ย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษ 2010 บนสนามแข่งอันเป็นตำนานอย่าง Nürburgring ในเยอรมนี ผมในฐานะนักขับผู้คร่ำหวอดและผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มายาวนานกว่า 10 ปี ได้มีโอกาสเดินผ่านรถคอนเทนเนอร์และครัวของทีม Toyota Team Thailand ที่กำลังเตรียม Corolla Altis จากเมืองไทยไปเข้าร่วมการแข่งขัน ADAC 24 ชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันอันดุเดือดนั้นเอง รถยนต์คูเป้สีสันสดใสคันหนึ่งก็ปรากฏต่อสายตา เส้นสายของมันงดงาม ดุดัน และเชื้อเชิญให้ลองสัมผัสเบาะที่นั่งคนขับสักครั้ง แม้ว่าในตอนนั้นดีไซน์ไฟหน้าจะยังดูแปลกตาไปบ้างก็ตาม
Lexus RC F คันนั้นจอดอยู่ใกล้กับรถคอนเทนเนอร์ของทีมไทย ก่อนที่ชายร่างสูงผมบลอนด์คนหนึ่งจะขับมันออกไป นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้เห็นรถ RC ตัวจริง…รถยนต์คูเป้ 2 ประตูแท้ๆ คันแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Lexus ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อสวมใส่ชื่อและตราสัญลักษณ์ “L” อย่างแท้จริง
ครับ ผมไม่ได้เขียนผิดหรอก นับตั้งแต่ Lexus ถือกำเนิดขึ้นในปี 1989 พวกเขาไม่เคยสร้างรถคูเป้ 2 ประตูแท้ๆ ภายใต้แบรนด์นี้เลย หากคุณจะแย้งว่า Lexus SC400 ไง? ผมตอบเลยว่าไม่ลืมครับ แต่ถ้ามองย้อนกลับไป SC400 และ SC300 คือ Toyota Soarer เจเนอเรชันที่ 3 ที่ถูกปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อทำตลาดในอเมริกาเหนือเป็นหลัก และเปลี่ยนแค่โลโก้เท่านั้น เช่นเดียวกับเจเนอเรชันที่ 4 ที่เป็น SC430 ซึ่งผสมผสานสไตล์คูเป้/เปิดประทุนในคันเดียวกัน แต่ก็ยังคงแปะตรา Toyota Soarer ขายในญี่ปุ่นอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่ Lexus จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเกิดตัวเองในปี 2005 หรือแม้แต่ IS-C ก็ยังคงเป็นเพียงคูเป้/เปิดประทุนที่พัฒนาจากซีดาน ดังนั้นมันจึงไม่สามารถเรียกว่าเป็นรถยนต์คูเป้ 2 ประตูอย่างแท้จริงได้
แต่ในวันนี้ พวกเขาได้สร้างมันขึ้นมาแล้ว Lexus Coupe แท้ๆ ที่ไม่ต้องมานั่งเปิดหลังคาแข็งพับเก็บให้หนักเปล่าๆ ซึ่งแฟนๆ Lexus ทั่วโลกต่างรอคอยกันมานานหลายปี คำถามก็คือ ในปี 2025 นี้ ผู้มาใหม่ที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างต่อเนื่อง จะมีเขี้ยวเล็บอะไรไปต่อสู้กับเหล่าพญาอินทรีเหล็กในกลุ่ม Premium Compact Coupe ได้บ้าง?
นิยามของ Premium Compact Coupe และการมาของ Lexus RC ในยุค 2025
ตลาดรถยนต์นั่งกลุ่ม Premium Compact ทั่วโลกนั้น นอกจากรถซีดาน 4 ประตูและสเตชันแวกอน 5 ประตูอย่าง Audi A4, BMW 3 Series และ Mercedes-Benz C-Class ที่ทำยอดขายถล่มทลายแล้ว ตัวถังคูเป้ 2 ประตูก็ยังคงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ แม้จะไม่ได้รับความนิยมเท่าตัวถังหลัก แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ยังคงมองหาสัมผัสแห่งความพิเศษ ความคล่องตัว และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ตลาดกลุ่มนี้ในยุค 2025 คู่แข่งหลักยังคงเป็น Audi A5 Coupe (ซึ่งตอนนี้มีระบบขับเคลื่อนแบบ Mild-Hybrid และอาจมี Plug-in Hybrid), BMW 4 Series Coupe (ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย รวมถึง M Performance) และ Mercedes-Benz CLE Coupe (ซึ่งเข้ามาแทนที่ C-Class Coupe และ E-Class Coupe พร้อมการผสมผสานเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำสมัย) ซึ่งแต่ละค่ายต่างก็พยายามผลักดันขีดจำกัดด้านสมรรถนะ, ความหรูหรา, และการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์การขับขี่
Lexus เองก็เคยพยายามทำตลาดในกลุ่มนี้มาแล้วในอดีต แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และการมุ่งเน้นสร้างรถยนต์แบบ 2-in-1 อย่าง SC430 และ IS-C ทำให้แนวคิดของ “คูเป้แท้ๆ” ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มตัว จนกระทั่งโครงการ RC ได้ถือกำเนิดขึ้น
แผนกพัฒนา Lexus (Lexus Development Center) ภายใต้การนำของหัวหน้าวิศวกร Eiichi Kusama และ Junichi Furuyama ผู้ซึ่งดูแลงานพัฒนา Lexus IS ได้ผนึกกำลังกันสร้างสรรค์ RC ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน: ไม่ใช่แค่ IS สองประตู แต่คือ Premium Coupe ที่จะยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เร้าใจยิ่งขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ การนำโครงสร้างพื้นฐานจากรถยนต์ถึง 3 รุ่นมาผสานรวมกัน: ส่วนหัวจาก Lexus GS, ห้องโดยสารจาก Lexus IS-C (ปรับปรุงความกว้าง), และช่วงท้ายจาก Lexus IS รุ่นปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการสร้างสรรค์สัดส่วนและพลวัตรการขับขี่ที่แตกต่างและลงตัว
เส้นสายที่ไร้กาลเวลา: การออกแบบ Lexus RC ในปี 2025
ในฐานะผู้ที่ติดตามการออกแบบยานยนต์มาอย่างยาวนาน ผมต้องบอกว่าแนวคิดของ Yasuo Kajino นักออกแบบของ Toyota / Lexus ที่ต้องการให้ RC เป็นรถยนต์คูเป้ที่เปี่ยมด้วยเส้นสายเร้าอารมณ์ ดึงดูดใจให้เข้าไปสัมผัสตั้งแต่แรกเห็นนั้น ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แม้ในยุค 2025 ที่ดีไซน์ยานยนต์มีแนวโน้มไปทาง EV ที่เน้นความลื่นไหลและมินิมอล แต่ RC ยังคงยืนหยัดด้วยเสน่ห์แบบ Premium & Elegance Coupe ที่มีสัดส่วนลงตัว การออกแบบที่เน้น Wide & Low จากพื้นฐานแพลตฟอร์มของ GS ผสมผสานกับระยะฐานล้อที่สั้น ส่งผลให้รถมีสมดุลในอุดมคติ จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง กระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ และซุ้มล้อที่มีมิติ ล้วนเสริมบุคลิก Dynamic Performance ได้อย่างน่าทึ่ง
สำหรับปี 2025 นี้ ดีไซน์ของ RC ยังคงดูสดใหม่และโดดเด่นท่ามกลางกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดพรีเมียมคูเป้ มันเป็นรถที่แสดงออกถึงความกล้าหาญในการรักษาเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่วิ่งตามเทรนด์จนละทิ้งตัวตน ไฟหน้า LED แบบ 3 หลอด พร้อมระบบปรับองศาการส่องสว่างอัตโนมัติยังคงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมและดูทันสมัย ไฟ Daytime Running Light รูป Nike Swoosh ที่เป็นเอกลักษณ์ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็น Lexus ยุคใหม่ กระจังหน้า Spindle Grille ในรุ่น F Sport ยังคงเป็นลาย “กรงตาข่าย” ที่ดุดันและสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
เส้นสายด้านข้างที่ต่อเนื่องยาวไปจนถึงไฟท้าย และการตวัดของกรอบกระจกหน้าต่าง Opera บริเวณเสา C-Pillar รูปตัว L ยังคงสร้างความโฉบเฉี่ยวได้อย่างน่าประทับใจ การออกแบบไฟท้ายที่ Eiichi Kusama ต้องการให้ดูเหมือนมีประกายระยิบระยับจากอัญมณีล้ำค่า ก็ยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ RC ดูงดงามยามค่ำคืน เปลือกกันชนหลังที่มีช่องระบายอากาศและปลอกท่อไอเสียคู่ ยังคงบ่งบอกถึงความเป็นรถสปอร์ตที่พร้อมจะปลดปล่อยพลัง
ภายในที่ผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยียุค 2025
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Lexus RC ในปี 2025 สิ่งที่สัมผัสได้คือความพิถีพิถันและงานฝีมือระดับ Takumi การตกแต่งภายในที่ใช้หนังสังเคราะห์คุณภาพสูงในสี Dark Rose ตัดสลับกับสีดำ เย็บด้วยด้ายสีเดียวกันอย่างประณีต สร้างบรรยากาศที่หรูหราและสปอร์ตไปพร้อมกัน แผงประตูด้านข้างบุด้วยวัสดุนุ่มชั้นดี ช่องมือจับประตูบุด้วยผ้าสังเคราะห์พร้อมไฟ Illumination สร้างความรู้สึกพิเศษยามค่ำคืน
ในยุค 2025 ที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทอย่างมากในรถยนต์พรีเมียม Lexus RC ได้รับการปรับปรุงเพื่อตอบรับเทรนด์นี้อย่างต่อเนื่อง แม้โครงสร้างแผงหน้าปัดจะยังคงมาจาก Lexus IS รุ่นก่อนหน้า แต่ก็ได้มีการอัปเกรดระบบแสดงผลและ Infotainment ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ชุดมาตรวัดที่ได้แรงบันดาลใจจาก Lexus LF-A ยังคงเป็นจุดเด่น ด้วยการแสดงผลแบบ Digital และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ หน้าจอ TFT Multi-Information Display ขนาด 4.2 นิ้ว ได้รับการปรับปรุงให้แสดงข้อมูลได้หลากหลายและละเอียดขึ้น รวมถึงการแสดงผล Boost ของ Turbocharger ที่ยังคงสร้างความเร้าใจ
ระบบเครื่องเสียง Mark Levinson ซึ่งเป็นคู่บุญของ Lexus ยังคงเป็นไฮไลต์ ด้วยลำโพง 17 ชิ้นพร้อม Sub-Woofer และระบบเสียง Surround 5.1 Channel ให้คุณภาพเสียงที่ “ฟินใช้ได้” ไม่ว่าจะเป็นแนว Acoustic หรือ Synthesizer การควบคุมระบบเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศผ่านจอภาพ EMV ขนาด 7 นิ้ว (ซึ่งอาจมีการอัปเกรดเป็นขนาดใหญ่ขึ้นและมีความละเอียดสูงขึ้นในรุ่นปี 2025 พร้อม Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย) ควบคุมผ่านแป้น Remote Touch Interface (RTI Touch Pad) ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นตามมาตรฐานปัจจุบัน
เบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ Smooth Leather ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้าสำหรับฝั่งคนขับ นอกจากนี้ ยังมีระบบ Heater อุ่นเบาะ และพัดลมระบายอากาศใต้เบาะ (Air Ventilation) ช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทางในสภาพอากาศเมืองไทย ระบบหน่วยความจำสำหรับเบาะคนขับ พวงมาลัย และกระจกมองข้าง 3 ตำแหน่ง ก็ยังคงเป็นมาตรฐานความสะดวกสบายของ Lexus
พื้นที่โดยสารด้านหลังยังคงเป็นแบบ 2+2 ที่นั่ง เหมาะสำหรับเด็ก หรือการเดินทางระยะสั้นสำหรับผู้ใหญ่ แม้พื้นที่เหนือศีรษะจะจำกัดสำหรับคนตัวสูง แต่เบาะรองนั่งที่ออกแบบมาอย่างดีก็นั่งสบายกว่าที่คิด ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ISOFIX ยังคงมีให้ครบครันตามมาตรฐานความปลอดภัยปี 2025 ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง 374 ลิตร แม้จะน้อยกว่าคู่แข่งบางราย แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น
สมรรถนะและพลวัตรการขับขี่: ความลงตัวของพลังและความนุ่มนวลในยุค 2025
สำหรับ Lexus RC ในตลาดไทยปี 2025 รุ่นที่ยังคงเป็นหัวใจหลักคือ RC 300 (ซึ่งเดิมคือ RC 200t) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 8AR-FTS บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี พ่วง Turbocharger กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร (35.66 กก.-ม.) ที่รอบเครื่องยนต์ 1,650 – 4,400 รอบ/นาที ซึ่งได้รับการปรับจูนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การตอบสนองดีขึ้น แรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำยันรอบกลางๆ ทำให้การขับขี่ทั้งในเมืองและการเดินทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่นและมีพละกำลังให้ใช้เหลือเฟือ
เครื่องยนต์บล็อกนี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี D-4ST (Direct injection 4-Stroke gasoline Superior version with Turbo) ที่ใช้ทั้งหัวฉีด Direct Injection และหัวฉีดที่พอร์ท รวมถึงระบบแปรผันวาล์ว VVT-iW (Variable Valve Timing – Intelligent Wide) ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ทั้งในโหมด Atkinson Cycle เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงในรอบต่ำ และโหมดปกติเพื่อเรียกพละกำลังสูงสุดในรอบสูง ระบบเทอร์โบ Twin Scroll และ Intercooler ระบายความร้อนด้วยน้ำ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์บล็อกนี้มีประสิทธิภาพสูงและตอบสนองได้ดี
ระบบส่งกำลังยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ SPDS (Sport Direct Shift) จาก AISIN พร้อม Paddle Shift ที่พวงมาลัย ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกียร์ลูกนี้ทำงานร่วมกับ Drive Mode Select ที่มีให้เลือก Normal, Eco, Sport และ Sport+ โดยเฉพาะในโหมด Sport+ ที่ช่วงล่างจะแข็งขึ้น การตอบสนองของคันเร่งและเกียร์จะฉับไวขึ้น เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ในยุค 2025 เกียร์ 8 จังหวะยังคงมอบความราบรื่นและแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ แต่สิ่งสำคัญคือการจูนลิ้นคันเร่งไฟฟ้าที่ได้รับการปรับปรุงให้ตอบสนองได้ “ไวกว่าเดิม” เพื่อลดอาการหน่วงที่เคยเป็นประเด็นในอดีต ทำให้ประสบการณ์การขับขี่สนุกและเฉียบคมยิ่งขึ้นตามบุคลิกของรถสปอร์ตคูเป้
รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร (วัดจากยาง) และ 5.6 เมตร (วัดจากมุมกันชน) ยังคงเป็นจุดแข็งที่ทำให้ RC มีความคล่องตัวสูงในสภาพการจราจรหนาแน่นของเมืองไทย พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) ได้รับการปรับจูนน้ำหนักและความหนืดให้เหมาะสม ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ แม่นยำ และมั่นใจได้ทั้งในความเร็วต่ำและสูง โดยยังคงรักษาบุคลิกที่นุ่มนวลและไม่ดิบกระด้างจนเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้า Lexus ชื่นชอบ
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่ Double Wishbone และด้านหลังแบบ Multi-Link พร้อมระบบควบคุมความแข็งอ่อนของช็อกอัพ AVS (Adaptive Variable Suspension System) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ RC มีช่วงล่างที่ “นุ่มแน่น” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus แม้ดีไซน์จะดูดุดัน แต่ช่วงล่างกลับเซ็ตมาในแนวทางที่ให้ความสบาย ซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบของเมืองไทยได้อย่างยอดเยี่ยม ในโหมด Sport S+ แม้ช็อกอัพจะแข็งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความนุ่มนวลไว้ได้ ไม่กระด้างไร้สาระ ทำให้ RC เป็นรถที่ขับสบายในชีวิตประจำวัน แต่ก็พร้อมให้ความสนุกและมั่นใจในการเข้าโค้งเมื่อต้องการ
ระบบห้ามล้อแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมรูระบายความร้อน จานเบรกคู่หน้าขนาด 357 มิลลิเมตร และคู่หลัง 310 มิลลิเมตร ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ยอดเยี่ยม พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือมาตรฐานครบครัน ทั้ง ABS, EBD, Brake Assist และระบบควบคุมเสถียรภาพ VDIM (Vehicle Dynamics Integrated Management) ซึ่งในรุ่นปี 2025 นี้ ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ความปลอดภัยและเทคโนโลยี ADAS ระดับพรีเมียมในยุค 2025
Lexus RC 2025 ได้รับการอัปเกรดระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงปกป้อง (Active & Passive Safety) ให้เป็นไปตามมาตรฐานยานยนต์ยุคใหม่ที่เน้นระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกการเดินทาง
Lexus Safety System+ 3.0 (คาดการณ์): ระบบนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยใน RC 2025 โดยประกอบด้วย
Pre-Collision System (PCS): ระบบตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน (รวมถึงมอเตอร์ไซค์ในบางกรณี) พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติฉุกเฉิน
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop-and-Go ที่สามารถขับตามรถคันหน้าได้จนหยุดนิ่งและออกตัวใหม่
Lane Departure Alert (LDA) with Steering Assist: ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนพร้อมช่วยประคองพวงมาลัย
Lane Tracing Assist (LTA): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน โดยทำงานร่วมกับ DRCC
Automatic High Beam (AHB): ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ
Road Sign Assist (RSA): ระบบตรวจจับป้ายจราจรและแสดงผลบนมาตรวัด
Blind Spot Monitor System (BSM) with Rear Cross-Traffic Alert (RCTA): ระบบเตือนจุดอับสายตาพร้อมเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหลังขณะถอยจอด
Parking Support Brake (PKSB): ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติขณะจอด (ทั้งหน้าและหลัง) เพื่อป้องกันการชนจากสิ่งกีดขวาง
โครงสร้างตัวถังนิรภัย Crumple Zone: ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งสูง ด้วยการใช้วัสดุที่ทนทานและเทคโนโลยีการประกอบขั้นสูง เช่น การเชื่อมด้วยเลเซอร์และกาวพิเศษ เพื่อลดแรงกระแทกในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง: คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านนิรภัย, และถุงลมนิรภัยสำหรับหัวเข่าคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
ฝากระโปรงหน้าแบบ Pop Up Hood (PUH): ระบบยกฝากระโปรงหน้าอัตโนมัติเพื่อลดการบาดเจ็บของคนเดินถนนในกรณีเกิดการชน
ระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง (TPMS): เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
ด้วยชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยเหล่านี้ ทำให้ Lexus RC 2025 ไม่เพียงแค่สวยงามและขับสนุก แต่ยังมอบความอุ่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง
อัตราสิ้นเปลืองและภาพรวมการใช้งานในชีวิตจริง (2025)
ในฐานะรถยนต์คูเป้พรีเมียมที่มีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ ในปี 2025 Lexus RC 300 (RC 200t เดิม) ยังคงทำตัวเลขความประหยัดได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ 8AR-FTS ที่ทันสมัย ทำให้สามารถเติมน้ำมันเบนซิน 95, แก๊สโซฮอล์ 95 E10 และ E20 ได้ และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับที่ต่ำ เมื่อพิจารณาถึงสมรรถนะที่ได้มา การทดสอบตามมาตรฐานของผม (ขับ 2 คน, เปิดแอร์, Cruise Control 110 กม./ชม.) ชี้ให้เห็นว่า RC สามารถทำตัวเลขได้ดีกว่าที่โรงงานเคลมไว้ โดยอาจสูงถึง 15-16 กิโลเมตร/ลิตร หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและรูปแบบการขับขี่ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
อย่างไรก็ตาม ด้วยความจุถังน้ำมัน 66 ลิตร และสไตล์การขับขี่ที่อาจจะเร้าใจมากขึ้น การใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีการเร่งแซงบ่อยครั้ง หรือเผชิญกับการจราจรติดขัดในเมือง อาจทำให้ระยะทางที่วิ่งได้ต่อหนึ่งถังอยู่ที่ประมาณ 400-500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้สำหรับรถคูเป้ที่เน้นสมรรถนะ
สรุป: Relax Coupe ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์ (แต่ต้องทำความเข้าใจเรื่องราคา)
ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาในวงการยานยนต์ Lexus RC ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงปรัชญาการสร้างรถยนต์คูเป้ที่ไม่เหมือนใคร มันคือ “Radical Coupe” ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่รถสปอร์ต 2 ประตูปกติทั่วไป ทีมวิศวกรของ Lexus ไม่เพียงแค่ใส่ใจกับการออกแบบเส้นสาย แต่ยังรวมถึงการปรับแต่งช่วงล่าง พวงมาลัย การควบคุมโครงสร้างตัวถัง การตอบสนองของแป้นเบรก และแม้กระทั่งความสบายในการขับขี่อย่างสุดโต่ง สมกับแนวทาง “Radical Coupe” อย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ผมยังคงเรียกมันว่า “Relax Coupe” เพราะบุคลิกการขับขี่โดยรวมนั้นมอบความสบายในการบังคับควบคุม คล่องแคล่ว และผ่อนคลายแม้ในยามรถติด RC ไม่ใช่รถสปอร์ตดิบเถื่อนอย่างที่เส้นสายของมันอาจสื่อ แต่เป็นรถสำหรับ “ผู้ใหญ่ที่ต้องการรถคูเป้สักคันเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน” ที่ยังคงอยากได้ความสบาย ผ่อนคลาย และอารมณ์สปอร์ตเล็กน้อย
สำหรับปี 2025 สิ่งที่ผมมองว่าควรได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องคือ การจูนคันเร่งไฟฟ้าให้ตอบสนองได้ฉับไวและทันท่วงทีมากขึ้น โดยเฉพาะในโหมด Sport และ Sport+ เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การนำเสนอลวดลายล้ออัลลอยที่หลากหลายและเข้ากับดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวของตัวรถมากยิ่งขึ้น ก็จะช่วยเสริมความน่าดึงดูดใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดที่ยังคงเป็นข้อกังขาและอาจทำให้ Lexus RC ในไทยต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ท้าทาย ก็คือ ราคา
ในตลาดปี 2025 ที่คู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz CLE Coupe, BMW 4 Series และ Audi A5 Coupe (ซึ่งส่วนใหญ่มีตัวเลือกเครื่องยนต์แบบ Mild-Hybrid หรือแม้กระทั่ง Plug-in Hybrid ที่ได้เปรียบด้านภาษี) มีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจและแข่งขันได้สูง การที่ Lexus RC 300 ยังคงตั้งราคาไว้สูงกว่าคู่แข่งในระดับที่แตกต่างกันหลักล้านบาท ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกหมางเมินและยากที่จะตัดสินใจ
ผมเชื่อว่าทีมงาน Lexus ในประเทศไทยต่างรับรู้และพยายามต่อสู้กับประเด็นเรื่องราคามาโดยตลอด แต่ด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งโครงสร้างภาษี, ต้นทุนการนำเข้า, และการที่ RC ใช้โครงสร้างพื้นฐานจากหลายรุ่น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แม้ในตลาดต่างประเทศ RC ก็ยังมีราคาที่สูงกว่าคู่แข่งอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เกินเหตุเท่าในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นผู้ที่มองหารถยนต์คูเป้ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ให้ความสำคัญกับงานฝีมือระดับปรมาจารย์ (Takumi), การออกแบบที่ไร้กาลเวลา, ประสบการณ์ขับขี่ที่ผสานความนุ่มนวลเข้ากับความสปอร์ต, เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง, และชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือ รวมถึงบริการหลังการขายระดับพรีเมียมของ Lexus ที่ไม่มีใครเทียบได้ Lexus RC 2025 ยังคงเป็นทางเลือกที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มอบ “คุณค่า” มากกว่าแค่ “ราคา”
อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์ขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus RC ในแบบฉบับปี 2025 ที่ศูนย์ Lexus ใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและจองการทดลองขับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม RC จึงเป็นมากกว่าแค่รถคูเป้ แต่คือศิลปะแห่งการขับเคลื่อนที่แท้จริง!

