ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ จากยุคที่เครื่องยนต์สันดาปครองตลาด สู่การปฏิวัติ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ปี 2025 ไม่ใช่เพียงแค่ปีที่เทคโนโลยีล้ำสมัยถือกำเนิดขึ้น หากแต่เป็นปีที่นวัตกรรมเหล่านี้เริ่มหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน และในเวทีระดับโลกอย่าง Auto Shanghai 2025 ที่เซี่ยงไฮ้ แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำต่างได้ประกาศวิสัยทัศน์และเปิดตัวขีดจำกัดใหม่ของยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่ง BYD ในฐานะผู้นำในตลาด NEV ได้สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดา ยกระดับมาตรฐานทั้งด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ในขณะที่ตำนานความปลอดภัยอย่าง Volvo ก็ยังคงยืนหยัดสร้างสรรค์ รถยนต์พรีเมียม ที่ตอบโจทย์การเดินทางอย่างเหนือระดับ
Volvo XC90: สานต่อตำนานความปลอดภัยสู่ยุคใหม่ของรถยนต์หรู
แม้ว่าสนามรบแห่งยานยนต์ไฟฟ้าจะดุเดือด แต่สำหรับค่ายรถยนต์สัญชาติสวีเดนอย่าง Volvo ตำนานความมุ่งมั่นในด้านความปลอดภัยยังคงเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนแบรนด์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Volvo XC90 ซึ่งถือเป็นเรือธงที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด รถยนต์ SUV หรู นับตั้งแต่เปิดตัวในช่วงต้นยุค 2000s ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมปรัชญา “Volvo For Life” ความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของ XC90 ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้บริหารและครอบครัวที่มองหาสมรรถนะอันทรงพลัง ควบคู่ไปกับความอุ่นใจในการเดินทาง
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Volvo เกิดขึ้นหลังจากการเข้าถือหุ้นของ Geely บริษัทรถยนต์จากจีน ซึ่งได้นำมาสู่การลงทุนมหาศาลกว่า 90 พันล้านโครนสวีเดน เพื่อพัฒนาระบบแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดในชื่อ Scalable Product Architecture (SPA) แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานด้านวิศวกรรมยานยนต์ของ Volvo ให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกโฉมแนวคิดการออกแบบเครื่องยนต์ จากที่เคยเน้นขนาดใหญ่ สู่การมุ่งเน้นเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงที่ทรงประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แนวคิดนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถมอบพละกำลังที่เหลือเฟือควบคู่ไปกับการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า ตอบรับกับทิศทางของตลาดโลกที่หันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ในตลาด รถยนต์พรีเมียม ปี 2025 Volvo XC90 ยังคงเป็นตัวแทนของความสมดุลระหว่างความหรูหรา ความปลอดภัย และนวัตกรรม โดยรุ่นล่าสุดได้รวมเอาเทคโนโลยี รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและอุ่นใจสูงสุด การเดินทางของ XC90 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การผลิตรถยนต์ แต่เป็นการสร้างมรดกที่พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมและความปลอดภัยสามารถเดินเคียงคู่กันไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ
BYD บุกงาน Auto Shanghai 2025: ปฏิวัติโลกยานยนต์ด้วยเทคโนโลยีไร้มลพิษ
การจัดแสดงของ BYD ในงาน Auto Shanghai 2025 ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในฐานะผู้นำแห่งอนาคตของ ยานยนต์ไฟฟ้า และ ยานยนต์พลังงานใหม่ ภายใต้ธีม “BYD Ocean Series” แบรนด์ได้นำเสนอนวัตกรรมที่ผสานความงามทางสุนทรียศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Zero Emission Future” หรือโลกไร้มลพิษ ที่ BYD มุ่งมั่นจะสร้างให้เกิดขึ้นจริง การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 5 รุ่น พร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยที่เหนือชั้น ได้สะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดและความพร้อมในการขยายอิทธิพลสู่ตลาดโลก รวมถึง BYD ประเทศไทย ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง
BYD Ocean Series: ความงามแห่งมหาสมุทรผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย
BYD ได้นำเสนอรถยนต์ในตระกูล Ocean Series ซึ่งสะท้อนถึงการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและมหาสมุทร โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ปี 2025:
BYD Ocean-S (Concept Car): รถซีดานต้นแบบแห่งอนาคต ที่หลอมรวม “ความงามของมหาสมุทรผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย” ด้วยดีไซน์โค้งมน รูปทรงเพรียวบาง เส้นสายลื่นไหล สะท้อนความหรูหรา และภายในที่ตกแต่งด้วยแรงบันดาลใจจากทะเล แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบของ BYD ในอนาคต
BYD SEALION 06 DM-i และ SEALION 06 EV (SUV ขนาดกลาง): รถยนต์ SUV ไฟฟ้า และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่ใช้แพลตฟอร์ม DM รุ่นที่ 5 และ e-Platform 3.0 Evo ไฟหน้าแบบ Dual-Tone อันเป็นเอกลักษณ์ และไฟท้ายทรงหยดน้ำ เน้นภาพลักษณ์อัจฉริยะพร้อมดีไซน์แบบ “Oceanic Aesthetics” ที่ลื่นไหล ตอบโจทย์ผู้ที่มองหา รถ SUV ไฟฟ้า ที่มีทั้งสมรรถนะและความสง่างาม
BYD SEAL 06 EV (ซีดานไฟฟ้าล้วน): ซีดานไฟฟ้าที่ทันสมัย ตอบรับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ มาพร้อมกับ ระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 100 และระบบช่วงล่าง DiSus-C ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นใจ โดยมีกำหนดจำหน่ายในช่วงไตรมาส 2 ปี 2025
BYD SEAL 06 DM-i Travel Edition (รถแวกอนไฮบริด): รถแวกอนไฮบริด รุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบไฮบริด DM-i ผสมผสานความคล่องตัวแบบซีดานเข้ากับพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางของ SUV ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ วิ่งได้ไกล เหมาะสำหรับชีวิตที่หลากหลายรูปแบบ และการเดินทางเป็นครอบครัว
สุดยอดเทคโนโลยีที่ BYD ภูมิใจนำเสนอ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าหัวใจสำคัญที่ทำให้ BYD ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างรวดเร็วคือการพัฒนาเทคโนโลยีหลักของตนเองอย่างต่อเนื่อง:
แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo: แพลตฟอร์มไฟฟ้าล้วนเจนเนอเรชันล่าสุด ที่พัฒนามาจาก e-Platform 3.0 โดดเด่นด้วยการรองรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระบบกระจายพลังงานอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ความปลอดภัย ความเงียบ และที่สำคัญคือความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง รองรับรถยนต์หลากหลายขนาดและรูปแบบตัวถัง ช่วยให้ BYD สามารถขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิต รถ EV
เทคโนโลยี DM-i Generation 5 (Plug-in Hybrid System): ระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นความประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด และระยะทางวิ่งที่ยาวนานขึ้นอย่างก้าวกระโดด ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งในเมืองและระยะไกล เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ของ BYD ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ระบบ DiPilot 100 (Driving Intelligence Pilot): ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ของ BYD ที่รองรับฟีเจอร์ขับขี่กึ่งอัตโนมัติขั้นสูง ด้วยเรดาร์และกล้องความละเอียดสูงที่ช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างมาก
ระบบ DiSus-C (Intelligent Damping Control System): ระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบสภาพถนนและปรับระดับโช้คอัพแบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นคง และมั่นใจยิ่งขึ้น ถือเป็น นวัตกรรมยานยนต์ ที่ยกระดับมาตรฐานการขับขี่ในรถระดับกลางขึ้นไป
BYD Dynasty Series: ความหรูหราแบบจีนผสานนวัตกรรมแห่งอนาคต
BYD ยังคงสานต่อความสำเร็จของ Dynasty Series ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ต้นแบบรุ่นใหม่ล่าสุด Dynasty-D ที่งาน Auto Shanghai 2025 ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจสำคัญในฐานะตัวแทนของความหรูหราและทิศทางใหม่ ผสมผสานความงามแบบจีนเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยภายใต้แนวคิด “Dragon Face” รุ่นพัฒนาใหม่
จุดเด่นการออกแบบ: ไฟหน้าแบบ Lightbar ที่ยาวที่สุดถึง 2.4 เมตร ไร้ช่องว่าง ได้แรงบันดาลใจจากชายคาวังโบราณ ลักษณะคล้ายหนวดมังกร ล้อขนาด 23 นิ้ว ได้แรงบันดาลใจจากโดมของวิหารสวรรค์ สะท้อนความสง่างามแบบจีน ไฟท้ายลายปมจีน 3 มิติ ผสานลวดลายขนนกฟีนิกซ์ สร้างภาพลวงตาแบบศิลปะจีนโบราณ และตัวถังขนาดใหญ่ยาวถึง 5.3 เมตร
ภายในห้องโดยสาร: ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพระราชวังต้องห้าม ใช้สัดส่วนทองคำและความเรียบง่ายแบบโมเดิร์น ตกแต่งด้วยวัสดุจากเส้นทางสายไหม เช่น ไม้ไผ่ ทองคำเปลว กระดาษจีนโบราณ พร้อมหน้าจอแปดจอที่เชื่อมต่อกัน นำเสนอวัฒนธรรมโบราณผสมผสานเทคโนโลยีทันสมัยอย่างลงตัว
เรือธงใหม่ HAN L และ TANG L: รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นเรือธงใหม่นี้ใช้แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo รองรับการ ชาร์จเร็ว สูงสุดถึง 1000 kW สามารถชาร์จไฟได้ 400 กม. ภายใน 5 นาที ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรม โดย BYD กำลังขยายสถานีชาร์จเมกะวัตต์กว่า 4,000 แห่งทั่วโลก พร้อมสร้างพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐาน
เทคโนโลยีอัจฉริยะ “God’s Eye” และนวัตกรรมการติดตั้งโดรน “Lingyuan”
BYD ได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้นด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะสองอย่างที่โดดเด่น:
“God’s Eye” หรือ “ดวงตาแห่งเทพพระเจ้า”: นี่คือชื่อเรียกของระบบกล้องอัจฉริยะรอบคัน 360 องศาที่ผสานเข้ากับ ระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot กล้อง Ultra HD หลายตัวรอบคัน รวมถึงมุมมองจากด้านบนแบบ Bird’s-eye View ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำสูงสุด ตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวรอบรถได้อย่างเฉียบคม ทำงานร่วมกับระบบช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น Lane Assist, Auto Park และ Collision Avoidance นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกภาพและวิดีโอเสมือน Dash Cam อัจฉริยะอีกด้วย เทคโนโลยีนี้ใช้ AI Vision และ Machine Learning ในการประมวลผล และ Sensor Fusion จากกล้อง เรดาร์ และ LiDAR (ในบางรุ่น) เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ
“Lingyuan” นวัตกรรมการติดตั้งโดรนในรถยนต์: การนำโดรนคุณภาพกล้อง 4K มาติดตั้งบนหลังคารถ พร้อมแท่นปล่อยที่สามารถปล่อยโดรนออกไปได้แม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. โดรนสามารถบินกลับมาลงจอดโดยอัตโนมัติในรัศมี 2 กม. และบินตามรถยนต์ด้วยความเร็วสูงสุด 54 กม./ชม. ชาร์จไฟ 20-80% ภายใน 30 นาที สามารถควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสในรถยนต์หรือแอป Ling Yuan บนมือถือได้ นี่คือนวัตกรรมที่เปิดมิติใหม่ของการสำรวจและบันทึกภาพจากการเดินทาง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ไม่มีใครเทียบได้ในตลาด ยานยนต์ไฟฟ้า
แบรนด์ลูก BYD: ขยายอาณาจักรยานยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์
ในงาน Auto Shanghai 2025 BYD ไม่ได้มาแค่แบรนด์เดียว แต่ยังนำแบรนด์ในเครืออันแข็งแกร่งมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนกลยุทธ์การครองตลาด ยานยนต์ไฟฟ้า และ ยานยนต์หรู ในทุกกลุ่ม:
Fangchengbao: ปลดปล่อยความแกร่งสำหรับผู้รักการผจญภัย
Fangchengbao ได้อวดโฉม รถยนต์ SUV ไฟฟ้า ครบทั้งไลน์อัป ได้แก่ BAO 5, BAO 8 และรุ่นใหม่ล่าสุด BAO 3 (Titan 3) พร้อมรุ่นพิเศษอีก 3 รุ่น และการสาธิตสดของระบบโดรนอัจฉริยะ
BAO 3 (Titan 3): รถยนต์ SUV ไฟฟ้า ขนาดกะทัดรัดที่เน้นเทคโนโลยี ความปลอดภัย และ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะรุ่น “SUPER 3 Edition” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ
BAO 5: ผสาน ระบบ DiPilot ของ BYD เข้ากับระบบขับขี่ขั้นสูงของ Huawei (HUAWEI ADAS) ยกระดับความอัจฉริยะในการขับขี่
BAO 8: ร่วมพัฒนากับ DJI และ Huawei รวม 4 เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบแชสซีส์แยกเพื่อสมรรถนะออฟโรดและความสบายของผู้โดยสาร
ชุดแต่งอย่างเป็นทางการ: “BAO 8 Whale Titan Kit” เน้นความใหญ่แข็งแกร่ง, “BAO 3 SUPER 3 Edition” ดีไซน์แนวไซไฟ, และ “BAO 5 Urban Matrix Kit” สไตล์เมืองอนาคต
Yangwang: นิยามใหม่ของยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม
Yangwang แบรนด์ รถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม ได้เปิดตัว U8L รุ่นใหม่ ซึ่งเป็น รถยนต์ SUV หรู ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมที่นั่ง 6 ที่นั่ง และมีระยะฐานล้อและความยาวตัวรถมากที่สุดในบรรดารุ่นหลักในระดับเดียวกัน ด้วยพื้นที่กว้างขวางและความหรูหราระดับผู้บริหาร U8L ตอบสนองความต้องการที่นั่งแบบ “3 แถวเต็มรูปแบบ” ได้อย่างแท้จริง
คุณสมบัติเด่นของ YANGWANG U8L: สร้างบนแพลตฟอร์ม e4 และระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-P, ระยะฐานล้อ 3,250 มม. ความยาวตัวรถ 5,400 มม. การจัดวางที่นั่งแบบ 2+2+2 สะดวกสบายทุกแถว ดีไซน์ด้านหน้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ “鼎” (ติ่ง) พร้อมโทนสี Obsidian Black และ Daybreak Gold ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ทองคำ 24K ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และพวงมาลัย
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง: เช่น การลอยน้ำฉุกเฉิน, เสถียรภาพยางระเบิด, การกลับรถในที่แคบ (Crab Walk) และ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 600
ผลิตภัณฑ์เด่นอื่น ๆ: YANGWANG U8 (รถออฟโรดพลังงานใหม่), YANGWANG U9 (รถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) พร้อมชุดตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ส่วนบุคคล และ YANGWANG U7 (ซีดานไฟฟ้าเรือธง) พร้อมเทคโนโลยี DiSus-Z
Denza: รถสปอร์ตไฟฟ้าสุดล้ำ พร้อมการขับขี่แห่งอนาคต
Denza ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูคนไทยบ้างแล้ว ได้เผยโฉม รถสปอร์ตต้นแบบ DENZA Z เป็นครั้งแรก โชว์ เทคโนโลยีช่วงล่าง DiSus-M และ ระบบบังคับเลี้ยวแบบไร้กลไก Steer-by-Wire ซึ่งถือเป็น นวัตกรรมยานยนต์ ที่ล้ำสมัยที่สุด
DENZA Z: ปรัชญาการออกแบบ “Pure Emotion”: ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยหลายอย่าง เช่น ระบบบังคับเลี้ยว Steer-by-Wire ที่พัฒนาโดย DENZA เอง, ระบบควบคุมตัวถังด้วยสนามแม่เหล็ก DiSus-M, แพลตฟอร์ม e3 อัจฉริยะ และโครงรถที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สะท้อนถึงอนาคตของ ยานยนต์พรีเมียมอัจฉริยะ
ดีไซน์และภายใน: โดดเด่นด้วยด้านหน้าสไตล์ Quantum Pulse, เส้นสันด้านข้าง Light Blade และท้ายรถที่ออกแบบเพื่อสมรรถนะสูงสุดในสนามแข่ง ภายในตกแต่งแบบสปอร์ตเต็มขั้นด้วยเบาะคาร์บอนไฟเบอร์, โรลเคจเสริมความแข็งแรง และแดชบอร์ดคาร์บอนไฟเบอร์ สร้างประสบการณ์ดื่มด่ำสำหรับคนรัก รถสปอร์ตไฟฟ้า
DiSus-M: ช่วงล่างอัจฉริยะ: เป็น รถสปอร์ต คันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบช่วงล่าง DiSus-M แบบอัจฉริยะ ปรับความหนืดได้ในเวลาไม่ถึง 10 มิลลิวินาที ช่วยให้ขับขี่คล่องตัวแต่ยังคงความสบาย พร้อมระบบสแกนพื้นถนนล่วงหน้าเพื่อให้เข้าโค้งเฉียบ เบรกมั่นคง และให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนพรมวิเศษ
Steer-by-Wire: ก้าวสู่การขับขี่ไร้กลไก: DENZA ได้พัฒนาระบบบังคับเลี้ยว Steer-by-Wire ที่ไม่มีการเชื่อมต่อทางกลไก มอบการตอบสนองในระดับมิลลิวินาที และความแม่นยำระดับมิลลิเมตร เสริมด้วยพวงมาลัยแบบพับได้ เพิ่มความปลอดภัย พื้นที่ใช้งาน และการปรับแต่งห้องโดยสาร นี่คือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “by-wire” เต็มรูปแบบของ DENZA ที่รวมการขับเคลื่อน การบังคับเลี้ยว ระบบเบรก และช่วงล่างไว้ในระบบไฟฟ้าทั้งหมด ระบบนี้จะเข้ามาปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่ ลดการสั่นสะเทือนจากถนน และปรับการตอบสนองของพวงมาลัยได้ตามสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ รถยนต์ไร้คนขับ ในอนาคต
รุ่นอื่น ๆ ที่จัดแสดง: DENZA N9 SUV พรีเมียมเทคโนโลยีสูง, DENZA D9 MPV ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในจีน, DENZA Z9GT และ Z9 พร้อมเทคโนโลยี e3, DiPilot-300 และ DENZA N7 รุ่นปรับโฉมปี 2025 เน้นกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่
สรุปและก้าวต่อไปของยานยนต์ในประเทศไทย
สิ่งที่ BYD และแบรนด์ในเครือได้นำเสนอในงาน Auto Shanghai 2025 ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่หรือเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำแห่ง นวัตกรรมยานยนต์ พลังงานใหม่ของโลก ด้วยการลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ของตนเอง ทำให้ BYD สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ รถยนต์ EV ระดับเริ่มต้นไปจนถึง ยานยนต์หรู ระดับอัลตร้าพรีเมียม
สำหรับ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ใน ประเทศไทย การเข้ามาของ BYD ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนใจ รถ EV และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด มากขึ้น ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเครือข่ายสถานีชาร์จที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ BYD ประเทศไทย กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักที่กำหนดทิศทางของตลาดอย่างแท้จริง
ในยุค 2025 นี้ นวัตกรรมยานยนต์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความเร็วหรือความหรูหราอีกต่อไป แต่คือการหลอมรวมของเทคโนโลยีอัจฉริยะ, ความยั่งยืน และประสบการณ์การเดินทางที่เหนือความคาดหมาย ทุกเทคโนโลยีที่ BYD และพันธมิตรนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการ ชาร์จเร็ว ระดับเมกะวัตต์, ระบบขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye, หรือโดรนติดรถยนต์ Lingyuan ล้วนเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าอนาคตของยานยนต์ได้มาถึงแล้ว และเป็นอนาคตที่เราสามารถสัมผัสได้ในวันนี้
อย่ารอช้าที่จะสัมผัสอนาคตของการเดินทางที่เหนือกว่า! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติยานยนต์ครั้งสำคัญนี้ ด้วยการเยี่ยมชมโชว์รูมของ BYD และพันธมิตรในวันนี้ เพื่อเปิดประสบการณ์กับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

