มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่มิติใหม่แห่งความคุ้มค่าและอัจฉริยภาพ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งเป็นตลาดที่แข่งขันสูงและต้องการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง วันนี้ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะพาทุกท่านเจาะลึกถึง “มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่” (Mitsubishi Mirage) รถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ปรัชญา “BE MORE” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของมิตซูบิชิในการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า “มากกว่า” ที่คุณคาดหวังในรถยนต์ขนาดเล็ก
ภาพรวมผลิตภัณฑ์: กลยุทธ์ระดับโลก สู่การใช้งานจริงในทุกมิติ
มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาของมิตซูบิชิในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มีคุณค่าเชิงกลยุทธ์สำหรับตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการของตลาดที่พัฒนาแล้ว ซึ่งให้ความสำคัญกับรถยนต์ขนาดเล็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน หัวใจสำคัญของมิราจใหม่นี้ คือการผสมผสานการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัดน้ำมันเข้ากับการขับขี่ที่คล่องตัวตามสไตล์รถยนต์ซิตี้คาร์ แต่สิ่งที่ทำให้มิราจโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง คือการมอบความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าได้รับมากกว่าที่จ่ายไป
ยิ่งไปกว่านั้น ความปลอดภัยคืออีกหนึ่งเสาหลักของการพัฒนามิราจใหม่นี้ มิตซูบิชิได้ลงทุนอย่างมหาศาลในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง โดยนำเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-tensile steel) ที่มีความแข็งแรงถึง 980 MPa มาใช้ในจุดที่สำคัญ ส่งผลให้โครงสร้างมีความทนทานต่อแรงกระแทกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีลดน้ำหนักตัวรถลงถึง 7% ทำให้มิราจใหม่มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ประมาณ 825-870 กิโลกรัม ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันแล้ว ยังส่งผลดีต่อสมรรถนะการขับขี่โดยรวม โครงสร้างนิรภัยแบบ RISE Body อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ พร้อมด้วยคานกันกระแทกด้านข้างที่ประตูทั้ง 4 บาน ถูกออกแบบมาเพื่อดูดซับและกระจายแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายใต้ฝากระโปรง มิราจใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ MIVEC ใหม่ ขนาด 1.2 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อมอบสมรรถนะการประหยัดน้ำมันสูงสุด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน การพัฒนาเหล่านี้สอดคล้องกับนโยบายรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco Car) ของรัฐบาลไทย ซึ่งมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้ “มิตซูบิชิ มิราจ” เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง
การออกแบบภายนอก: สง่างาม ปราดเปรียว Aerodynamic สู่การประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า
ผมมองว่าการออกแบบภายนอกของมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ คือตัวอย่างที่ดีของการนำหลักการอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) มาผสานเข้ากับสุนทรียศาสตร์ได้อย่างลงตัว เส้นสายของตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความปราดเปรียว ลดทอนมุมที่ก่อให้เกิดแรงต้านอากาศมากเกินความจำเป็น ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Drag Coefficient) ที่ต่ำเพียง 0.29 ถือเป็นหนึ่งในสถิติที่ดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการประหยัดน้ำมัน แต่ยังช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น การออกแบบชุดไฟหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวและสง่างามรับกับฝากระโปรงหน้าที่ออกแบบให้ส่งเสริมการไหลเวียนอากาศ กระจังหน้าใต้กันชนมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อช่วยในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ในขณะที่ช่องระบายอากาศด้านบนได้รับการออกแบบให้มีขนาดเล็กลงเพื่อลดแรงต้านอากาศโดยรวม การออกแบบเส้นสายด้านข้างของตัวรถช่วยเสริมมิติและความโดดเด่นให้กับมิราจใหม่ ในขณะที่รูปทรงหลังคาได้รับการออกแบบให้ดูปราดเปรียว แต่ยังคงเหลือพื้นที่ว่างที่เพียงพอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบหลังคาแบบ 2 ระดับยังช่วยลดแรงต้านทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รุ่น GLS และ GLS Limited ยังมาพร้อมสปอยเลอร์หลังที่ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านความสวยงาม แต่ยังช่วยเสริมหลักอากาศพลศาสตร์โดยรวมของรถอีกด้วย
ด้านท้ายของรถ ห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีความลู่ลมรับกับกันชนหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและความมั่นคงให้กับตัวรถ การที่ “มิตซูบิชิ มิราจ” พร้อมสีสันที่หลากหลายถึง 8 สี ให้เลือก แสดงถึงความเข้าใจในไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละบุคคล การเลือกสีที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่สะท้อนถึงบุคลิกและอารมณ์ของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี
การออกแบบภายใน: กว้างขวาง สะดวกสบาย ฟังก์ชันครบครัน เหนือกว่าที่เคย
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย การออกแบบแผงคอนโซลหน้าเน้นความเรียบง่ายแต่ลงตัว พร้อมการจัดวางเส้นสายที่ช่วยเสริมความรู้สึกกว้างขวาง คอนโซลหน้าสีดำ Piano Black ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น GLS และ GLS Limited ที่มีการตกแต่งภายในเพิ่มเติมด้วยชิ้นส่วนสีเงินและโครเมียม เช่น มือจับประตู ขอบมาตรวัด ขอบช่องแอร์ และฐานเกียร์ ซึ่งช่วยยกระดับความรู้สึกพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น
มาตรวัดแบบ Combination Meter ที่สามารถปรับแสงสว่างได้ถึง 8 ระดับ ช่วยให้อ่านค่าได้ง่ายชัดเจนในทุกสภาพแสง พร้อมจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ (Multi-information display) ที่แสดงข้อมูลสำคัญได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเฉลี่ย อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะทางที่เหลือจากปริมาณน้ำมันในถัง ระบบเตือนการบำรักษารวมถึงการแจ้งเตือนเมื่อระบบมีปัญหา และที่สำคัญคือไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด (Eco lamp) ซึ่งจะสว่างขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ใช้รอบเครื่องยนต์และความเร็วในช่วงที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุด เป็นการส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง
เบาะนั่งผ้าสีดำลายกราฟิกได้รับการออกแบบใหม่ให้โอบรับกับสรีระ ช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทาง เบาะนั่งคนขับสามารถปรับสูง-ต่ำได้ เพื่อให้เหมาะกับสรีระของผู้ขับขี่แต่ละคน พร้อมพนักพิงศีรษะที่ปรับระดับได้ เบาะนั่งหลังสามารถพับแบบ 60:40 ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้อย่างอเนกประสงค์ (ยกเว้นรุ่น GL)
ผมประทับใจเป็นพิเศษกับการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยในทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของหลังเบาะ ตะขอสำหรับแขวนของ ที่วางแก้วน้ำ 3 ตำแหน่ง ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางและข้างประตูคู่หน้า รวมถึงช่องใส่ขวดน้ำ การมีพื้นที่เก็บของหลังรถพร้อมแผ่นบังตาที่ถอดเก็บได้ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยให้กับสัมภาระของคุณ
มิติและขนาด: กะทัดรัด คล่องตัว แต่กว้างขวางภายใน
ด้วยมิติตัวถังยาว 3,710 มม. กว้าง 1,665 มม. และสูง 1,490 มม. มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ มีขนาดที่กะทัดรัดเหมาะสมกับการใช้งานในเมือง แต่การออกแบบภายในที่ชาญฉลาดทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางสามารถรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่งได้อย่างสบาย และยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การออกแบบฝากระโปรงหน้าที่ลาดต่ำ ประกอบกับการออกแบบเสา A-pillar และแผงประตูใหม่ ช่วยเพิ่มมุมมองและทัศนวิสัยในการขับขี่ได้อย่างมาก ความคล่องตัวของมิราจใหม่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบที่สุดในรถระดับเดียวกันเพียง 4.4 เมตร ทำให้การขับขี่ในเมือง การกลับรถ หรือการถอยจอดในพื้นที่จำกัดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
โครงสร้างตัวถัง: แข็งแกร่ง ปลอดภัย สร้างความมั่นใจสูงสุด
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่มิตซูบิชิไม่เคยละเลย สำหรับมิราจใหม่ โครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมคานกันกระแทกด้านข้างที่ประตูทั้ง 4 บาน เพื่อการปกป้องสูงสุดจากการชน การนำเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High Tensile Steel) มาใช้ร่วมกับการลดน้ำหนักตัวถังลง 7% ทำให้รถมีน้ำหนักเบาลงแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งความปลอดภัยและการประหยัดน้ำมัน
การออกแบบฝากระโปรงหน้าและกันชนหน้ายังคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน โดยมีโครงสร้างที่ช่วยซับแรงกระแทก เพื่อลดการบาดเจ็บต่อขาและศีรษะของผู้เดินถนนหากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของมิตซูบิชิ
สมรรถนะและการประหยัดน้ำมัน: ขุมพลัง MIVEC 1.2 ลิตร ที่เหนือชั้น
หัวใจสำคัญของมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ คือเครื่องยนต์ 3A92 ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ด้วยการลดน้ำหนักตัวถังและการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ ทำให้มิราจสามารถทำอัตราการประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร สอดคล้องกับมาตรฐาน Eco Car อย่างแท้จริง
เครื่องยนต์นี้ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบา ทำให้มิราจใหม่มีความคล่องตัวและอัตราเร่งที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง
ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ พร้อม Sportronic และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และส่งเสริมการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
เทคโนโลยี MIVEC (Mitsubishi Innovative Valve timing Electronic Control system) ซึ่งเป็นระบบวาล์วแปรผันที่ทำงานสัมพันธ์กับอัตราเร่งของเครื่องยนต์ในทุกรอบการขับขี่ ช่วยให้เครื่องยนต์มีทั้งสมรรถนะที่ดีและการประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ เสื้อสูบอลูมิเนียมอัลลอยด์มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และระบายความร้อนได้ดี ซึ่งเป็นอีกส่วนประกอบที่ช่วยยกระดับคุณภาพและความทนทานของเครื่องยนต์
ระบบช่วงล่างและการขับเคลื่อน: นุ่มนวล เกาะถนน ควบคุมง่าย
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (McPherson strut) และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม (Torsion beam) ได้รับการปรับจูนมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อมอบความนุ่มนวลในการขับขี่และเกาะถนนที่ดี ควบคู่ไปกับความทนทานและง่ายต่อการบำรุงรักษา
พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ช่วยผ่อนแรงด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การขับขี่ในความเร็วต่ำทำได้ง่ายและคล่องตัว และยังตอบสนองได้ดีขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วยลดภาระของเครื่องยนต์และประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย
ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถ ดิสก์เบรกหน้าขนาด 13 นิ้ว แบบมีช่องระบายความร้อน ช่วยประสิทธิภาพการเบรกในสภาวะที่ต้องเบรกต่อเนื่อง ในขณะที่ดรัมเบรกหลังก็ให้ความทนทานและดูแลรักษาง่าย (ยกเว้นรุ่น GL)
การเลือกใช้ยางชนิดพิเศษลดแรงเสียดทานขนาด 165/65R ในรุ่น GLX มาพร้อมฝาครอบล้อที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศรอบล้อ ในขณะที่รุ่น GLS และ GLS Limited มาพร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของรถ
ฟังก์ชันการใช้งาน: ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ รุ่น GLS และ GLS Ltd. มาพร้อมระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS (Keyless Operation System) และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเข้า-ออก และสตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ สำหรับรุ่น GLX มาพร้อมกุญแจรีโมท และระบบพับ-กางกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อกดล็อก/ปลดล็อกรถ (ยกเว้นรุ่น GL)
กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบ Safety สำหรับด้านคนขับ และกระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ระบบความบันเทิงได้รับการอัพเกรดอย่างน่าประทับใจ รุ่น GLS Ltd. มาพร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับวิทยุ ซีดี MP3 ดีวีดี การเชื่อมต่อ Bluetooth ระบบนำทางในรถ (Navigator System) และช่อง USB ในขณะที่รุ่น GLX และ GLS มาพร้อมวิทยุ ซีดี MP3 พร้อมช่อง AUX-in และ USB
นอกจากนี้ ระบบ ETACS (Electronic Time and Alarm Control System) ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ยังมอบฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและปลอดภัยที่หลากหลาย เช่น ไฟหน้าปิดอัตโนมัติ ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ใบปัดน้ำฝนหลังเปลี่ยนเป็นปัดต่อเนื่องเมื่อเข้าเกียร์ R ระบบล็อคประตูซ้ำอัตโนมัติ สัญญาณไฟเลี้ยวแบบ One-touch ระบบหน่วงเวลาปิดไฟในห้องโดยสาร และระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้าหลังดับเครื่องยนต์ ซึ่งฟังก์ชันเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า
ระบบความปลอดภัย: เกราะป้องกันที่เหนือกว่า
มิตซูบิชิให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด โดยรุ่น GL และ GLX มาพร้อมถุงลมนิรภัยด้านคนขับ ในขณะที่รุ่น GLS และ GLS Limited มาพร้อมถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า ทุกรุ่นมาพร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกจากการชนจากด้านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณภาพระดับโลก: มาตรฐานการผลิตที่ไร้ที่ติ
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความภาคภูมิใจในระบบการผลิตระดับโลกที่สามารถส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงให้กับตลาดทั่วโลก ระบบ Mitsubishi Motors Development System (MMDS) ช่วยควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของการพัฒนารถยนต์ ตั้งแต่การออกแบบ การทดสอบ การผลิต ไปจนถึงการบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์มิตซูบิชิทุกคันมีคุณภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากล
“ระบบแนวทางการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ (MMPW)” เน้นย้ำถึงความสมบูรณ์ของแต่ละขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพที่สม่ำเสมอทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงานแห่งใหม่ ด้วยการตรวจสอบที่เข้มงวดและควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ทำให้มั่นใจได้ว่า “มิตซูบิชิ มิราจ” ใหม่ คือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับโลกอย่างแท้จริง
บทสรุป: สัมผัสประสบการณ์ “BE MORE” ที่มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ ผมกล้ากล่าวได้ว่า มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ได้นิยามคำว่า “รถยนต์ซิตี้คาร์” ใหม่ ด้วยการนำเสนอแพ็กเกจที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ทั้งการออกแบบที่สวยงาม ประหยัดน้ำมัน คล่องตัว ปลอดภัย และเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย การที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ “มากกว่า” ที่คาดหวังได้ในรถยนต์ระดับนี้ ทำให้มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายในคันเดียว
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความชาญฉลาดในการตัดสินใจของคุณ ทั้งในด้านการประหยัดค่าใช้จ่าย การใช้งานในชีวิตประจำวัน และความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ ขอแนะนำให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์ “BE MORE” ด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมมิตซูบิชิใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับ “มิตซูบิชิ มิราจ” ใหม่ วันนี้ เพื่อยกระดับการเดินทางของคุณสู่มิติใหม่ที่เหนือกว่า.

