โลกของยานยนต์กำลังหมุนเร็วเกินกว่าที่หลายคนจะจินตนาการได้ จากรถยนต์ที่เน้นการเผาไหม้ภายในสู่ยุคแห่งพลังงานใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น และในปี 2025 นี้เอง เราได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ แบรนด์หนึ่งที่ยืนอยู่แถวหน้าในการปฏิวัติครั้งนี้ คงหนีไม่พ้น BYD ผู้ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกจากประเทศจีน ที่ไม่เพียงแค่สร้างรถยนต์ แต่กำลังสร้างนิยามใหม่ของการเดินทาง การจัดแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจในงาน Auto Shanghai 2025 ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำถึงบทบาทผู้นำของ BYD ในฐานะผู้กำหนดทิศทาง เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และ นวัตกรรมยานยนต์ แห่งอนาคต
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าติดตามวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่าสิ่งที่ BYD นำเสนอในปีนี้ ไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่เป็นการก้าวกระโดดที่เปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง พวกเขาไม่ได้มองแค่เรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า 2568 แต่กำลังสร้างระบบนิเวศยานยนต์อัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความหรูหรา และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด บทความนี้จะเจาะลึกถึงเบื้องหลังความสำเร็จ นวัตกรรม และทิศทางของ BYD ที่จะมาเปลี่ยนโฉมการขับขี่ของเราไปตลอดกาล
ภาพรวมตลาดรถยนต์โลกปี 2025: ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานใหม่และอัจฉริยภาพ
ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ใช่แค่รถยนต์ส่วนบุคคล แต่ยังรวมถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และระบบขนส่งมวลชน ด้วยแรงผลักดันจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการลดมลพิษ ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภค และความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ผู้ผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมต่างเร่งปรับตัว ขณะที่ผู้เล่นหน้าใหม่จากเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน ต่างเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอย่างดุเดือด ด้วยจุดแข็งด้านนวัตกรรมที่รวดเร็วและราคาที่แข่งขันได้ ตลาดรถยนต์จีน จึงกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาที่สำคัญ
ในยุคนี้ ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์แค่เพื่อการเดินทางอีกต่อไป แต่ต้องการยานพาหนะที่เชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ชาญฉลาด และมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรกล แต่กลายเป็น “อุปกรณ์อัจฉริยะเคลื่อนที่” ที่ผสานรวมเทคโนโลยี AI, Big Data และ IoT เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เทรนด์เหล่านี้เองที่ BYD ได้อ่านขาดและนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุมและล้ำหน้า
BYD: ผู้นำที่ครบวงจรจากแบตเตอรี่สู่ยานยนต์อัจฉริยะ
ความสำเร็จของ BYD ไม่ได้มาจากเพียงแค่การผลิตรถยนต์ แต่มาจากการเป็นผู้เล่นที่ครบวงจรในห่วงโซ่อุปทานของยานยนต์พลังงานใหม่ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ (Blade Battery) ที่เป็นหัวใจสำคัญของ รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงมอเตอร์ไฟฟ้า, ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์, และซอฟต์แวร์อัจฉริยะภายในรถยนต์ การควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตทำให้ BYD สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งหลายรายยังคงต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก
ในงาน Auto Shanghai 2025 นี้ BYD ได้เน้นย้ำถึงธีม “BYD Ocean Series” ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและลึกซึ้งดุจมหาสมุทร ควบคู่ไปกับการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ถึง 5 รุ่น และจัดแสดง เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ระดับโลกที่พร้อมจะกำหนดมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม
เจาะลึก BYD Ocean Series: ความงามแห่งมหาสมุทรผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ภายใต้แนวคิด “Ocean Aesthetics” หรือสุนทรียภาพแห่งมหาสมุทร BYD ได้นำเสนอรถยนต์ในซีรีส์ Ocean ที่ผสมผสานความสง่างามของธรรมชาติเข้ากับ นวัตกรรมยานยนต์ ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
BYD Ocean-S (รถต้นแบบ Concept Car): นี่คืออนาคตของรถซีดานที่ BYD วาดฝันไว้ ด้วยดีไซน์ที่โค้งมน เพรียวบาง และเส้นสายที่ลื่นไหลราวกับกระแสคลื่นในมหาสมุทร สะท้อนถึง “ความงามของมหาสมุทรผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย” ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล มอบความรู้สึกหรูหรา กว้างขวาง และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ นับเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบของ BYD ในทศวรรษหน้า
BYD SEALION 06 DM-i และ SEALION 06 EV (SUV ขนาดกลาง): รถ SUV ไฟฟ้า และ รถยนต์ไฮบริดเสียบปลั๊ก ขนาดกลางคู่นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรุ่น DM-i ใช้แพลตฟอร์ม DM เจเนอเรชันที่ 5 ซึ่งเน้นประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด ในขณะที่รุ่น EV ใช้แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo ไฟหน้าแบบสองโทนสีและไฟท้ายทรงหยดน้ำเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ผสมผสานภาพลักษณ์ความอัจฉริยะเข้ากับดีไซน์ที่ลื่นไหลตามแนวคิด Oceanic Aesthetics ทำให้ SEALION 06 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา SUV ไฟฟ้า ที่สวยงามและมีสมรรถนะยอดเยี่ยม
BYD SEAL 06 EV (ซีดานไฟฟ้าล้วน): ซีดานไฟฟ้าคันนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่ต้องการความทันสมัยและสมรรถนะที่เร้าใจ ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 100 ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง และระบบช่วงล่าง DiSus-C ที่ปรับการตอบสนองได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมั่นคง SEAL 06 EV ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ BYD ในการนำเสนอ ซีดานไฟฟ้า ประสิทธิภาพสูงสู่ตลาด
BYD SEAL 06 DM-i Travel Edition (รถแวกอนไฮบริด): นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเป็น รถแวกอนไฮบริด รุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบ DM-i ของ BYD โดยผสานความคล่องตัวของรถซีดานเข้ากับพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางของ SUV ทำให้เป็นรถที่เหมาะสำหรับชีวิตหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเดินทางในเมืองและทริปต่างจังหวัดที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและความอเนกประสงค์
Dynasty Series: การหลอมรวมความหรูหราแบบจีนกับสุดยอดเทคโนโลยี
นอกเหนือจาก Ocean Series BYD ยังได้เปิดตัวรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ต้นแบบ รุ่นใหม่จากซีรีส์ Dynasty ภายใต้ชื่อ Dynasty-D Concept ซึ่งเป็นจุดสนใจสำคัญในบูธ ด้วยการนำเสนอความหรูหราในทิศทางใหม่ ผสมผสานความงามแบบจีนโบราณเข้ากับ นวัตกรรมยานยนต์ ล้ำสมัย ภายใต้แนวคิด “Dragon Face” รุ่นพัฒนาใหม่ ที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่และสง่างาม
จุดเด่นของ Dynasty-D Concept คือการออกแบบที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีนอันลึกซึ้ง เช่น ไฟหน้าแบบ lightbar ที่ยาวถึง 2.4 เมตร ไร้ช่องว่าง ได้แรงบันดาลใจจากชายคาวังโบราณ ล้อขนาด 23 นิ้วที่ได้แรงบันดาลใจจากโดมของวิหารสวรรค์ และไฟท้ายลายปมจีน 3 มิติ ผสานลวดลายขนนกฟีนิกซ์ สร้างภาพลวงตาอันวิจิตรตระการตา ตัวถังที่ยาวถึง 5.3 เมตร แสดงถึงความโอ่อ่าและความกว้างขวาง
ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพระราชวังต้องห้าม เน้นสัดส่วนทองคำและความเรียบง่ายแบบโมเดิร์น ตกแต่งด้วยวัสดุจากเส้นทางสายไหม เช่น ไม้ไผ่ ทองคำเปลว และกระดาษจีนโบราณ หน้าจอแปดจอเชื่อมต่อกัน นำเสนอวัฒนธรรมโบราณผสมผสาน เทคโนโลยีรถยนต์ ทันสมัยได้อย่างลงตัว
สำหรับรุ่นเรือธงอย่าง HAN L และ TANG L ก็ถูกนำมาจัดแสดง โดยทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo และรองรับ เทคโนโลยีชาร์จเร็ว ระดับ Megawatt Fast Charging สูงสุดถึง 1000 kW สามารถชาร์จไฟได้ 400 กม. ภายในเวลาเพียง 5 นาที ซึ่งเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของการชาร์จ รถยนต์ไฟฟ้า อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน BYD ยังได้ประกาศแผนการขยาย สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Megawatt กว่า 4,000 แห่งทั่วโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตของ ยานยนต์ไร้มลพิษ
ถอดรหัสนวัตกรรม BYD: เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอนาคต
BYD ไม่เพียงแต่นำเสนอรถยนต์ที่สวยงามและหรูหรา แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกในด้าน เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นหัวใจหลักของยานยนต์ยุคใหม่
e-Platform 3.0 Evo: แพลตฟอร์มไฟฟ้าล้วนเจเนอเรชันล่าสุดนี้ พัฒนามาจาก e-Platform 3.0 โดยมีจุดเด่นในการรองรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) มีระบบกระจายพลังงานอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ความปลอดภัย และความเงียบสงบในการใช้งาน ที่สำคัญคือความสามารถในการปรับแต่งได้ง่าย ทำให้รองรับรถยนต์ได้หลากหลายขนาดและรูปแบบตัวถัง
DM-i Generation 5 (Plug-in Hybrid System): ระบบ รถยนต์ไฮบริดเสียบปลั๊ก รุ่นใหม่นี้ เน้นความประหยัดและสามารถขับขี่ได้นาน ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันลงอย่างมาก ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและการเดินทางระยะไกล แสดงให้เห็นว่า BYD ไม่ได้ละทิ้งตลาดไฮบริด แต่ยังคงพัฒนามันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบ DiPilot 100 และ DiSus-C:
DiPilot 100 (Driving Intelligence Pilot): คือ ระบบขับขี่อัจฉริยะ ที่รองรับฟีเจอร์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ด้วยเรดาร์และกล้องความละเอียดสูงสำหรับการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถอย่างแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างเห็นได้ชัด
DiSus-C (Intelligent Damping Control System): ระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะของ BYD นี้ สามารถตรวจสอบสภาพถนนและปรับระดับโช้คอัพแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นใจมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความสบายและสมรรถนะของรถยนต์ BYD ได้อย่างแท้จริง
“God’s Eye” หรือ “ดวงตาแห่งเทพพระเจ้า”: นี่คือชื่อเรียกของ ระบบกล้องอัจฉริยะรอบคัน แบบ 360 องศา ที่ผสานเข้ากับ ระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot ใช้กล้องหลายตัวรอบคัน รวมถึงมุมสูงแบบ bird’s-eye view ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบเรียลไทม์ราวกับมองจากมุมบนอย่างแท้จริง มีความสามารถในการตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวรอบรถได้อย่างแม่นยำ ทำงานร่วมกับระบบช่วยขับขี่อื่นๆ และยังสามารถบันทึกภาพและวิดีโอเสมือน Dash Cam อัจฉริยะ
Lingyuan นวัตกรรมการติดตั้งโดรนในรถยนต์: BYD สร้างความฮือฮาด้วยการนำเสนอระบบ โดรนติดรถยนต์ พร้อมแท่นปล่อยติดตั้งอยู่บนหลังคา โดรนของ BYD มีคุณภาพกล้องระดับ 4K และสามารถบินออกจากรถยนต์ได้ในขณะที่ขับขี่อยู่ด้วยความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. และบินกลับมาลงจอดโดยอัตโนมัติในรัศมี 2 กม. พร้อมบินตามรถยนต์ด้วยความเร็วสูงสุด 54 กม./ชม. สามารถชาร์จไฟ 20-80% ได้ใน 30 นาที และควบคุมได้ทั้งผ่านหน้าจอสัมผัสในรถหรือแอปฯ Ling Yuan บนมือถือ นวัตกรรมนี้เปิดมิติใหม่ของการถ่ายภาพ การสำรวจ และความปลอดภัยในการเดินทาง
Megawatt Fast Charging Technology: ด้วยการพัฒนา Blade Battery ใหม่ ให้รองรับการถ่ายโอนประจุได้ไวขึ้นและมีแรงเสียดทานภายในต่ำลง ทำให้ BYD สามารถรองรับกำลังไฟสูงสุด 1,000 โวลต์ กระแสไฟ 1,000 แอมป์ และกำลังไฟการชาร์จสูงสุด 1,000 กิโลวัตต์ (kW) หรือ 1 เมกะวัตต์ (MW) เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีชาร์จเร็ว ระดับนี้จะเข้ามาแก้ปัญหา “ความกังวลเรื่องระยะทาง” ของ รถยนต์ไฟฟ้า และทำให้การเดินทางด้วย EV สะดวกสบายยิ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด
อาณาจักร BYD: การขยายอาณาเขตผ่านแบรนด์ย่อยสุดพรีเมียม
BYD เข้าใจดีว่าตลาดรถยนต์มีความหลากหลาย จึงได้สร้างแบรนด์ย่อยขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน โดยยังคงรักษา DNA ของนวัตกรรมและคุณภาพระดับสูงไว้
FANGCHENGBAO: แบรนด์นี้มุ่งเน้นรถ SUV ไฟฟ้า สายลุยที่เน้นเทคโนโลยีและสมรรถนะออฟโรด ในงานได้อวดโฉม BAO 5, BAO 8 และรุ่นใหม่ล่าสุด BAO 3 (Titan 3) พร้อมรุ่นพิเศษอีก 3 รุ่น BAO 3 เน้นความกะทัดรัด ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วน BAO 5 ผสานระบบ DiPilot ของ BYD เข้ากับระบบขับขี่ขั้นสูงของ Huawei (HUAWEI ADAS) สำหรับ BAO 8 ซึ่งพัฒนาร่วมกับ DJI และ Huawei ได้รวมเทคโนโลยีขั้นสูง 4 อย่าง พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบแชสซีส์แยกเพื่อสมรรถนะออฟโรดและความสบายของผู้โดยสาร
YANGWANG: นี่คือแบรนด์ รถยนต์พรีเมียมไฟฟ้า ระดับไฮเอนด์ที่แท้จริง เปิดตัว YANGWANG U8L SUV หรูขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง ที่มีระยะฐานล้อและความยาวตัวรถมากที่สุดในบรรดารุ่นหลักในระดับเดียวกัน ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางและความหรูหราในระดับผู้บริหาร U8L ตอบสนองความต้องการของที่นั่งแบบ “3 แถวเต็มรูปแบบ” ได้อย่างแท้จริง มีพื้นฐานจากเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม e4 และระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-P พร้อมดีไซน์อันโดดเด่นและตราสัญลักษณ์ทองคำ 24K ที่แสดงถึงความหรูหราสูงสุด นอกจากนี้ยังมี YANGWANG U8 (ออฟโรดพลังงานใหม่), U9 (ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) และ U7 (ซีดานไฟฟ้าเรือธง) ที่มาพร้อมเทคโนโลยี DiSus-Z
DENZA: แบรนด์ที่คนไทยเริ่มคุ้นเคย ได้เผยโฉมรถสปอร์ตต้นแบบ DENZA Z Concept ที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง โชว์ เทคโนโลยีช่วงล่าง DiSus-M และระบบบังคับเลี้ยวแบบไร้กลไก Steer-by-Wire ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตัดการเชื่อมโยงทางกลไกระหว่างพวงมาลัยและล้อหน้าออกทั้งหมด แล้วใช้ระบบไฟฟ้าในการควบคุมการเลี้ยวแทน มอบการตอบสนองระดับมิลลิวินาทีและความแม่นยำระดับมิลลิเมตร นอกจากนี้ DENZA Z ยังเป็นรถสปอร์ตคันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบช่วงล่าง DiSus-M แบบอัจฉริยะ ปรับความหนืดได้ในเวลาไม่ถึง 10 มิลลิวินาที ช่วยให้ขับขี่คล่องตัวแต่ยังคงความสบาย และยังนำ DENZA N9 SUV, DENZA D9 MPV ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในจีน และ DENZA Z9GT ที่มาพร้อมเทคโนโลยี e3, DiPilot-300 และห้องโดยสารอัจฉริยะมาจัดแสดงด้วย
อนาคตที่จับต้องได้: ก้าวต่อไปกับ BYD
สิ่งที่ BYD นำเสนอในงาน Auto Shanghai 2025 ไม่ใช่แค่รถยนต์ต้นแบบหรือเทคโนโลยีที่ยังห่างไกล แต่เป็นนวัตกรรมที่พร้อมใช้งานและกำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก การเป็นผู้นำด้าน ยานยนต์ไร้มลพิษ ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่ถูกพิสูจน์ด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง พวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า 2568 ที่กำลังร้อนแรงและเต็มไปด้วยการแข่งขัน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่า BYD จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยานยนต์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างมหาศาล และความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค การได้เห็นนวัตกรรมเหล่านี้ปรากฏสู่สายตาชาวโลก เป็นเครื่องยืนยันว่าอนาคตของการเดินทางที่ปลอดภัย สะอาด และอัจฉริยะ กำลังเป็นจริงขึ้นแล้วในวันนี้
ถึงเวลาที่คุณจะสัมผัสอนาคตด้วยตัวเอง!
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ากับ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และ ระบบขับขี่อัจฉริยะ จาก BYD ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับรถยนต์ไปตลอดกาล เยี่ยมชมตัวแทนจำหน่าย BYD ใกล้บ้านคุณ หรือติดตามข่าวสารและนวัตกรรมล่าสุดของเรา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ BYD กำลังขับเคลื่อนให้เป็นจริง!

