ปี 2025 นี้ วงการยานยนต์ยังคงก้าวไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่หยุดยั้ง แต่หากเราย้อนกลับไปมองเมื่อสิบปีที่แล้ว การเปิดตัวของ Toyota Fortuner เจเนอเรชั่นใหม่ในปี 2015 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่พลิกโฉมตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (PPV) ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายกว่า 220,000 คันของรุ่นก่อนหน้า นับตั้งแต่ปี 2548 และการส่งออกไปยังกว่า 52 ประเทศทั่วโลก ฟอร์จูนเนอร์ใหม่ในขณะนั้นจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถประเภทนี้ ซึ่งยังคงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความสำเร็จของโตโยต้ามาจนถึงปัจจุบัน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้มีโอกาสสัมผัสและทดสอบรถรุ่นนี้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เปิดตัว และยังคงเห็น Fortuner 2015 โลดแล่นบนท้องถนนไทยอย่างสม่ำเสมอ เป็นเครื่องยืนยันถึงความทนทานและคุณค่าที่ยังคงอยู่ แม้เวลาจะผ่านไป การกลับมาวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ Fortuner 2015 ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและยังคงน่าสนใจใน ตลาดรถยนต์มือสอง ในปี 2025 นี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
รูปลักษณ์ที่โดดเด่นและดีไซน์ล้ำสมัยในปี 2015
เมื่อแรกเห็น ฟอร์จูนเนอร์ 2015 ทิ้งภาพลักษณ์ PPV แบบกล่องสี่เหลี่ยมของรุ่นก่อนหน้าไปอย่างสิ้นเชิง ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบให้เน้นความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และดูมีมิติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นสายที่คมกริบผสมผสานกับความบึกบึนตามสไตล์ รถยนต์อเนกประสงค์ สะท้อนให้เห็นถึงกลิ่นอายของ SUV หรูในเครืออย่าง Lexus ตระกูล ‘X’ ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นการยกระดับการออกแบบ PPV ขึ้นไปอีกขั้น
สำหรับรุ่นท็อปอย่าง 2.8V 4WD AT อุปกรณ์ภายนอกจัดเต็มด้วยไฟหน้าแบบ Bi-beam LED ที่สามารถปรับไฟสูง-ต่ำได้จากชุดโคมโปรเจคเตอร์เดียวกัน พร้อมไฟ Daytime Running Light (DRL) แบบ LED ในตัว เสริมความหรูหราด้วยแถบโครเมียมบนโคมไฟที่รับกับกระจังหน้าขนาดใหญ่สีเงินอย่างลงตัว กันชนหน้าดีไซน์ 3 มิติ พร้อมกรอบไฟตัดหมอกโครเมียมทรงสะดุดตา และตะแกรงดักอากาศสีดำบริเวณเหนือป้ายทะเบียน ล้วนเป็นรายละเอียดที่แสดงถึงความประณีตในการออกแบบ
ด้านข้างตัวถังได้รับการปรับปรุงให้มีเส้นสายนุ่มนวลกว่าเดิม แต่ยังคงความแข็งแกร่งด้วยโป่งล้อขนาดใหญ่สีดำ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวและ Welcome Light เพิ่มความปลอดภัยยามค่ำคืน เสาคู่หลังถูกออกแบบให้เป็นสีดำเงากลมกลืนกับแนวประตูท้าย ทำให้ตัวรถดูมีขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มความหรูหรา ไฟท้ายแบบ LED ทรงเรียวเล็กเพิ่มความสปอร์ต พร้อมราวหลังคาดีไซน์สปอร์ตและเสาอากาศแบบครีบฉลาม ทั้งหมดนี้วางอยู่บนล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18 ที่ให้ทั้งความสวยงามและสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในขณะนั้น ดีไซน์เหล่านี้ยังคงดูทันสมัยและไม่ล้าสมัยแม้ในปัจจุบัน ทำให้ Fortuner 2015 ยังคงเป็น รถครอบครัว ที่ภูมิฐานบนท้องถนน
ห้องโดยสารที่เหนือระดับ: ความพรีเมียมและสะดวกสบาย
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Fortuner 2015 คุณจะสัมผัสได้ถึงความพรีเมียมที่ยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน การตกแต่งภายในสีดำตัดกับหนังสีชามัวร์ในรุ่นท็อป มอบความรู้สึกหรูหราและอบอุ่น เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางฝั่งผู้ขับขี่ ช่วยให้การหาตำแหน่งขับขี่ที่เหมาะสมเป็นเรื่องง่าย
เบาะนั่งแถวที่สองสามารถปรับเอนและเลื่อนได้ พร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่งและที่วางแก้วน้ำแบบพับได้ตรงกลาง ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถปรับพับแบบ 50:50 และปรับเอนได้เช่นกัน แม้ว่าการพับเก็บจะยังคงเป็นแบบแขวนไว้กับเพดาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบได้ในรถ PPV หลายรุ่น แต่ก็ให้พื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่นสำหรับ รถยนต์อเนกประสงค์ ที่เน้นการใช้งานหลากหลาย
คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นขนาดที่เหมาะสมและทันสมัย รองรับการเล่นแผ่น DVD/MP3 พร้อมระบบนำทางและบลูทูธสำหรับการโทรศัพท์แบบไร้สาย รวมถึงการเชื่อมต่อเพลงจากโทรศัพท์ พอร์ต USB/AUX และอินเทอร์เฟซภาษาไทยที่ใช้งานง่าย หน้าจอนี้ยังทำหน้าที่แสดงภาพจากกล้องถอยหลังพร้อมเส้นกะระยะ ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก ระบบปรับอากาศอัตโนมัติให้ความเย็นรวดเร็วทันใจ พร้อมช่องแอร์สำหรับแถวที่ 2 และ 3 บนเพดาน ที่มีสวิตช์ควบคุมแยกต่างหาก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกคนตลอดการเดินทาง
ฝั่งผู้ขับขี่พบกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านดีไซน์สวยงาม แผงปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ และหน้าจอ MID บนหน้าปัด พร้อมก้านควบคุมระบบครูซคอนโทรล และที่น่าสนใจคือ Paddle Shift สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ซึ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้สปอร์ตยิ่งขึ้น แผงหน้าปัดความเร็วเรืองแสงสีขาวสบายตา พร้อมหน้าจอ Multi-information Display (MID) แบบ TFT สีขนาด 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ การนำทาง และความบันเทิงได้อย่างครบครัน ปุ่มสตาร์ททำงานคู่กับกุญแจ Smart Key ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Fortuner ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา กล่องเก็บของ Cool Box บริเวณคอนโซลหน้าสำหรับแช่เครื่องดื่มให้เย็นฉ่ำตลอดการเดินทาง ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ 3 จุด และช่องจ่ายไฟ 220 โวลต์ ซึ่งช่วยให้การชาร์จแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ Fortuner 2015 เป็น รถครอบครัว ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางอย่างแท้จริง
สมรรถนะการขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น
จุดขายสำคัญประการหนึ่งของ Fortuner 2015 คือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ∑4 (ซิกม่าโฟร์) ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบผ่านปุ่มหมุนบนคอนโซลหน้า ได้แก่ 2H, 4H และ 4L ซึ่งอาจดูคล้ายระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ Fortuner เหนือกว่าคือระบบ ‘A-TRC’ (Active Traction Control) ระบบนี้ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อที่สัมผัสกับพื้นถนนได้อย่างอิสระ พร้อมกับเพิ่มแรงเบรกไปยังล้อที่หมุนฟรี ทำให้ สมรรถนะการขับขี่ ในเส้นทางออฟโรดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบเฟืองท้าย Limited Slip หรือ Diff-Lock ทั่วไป นี่คือเหตุผลที่ Fortuner 2015 ได้รับคำชื่นชมอย่างสูงในด้าน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่แข็งแกร่ง
ด้าน ระบบความปลอดภัยรถยนต์ Fortuner 2015 ไม่เป็นสองรองใคร มาพร้อมถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง ทั้งคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลม และถุงลมหัวเข่าฝั่งผู้ขับขี่ เสริมด้วยระบบเบรก ABS/EBD ระบบช่วยเบรก BA เข็มขัดนิรภัย 3 จุดทั้ง 7 ที่นั่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบควบคุมการส่ายของเทรลเลอร์ TSC ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นมาตรฐานที่ครบครันสำหรับ รถยนต์พรีเมียม ในยุคนั้น และยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน
ขุมพลังที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
Fortuner 2015 นำเสนอเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบ เช่นเดียวกับ Hilux Revo ที่เป็นรถกระบะพื้นฐาน
เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV (High) แบบ 4 สูบแถวเรียง VN Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เป็นขุมพลังที่ให้ ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ที่จัดจ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพละกำลังและความแรง
เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV (High) แบบ 4 สูบแถวเรียง VN Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบต่อนาที มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้น อัตราประหยัดน้ำมัน และยังคงให้พละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE พร้อมระบบ Dual VVT-I ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า (PS) ที่ 5,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์เบนซิน
ช่วงล่างและระบบเบรก: ความสมดุลเพื่อการขับขี่ในไทย
การปรับจูน ช่วงล่างรถยนต์ ของ Fortuner 2015 ถือเป็นจุดที่น่าชื่นชม โดยออกแบบให้รองรับการใช้งานแบบรถยนต์นั่ง ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบโฟว์ลิงค์คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ทำให้รถมี ช่วงล่างนุ่มสบาย และเสถียรภาพการทรงตัวที่ดีเยี่ยม ลดอาการโคลงเคลงและดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ขรุขระได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ รถครอบครัว ต้องการอย่างยิ่ง
ส่วนระบบเบรก แม้จะเป็นแบบหน้าดิสก์-หลังดรัม ซึ่งหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าทำไมไม่เป็นดิสก์ 4 ล้อ แต่ทีมวิศวกรของโตโยต้าให้เหตุผลว่าระบบดรัมเบรกสำหรับล้อคู่หลังนั้นมีความเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในเมืองไทย ที่อาจมีการลุยน้ำเป็นครั้งคราว ฝักดรัมเบรกจะช่วยป้องกันไม่ให้จานเบรกเปียกจนเสียสมรรถนะในการลดความเร็ว นี่คือการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพการใช้งานจริงในภูมิภาคได้อย่างชาญฉลาด
ย้อนรอยประสบการณ์ขับขี่อันน่าประทับใจ
ผมยังจำได้ดีถึงโอกาสในการทดสอบ Fortuner 2015 ในเส้นทางสุราษฎร์ธานี – ภูเก็ต ระยะทางราว 300 กิโลเมตร สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเราได้ทดสอบรุ่นล่างสุดที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในตอนแรกอาจรู้สึกไม่เต็มที่นัก แต่กลับพบว่ามันเป็นรถที่ขับสนุกเกินคาด สมรรถนะการขับขี่ ของเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรที่จับคู่กับเกียร์ธรรมดาให้แรงดึงตามใจสั่ง แม้จะไม่มีระบบ iMT เหมือนใน Hilux Revo 2.8 ลิตร แต่ด้วยแป้นคลัตช์ที่ไม่ต้องเหยียบลึก และตำแหน่งเกียร์ที่กระชับ ทำให้การขับขี่ง่ายดายคล้ายรถเก๋ง จุดที่อาจติเล็กน้อยคือความยาวของคันเกียร์ที่หากสั้นลงอีกนิดจะเพิ่มอรรถรสได้มากกว่า
ช่วงล่างนุ่มสบาย คือสิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนที่สุด ช่วยซับแรงสะเทือนจากถนนขรุขระได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางราบรื่น ผู้โดยสารได้รับ ความสะดวกสบายในการขับขี่ อย่างเต็มที่ การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารก็ทำได้ดีเยี่ยม เสียงเครื่องยนต์แทรกเข้ามาเบาบาง เสียงจากพื้นถนนแทบไม่มีให้ได้ยิน จะมีก็แต่เสียงลมปะทะที่ความเร็วสูง 100 กม./ชม. ขึ้นไป แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สามารถสนทนากันในรถได้อย่างสบาย
พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยนพร้อมระบบพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง แม้จะมีระยะฟรีอยู่บ้างและน้ำหนักค่อนข้างเบาเมื่อใช้ความเร็วสูง ซึ่งอาจต้องใช้สมาธิในการประคองพวงมาลัยอยู่พอสมควร แต่ก็เป็นไปตามแนวทางการปรับจูน ช่วงล่างรถยนต์ ที่เน้นความนุ่มนวลเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
ในส่วนของผู้โดยสารแถวที่ 2 ความกว้างขวางของพื้นที่วางขาเป็นจุดเด่น แม้พื้นที่เหนือศีรษะจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจากการเดินท่อแอร์บริเวณหลังคา แต่ช่องแอร์ที่ติดตั้งเหนือศีรษะพร้อมแผงควบคุมความแรงลมก็ช่วยกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง
และประสบการณ์ที่ขาดไม่ได้คือการทดสอบแบบออฟโรดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ สนามทดสอบที่โหดหิน ทั้งเนินสลับ ทางชัน และแอ่งโคลน ล้วนถูกพิชิตได้อย่างง่ายดายด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4L เมื่อทำงานร่วมกับระบบ A-TRC (Active Traction Control) ระบบ A-TRC จะสั่งเบรกไปยังล้อที่สูญเสียแรงเสียดทานเพื่อส่งแรงบิดเต็มที่ไปยังล้อที่ยังยึดเกาะพื้นถนนได้ ช่วยให้ Fortuner 2015 สามารถข้ามผ่านอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ เพียงแค่เติมคันเร่งเบาๆ และปล่อยให้ระบบจัดการแรงบิดด้วยตัวมันเอง สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึง เทคโนโลยีรถยนต์ ที่เหนือกว่าในการเอาชนะเส้นทางท้าทาย
Fortuner 2015 ในปี 2025: คุณค่าที่ยังคงอยู่
แม้กาลเวลาจะผ่านมาเกือบสิบปี Fortuner 2015 ยังคงเป็นหนึ่งใน รถ PPV ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยดีไซน์ที่ยังคงดูร่วมสมัย ความทนทานของเครื่องยนต์และช่วงล่าง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ที่เชื่อถือได้ ความปลอดภัยรถยนต์ ที่ครบครัน และที่สำคัญคือชื่อเสียงของแบรนด์โตโยต้าที่มาพร้อมศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ Fortuner 2015 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจใน ตลาดรถยนต์มือสอง และเป็น รถครอบครัว ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์อเนกประสงค์ ที่คุ้มค่า ทนทาน และมีสมรรถนะรอบด้าน Fortuner 2015 คือตัวเลือกที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้ และยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าพึงพอใจและสะดวกสบายให้กับเจ้าของได้ไม่เสื่อมคลาย ด้วยราคาเปิดตัวในปี 2015 ตั้งแต่ 1,199,000 บาท สำหรับรุ่น 2.4G 2WD MT ไปจนถึง 1,599,000 บาท สำหรับรุ่น 2.8V 4WD AT ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนถึงคุณค่าและเทคโนโลยีที่ได้รับในขณะนั้น และยังคงรักษาชื่อเสียงของโตโยต้าในฐานะผู้นำตลาดไว้อย่างแข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้

