โตโยต้า ยาริส ใหม่: การพลิกโฉมที่มาพร้อมความท้าทายในตลาด ECO Car
ในโลกยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แต่ละครั้งย่อมมาพร้อมความคาดหวังและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง Toyota Yaris การมาถึงของ Yaris รุ่นใหม่ หรือที่หลายคนอาจคุ้นเคยในนาม Yaris Hatchback ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Toyota ในการปรับตัวให้เข้ากับทิศทางตลาดและความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม รถยนต์ ECO Car ที่มีการแข่งขันสูง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาเกือบ 10 ปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หลายรุ่น หลายแบรนด์ และเข้าใจดีว่าเบื้องหลังการเปิดตัวรถแต่ละรุ่นนั้น มีการวางแผน กลยุทธ์ และการประนีประนอมที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ การเปิดตัว Yaris ใหม่ ในครั้งนี้ ก็เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่การปรับโฉมหน้าตาให้ดูทันสมัยขึ้น แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญยิ่ง
จากภาพลักษณ์ “หน้าเหลี่ยม” สู่การปรับตัวเพื่อตลาด ECO Car
เมื่อราว 2 ปีก่อน มีคำพูดที่ผมได้ยินเกี่ยวกับการออกแบบของ Yaris รุ่นใหม่ ที่จะมาในแนว “เหลี่ยมๆ ดูสปอร์ต” โดยมีกระจังหน้าที่ถูกเปรียบเทียบกับ Mitsubishi RVR/ASX ข่าวลือนั้นในตอนแรกสร้างความกังวลใจให้กับผมอยู่ไม่น้อย เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา รถยนต์ที่มีดีไซน์ “ดุ” หรือ “แมน” เกินไป มักจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดกลุ่ม Eco Car ซึ่งกว่า 30-40% ของยอดขายมาจากกลุ่มผู้หญิงที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีเส้นสายโค้งมน น่ารัก
ผมเคยจินตนาการถึง Yaris ใหม่ ว่าน่าจะเป็น Hatchback 5 ประตูที่ใหญ่ขึ้น ใช้โครงสร้างร่วมกับ Vios รุ่นใหม่ แต่เมื่อภาพจากงาน Auto Shanghai 2013 เผยออกมา สิ่งที่ผมกังวลก็เป็นจริง ด้านหน้าของรถที่ถูกนำมาใช้ชื่อ Yaris ในไทย ดูคล้ายคลึงกับ Mitsubishi Lancer EX หรือแม้กระทั่งมีดีไซน์ที่ทำให้บางคนรู้สึกไม่คุ้นเคย ส่วนชุดไฟท้ายก็ถูกวิจารณ์ว่าดูแปลกตา
“ถ้าเป็นแบบนี้ ขายผู้ชายอาจจะพอได้ แต่ขายผู้หญิงยากแน่ มีทางเดียวคือการตลาดแบบ Colorful Marketing พยายามหาเฉดสีตัวถังสวยๆ มาดึงดูด ไม่อย่างนั้นอาจจะไปไม่รอด” ผมคิดในใจ
ยิ่งไปกว่านั้น Yaris รุ่นใหม่ เปิดตัวในช่วงเวลาเดียวกับที่โครงการคืนภาษีรถคันแรกของรัฐบาลได้สิ้นสุดลง ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อในปี 2013 หดหายไปอย่างรวดเร็ว ตลาดรถยนต์โดยรวมปั่นป่วน รถค้างสต็อกจำนวนมาก ทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งระบายสต็อกด้วยโปรโมชั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน กลุ่ม B-Segment และ ECO Car ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทายเช่นนี้ การที่ Toyota ตัดสินใจส่ง Yaris รุ่นใหม่ลงมาในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นเหมือน “ไฟท์บังคับ” ที่เลี่ยงไม่ได้ การเปิดตัวที่เงียบเหงาในสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆ ของ Toyota ในอดีต ยิ่งตอกย้ำถึงความกังวลนี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาพที่ผมเห็นบนท้องถนนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป Yaris ใหม่ เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มให้การยอมรับรถยนต์คันนี้มากขึ้นแล้ว คำถามที่ค้างคาใจหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราเร่ง ความประหยัดน้ำมัน สมรรถนะการขับขี่ หรือแม้แต่การเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Suzuki Swift และ Yaris กับ Vios จะเป็นอย่างไร คงเป็นสิ่งที่หลายคนอยากทราบ
Yaris: ประวัติศาสตร์แห่งความแปลกใหม่ที่สร้างความประหลาดใจ
เพื่อให้เข้าใจ Yaris ใหม่ ในปัจจุบัน เราต้องย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของมัน Toyota มีความพยายามในการบุกตลาดรถยนต์ Sub-Compact Hatchback ในยุโรปมานาน ตั้งแต่สมัย Toyota Starlet แต่ Starlet กลับดูจะกลายเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่น่าเบื่อ
จึงเป็นที่มาของการมอบหมายให้นักออกแบบ Sotiris Kovos จาก Toyota European Office of Creation (EPOC) พัฒนารถยนต์นั่งขนาดเล็กแนวทางใหม่ เพื่อเอาใจชาวยุโรปโดยเฉพาะ เดือนกันยายน 1997 Toyota ได้เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบตระกูล Fun ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ FunTime, FunCoupe และ FunCargo ในงาน Frankfurt Motor Show เพื่อส่งสัญญาณว่า รถยนต์ขนาดเล็กจาก Toyota นับจากนั้น จะถูกผลิตขายจริง โดยมีเส้นสายที่ถอดแบบมาจากรถต้นแบบเหล่านี้ และมาพร้อมโครงสร้างพื้นฐานวิศวกรรมใหม่ ที่เรียกว่า NBC (New Basic Car)
ปี 1998 Toyota ได้เผยโฉม Yaris เป็นครั้งแรก และเริ่มทำตลาดในยุโรป ปี 1999 ถือเป็นภาพลักษณ์ใหม่ที่ทำให้คนยุโรปหันมามอง Toyota อย่างจริงจัง ชื่อ “Yaris” มาจากการผสมผสานคำในภาษาเยอรมัน “Ya” (ใช่) และ “Charis” เทพธิดาแห่งความงามในตำนานกรีก
Yaris ถูกเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นด้วยชื่อ VITZ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 1999 ก่อนจะส่งไปตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วยชื่อ ECHO ส่วนตัวถัง Sedan ขายในญี่ปุ่นชื่อ Platz และในตลาดอื่นใช้ชื่อ ECHO ซึ่งพบว่ารุ่น Hatchback ขายดีเป็นอย่างมาก
Yaris รุ่นแรก ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรปและญี่ปุ่น คว้า รางวัล European Car of the Year ประจำปี 2000 ซึ่งปกติจะเป็นรางวัลที่รถยุโรปครองบัลลังก์อยู่เสมอ
รุ่นที่ 2 เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2005 รหัสรุ่น NCP90-NCP91, NCP95 ภายใต้รหัสโครงการ 351L เวอร์ชันไทยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 17 มกราคม 2006 รหัสรุ่น NCP91R-AHPGKT ถือเป็น Yaris รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทย แม้จะขายดีทั่วโลก แต่ในไทย การตั้งราคาสูงกว่าความคาดหมายทำยอดขายช่วงแรกไม่ดีนัก จนต้องมีการประชุมและเรียกร้องให้ Toyota Motor Thailand ออกแคมเปญกระตุ้นยอดขาย
รุ่นที่ 3 เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อ 22 ธันวาคม 2010 Toyota เลือกทำตลาด Yaris รุ่นนี้ แค่ในญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ยอดขายก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่ารุ่นก่อน
การปรับตัวสู่ ECO Car: การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ซับซ้อน
ตอนแรก คนไทยคาดหมายว่า Yaris เวอร์ชันญี่ปุ่น/ยุโรป หรือรุ่นที่ 3 จะเข้ามาประกอบขายในไทย แต่ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น โดยทั้งหมดเป็นผลพวงจากการที่ Toyota ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ECO Car ของรัฐบาลในช่วงท้าย แม้จะไม่เห็นด้วยในตอนแรก
คำถามคือ Toyota จะเลือกรถรุ่นใดมาทำตลาดกลุ่มนี้? ด้วยข้อจำกัดของโครงการ ECO Car ที่กำหนดให้ผลิตรถรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยผลิตในประเทศใดมาก่อน การนำ Yaris รุ่นที่ 3 ที่เตรียมผลิตในญี่ปุ่นและยุโรปมาพัฒนาจึงเป็นไปไม่ได้ การนำ Aygo รถยนต์ที่พัฒนาร่วมกับ PSA ก็ดูจะเล็กไปสำหรับตลาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ทางสังคม และมีข้อตกลงว่าผลิตได้เฉพาะในสาธารณรัฐเช็กเท่านั้น
ดังนั้น ทางเลือกเดียวที่เหลือคือ Toyota ต้องพัฒนา Yaris รุ่นใหม่ขึ้นมาอีก 1 ตัวถัง เพื่อเอาใจตลาดจีนที่ต้องการรถ Hatchback ขนาดเล็ก แต่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า Yaris เวอร์ชันญี่ปุ่น/ยุโรป โดยใช้ Platform และโครงสร้างวิศวกรรมบางส่วนร่วมกับ Vios แต่มีการปรับปรุงให้เข้ากับข้อกำหนดของโครงการ ECO Car
TakeShi Matsuda : Chief Engineer ผู้พัฒนา Yaris และ Vios รุ่นล่าสุด กล่าวว่า “ความตั้งใจของเขาตอนแรกคือทำ Yaris รุ่นนี้ ให้เป็นรุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change ของ Yaris สำหรับตลาดทั่วโลก ที่ไม่ใช่ในยุโรป หรือญี่ปุ่น แต่เมื่อตลาดไทยมีนโยบายให้ทำ Yaris รุ่นนี้เป็น ECO Car เขาจึงต้องหาทางออกให้กับสารพัดคำถามและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นมากมาย และผลลัพธ์ก็ออกมาเป็น Yaris อย่างที่เห็นกันอยู่นี้”
Dear Qin: ต้นแบบที่ชี้ทิศทางอนาคต
1 ปีก่อนการเปิดตัวเวอร์ชันจำหน่ายจริง Toyota ได้เริ่มสร้างความรับรู้ด้วยรถยนต์ต้นแบบในชื่อ Toyota Dear Qin Hatchback สีเขียว ควบคู่กับ Toyota Dear Qin Sedan สีแดงเลือดหมู ในงาน Beijing Automotive Show ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2012 Dear Qin ทั้ง 2 คัน เผยให้เห็นถึงแนวโน้มเส้นสายของ Vios และ Hatchback 5 ประตูรุ่นต่อไปสำหรับตลาดโลก ซึ่งจะแตกต่างจากรถยนต์รุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง การเผยโฉม Dear Qin สีเขียว ซึ่งเป็นตัวแทนของ Yaris ใหม่ที่จะเปิดตัวในอีก 1 ปีหลังจากนั้น เป็นการสื่อสารให้โลกรู้ว่า รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจลูกค้าชาวจีนในฐานะตลาดเป้าหมายหลัก
เปิดตัว Yaris-L ในจีน สู่ Yaris ใหม่ในไทย
เมื่อเป้าหมายในการพัฒนารถยนต์คันนี้คือการเอาใจลูกค้าชาวจีน Toyota จึงเลือกเปิดตัว Yaris รุ่นนี้เป็นครั้งแรกในโลกที่งาน Auto Shanghai 2013 แต่กว่าจะพร้อมออกสู่ตลาดจีน GAC-Toyota ต้องรอถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2013 จึงจะเริ่มปล่อยข้อมูลและส่งรถเข้าโชว์รูมในชื่อ Yaris-L
ไทยถือเป็นประเทศลำดับที่ 2 ที่ Toyota เผยโฉม Yaris ใหม่นี้ งานเปิดตัวมีขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2013 ณ ห้างสรรพสินค้า Central World TakeShi Matsuda : Chief Engineer ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนา Vios และ Yaris สำหรับตลาดเอเชีย กล่าวว่า “ในตอนแรก เขาตั้งใจสร้างรถคันนี้ให้เป็น B-Segment Hatchback ในฐานะรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันของ Yaris สำหรับตลาดเอเชีย โดยไม่ได้ตั้งใจทำรถคันนี้ให้เป็น ECO Car มาตั้งแต่แรก”
ทว่า เมื่อนโยบายของผู้บริหารกำหนดว่า สำหรับตลาดไทย รถคันนี้ต้องเข้ามาทำตลาดในฐานะ ECO Car ทำให้เกิดข้อจำกัดมากมาย เขาและทีมงานจึงพยายามที่จะเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นอย่างดีที่สุด Matsuda-san จึงเลือกที่จะไม่ประนีประนอมกับเส้นสายของตัวรถ ให้ความสำคัญกับการออกแบบภายนอกและภายในที่ต้องนั่งสบาย ไม่เบียดเสียด เพิ่มความประหยัดน้ำมัน ความเงียบในห้องโดยสาร และการเกาะถนนให้ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
การออกแบบที่มาพร้อมความคาดหวัง และความจริงที่ต้องเผชิญ
Yaris ใหม่ มีตัวถังยาว 4,115 มม. กว้าง 1,700 มม. สูง 1,475 มม. ระยะฐานล้อ 2,550 มม. เมื่อเทียบกับ Yaris รุ่นก่อน จะพบว่า Yaris ใหม่ ยาวขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด และมิติภายในก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง โดยเฉพาะพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
เส้นสายภายนอก: มาในสไตล์เฉียบคม เน้นเหลี่ยมสัน กระจังหน้าดูคล้าย Mitsubishi RVR/ASX หรือ Lancer EX แต่เพิ่มความแตกต่างด้วยแถบสีเงิน ทำให้บางคนขนานนามว่า “Yaris รุ่นลุงหนวด” รายละเอียดภายนอกบางชิ้นสามารถใช้ร่วมกับ Vios ได้ เช่น ครีบรีดอากาศ เสาขอบประตู มือจับประตู หรือกระจกหน้าต่างคู่หน้า
ส่วนบั้นท้าย การออกแบบชุดไฟท้ายที่ดูละม้ายคล้าย Peugeot 208 ใหม่ อาจทำลายความลงตัวของงานออกแบบ ทำให้บั้นท้ายดูแปลกตาไปบ้าง
การตกแต่งภายใน: แผงหน้าปัดยกชุดมาจาก Vios ใหม่ วัสดุการตกแต่งแตกต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละรุ่นย่อย แต่ยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคย เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบยกมาจาก Vios ใหม่ เปลี่ยนแค่ลายผ้าเบาะตรงกลางให้ดูสปอร์ตขึ้น การออกแบบด้านหลังเบาะเพิ่มส่วนเว้าเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างเข่าผู้โดยสารด้านหลังกับเบาะหน้า
จุดที่ต้องปรับปรุง: เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ยังปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้ ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนที่น่าตำหนิ ในขณะที่ถุงลมนิรภัยมีมาให้ 2 ใบ นอกจากนี้ ยังไม่มีพนักวางแขนสำหรับคนขับในทุกรุ่นย่อย
พื้นที่ห้องโดยสาร: จุดขายสำคัญของ Yaris ใหม่ อยู่ที่เบาะหลัง ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง และโอ่อโถงที่สุด เบาะรองนั่งออกแบบมาได้กำลังดี แต่สั้นไปเล็กน้อย พื้นที่เหนือศีรษะสำหรับคนตัวสูงยังเหลือพอสมควร และพื้นที่วางขาก็ใหญ่สะใจ สามารถนั่งไขว่ห้างได้อย่างสบาย ทำให้ Yaris ใหม่ มีพื้นที่นั่งโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ECO Car Hatchback จนถึงปี 2016
วิศวกรรมและการขับขี่: ความประหลาดใจที่เกินคาด
การที่ Toyota ตัดสินใจให้ Yaris ใหม่ ลงมาสู้ในกลุ่ม ECO Car 1,200 ซีซี ทำให้ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์จาก 1NZ-FE บล็อก 1,497 ซีซี มาเป็นเครื่องยนต์ 3NR-FE บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1,197 ซีซี กำลังสูงสุด 86 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร พร้อมระบบ Dual VVT-i
เกียร์: ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เท่านั้น โดยไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดา Toyota อ้างว่าความต้องการเกียร์ธรรมดามีไม่ถึง 5% ในตลาดไทย อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่าอาจเป็นผลจากการที่รุ่นเกียร์ธรรมดาอาจไม่ผ่านการทดสอบด้านมลพิษ
สมรรถนะ: ผลการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ที่ 12.4 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 8.8 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับ Toyota Vios 1.5 ลิตร และเร็วกว่าคู่แข่งในกลุ่ม ECO Car อื่นๆ อย่างน่าประหลาดใจ
ปัจจัยที่ทำให้ Yaris ใหม่ ทำสมรรถนะได้ดีเกินคาด:
อุณหภูมิ: การทดสอบในช่วงอากาศเย็นลง ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีขึ้น
อัตราทดเกียร์และเฟืองท้าย: Toyota ทดเฟืองท้ายที่ 5.833:1 ซึ่งสูงมาก ช่วยให้รถออกตัวได้ดี
การตั้งค่าเครื่องยนต์และเกียร์: การปรับจูนให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในเมือง
ความเร็วสูงสุด: ทำได้ที่ 154 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
การขับขี่: อัตราเร่งที่ได้ถือว่าเพียงพอและแรงเกินความคาดหมาย การเร่งแซงทำได้ดี หากใช้คันเร่งในจังหวะที่เหมาะสม เกียร์ S ช่วยเตรียมพร้อมสำหรับการเร่งแซงได้ทันใจ
การเก็บเสียง: ทำได้ดีกว่าที่คิดในช่วงความเร็ว 100-120 กม./ชม. แต่หลังจากนั้น เสียงลมปะทะตัวรถจะดังขึ้น
พวงมาลัย: เป็นแบบ EPS ปรับน้ำหนักตามความเร็ว ใช้แร็คชุดเดียวกับ Vios แต่มีการปรับปรุงระยะรอบมอเตอร์ให้พวงมาลัยหน่วงมือมากขึ้น ตอบสนองได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ Yaris รุ่นเดิม แต่ยังคงมีบุคลิกของพวงมาลัยไฟฟ้าอยู่
ระบบกันสะเทือน: ด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม ช่วงล่าง Yaris ใหม่ ถูกปรับปรุงให้นุ่มนวลขึ้น และมีเสถียรภาพในการขับขี่มากขึ้น ในความเร็วต่ำ ช่วงล่างอาจจะแข็งกระด้างกว่าที่คิดเล็กน้อย แต่ในความเร็วเดินทาง การทรงตัวถือว่าทำได้ดี และเข้าโค้งได้มั่นใจกว่าที่คาดคิด
ระบบเบรก: หน้าดิสก์ หลังดรัม พร้อม ABS, EBD, BA และ Brake Override การตอบสนองของเบรกอยู่ในสไตล์ Toyota คือเบรกจิกๆ และหน่วงความเร็วได้ดี
โครงสร้างตัวถังและอุปกรณ์ความปลอดภัย: ใช้เทคโนโลยี GOA และมีชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกับ Vios ใหม่ โครงสร้างตัวถังส่วนใหญ่ใช้เหล็ก High Strength Steel ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS, พนักศีรษะ WIL, เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด (แต่ยังปรับสูง-ต่ำไม่ได้) และจุดยึด ISOFIX
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: จากการทดสอบ Yaris 1.2 L CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.64 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าทำได้ดี และอยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งในกลุ่ม ECO Car
สรุป: Yaris ใหม่ Vios 5 ประตู เครื่องเล็กกว่า เกียร์ CVT แต่แรงเท่ากัน แถมประหยัดกว่า
Toyota Yaris ใหม่ เป็นรถยนต์ที่สะท้อนถึงการประนีประนอมระหว่างข้อจำกัดทางเทคนิคและการตลาด แม้จะไม่ได้เป็นผลงานที่ดีเด่นที่สุด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวให้เข้ากับตลาด
จุดเด่น:
สมรรถนะ: อัตราเร่งที่เกินความคาดหมาย และใกล้เคียงกับ Vios 1.5 ลิตร
พื้นที่ห้องโดยสาร: กว้างขวาง โอ่โถง นั่งสบาย โดยเฉพาะเบาะหลัง
ช่วงล่าง: การเซ็ตช่วงล่างที่ดี ให้ความมั่นใจในการขับขี่ และเทียบเคียงกับ Suzuki Swift ได้
ความประหยัดน้ำมัน: ทำตัวเลขได้ดีตามมาตรฐาน ECO Car
จุดที่ควรปรับปรุง:
เข็มขัดนิรภัย: ยังปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้
พวงมาลัย: ยังคงมีบุคลิกของพวงมาลัยไฟฟ้าที่ไร้ชีวิตชีวา
การออกแบบภายใน: ยังมีบางส่วนที่น่าจะปรับปรุงให้คุ้มค่ากับราคา
การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง:
Yaris ใหม่ ถูกวางตำแหน่งให้ทับซ้อนกับ Toyota Vios Sedan 1.5 ลิตร ด้วยราคาขายที่ใกล้เคียงกัน ทำให้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันกว่า Vios เล็กน้อย แต่ยังคงได้ออปชันที่ใกล้เคียงกัน
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม ECO Car Hatchback เช่น Nissan March, Mitsubishi Mirage, Honda Brio หรือ Suzuki Swift Yaris ใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นที่ห้องโดยสารและความสบายในการนั่ง แต่ Suzuki Swift ยังคงเป็นผู้นำด้านความสนุกในการขับขี่
ข้อคิดสำหรับผู้ที่สนใจ Yaris ใหม่:
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ ECO Car Hatchback ที่มีพื้นที่ใช้สอยมาก ประหยัดน้ำมัน และขับขี่ได้ดีเกินคาด Yaris ใหม่ คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่หากคุณให้ความสำคัญกับความสนุกในการขับขี่ และดีไซน์ที่สปอร์ตกว่า Suzuki Swift ก็ยังคงเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง
การตัดสินใจเลือกรถยนต์สักคัน ควรพิจารณาจากความต้องการและงบประมาณของคุณเป็นหลัก ลองไปทดลองขับ Yaris ใหม่ และคู่แข่ง เพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ก้าวต่อไปของคุณสู่ยานยนต์ที่ใช่
การตัดสินใจเลือกรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป หากคุณได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริง
หากคุณสนใจ Toyota Yaris ใหม่ หรือต้องการเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณกำลังจะได้รถยนต์ที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อศูนย์บริการโตโยต้าใกล้บ้าน หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อทำการทดลองขับ และรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจอย่างรอบคอบในวันนี้ จะนำไปสู่ความสุขในการเดินทางของคุณในระยะยาว

