ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานับทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ตลาดที่มีพลวัตและตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลกอย่างรวดเร็ว ก้าวเข้าสู่ปี 2025 วงการยานยนต์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการผลิตและจำหน่ายรถยนต์อีกต่อไป แต่คือการขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ที่ยั่งยืน อัจฉริยะ และเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัย พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ล้วนหลอมรวมให้ตลาดรถยนต์ไทยก้าวสู่มิติใหม่ที่น่าตื่นเต้น บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจภาพรวมของตลาด ตั้งแต่กลยุทธ์ของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ การปฏิวัติของซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า วัฒนธรรมยานยนต์ที่ปรับตัว ไปจนถึงอนาคตของรถยนต์สำหรับครอบครัว พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสและความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
การปรับตัวครั้งสำคัญ: กลยุทธ์เชิงรุกของแบรนด์ใหญ่ในตลาดหลัก
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน การเติบโตของยอดขายคือดัชนีชี้วัดความสำเร็จสูงสุด และรถกระบะอย่าง Ford Ranger หรือ SUV อเนกประสงค์เช่น Ford Everest คือพระเอกที่ผลักดันตัวเลขเหล่านั้นให้ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาถึงปี 2025 บริบทได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แบรนด์ต่างๆ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทำยอดขายจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังต้องสร้าง “ส่วนแบ่งในอนาคต” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ
Ford ประเทศไทย ในฐานะผู้เล่นสำคัญในตลาด รถกระบะ และ SUV ยังคงเป็นผู้นำที่กล้าคิดกล้าทำ และในปี 2025 นี้ เราได้เห็นกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม พวกเขาไม่เพียงแค่รักษาภาพลักษณ์ “เกิดมาแกร่ง” (Built Tough) แต่ยังผสานเข้ากับแนวคิด “ฉลาดและยั่งยืน” (Smart and Sustainable) อย่างลงตัว Ford Ranger และ Ford Everest ในเจเนอเรชั่นปัจจุบัน ได้รับการอัปเกรดด้วยทางเลือกขุมพลังที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid (PHEV) และแนวคิดของ Ford Ranger EV ที่กำลังจะเป็นจริงในอนาคตอันใกล้ ทำให้รถกระบะไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือทำมาหากิน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้นของผู้ใช้งานชาวไทย
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนจากความต้องการของตลาด รถกระบะไฟฟ้า และ SUV พลังงานทางเลือก ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่พละกำลัง แต่ยังต้องการประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำลง Ford ได้ลงทุนอย่างมหาศาลในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และขยายเครือข่าย โชว์รูมรถยนต์ดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประสบการณ์ลูกค้า Ford ที่เน้นความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว ผ่านระบบ AI ที่สามารถวิเคราะห์ความต้องการและนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุด การขยายเวลาทำการของศูนย์บริการ การเพิ่มจุดบริการด่วน และการนำเสนอแพ็คเกจการบำรุงรักษาแบบสมัครสมาชิก (Subscription Model) ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว
บทบาทของผู้บริหารระดับสูง เช่น คุณยุคนธร วิเศษโกสิน (จากข้อมูลในอดีต) ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำพาองค์กรให้ก้าวข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงนี้ การลงทุนใน เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต การพัฒนาบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางเทคโนโลยี ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์เหล่านี้ยังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด และเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาหรือประสิทธิภาพของเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้นในตลาด ยานยนต์อัจฉริยะ
พลังแห่งความหรูหราที่เหนือกว่า: การปฏิวัติของ Hypercar ไฟฟ้า
หากในอดีต ภาพของซูเปอร์คาร์จากอิตาลีมักผูกติดอยู่กับ Lamborghini หรือ Ferrari ด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V8, V10 หรือ V12 แต่ในปี 2025 นิยามของ “ที่สุดแห่งความแรง” ได้ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยสิ้นเชิง แบรนด์อย่าง Mazzanti Automobili (ตามข้อมูลเดิม) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ด้วย Evantra Millecavalli ที่ให้พละกำลัง 1,000 แรงม้าจากเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่โลกของ Hypercar ไฟฟ้า อย่างเต็มตัว
ในยุคปัจจุบัน ตัวเลข 1,000 แรงม้าอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Supercar ยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยี แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ Solid-State ที่ให้ความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้นและน้ำหนักเบาลง หรือระบบชาร์จเร็วพิเศษที่สามารถเติมพลังงานได้ในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ Hypercar ไฟฟ้าสามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาต่ำกว่า 2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่า 400 กม./ชม. ได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่แบรนด์ นวัตกรรมยานยนต์หรู กำลังนำเสนอสู่ตลาด
“Mazzanti Evantra Millecavalli” ในเวอร์ชั่น 2025 อาจไม่ใช่แค่ชื่อ แต่เป็นสัญลักษณ์ของ Hypercar ไฟฟ้า ที่ผสาน พลังงานสะอาด เข้ากับ ประสิทธิภาพสูงสุด และความพิเศษเฉพาะตัว โครงสร้างตัวถังที่ผลิตจาก คาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบา ระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอคทีฟที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเร็ว และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าที่ให้การยึดเกาะถนนเหนือชั้น คือหัวใจหลักของรถยนต์เหล่านี้ ระบบเบรก Carbon-Ceramic brake จาก Brembo ยังคงเป็นมาตรฐานสำคัญ แต่ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาและทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้ดียิ่งขึ้น ล้อน้ำหนักเบาจาก OZ Racing หุ้มด้วยยาง Pirelli Trofeo R ซึ่งเป็นยางสมรรถนะสูงพิเศษสำหรับการขับขี่ในสนาม ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดพละกำลังมหาศาลลงสู่พื้นถนน
ความพิเศษของ แบรนด์หรู EV เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงความประณีตในการสร้างสรรค์ และการปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Bespoke Customization) ผู้ซื้อสามารถเลือกวัสดุภายในที่ยั่งยืน ผิวสัมผัสของคาร์บอนไฟเบอร์ สีตัวถังที่สั่งทำพิเศษ และแม้กระทั่งการออกแบบส่วนประกอบบางชิ้นให้เข้ากับรสนิยมของตนเองได้อย่างแท้จริง การผลิตยังคงจำกัดจำนวนอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษามูลค่าและความพิเศษ ทำให้ Hypercar ไฟฟ้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความก้าวหน้าอย่างไร้ขีดจำกัดของ เทคโนโลยียานยนต์สมรรถนะสูง ในยุคปัจจุบัน
วัฒนธรรมยานยนต์ยุคใหม่: งานมหกรรมรถแต่ง Auto Salon 2025
หาก “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน” ในปี 2016 เคยสร้างความตื่นเต้นด้วยการนำรถแต่งสุดขีดจากโตเกียว ออโต ซาลอน มาอวดโฉม พร้อมกิจกรรมบันเทิงที่น่าสนใจอย่าง “เซ็กซี่คาร์วอร์ช” มาถึงปี 2025 งานมหกรรมยานยนต์นี้ได้วิวัฒนาการไปไกลกว่าเดิมมาก กลายเป็นเวทีที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของ เทรนด์แต่งรถ 2025 และ ยานยนต์แห่งอนาคต
Bangkok International Auto Salon 2025 ยังคงเป็นงานที่รวม “รถแต่งชั้นเทพ” แต่แนวคิดของการแต่งรถได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นการปรับจูนเครื่องยนต์สันดาปภายในและชุดแต่งที่ดุดัน ตอนนี้เราเห็นการหันมาให้ความสำคัญกับ รถแต่ง EV และการปรับแต่งที่เน้นความยั่งยืนมากขึ้น การนำเสนอ ชิ้นส่วนแต่งรถสมรรถนะสูง สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นชุดแอโรไดนามิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงาน แบตเตอรี่เสริมเพื่อเพิ่มระยะทาง หรือระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ล้วนเป็นไฮไลต์สำคัญ
รถแต่งที่ได้รับรางวัลจาก “โตเกียว ออโต ซาลอน 2025” ไม่ว่าจะเป็น Toyota GR86 (ที่อาจมีเวอร์ชั่น EV หรือ Hybrid Performance), Toyota Crown ในสไตล์ VIP ที่ผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยี EV, หรือแม้กระทั่ง Subaru BRZ ที่อาจได้รับการปรับแต่งด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าสมรรถนะสูง หรือการนำเสนอแนวคิด EV Customization ที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่านักแต่งรถไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์
จากเดิมที่เคยมี Subaru BRZ กับเครื่องยนต์ Kawasaki Ninja 2 ตัวผสานเป็น Synergy V8 มาในยุคนี้ เราอาจเห็น Honda S2000 EV Concept ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้พละกำลังรวมกว่า 1,000 แรงม้า พร้อมระบบ Vectoring Torque ที่ควบคุมการขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ หรือ Nissan GT-R R35 ที่ถูกแปลงเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ พร้อมชุดแต่งที่เน้น Aerodynamics สำหรับความเร็วสูงโดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงศักยภาพของ การปรับแต่งรถยนต์ ในยุคที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
นอกจากรถแต่งแล้ว งาน Auto Salon 2025 ยังเป็นศูนย์รวมของ เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ระบบ Smart Cockpit ที่ผสาน AI เข้ากับการควบคุมรถ ระบบ ขับขี่อัตโนมัติ ระดับ 3 หรือ 4 ที่สามารถใช้งานได้จริงในบางสถานการณ์ รวมถึงการแสดงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ EV Charging Infrastructure Thailand ที่ครอบคลุมมากขึ้น
ด้านความบันเทิงก็มีการปรับโฉมให้เข้ากับยุคดิจิทัลมากขึ้น นอกจากกิจกรรมแบบดั้งเดิมที่ยังคงมีอยู่ เช่น การรวมตัวของสาวสวย แต่ก็มีการเพิ่มมิติใหม่ๆ เข้ามา เช่น การแสดงเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ที่ให้ผู้เข้าชมได้ลองขับรถแต่งเสมือนจริงในโลก Metaverse หรือการแข่งขัน E-Sport Racing ที่นำเสนอรถแต่งเสมือนจริงลงสู่สนามแข่งดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมยานยนต์เข้ากับความบันเทิงดิจิทัลได้อย่างลงตัว การจัดงานในปี 2025 จึงไม่ใช่แค่การโชว์รถ แต่เป็นการสร้างสรรค์ ประสบการณ์ยานยนต์ ที่ครบวงจรและล้ำสมัยยิ่งขึ้น
Crossover อัจฉริยะ: Honda BR-V เจเนอเรชั่นใหม่สำหรับครอบครัวยุค 2025
ย้อนกลับไปในปี 2016 การเปิดตัว Honda BR-V ได้สร้างปรากฏการณ์ในตลาด Sub-Compact Crossover ด้วยการเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความอเนกประสงค์ สไตล์แบบรถลุย และพื้นที่ใช้สอยสำหรับครอบครัว มาถึงปี 2025 Honda BR-V (หรือรุ่นที่พัฒนาต่อยอด) ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นอย่างแท้จริง
Honda BR-V 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับโฉม แต่เป็นการปฏิวัติจากภายในสู่ภายนอก ภายใต้แนวคิด “Active Solid Motion” ที่เน้นความแข็งแกร่งและคล่องตัว ได้ถูกผสานเข้ากับดีไซน์ที่ล้ำสมัยและ Aerodynamic มากขึ้น ไฟหน้าแบบ Projector พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Matrix ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่องสว่างได้ตามสถานการณ์ รวมถึงกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ผสานโลโก้ Honda เข้ากับเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงความเป็น รถยนต์ครอบครัวไฟฟ้า หรือ Hybrid ที่ล้ำยุค
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Connectivity ในรถยนต์ แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดใหญ่ผสานกับหน้าจอสัมผัส infotainment ขนาด 12-15 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ AI ผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ยังคงเป็นมาตรฐาน แต่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยระบบกรองอากาศ PM2.5 และฟังก์ชันฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร
สิ่งที่โดดเด่นคือการใช้ วัสดุที่ยั่งยืน ในการตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่หุ้มด้วยวัสดุรีไซเคิล หรือพลาสติกรีไซเคิลที่นำมาใช้ในส่วนต่างๆ ของห้องโดยสาร ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ เบาะนั่งแถวที่สองและสามยังคงรักษาความยืดหยุ่นในการปรับพับและเลื่อนได้ เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยสูงสุด ไม่ว่าจะสำหรับการบรรทุกสัมภาระ หรือการเดินทางพร้อมผู้โดยสาร 7 คน
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือขุมพลังขับเคลื่อน Honda BR-V 2025 ได้ละทิ้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC เดิม ไปสู่ระบบขับเคลื่อน e:HEV Hybrid ที่ให้ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นเลิศ ด้วยการผสานเครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็กรุ่นใหม่เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ให้พละกำลังรวมที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางไกล อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ในระดับสูงกว่า 25 กม./ลิตร พร้อมการปล่อยมลพิษที่ต่ำมาก นอกจากนี้ อาจมีทางเลือกในอนาคตสำหรับรุ่น Compact Crossover EV ที่ให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ด้านความปลอดภัย Honda BR-V 2025 ได้ติดตั้ง ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) Honda SENSING เจเนอเรชั่นล่าสุดมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งครอบคลุมฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ที่ทำงานได้ถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System) ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System) และระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Multi-view Camera System) เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบช่วงล่างได้รับการปรับจูนใหม่ เพื่อให้ความนุ่มนวลในการเดินทางสำหรับครอบครัว แต่ยังคงการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพเส้นทาง พร้อมด้วย Ground Clearance ที่สูงเพียงพอสำหรับการลุยในพื้นที่ที่ไม่สมบุกสมบันมากนัก ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ให้การตอบสนองที่แม่นยำและน้ำหนักเหมาะสมในทุกความเร็ว ส่วนระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อม ABS และ EBD ยังคงเป็นจุดแข็งที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่
Honda BR-V 2025 ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ แต่เป็น ไลฟ์สไตล์สำหรับครอบครัวยุคดิจิทัล ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความยั่งยืน ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายในกลุ่ม ตลาดรถยนต์ครอบครัวไฟฟ้า และการเติมเต็มความต้องการที่หลากหลาย ทำให้ BR-V เจเนอเรชั่นใหม่นี้ ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งหนุ่มสาวรุ่นใหม่ และครอบครัวที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
ก้าวสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและอัจฉริยะ
ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่วงการยานยนต์ไทยก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง แบรนด์ต่างๆ ได้ปรับกลยุทธ์จากเดิมที่เคยเน้นเพียงยอดขาย มาสู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน การนำเสนอเทคโนโลยีที่ชาญฉลาด และการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า ตั้งแต่รถกระบะคู่ใจที่กลายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซูเปอร์คาร์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนๆ งานแสดงรถยนต์ที่ผสมผสานโลกจริงกับโลกดิจิทัล ไปจนถึงรถยนต์ครอบครัวที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและเชื่อมต่อทุกการเดินทาง ทุกสิ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมนี้
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมยานยนต์ในภูมิภาค ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ การลงทุนจากภาคเอกชน และความตื่นตัวของผู้บริโภค เรากำลังเดินหน้าสู่ยุคที่การขับเคลื่อนไม่ได้เป็นแค่การเดินทางจากจุด A ไปจุด B แต่เป็นการเชื่อมโยงชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
การเลือกซื้อรถยนต์ในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน แต่คือการตัดสินใจเลือกอนาคตที่เราอยากเห็น อนาคตที่สะอาดกว่า ปลอดภัยกว่า และเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคยเป็นมา มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไปด้วยกัน ด้วยการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ค้นหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเลือกยานยนต์ที่สะท้อนถึงค่านิยมของคุณเอง โลกยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นกำลังรอคุณอยู่!

