BYD Song ผงาดคว้าแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีน ขณะที่ตลาด EV ไทยสะเทือน Motor Show 2025
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเอเชีย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) เผยให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจของตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV ในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดย BYD Song สามารถครองอันดับหนึ่งในยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน ด้วยจำนวน 56,000 คัน แซงหน้าคู่แข่งสำคัญอย่าง Tesla Model Y ที่มียอดขาย 55,000 คัน ถือเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ท้องถิ่นจีนในตลาด EV ที่กำลังเติบโตอย่างมหาศาล
ภาพรวมตลาด EV จีน: BYD Song นำทัพ, Tesla ยังคงเป็นผู้เล่นหลัก
ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวนสูงถึง 1.706 ล้านคัน คิดเป็นการเติบโต 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายปลีกอยู่ที่ 1.321 ล้านคัน เติบโต 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงโมเมนตัมเชิงบวกที่แข็งแกร่งของตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สิ่งที่น่าสังเกตคือ รถยนต์ไฟฟ้าถึง 9 ใน 10 รุ่นที่ติดอันดับขายดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน แสดงให้เห็นถึงการยอมรับและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรากฏตัวของ Xiaomi YU7 ในอันดับท็อป 10 ด้วยยอดขายกว่า 33,000 คัน ซึ่งถือเป็นการเข้ามาสร้างสีสันและความท้าทายให้กับผู้เล่นรายเดิมในตลาด
การเจาะตลาด EV: แบรนด์จีนก้าวขึ้น, Tesla และ JV ถูกกดดัน
การวิเคราะห์ส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีก รถยนต์ EV ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ แบรนด์ท้องถิ่นจีนยังคงครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ถึง 67.5% แต่มีการลดลงเล็กน้อย (-5.9%) เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่กลุ่มแบรนด์เกิดใหม่ เช่น Xiaopeng, Leap Motor และ Xiaomi มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 22.1% (+5.9%) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันและนวัตกรรมที่พวกเขานำเสนอ
ในทางกลับกัน Tesla ซึ่งเคยเป็นผู้นำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า อย่างชัดเจน มีส่วนแบ่งการตลาดลดลงเหลือ 5.5% (-0.3%) และบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ที่มีแบรนด์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นและตะวันตก ก็มีส่วนแบ่งการตลาดลดลงเช่นกัน (-0.14%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงและกลยุทธ์การปรับตัวที่อาจยังไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
Motor Show 2025: ตลาดไทยตื่นตัว BYD ผงาดคว้าแชมป์ยอดจอง, จีนรุกหนัก
ในขณะที่ตลาดจีนกำลังคึกคัก ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า โดยงาน Motor Show 2025 ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงามด้วยยอดจองรถยนต์รวมกว่า 77,379 คัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวไทย แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ ยอดจองที่แข็งแกร่งของ BYD ซึ่งสามารถครองอันดับ 1 ได้อย่างขาดลอย ด้วยยอดจองรวมทั้งสิ้น 10,353 คัน เอาชนะแชมป์เก่าอย่าง Toyota ที่มียอดจอง 9,819 คัน BYD Dolphin เพียงรุ่นเดียวก็สามารถกวาดยอดจองไปได้ถึง 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ โดยมีราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 499,000 บาท
ตามมาด้วยอันดับ 3 คือ GAC (AION/HYPTEC) อีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มาแรงเช่นกัน ด้วยยอดจอง 7,018 คัน โดยรุ่น AION UT ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BYD Dolphin ก็ทำยอดจองไปได้อย่างน่าประทับใจถึง 4,568 คัน
10 อันดับแบรนด์ยอดนิยม Motor Show 2025:
BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
ChangAn (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง: แบรนด์จีนรุกหนัก, ผู้ผลิตดั้งเดิมต้องปรับตัว
บทสรุปจากงาน Motor Show 2025 ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขยอดจอง แต่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไทยอย่างแท้จริง การรุกคืบอย่างหนักของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น BYD, GAC, ChangAn หรือแบรนด์อื่นๆ กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิม โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและยุโรป ที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผู้ผลิตเหล่านี้จำเป็นต้องเร่งปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์ รถยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และสร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ยอดจองที่แข็งแกร่งของ รถยนต์ไฟฟ้า EV หลายแบรนด์ โดยเฉพาะจากจีน บ่งชี้ว่าตลาด EV ในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง และจะเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป
เจาะลึก “รถเก๋งน่าใช้” ปี 2025: เทคโนโลยี, ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า
นอกเหนือจากการแข่งขันในตลาด EV แล้ว ตลาด รถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือ รถเก๋ง ยังคงมีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวไทยเสมอมา ในปี 2025 นี้ มีรถเก๋งหลายรุ่นที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
Honda Civic: นิยามใหม่ของความสปอร์ตหรู
Honda Civic ยังคงเป็นชื่อที่นักขับหลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึง รถเก๋งรุ่นไหนดี โดยเฉพาะเจนเนอเรชันล่าสุดที่มาพร้อมดีไซน์ภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว เทคโนโลยี Roof Braze ที่ช่วยลดรอยต่อตัวถังเสริมความเฉียบคม ขณะที่การปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด (MC 2024) ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจ
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “Honda Civic รุ่นใหม่ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยทัศนวิสัยที่ดี เก็บเสียงได้ยอดเยี่ยม เบาะนั่งสบาย ช่วงล่างที่ออกแบบใหม่รองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม เกาะถนนหนึบ ให้ฟีลสปอร์ตขณะเร่งเครื่อง โดยที่ยังคงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าพอใจ ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม ถือเป็นรถเก๋งที่สมบูรณ์แบบ”
ราคา (รุ่น Minorchange 2024):
1.5 Turbo EL+: 1,039,000 บาท
e:HEV EL+: 1,099,000 บาท
e:HEV RS: 1,239,000 บาท
ตลาดมือสอง: Honda Civic มือสอง ยังคงเป็นที่ต้องการสูง โดยเฉพาะรุ่น FC ซึ่งมีตัวเลือกหลากหลาย
Honda City: ความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน สไตล์สปอร์ต
Honda City ยืนหยัดในฐานะ รถเก๋ง ที่ขายดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น การมาถึงของรุ่นไฮบริดยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถเก๋งประหยัดน้ำมัน ดีไซน์ภายนอกทันสมัย ภายในกว้างขวาง พร้อมเบาะนั่งสไตล์สปอร์ต
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม เร่งแซงทันใจ ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถคันใหญ่กว่าตัวจริง การแจ้งเตือนเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบนหน้าปัดเป็นฟีเจอร์ที่ทันสมัย สำหรับการขับขี่ในเมือง Honda City ตอบโจทย์มาก ทั้งความคล่องตัวในการจอดและการแซง น้ำหนักพวงมาลัยกำลังดี ช่วงล่างนุ่มสบาย”
ราคา:
รุ่น S: 599,000 บาท
รุ่น V: 629,000 บาท
รุ่น SV: 679,000 บาท
รุ่น RS: 749,000 บาท
รุ่น e:HEV SV: 729,000 บาท
รุ่น e:HEV RS: 799,000 บาท
ตลาดมือสอง: Honda City มือสอง รุ่นยอดฮิตมีให้เลือกหลากหลาย
Honda Accord: ความหรูหรา ประสิทธิภาพไฮบริดสำหรับเดินทางไกล
Honda Accord ในฐานะ รถเก๋ง D-Segment ยังคงครองใจผู้บริโภคไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา และในรุ่นปัจจุบันมาพร้อมกับระบบไฮบริดในทุกรุ่นย่อย ทำให้เป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบรักษาช่องทางเดินรถ ระบบควบคุมความเร็วแปรผันที่ทำงานจนหยุดนิ่ง มอบความมั่นใจตลอดการเดินทาง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “สำหรับผู้ที่ต้องการรถเก๋งสำหรับเดินทางไกล Honda Accord คือคำตอบ มอบความสบายและความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางภูเขาหรือทางชัน สมรรถนะการขับขี่สนุก ให้ฟีลลิ่งสปอร์ต ช่วงล่างที่ออกแนวแน่นเล็กน้อยมอบความรู้สึกมั่นคง ภายในหรูหรา ระบบฟอกอากาศในรุ่น e:HEV เหมาะกับสภาพอากาศปัจจุบัน”
ราคา (รุ่น e:HEV):
รุ่น E: 1,529,000 บาท
รุ่น EL: 1,669,000 บาท
รุ่น RS: 1,799,000 บาท
ตลาดมือสอง: Honda Accord มือสอง ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์พรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้
Toyota Corolla Altis: ความคุ้มค่า ทนทาน มาตรฐานสูง
Toyota Corolla Altis ยังคงเป็น รถยนต์ขวัญใจชาวไทย ด้วยชื่อชั้นด้านความคุ้มค่า ความทนทาน และดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ดูดี รุ่น GR Sport ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตยิ่งเพิ่มความน่าดึงดูด พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ระบบกุญแจ Smart Entry และระบบ Head Up Display เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “อึด ถึก ทน คุ้มค่า! ขับดี นุ่มนวล เข้าโค้งได้มั่นคง เบรกมั่นใจ ศูนย์บริการครอบคลุม พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง รุ่นใหม่มาพร้อม Head Up Display สี ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบความปลอดภัยเทียบเท่ารถหรู”
ราคา:
รุ่น 1.6 G: 894,000 บาท
รุ่น 1.8 Sport: 979,000 บาท
รุ่น HEV Premium: 1,009,000 บาท
รุ่น HEV GR Sport: 1,129,000 บาท
ตลาดมือสอง: Toyota Corolla Altis มือสอง มีตัวเลือกหลากหลาย รุ่นปีใหม่ ราคาไม่แรง
Toyota Camry: ความสบายระดับพรีเมียม พร้อมสมรรถนะไฮบริด
Toyota Camry ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยดีไซน์ที่หรูหราพรีเมียม และสมรรถนะที่โดดเด่น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 227 แรงม้า มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “สำหรับการเดินทางไกล Camry มอบความสบายและความนุ่มนวลเป็นเลิศ อัตราเร่งดี ช่วงล่างแน่น เกาะถนน เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม สามารถวิ่งได้ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง หากเน้นความสบาย Camry คือที่สุด แต่ถ้าชอบความสนุกในการขับขี่ Accord จะตอบโจทย์กว่า”
ราคา (All-New 2025):
HEV Smart: 1,455,000 บาท
HEV Premium: 1,659,000 บาท
HEV Premium Luxury: 1,809,000 บาท
ตลาดมือสอง: Toyota Camry มือสอง รุ่นปีใหม่ๆ ยังคงเป็นที่นิยม
Toyota Yaris Ativ: ความคุ้มค่า ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะเกินคาด
Toyota Yaris Ativ เป็นหนึ่งใน รถเก๋งน่าใช้ 2025 ที่มาพร้อมความคุ้มค่าอย่างแท้จริง ด้วยยอดจองถล่มทลายตั้งแต่เปิดตัว ดีไซน์ Fastback Style ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.284 ผสมผสานความเรียบหรูกับราคาที่เข้าถึงง่าย
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “ผมมองว่า Toyota Yaris Ativ คือ ‘ที่สุดของความคุ้มค่า’ ราคาไม่แพง ดีไซน์สวย ออปชันจัดเต็ม กระฉับกระเฉงกว่ารุ่นเก่า ระบบเตือนมุมอับช่วยได้มากเวลาเปลี่ยนเลน เก็บเสียงดีเยี่ยมจริง ๆ วิ่ง 120 km/h ยังรู้สึกได้ถึงความเงียบ ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดี เกาะถนนมั่นใจ All Speed Adaptive Cruise Control ทำงานได้ดี แต่ควรระวังการเบรกที่แรงไปเล็กน้อยในความเร็วสูง แม้จะมีจุดด้อยบ้าง แต่ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้มองข้ามไปได้”
ราคา:
Sport: 549,000 บาท
Smart: 594,000 บาท
Premium: 669,000 บาท
NIGHTSHADE: 699,000 บาท
Premium Luxury: 699,000 บาท
ตลาดมือสอง: Toyota Yaris Ativ มือสอง รุ่นใหม่ๆ มีราคาดี
Mazda 2 Sedan: ดีไซน์สปอร์ต เทคโนโลยี GVC-Plus
Mazda 2 Sedan โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และความสปอร์ตเกินตัว แม้จะมีขนาดเล็ก แต่สมรรถนะยอดเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยี GVC-Plus ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าโค้ง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “Mazda ขึ้นชื่อเรื่องช่วงล่างที่แน่น หนึบ จิกโค้งได้ดีเยี่ยม เหมือนรถขนาดใหญ่ การเข้าโค้งทำได้น่าประทับใจมาก เพียงแค่ยกคันเร่ง รถก็จะแก้ไขการเลี้ยวให้ทันที เป็นรถเก๋งที่ขับสนุก ราคาไม่แพง ตัวเล็ก สวย แกร่ง!”
ราคา:
1.3 Prime: 529,000 บาท
1.3 Ultra: 589,000 บาท
1.3 Signature: 659,000 บาท
XDL Signature: 749,000 บาท
ตลาดมือสอง: Mazda 2 มือสอง เป็น Eco Car ยอดฮิต
Mazda 3 Sedan: สุนทรียภาพแห่งการออกแบบและสมรรถนะ
Mazda 3 Sedan นำเสนอปรัชญา “เรียบง่ายแต่งดงาม” ด้วยดีไซน์เรียบหรูผสานความสปอร์ต ให้ความสำคัญกับแสงและเงาที่ตกกระทบ เพิ่มมิติและความมีเสน่ห์ ขุมพลัง SKYACTIV-G 2.0 ลิตร ให้สมรรถนะที่แข็งแกร่งและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “ห้องโดยสาร Mazda 3 Sedan รุ่นล่าสุดกว้างขึ้น คอนโซลปรับใหม่ลดการรบกวนสายตา ช่วงล่างยังคงความหนึบ มีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มการทรงตัว ลำโพงเยอะ กล้องรอบคันชัดเจน ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม”
ราคา:
2.0 C: 979,000 บาท
2.0 S: 1,069,000 บาท
2.0 SP: 1,198,000 บาท
ตลาดมือสอง: Mazda 3 มือสอง รุ่นปีใหม่ๆ น่าสนใจ
MG 5: สปอร์ตคูเป้ซีดาน ฟังก์ชันครบครัน ดีไซน์หรู
MG 5 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่เพรียวยาวคล้ายรถยนต์หรู ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย พร้อม Sunroof และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “MG ขึ้นชื่อเรื่องฟังก์ชันหลากหลายและระบบความปลอดภัยเยอะ ทั้งระบบช่วยเตือนต่างๆ กล้องรอบทิศทาง 3 มิติ ดีไซน์ภายนอกภายในหรูหราเหมือนรถราคาแพง แต่ราคาคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่มีระบบ i-SMART ที่ยอดเยี่ยม”
ราคา:
10TH SE: 589,900 บาท
PRO D: 629,900 บาท
PRO X: 669,900 บาท
ตลาดมือสอง: MG 5 มือสอง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
Nissan Almera: ความกว้างขวาง คุ้มค่า เทคโนโลยีทันสมัย
Nissan Almera รุ่นล่าสุดมาพร้อมดีไซน์สปอร์ตทันสมัย เครื่องยนต์ 1.0L TURBO ที่ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร มาพร้อมสีทูโทน ภายในกว้างขวาง เบาะพรีเมียม และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “สำหรับคนที่ชอบรถเก๋งกว้างๆ ราคาไม่แพง Nissan Almera คือคำตอบ เขาโดดเด่นด้านนี้จริงๆ และออปชันก็ไปไกลกว่าคู่แข่งหลายราย เบาะนั่งสบาย ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยครบถ้วน เทียบกับราคาแล้ว คุ้มค่ามาก”
ราคา (โปรโมชั่นพิเศษ):
1.0L Turbo E CVT: 499,000 บาท (จาก 549,000 บาท)
1.0L Turbo EL CVT: 589,000 บาท
1.0L Turbo V CVT: 669,000 บาท
1.0L Turbo VL CVT: 699,000 บาท
ตลาดมือสอง: Nissan Almera มือสอง เป็น “รถดีที่ถูกลืม” ที่น่าพิจารณา
BMW 2 Series Gran Coupé: ความหรูหราสไตล์สปอร์ต ในราคาที่เข้าถึงได้
BMW 2 Series Gran Coupé นำเสนอความหรูหราในราคาเริ่มต้นที่ไม่ถึง 2 ล้านบาท ด้วยดีไซน์ coupe ที่ดูหล่อ เท่ ประตูไร้ขอบเพิ่มความสปอร์ต ดีไซน์ภายในทันสมัย เบาะไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “BMW 2 Series เป็นรถยนต์หรูที่มีค่าตัวไม่แรงมากนัก หากมีงบ แนะนำให้ซื้อ เพราะได้ทั้งความหล่อ ดุดัน และกำลังเครื่องยนต์ที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ ให้ฟีลลิ่งเหมือนเครื่องยนต์ NA อย่างไรก็ตาม การไม่มีขอบประตูอาจส่งผลต่อการเก็บเสียงบ้าง”
ราคา:
220i M Sport: เริ่มต้น 1,889,000 บาท
ตลาดมือสอง: BMW 2 Series มือสอง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
Mercedes-Benz A-Class Saloon: ประตูสู่โลกแห่งความหรูหรา
Mercedes-Benz A-Class Saloon คือรถเบนซ์ที่ถูกที่สุดในไทย ในราคา 2 ล้านต้นๆ ขนาดใกล้เคียงรถเก๋ง C-Segment แต่ยังคงความหรูหราสไตล์ Mercedes-Benz ระบบมัลติมีเดียจัดเต็ม เซ็นเซอร์เตือนการชนช่วยลดโอกาสเฉี่ยวชน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “หากต้องการรถเก๋งหรูในราคาที่เข้าถึงได้ A-Class คือคำตอบ เพราะยังคงภาพลักษณ์ความหรูของเบนซ์ พื้นที่เก็บสัมภาระเยอะ ภายในหรูหราปนเท่ กล้องมองหลังชัดเจนมาก แม้ราคาจะเทียบเท่ารุ่นท็อปของแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ความพรีเมียมและความรู้สึกที่ได้รับย่อมแตกต่าง”
ราคา:
A 200 AMG Dynamic: เริ่มต้น 2,320,000 บาท
ตลาดมือสอง: Benz A-Class มือสอง เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสแบรนด์หรู
บทสรุป:
การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีแบรนด์จากจีนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยังคงแข็งแกร่ง ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคุ้มค่าที่หลากหลาย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ในปี 2025 ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ รถเก๋ง ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และพิจารณาถึงความต้องการและงบประมาณของคุณ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด
เมื่อคุณเจอรถที่ถูกใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ป้ายแดง หรือรถยนต์มือสองคุณภาพดีที่ผ่านการตรวจสภาพ คุณสามารถค้นหารถยนต์ที่ใช่ได้ที่ one2car.com แหล่งรวมรถยนต์กว่า 38,000+ คัน จากดีลเลอร์ที่น่าเชื่อถือ พร้อมรับประกันคุณภาพด้วยระบบ one2inspect ที่ให้คุณตรวจสอบสภาพรถออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ

