารถมอบประสบการณ์สุดหรูที่แท้จริงได้มากน้อยเพียงใด และรุ่นไหนที่สมควรค่าแก่การเป็นเจ้าของมากที่สุดในมุมมองของผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางไกล

เราจะมาจัดอันดับยานยนต์ทั้ง 5 รุ่นนี้ จากประสบการณ์จริง ทั้งในฐานะผู้ขับและผู้โดยสาร โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านความสบายในการเดินทาง ความนุ่มนวลของช่วงล่าง การเก็บเสียง การออกแบบภายใน ฟังก์ชันการใช้งาน และแน่นอนว่า สมรรถนะโดยรวมที่ตอบสนองต่อทุกสภาพเส้นทางของประเทศไทย ลองมาดูกันว่าราชันย์แห่งท้องถนนจากอังกฤษคันใดจะสามารถพิชิตใจและกระเป๋าสตางค์ของคุณได้มากที่สุดในยุค 2025 นี้

อันดับที่ 5: Jaguar XE 2.0 R-Dynamic (เทียบเคียงรุ่นเดิม Jaguar XE 2.0 R-Sport)
ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,999,000 บาท (สำหรับรุ่นปัจจุบันหรือเทียบเคียงปี 2025)

จากัวร์ XE ในเวอร์ชันปี 2025 (หรือรุ่น R-Dynamic ที่เป็นตัวแทนของความสปอร์ต) ยังคงยืนหยัดในฐานะคอมแพกต์ซีดานพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวและ DNA ของรถแข่งจากัวร์ที่เข้มข้น คู่แข่งโดยตรงในตลาดวันนี้คือ Mercedes-Benz C-Class, BMW 3 Series และ Lexus IS ซึ่งล้วนเป็นยักษ์ใหญ่ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ในบริบทของปี 2025 นั้น Jaguar XE ได้รับการปรับปรุงให้รองรับแนวโน้มของเครื่องยนต์ที่ลดขนาดลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบส่งกำลังแบบ Mild-Hybrid (MHEV) ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน Ingenium 2.0 ลิตร เทอร์โบ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อให้ได้พละกำลังที่ตอบสนองฉับไวถึง 250 แรงม้า และแรงบิด 365 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ทำงานได้อย่างราบรื่น โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมยังคงเป็นจุดเด่นที่ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความคล่องตัว

ในการเดินทางระยะไกลจากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ต ทีมงานของเราได้มีโอกาสนั่งในตำแหน่งผู้โดยสารด้านหลังของ Jaguar XE รุ่นนี้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนถึงจุดยืนของมัน: นี่คือรถที่สร้างมาเพื่อ “ผู้ขับ” เป็นหลัก หากคุณชื่นชอบการควบคุมที่แม่นยำ การเข้าโค้งที่เฉียบคม และสัมผัสถึงพื้นผิวถนนอย่างแท้จริง Jaguar XE จะมอบความสุขในการขับขี่ที่เหนือกว่าใคร แต่สำหรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะในเบาะหลัง การเดินทาง 800 กิโลเมตร อาจเป็นบททดสอบที่ท้าทาย ช่วงล่างที่มีการเซ็ตอัพมาค่อนข้างเฟิร์มและเน้นความสปอร์ต แม้จะให้ความมั่นใจในการขับขี่ความเร็วสูง แต่ก็อาจส่งผลให้รู้สึกถึงแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้ง่ายกว่ารถซีดานหรูขนาดใหญ่ และถึงแม้ว่าการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารจะดีขึ้นจากรุ่นก่อนๆ ด้วยเทคโนโลยี Active Road Noise Cancellation ที่ใช้คลื่นเสียงหักล้างกันเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก แต่ในบางช่วงของถนนที่ขรุขระเป็นพิเศษ เสียงยางและเสียงลมก็ยังคงเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง ซึ่งอาจนำมาซึ่งความเหนื่อยล้าสะสมของผู้โดยสารได้ง่ายกว่าที่คาดไว้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่หลงใหลในสมรรถนะและความปราดเปรียวของรถยนต์สปอร์ตซีดาน และมักจะขับขี่ด้วยตัวเองมากกว่านั่งเบาะหลัง Jaguar XE R-Dynamic ในปี 2025 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ InControl Touch Pro ที่ทันสมัย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ที่ครบครัน และการออกแบบภายในที่ยังคงความประณีตตามสไตล์อังกฤษ แต่ด้วยโจทย์ของการเดินทางไกลที่เน้นความสบายสูงสุด เราจึงต้องจัดให้ Jaguar XE อยู่ในอันดับที่ 5 ในการทดสอบครั้งนี้

อันดับที่ 4: Jaguar F-PACE P250 AWD R-Dynamic (เทียบเคียงรุ่นเดิม Jaguar F-Pace 2.0 AWD Portfolio)
ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,899,000 บาท (สำหรับรุ่นปัจจุบันหรือเทียบเคียงปี 2025)

Jaguar F-PACE ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของจากัวร์ ด้วยการเป็นเอสยูวีคันแรกของค่ายที่ผสมผสานความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับอรรถประโยชน์ของรถอเนกประสงค์ ในปี 2025 F-PACE ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่น P250 AWD R-Dynamic ที่นำมาทดสอบในครั้งนี้ ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Ingenium 2.0 ลิตร เทอร์โบ MHEV พละกำลัง 250 แรงม้า และแรงบิด 365 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ All-Wheel Drive (AWD) และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด คู่แข่งในตลาด Luxury SUV ยังคงเป็น Porsche Macan, BMW X3, Mercedes-Benz GLC-Class และ Audi Q5 ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็งัดกลยุทธ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด

จากการทดสอบขับ Jaguar F-PACE P250 AWD R-Dynamic บนเส้นทางไฮเวย์ที่หลากหลาย ต้องยอมรับว่ามันเป็นรถที่มีความสมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างความสปอร์ตและความนุ่มนวลสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ช่วงล่างที่ปรับจูนมาเพื่อความสบายของผู้โดยสารเป็นหลัก ทำให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น แม้จะต้องเจอกับโค้งความเร็วสูงก็ยังคงให้ความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง อาจมีอาการโยนตัวบ้างเล็กน้อยตามสไตล์ของรถ SUV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้และไม่ก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง

จุดเด่นของ Jaguar F-PACE คือระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Driveline Dynamic – IDD) ที่สามารถปรับเปลี่ยนการส่งกำลังไปยังล้อหน้าได้อย่างรวดเร็วเมื่อตรวจจับการสูญเสียการยึดเกาะถนน ทำให้มั่นใจได้ในทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนน แม้ F-PACE จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการลุยออฟโรดอย่างจริงจังเหมือนญาติผู้พี่อย่าง Land Rover แต่ก็ยังคงติดตั้งระบบ Adaptive Surface Response (ASR) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Terrain Response ของ Land Rover และระบบ All Surface Progress Control (ASPC) ซึ่งเป็นเสมือน Low Speed Cruise Control สำหรับสภาพพื้นผิวที่ท้าทาย ช่วยให้การขับขี่บนทางลูกรังหรือทางลื่นเป็นไปได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคง

ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงให้มีความหรูหราและเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอสัมผัส Pivi Pro ขนาด 11.4 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมแท่นชาร์จไร้สาย และระบบฟอกอากาศ Cabin Air Purification ที่ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารสดชื่นตลอดการเดินทาง เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าเดิมได้อย่างชัดเจน เครื่องยนต์ Ingenium MHEV 2.0 ลิตร ให้การตอบสนองที่ว่องไวและนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่ และยังประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างน่าประทับใจสำหรับรถยนต์ประเภทนี้

โดยรวมแล้ว Jaguar F-PACE P250 AWD R-Dynamic คือ Luxury SUV ที่ลงตัวและน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในเมืองและการเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ด้วยขนาดที่กำลังดี ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม พละกำลังที่เพียงพอ และเทคโนโลยีที่ครบครัน แต่เมื่อพิจารณาในแง่ของความสบายสูงสุดสำหรับการเดินทางระยะไกลแบบไม่คำนึงถึงงบประมาณแล้ว F-PACE ยังคงมีคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่าในเรื่องของความนุ่มนวลและพื้นที่ภายใน จึงอยู่ในอันดับที่ 4 ของเราในทริปนี้

อันดับที่ 3: Range Rover Sport D300 Dynamic HSE (เทียบเคียงรุ่นเดิม Range Rover Sport Hybrid HSE Dynamic)
ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,999,000 บาท (สำหรับรุ่นปัจจุบันหรือเทียบเคียงปี 2025)

Range Rover Sport โฉมใหม่ปี 2025 ได้รับการพัฒนาให้เป็น Luxury Performance SUV ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งแบบ Land Rover เข้ากับความสปอร์ตอันเร้าใจได้อย่างลงตัว รุ่น D300 Dynamic HSE ที่เราได้สัมผัสในทริปนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Mild-Hybrid Ingenium 3.0 ลิตร 6 สูบ แถวเรียง พละกำลัง 300 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 650 นิวตันเมตร ซึ่งมอบอัตราเร่งที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ทำให้การแซงรถบนเส้นทางหลวงเป็นเรื่องง่ายดาย คู่แข่งสำคัญในตลาด High-End Performance SUV คือ Porsche Cayenne, BMW X5 และ Mercedes-Benz GLE ซึ่ง Range Rover Sport ยังคงรักษาจุดยืนที่แตกต่างด้วยความสามารถในการลุยที่เหนือกว่าและภาพลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ในการทดสอบครั้งนี้ ทีมงานของเราได้สัมผัส Range Rover Sport D300 Dynamic HSE ในฐานะผู้โดยสารเป็นหลัก ทั้งในเบาะหน้าและเบาะหลัง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือคุณภาพของวัสดุภายในห้องโดยสารและการตกแต่งที่พิถีพิถันทุกรายละเอียด สไตล์ Dynamic HSE เน้นความสปอร์ตทันสมัย แต่ก็ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับ Range Rover ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียม อาทิ หนัง Windsor และแผงตกแต่ง Dark Anodised Metal ที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและมีรสนิยม ผมเองชื่นชอบความโปร่งโล่งของห้องโดยสาร แม้แนวหลังคาจะต่ำกว่า Range Rover รุ่นใหญ่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่แบบดิจิทัลที่สามารถปรับแต่งได้ และระบบ Infotainment Pivi Pro เจเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมจอสัมผัส Curved Glass ขนาด 13.1 นิ้ว มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยและใช้งานง่าย

จุดเด่นสำคัญของ Range Rover Sport คือระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Air Suspension) พร้อม Dynamic Response Pro ที่สามารถปรับระดับความสูงและความแข็ง-อ่อนของช่วงล่างได้แบบเรียลไทม์ ทำให้รถสามารถรับมือกับสภาพถนนที่แตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อความบันเทิงในการขับขี่ที่เต็มที่ ช่วงล่างของ Range Rover Sport จะถูกเซ็ตให้มีความเฟิร์มและกระชับมากกว่า Range Rover Autobiography อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแม้จะส่งผลให้การเดินทางรู้สึกถึงความมั่นคงและควบคุมได้ง่าย แต่ในมุมของผู้โดยสารที่เน้นความนุ่มนวลสูงสุด ก็อาจจะยังไม่ถึงขั้น “ล่องลอย” เท่ารุ่นพี่ใหญ่ แต่ก็ยังถือว่าให้ความสบายในการเดินทางที่เหนือกว่า Luxury SUV ทั่วไปมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลด้วยความเร็วสูง รถจะให้ความมั่นคงและนุ่มนวลที่น่าประทับใจ

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารของ Range Rover Sport D300 Dynamic HSE นั้นอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancellation ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การสนทนาภายในรถเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูงก็ตาม เบาะนั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทาง มอบความสบายในการนั่งที่ยอดเยี่ยมตลอดการเดินทาง

ด้วยบุคลิกที่เน้นความสปอร์ตแต่ไม่ละทิ้งความหรูหราและอรรถประโยชน์ Range Rover Sport D300 Dynamic HSE จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้บริหารที่ชื่นชอบการขับขี่เองและยังต้องการความสามารถในการลุยแบบ Light Off-Road ได้บ้าง ผสมผสานกับขุมพลังดีเซล MHEV ที่ทั้งแรงและประหยัด ทำให้มันเป็นรถที่น่าประทับใจ แต่ในแง่ของความสบายสูงสุดสำหรับผู้โดยสารบนเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ยังมีอีกสองรุ่นที่ทำได้ดีกว่า จึงต้องอยู่ในอันดับที่ 3 ในการจัดอันดับครั้งนี้

อันดับที่ 2: Jaguar XJ L P400 AWD (เทียบเคียงรุ่นเดิม Jaguar XJ L 2.0 Premium Luxury)
ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,499,000 บาท (สำหรับรุ่นปัจจุบันหรือเทียบเคียงปี 2025)

Jaguar XJ L หรือชื่อเดิมที่ย่อมาจาก eXtra Journey ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความหรูหราแบบคลาสสิกของจากัวร์ แม้ในยุค 2025 ที่ตลาดรถซีดานหรูมีการแข่งขันสูง และเทรนด์กำลังเอนเอียงไปทางรถยนต์ไฟฟ้า แต่ XJ L ก็ยังคงมีจุดยืนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในรุ่น P400 AWD ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Ingenium 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบ MHEV พละกำลัง 400 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตันเมตร ซึ่งมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมพร้อมความประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในอดีต คู่แข่งในกลุ่มนี้คือ Mercedes-Benz S-Class, BMW 7 Series และ Audi A8 ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนเป็นสุดยอดแห่งยานยนต์ที่ผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย

สำหรับการเดินทางไกลข้ามภาคจากกรุงเทพฯ สู่ภูเก็ต ทีมงานกระปุกคาร์ขอยกให้ Jaguar XJ L P400 AWD เป็นรถซีดานที่มอบความสบายในการโดยสารมากที่สุด รองจาก Range Rover Autobiography เท่านั้น ด้วยฐานล้อยาว (Long Wheelbase – LWB) ที่ส่งผลให้มีพื้นที่วางขาในห้องโดยสารด้านหลังเหลือเฟือราวกับนั่งในห้องรับแขกส่วนตัว สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เบาะนั่งทั้ง 4 ตำแหน่งสามารถปรับไฟฟ้าได้ทั้งหมด มาพร้อมฟังก์ชันนวดที่สามารถปรับรูปแบบและความเข้มข้นได้หลากหลาย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี

ภายในห้องโดยสารของ Jaguar XJ L เป็นผลงานศิลปะที่ประณีตงดงาม ด้วยการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนังแท้คุณภาพสูง แผงตกแต่งลายไม้แท้ หรือคาร์บอนไฟเบอร์ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและความต้องการลูกค้า) ที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ที่พนักพิงเบาะหน้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมโต๊ะพับเก็บได้ ช่วยให้การทำงานหรือความบันเทิงระหว่างเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย แม้กรอบกระจกหน้าต่างจะถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างสูงและแคบ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วย Privacy Glass แต่ Panoramic Glass Roof ขนาดใหญ่ก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกโปร่งโล่งภายในห้องโดยสารได้อย่างน่าประทับใจ

จุดเด่นที่ทำให้ Jaguar XJ L P400 AWD เหนือกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในด้านความสบายในการเดินทางไกลคือการจัดการกับเสียงรบกวนและระบบช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับที่เงียบสงัดราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก ผสานกับช่วงล่างแบบถุงลมที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างละเอียด ให้ความนุ่มนวลแต่ยังคงความกระชับ ไม่ย้วยหรือโคลงเคลง มอบความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง และดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างเหนือชั้น ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายตลอดเส้นทาง โดยไม่รู้สึกว่าถูกตัดขาดจากการรับรู้สภาพถนนทั้งหมด การตอบสนองของเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร MHEV ทำได้ดีเยี่ยมทั้งในรอบต่ำและรอบกลาง มอบพละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการเร่งแซง และยังคงไว้ซึ่งความประหยัดเชื้อเพลิงที่น่าพึงพอใจสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ระดับนี้

Jaguar XJ L P400 AWD ไม่เพียงแต่เป็นรถที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดในการโดยสารเบาะหลังเท่านั้น แต่ยังเป็นรถที่มอบความสุขในการขับขี่ที่ไม่เครียด ด้วยการควบคุมที่ง่ายดายและพละกำลังที่ตอบสนองได้ทันใจ ด้วยความลงตัวของความหรูหรา สมรรถนะ และความสบายในการเดินทาง ทำให้ Jaguar XJ L เป็นอันดับที่ 2 ที่น่าประทับใจที่สุดในทริปทดสอบครั้งนี้

อันดับที่ 1: Range Rover P440e Autobiography (เทียบเคียงรุ่นเดิม Range Rover Hybrid Autobiography)
ราคาเริ่มต้นประมาณ 10,999,000 บาท (สำหรับรุ่นปัจจุบันหรือเทียบเคียงปี 2025)

และแล้วก็มาถึงราชันย์แห่งความสะดวกสบายอันดับหนึ่งของการทดสอบในครั้งนี้ Range Rover P440e Autobiography ในเวอร์ชันปี 2025 ยกระดับมาตรฐานของ Luxury SUV ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเป็น Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน Ingenium 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 440 แรงม้า และแรงบิด 620 นิวตันเมตร สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนโดยไม่ลดทอนสมรรถนะหรือความหรูหรา คู่แข่งหลักยังคงเป็น Bentley Bentayga, Rolls-Royce Cullinan และ Mercedes-Maybach GLS ซึ่ง Range Rover Autobiography ยังคงรักษาจุดยืนที่โดดเด่นในด้านความสามารถรอบด้านที่เหนือกว่า ทั้งบนทางหลวงและในเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย

Range Rover P440e Autobiography ที่นำมาทดสอบในครั้งนี้เป็นรุ่นท็อปสุดที่ให้ความอิสระในการปรับแต่งรายละเอียดต่างๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างเต็มที่ ตามรสนิยมของลูกค้าที่ต้องการความพิเศษและไม่ซ้ำใคร การตกแต่งภายในคือภาพสะท้อนของความวิจิตรบรรจงและ craftsmanship อันเป็นเอกลักษณ์ของอังกฤษ การเลือกใช้วัสดุระดับสูงสุด ทั้งหนังแท้แบบ Semi-Aniline, ลายไม้ธรรมชาติ หรือแม้แต่การผสมผสานวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ห้องโดยสารเปรียบเสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ที่หรูหราโอ่อ่า

ความสะดวกสบายภายใน Range Rover Autobiography นั้นมีให้อย่างเหลือเฟือ ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โต (และยังมีตัวถังแบบ Long Wheelbase ให้เลือกหากต้องการพื้นที่เพิ่มอีก) ทำให้พื้นที่ภายในกว้างขวางราวกับห้องจัดเลี้ยงส่วนตัว ทัศนวิสัยจากภายในห้องโดยสารนั้นยอดเยี่ยมในทุกทิศทาง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชื่นชมทิวทัศน์ระหว่างการเดินทาง ระบบช่วงล่างถุงลมแบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อม Dynamic Response Pro ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ มอบความนุ่มนวลสูงสุดจนแทบจะรู้สึกเหมือนรถกำลัง “ลอย” ไปบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนที่เรียบกริบหรือขรุขระเป็นบางช่วง Range Rover คันนี้ก็สามารถจัดการได้อย่างนุ่มนวลและไร้แรงกระแทก แม้ในบางจังหวะที่ความเร็วต่ำอาจมีอาการโยกเล็กน้อยคล้ายการไกวเปล แต่ในความเร็วเดินทางกลับมอบความนิ่งและความสบายที่เหนือกว่ายานยนต์ทุกคันในการทดสอบนี้

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารของ Range Rover P440e Autobiography นั้นเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancellation และวัสดุซับเสียงที่หนาแน่น ทำให้เสียงรบกวนจากภายนอกถูกตัดขาดออกไปโดยสิ้นเชิง สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ด้วยขุมพลัง PHEV ที่สามารถวิ่งด้วยโหมด EV ได้ในระยะทางที่ไกลขึ้น ทำให้การขับขี่ในเมืองหรือในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางเป็นไปอย่างเงียบเชียบและไร้มลพิษ ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าเดิม

เบาะนั่งของผู้โดยสารด้านหลังนั้นคือจุดไฮไลต์สำคัญ ด้วยฟังก์ชันการปรับที่หลากหลาย รวมถึงระบบนวดที่ซับซ้อนและเบาะที่สามารถปรับเอนนอนได้เกือบราบ พร้อมหน้าจอ Pivi Pro ขนาด 11.4 นิ้ว ที่ฝังอยู่บนพนักพิงเบาะหน้า ระบบความบันเทิงที่ครบครัน และช่องแอร์ที่ปรับแยกโซนได้ ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างผ่อนคลายสูงสุด ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย เปรียบได้กับสวรรค์แห่งการเดินทางที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ Range Rover P440e Autobiography จึงเป็นที่สุดแห่งความสบายและเทคโนโลยีในทริปทดสอบครั้งนี้ และเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่มองหา “ที่สุด” ของยานยนต์อเนกประสงค์หรู

บทสรุปและมุมมองในยุค 2025

ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ตกับยานยนต์ Jaguar และ Land Rover ทั้ง 5 รุ่น ทำให้เราได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของ JLR ในการผสานความหรูหราแบบอังกฤษเข้ากับนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต รถแต่ละคันล้วนมีบุคลิกและจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และการจัดอันดับของเราในครั้งนี้พิจารณาจาก “ความสบายในการเดินทางระยะไกล” เป็นหลัก ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารและนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์เหนือระดับ

ในยุค 2025 ที่เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อกลายเป็นหัวใจสำคัญ รถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ได้ตอบสนองความต้องการเหล่านี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Mild-Hybrid (MHEV) หรือ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS เจเนอเรชั่นล่าสุดเพื่อความปลอดภัยที่เหนือกว่า และระบบ Infotainment Pivi Pro ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการลงทุนอย่างมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ยานยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและยั่งยืน

การเลือกรถยนต์ Jaguar หรือ Land Rover ในปี 2025 จึงไม่ใช่แค่การเลือกรุ่นหรือราคา แต่เป็นการเลือกประสบการณ์ที่ตอบโจทย์บุคลิกและความต้องการของคุณอย่างแท้จริง หากคุณคือผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตปราดเปรียวและขับขี่ด้วยตัวเอง Jaguar XE คือคำตอบ แต่หากต้องการ Luxury SUV ที่ใช้งานได้หลากหลาย F-PACE ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากคุณหลงใหลใน Performance SUV ที่พร้อมลุยและหรูหรา Range Rover Sport คือคู่หูที่ลงตัว หรือหากคุณคือผู้บริหารที่ต้องการความสง่างามและความสบายสูงสุดในรถซีดาน Jaguar XJ L จะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่สำหรับผู้ที่มองหา “ที่สุด” ของทุกสิ่ง ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสามารถในการลุย และความสบายในการเดินทางที่เหนือระดับ Range Rover Autobiography คือคำตอบที่ไร้ข้อกังขา

ปลดล็อกประสบการณ์สุดหรูที่คุณคู่ควร!

ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยทางเลือกอันน่าตื่นเต้น การตัดสินใจเลือกยานยนต์หรูระดับพรีเมียมอย่าง Jaguar และ Land Rover คือการลงทุนในประสบการณ์ที่เหนือกว่า หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมที่แท้จริงด้วยตัวคุณเอง อย่ารอช้าที่จะ นัดหมายเพื่อทดลองขับยานยนต์ Jaguar หรือ Land Rover รุ่นที่คุณสนใจที่ศูนย์บริการใกล้บ้านคุณวันนี้ เพื่อค้นพบว่ารุ่นใดคือ “ที่สุด” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความปรารถนาของคุณอย่างแท้จริง ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำและมอบข้อเสนอพิเศษที่จะทำให้การครอบครองรถในฝันของคุณเป็นจริงได้ง่ายขึ้น เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและโปรโมชั่นสุดพิเศษประจำปี 2025 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ยานยนต์ระดับโลกที่ไม่เหมือนใคร!

Previous Post

N0811064 คนท ณเหย ยบว นน อาจเป นเจ านายของค ณพร งน part2

Next Post

N0811060 ดจบสะเท อนใจ แม ขายบ าน งล กสาว! part2

Next Post
N0811060 ดจบสะเท อนใจ แม ขายบ าน งล กสาว! part2

N0811060 ดจบสะเท อนใจ แม ขายบ าน งล กสาว! part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1801081 เช ญคนแปลกหน าเข าบ าน จนเก ดเหต ไม คาดค part2
  • N1801086_เม อความสวย…ค อทางออกส ดท าย_part2
  • N1801085 เพ อนบ านแบบน ทำไงด part2
  • N1801083 เช อฟ งภรรยาได กคน part2
  • N1801103 บม เม อเพ อนสน ทกำล งพยายามแย งแฟนค part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.