• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1411020_ไม องหร ไม องแพง แค ไม งก นในว นท แย …ก พอแล_part2

admin79 by admin79
November 10, 2025
in Uncategorized
0
N1411020_ไม องหร ไม องแพง แค ไม งก นในว นท แย …ก พอแล_part2

ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกๆ ปีมีรถรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยจนเราแทบตามไม่ทัน แต่หากย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ ปี 2015 มีรถกระบะคันหนึ่งที่เข้ามาเขย่าวงการ และประกาศกร้าวด้วยสโลแกนสุดท้าทายว่า “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” นั่นคือ มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) เจเนอเรชันใหม่ในขณะนั้น วันนี้ในปี 2025 ที่เรายืนอยู่ หลายคนอาจมองว่ามันเป็นเพียงรถกระบะมือสองในตลาด แต่สำหรับผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามวงการรถยนต์มานานนับทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่า ไทรทันรุ่นปี 2015 คันนี้ ไม่ได้เป็นแค่รถกระบะธรรมดาๆ แต่มันคือตำนานบทหนึ่งที่ถูก “เข้าใจผิด” ในเรื่องของการออกแบบ แต่ “ปฏิวัติ” ในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่อย่างแท้จริง

ลองนึกภาพย้อนกลับไป ในยุคที่รถกระบะส่วนใหญ่ยังคงเน้นความแข็งแกร่ง ทนทาน และความบึกบึน มิตซูบิชิกลับเลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง พวกเขากล้านำเสนอรถกระบะที่มีเส้นสายโค้งมน ซึ่งในตอนนั้นอาจจะดูแปลกตา ไม่คุ้นชินตาสำหรับหลายๆ คนที่ยึดติดกับความเหลี่ยมสันของกระบะยุคเก่า แต่หากมองจากมุมมองปัจจุบันของปี 2025 เราจะพบว่าเส้นสายเหล่านั้นกลับไม่ได้ดูล้าสมัยเลยแม้แต่น้อย มันยังคงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ไทรทันโดดเด่นไม่เหมือนใคร และนี่คือเรื่องราวของ “กระบะที่กล้าแตกต่างอย่างมีสไตล์” ที่ยังคงน่าสนใจแม้เวลาจะผ่านไปแล้วถึง 10 ปี

ดีไซน์ที่ถูกวิจารณ์ แต่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ยอมรับตามตรงว่าในวันแรกที่ภาพหลุดของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ (New Mitsubishi Triton) ปี 2015 ออกมาสู่สาธารณะ ผมเองก็เป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะภาพที่เห็นในตอนนั้นมันดูแตกต่างจากรถต้นแบบ GR-PHEV ที่หลายคนเฝ้ารอคอยอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าโครเมียมที่ดูใหญ่เกินไปจนถูกแซวว่าเป็น “กระจังหน้าจากคลองถม” หรือแม้แต่การใช้โป่งล้อครอบ หรือ Over Fender ที่ในยุคนั้นรถกระบะหลายเจ้าเริ่มหันไปใช้โป่งล้อแบบปั๊มขึ้นรูปกันหมดแล้ว ทำให้มันดูเหมือนจะล้าสมัยไปบ้าง

แต่ในมุมมองของปี 2025 ที่เทรนด์การออกแบบรถยนต์มีความหลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น เรากลับมองว่าการตัดสินใจเหล่านั้นอาจไม่ใช่ความผิดพลาดเสียทีเดียว หากแต่เป็นการเลือก “หนทางที่ชาญฉลาด” ในการลดต้นทุนการผลิต เพื่อนำงบประมาณไป “อัดแน่นเทคโนโลยี” และ “สมรรถนะการขับขี่” ให้กับตัวรถแทน ซึ่งนั่นคือจุดแข็งที่ไทรทันต้องการนำเสนออย่างแท้จริง

เส้นสาย Shoulder Line ที่คมเข้มจากโป่งล้อหน้าไปยังกระบะท้าย รวมถึงเอกลักษณ์สำคัญอย่าง “J-Line” ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องโดยสารและกระบะท้าย ยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำ เส้นสายเหล่านี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูคล่องตัวและทันสมัย ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นกระบะที่ดูดุดันที่สุดในตลาด แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง นอกจากนี้ ขนาดตัวถังที่กระชับ ไม่ได้ใหญ่โตเทอะทะเกินไป ยังคงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างดีเยี่ยม แม้กระทั่งในปัจจุบัน

ห้องโดยสารที่ประยุกต์ แต่เน้นการใช้งานจริง

เมื่อก้าวเข้ามาสู่ห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2015 ในตอนนั้น หลายคนอาจจะรู้สึกคุ้นตาและตั้งคำถามว่า “นี่มันพวงมาลัยของ Mitsubishi Mirage หรือเปล่า?” เพราะการนำเอาชิ้นส่วนจากรถอีโคคาร์อย่าง Mirage และ Attrage มาใช้ในการออกแบบภายใน ถือเป็นการ “ยืม” ที่เห็นได้ชัดเจน แต่หากมองในแง่ของฟังก์ชันการใช้งานและการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มคุณค่าในส่วนอื่น มิตซูบิชิอาจมีเหตุผลที่น่าสนใจ

ในมุมมองของปี 2025 แม้พวงมาลัยหรือปุ่มสตาร์ทจะไม่ได้ดูพรีเมียมเท่ารถรุ่นใหม่ๆ แต่สิ่งที่ไทรทันให้มาคือ “ความลงตัวในการใช้งาน” เบาะนั่งที่ออกแบบใหม่ แม้จะไม่นุ่มจนยวบ แต่ก็ไม่แข็งกระด้างเกินไป ให้ความกระชับและสบายในการเดินทางไกล ผมเองเคยขับไทรทันคันนี้ข้ามจังหวัดบ่อยครั้ง และไม่เคยมีอาการปวดหลังแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น เบาะนั่งตอนหลังยังคงรักษาจุดเด่นจากรุ่นก่อนหน้าด้วยการปรับองศาเอนหลังเล็กน้อย (ประมาณ 25 องศา) ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังนั่งได้สบาย ไม่อึดอัด ซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างมากสำหรับรถกระบะแบบ Double Cab

พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีการปรับปรุงให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้ตัวเลขจะไม่มาก แต่ก็สร้างความแตกต่างในการโดยสารได้อย่างชัดเจน ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ระบบนำทาง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ไฟหน้าที่ปรับสูงต่ำได้, ระบบ Etac (Electronic Time and Alarm Control System) และระบบกุญแจ KOS ก็ถูกติดตั้งมาให้ครบครัน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม

ทัศนวิสัยในการขับขี่ก็เป็นอีกจุดที่ได้รับการปรับปรุง เบาะนั่งคนขับถูกออกแบบมาให้สามารถมองเห็นตำแหน่งหน้าสุดของฝากระโปรงได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นชินกับการขับรถกระบะคันใหญ่ๆ แม้ว่าในตอนนั้นการออกแบบภายในอาจจะถูกมองว่าเป็นการประนีประนอม แต่ในวันนี้ เรากลับเห็นว่ามันเป็นการผสมผสานที่เน้น “การใช้งานจริง” เป็นหลักมากกว่าความหรูหราฟุ่มเฟือย

ขุมพลังคลีนดีเซล 4N15: หัวใจที่ “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” อย่างแท้จริง

นี่คือจุดเดแข็งที่แท้จริง และเป็นเหตุผลที่ทำให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) รุ่นปี 2015 ยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงปี 2025 หัวใจสำคัญของกระบะคันนี้คือเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกใหม่รหัส 4N15 ซึ่งถือเป็นการ “ปฏิวัติ” วงการเครื่องยนต์ดีเซลของมิตซูบิชิเลยก็ว่าได้

เครื่องยนต์ 4N15 นี้ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการพัฒนาอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2006 โดยมุ่งเน้นที่การเป็น “คลีนดีเซล” ที่ลดมลภาวะไอเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงสุด เทคโนโลยีที่โดดเด่นคือ:

บล็อกเครื่องยนต์อลูมิเนียมอัลลอยด์: การใช้บล็อกเครื่องยนต์ที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ซึ่งเรามักจะเห็นในรถยนต์สมรรถนะสูงเป็นส่วนใหญ่ ช่วยให้น้ำหนักเครื่องยนต์เบาลงอย่างชัดเจน และยังช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสมรรถนะโดยรวมและการประหยัดน้ำมันของรถกระบะ

ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC: นี่คือ “ไพ่ตาย” ที่ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลบล็อกนี้แตกต่างจากคู่แข่งอย่างสิ้นเชิง เพราะ MIVEC เป็นเทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยจากเครื่องยนต์เบนซินของมิตซูบิชิ แต่การนำมาปรับใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลในฝั่งไอดี ช่วยให้การตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วงรอบต่ำทำได้ดียิ่งขึ้น ลดอาการ “รอรอบ” ของเทอร์โบชาร์จได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์แบบ N/A (ไม่มีเทอร์โบ) ที่ตอบสนองได้ทันใจ แต่ก็ยังคงได้พละกำลังจากเทอร์โบที่มหาศาล

เทอร์โบแปรผัน VG Turbo พร้อม Variable Diffuser: ระบบเทอร์โบที่ทันสมัยนี้ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงดันอากาศได้เหมาะสมในทุกย่านความเร็ว ทำให้กำลังและแรงบิดมาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ เครื่องยนต์ 4N15 ให้กำลังสูงสุดถึง 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาล 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากสำหรับรถกระบะในยุคนั้น และยังคงน่าเกรงขามในปัจจุบัน หากเทียบกับรถกระบะรุ่นใหม่ๆ ก็ยังสามารถต่อกรได้อย่างสบาย

ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย

สิ่งที่ทำให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) รุ่นปี 2015 โดดเด่นอย่างแท้จริงคือ “ความรู้สึกในการขับขี่” ที่แทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือรถกระบะ ผมกล้าพูดได้เลยว่ามันคือรถกระบะคันแรกๆ ที่ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ใกล้เคียงกับรถเก๋งมากที่สุดในตลาดตอนนั้น

อัตราเร่งและการตอบสนอง: ด้วยการผสมผสานของ MIVEC และ VG Turbo ทำให้ไทรทันมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม แรงบิดมาไว และตอบสนองคันเร่งได้อย่างทันใจ ไม่ว่าจะออกตัวจากหยุดนิ่ง หรือเร่งแซงบนถนนสองเลนสวน ก็ทำได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล จากการทดสอบในอดีต อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ดีที่สุดถึง 10.01 วินาที และเร่งแซง 80-120 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.9 วินาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาสำหรับรถกระบะ

ระบบส่งกำลัง: ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (Mitsubishi Triton Manual) ได้รับการออกแบบใหม่ ชุดเกียร์มีระยะการเข้าที่สั้นและกระชับ พร้อมด้วยซิงโครเมทเกียร์แบบ Triple Cone ในช่วงเกียร์ 1-3 ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ให้ความรู้สึกสปอร์ตที่แตกต่างจากกระบะคันอื่นๆ ทำให้การขับขี่สนุกสนานและไม่เมื่อยล้าแม้จะต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ในเมือง

ช่วงล่างและ Handling: นี่คืออีกหนึ่ง “พระเอก” ของไทรทัน ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกอิสระสองชั้น และด้านหลังแบบแหนบซ้อนหลายแผ่นพร้อมโช้คอัพไขว้ มิตซูบิชิเซ็ตอัพช่วงล่างมาได้อย่างลงตัว ให้ความนุ่มนวลที่สัมผัสได้ทันที ประดุจรถเก๋ง แต่ก็ยังคงความหนึบแน่น มั่นคง ไม่โคลงเคลงเวลาเข้าโค้งหรือใช้ความเร็วสูง การขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็ว 130-140 กม./ชม. ยังคงให้ความมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม

พวงมาลัยที่คมกริบ: มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) ยังมาพร้อมกับพวงมาลัยที่มีวงเลี้ยวแคบที่สุดในบรรดารถกระบะด้วยกัน (รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.9 เมตร) ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตั้งระบบช่วยผ่อนแรงใหม่ ทำให้การบังคับเลี้ยวทำได้ง่ายและแม่นยำ ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือจอดรถในพื้นที่จำกัด ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ความรู้สึกเหมือนพวงมาลัยไฟฟ้าที่ให้น้ำหนักเหมาะสมในแต่ละย่านความเร็ว เป็นสิ่งที่คอสปอร์ตจะต้องพอใจ

ความประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง

ในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถ “ความประหยัดน้ำมัน” (Mitsubishi Triton Fuel Economy) คือสิ่งที่เราทุกคนมองหา และ มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4N15 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูง ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่น่าอภิรมย์ยิ่งขึ้น จากการทดสอบในอดีตในสภาวะที่เหมาะสม สามารถทำตัวเลขได้ถึง 16.2 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าน่าทึ่งมากสำหรับรถกระบะขนาดนี้ และแม้ในการใช้งานจริงในเมืองที่การจราจรติดขัด ก็ยังให้ตัวเลขที่ยอมรับได้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทรทันประหยัดน้ำมันคือรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำมากเมื่อใช้ความเร็วคงที่ เช่น ที่ 90 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 รอบต่อนาที และที่ 120 กม./ชม. ก็ยังอยู่ที่เพียง 1,900 รอบต่อนาทีเท่านั้น ซึ่งหมายถึงเครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น

ห้องโดยสารที่เงียบสงบ: มิติใหม่ของรถกระบะ

หนึ่งในสิ่งที่ มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) รุ่นปี 2015 ได้ “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” คือเรื่องของ “การเก็บเสียงในห้องโดยสาร” ในยุคก่อนหน้านั้น รถกระบะมักถูกมองว่าเสียงดัง เข้าห้องโดยสารง่าย แต่ไทรทันคันนี้กลับทำได้อย่างน่าประทับใจ มันให้ความสบายในการโดยสารสูงสุด นอกจากช่วงล่างที่นุ่มนวลแล้ว ยังเงียบมากจนน่าตกใจ แม้แต่เสียงเครื่องยนต์ที่เดินเบาอยู่ภายนอกก็ยังได้ยินเบามากในห้องโดยสาร

เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วปกติบนทางหลวง (100-120 กม./ชม.) เสียงยางจากพื้นถนนหรือเสียงลมแทบจะไม่มีให้ได้ยิน ทำให้สามารถสนทนากับเพื่อนร่วมเดินทาง หรือฟังเพลงโปรดได้อย่างสุนทรีย์ การเดินทางไกลจึงไม่เหนื่อยล้า และช่วยลดความเครียดจากการขับขี่ได้อย่างมาก เสียงลมจะเริ่มเข้ามาเตือนใจก็ต่อเมื่อก้าวเข้าสู่ย่านความเร็วสูงเกิน 140 กม./ชม. ขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารอย่างแท้จริง

มิตซูบิชิ ไทรทัน ในปี 2025: กระบะมือสองที่ยังคงน่าสนใจ

วันนี้ในปี 2025 มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) รุ่นปี 2015 อาจจะเป็นตัวเลือกในตลาด “รถกระบะมือสอง” (Used Mitsubishi Triton) แต่ด้วยคุณสมบัติเด่นที่กล่าวมาทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล 4N15 ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน, ช่วงล่างที่นุ่มนวลเหมือนรถเก๋ง, พวงมาลัยที่คมกริบ และห้องโดยสารที่เงียบสงบ ทำให้มันยังคงเป็นรถกระบะที่น่าจับตามองและคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถกระบะครอบครัว” (Family Pickup Truck) หรือ “รถกระบะอเนกประสงค์” (Multi-purpose Pickup Truck)

แม้การออกแบบภายนอกอาจจะไม่ได้โดดเด่นสะดุดตาเท่ารถรุ่นใหม่ๆ ในปี 2025 แต่ “สมรรถนะการขับขี่” (Pickup Truck Performance) และ “ความทนทาน” (Durable Pickup Truck) ของ มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) รุ่นนี้ยังคงเป็นจุดแข็งที่ไม่เสื่อมคลาย มันคือบทพิสูจน์ว่าบางครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในรถยนต์ไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็น “จิตวิญญาณ” และ “เทคโนโลยี” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวถัง ซึ่งพร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจให้กับคุณ

สำหรับใครที่กำลังมองหา “รถกระบะ” (Pickup Truck) ที่กล้าแตกต่าง มีสไตล์เป็นของตัวเอง และมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเกินคาด มิตซูบิชิ ไทรทัน (Mitsubishi Triton) รุ่นปี 2015 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด มันยังคงเป็น “รถกระบะยอดนิยม” (Popular Pickup Truck) ในใจของใครหลายๆ คน และยังคงพร้อมที่จะ “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” ของคุณเกี่ยวกับรถกระบะได้อย่างแน่นอน

Previous Post

N1411023 เง นท โอนให แม กเด อน แม ไม ได ใช กบาท แล วเง นไปอย ไหน part2

Next Post

N1411008 สาวจ ตใจด วยเหล อเด กจรจ ดคนน ไว โดยท เธอไม าเด กคนน อล กสาวท านประธาน part2

Next Post
N1411008 สาวจ ตใจด วยเหล อเด กจรจ ดคนน ไว โดยท เธอไม าเด กคนน อล กสาวท านประธาน part2

N1411008 สาวจ ตใจด วยเหล อเด กจรจ ดคนน ไว โดยท เธอไม าเด กคนน อล กสาวท านประธาน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401060 เช ญคนแปลกหน าเข าบ าน จนเก ดเหต ไม คาดค part2
  • N1401072 อยากเป นห วแถว แต เก อบก นแห วเพราะแฟนเก part2
  • N1401070 รอคอยเธอมา 10ป เจอก นอ กท องได เป นแฟน part2
  • N1401078 การร บม อก บคำโกหก นไม ใช เร องง าย (1) part2
  • N1401061 เช อฟ งภรรยาได กคน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.