• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0701017 เหม นสาบคนจน part2

admin79 by admin79
January 3, 2026
in Uncategorized
0
N0701017 เหม นสาบคนจน part2

BYD จุดพลุสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า: กลยุทธ์หั่นราคา 34% สะเทือนตลาดโลก

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัว การแข่งขันเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนั้นเข้มข้นขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศจีน การประกาศลดราคารถยนต์ครั้งใหญ่ของ BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากจีน ได้จุดชนวนให้เกิด “สงครามราคา” ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อนักลงทุนและคู่แข่งในอุตสาหกรรม

BYD ไม่ได้เพียงแค่ลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พวกเขาพร้อมที่จะใช้ทุกกลยุทธ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่น Seagull ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ราคาต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันถูกปรับลดราคาลงไปอีก 20% เหลือเพียง 55,800 หยวน (ประมาณ 7,780 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 285,000 บาท) ขณะที่รุ่น Seal ที่เป็นรถซีดานไฮบริดสองมอเตอร์ กลับถูกหั่นราคาไปมากที่สุดถึง 34% หรือคิดเป็น 53,000 หยวน เหลือเพียง 102,800 หยวน (ประมาณ 14,330 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 525,000 บาท) การเคลื่อนไหวเหล่านี้ส่งผลให้หุ้นของ BYD ร่วงลง 8.3% ในทันที และหุ้นของคู่แข่งสำคัญอย่าง Li Auto Inc., Great Wall Motor Co. และ Geely Automobile Holdings Ltd. ก็ปรับตัวลดลงไม่น้อยกว่า 5%

เบื้องหลังสงครามราคา: แรงกดดันด้านอุปสงค์และสต็อกรถที่สูง

การตัดสินใจลดราคาครั้งนี้ของ BYD ไม่ใช่เพียงการตอบโต้คู่แข่ง แต่เป็นกลยุทธ์ที่มาจากการประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างรอบด้าน สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปริมาณสต็อกรถยนต์ ณ ตัวแทนจำหน่ายเมื่อเดือนที่แล้วสูงถึง “3.5 ล้านคัน” ซึ่งคิดเป็นระยะเวลาการขายถึง 57 วัน หรือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 บ่งชี้ถึงภาวะอุปสงค์ที่ซบเซา อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมจะยังคงเติบโตและทำสถิติสูงสุดใหม่รายปี แต่ “อัตราการเติบโต” กลับชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด สภาพการณ์นี้กดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายต้องเร่งระบายสต็อก และ BYD ในฐานะผู้นำตลาด เลือกลงมืออย่างเด็ดขาดเพื่อกระตุ้นตลาด

ผลกระทบระยะยาว: การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและกำไรที่หดตัว

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ให้ทัศนะว่า แม้ส่วนลดบางรายการจะเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว แต่การประกาศอย่างเป็นทางการครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “สภาวะตลาดปลายทางยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก” การลดราคาอย่างดุดันของ BYD จะสร้างแรงกดดันให้ค่ายรถยนต์คู่แข่งจำเป็นต้องปรับลดราคาตามไปด้วย ซึ่งจะยิ่งบีบให้อัตรากำไรที่บางอยู่แล้วในอุตสาหกรรมนี้ลดน้อยลงไปอีก

“เราคาดว่าคู่แข่งจะปรับลดราคาตาม BYD” นักวิเคราะห์จาก Citi Research กล่าว พร้อมเสริมว่า Chongqing Changan Automobile Co. ได้เริ่มออกมาตรการส่วนลดเงินสด 25,000 หยวนสำหรับรุ่น Deepal S07 ไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่นเดียวกับ Zhejiang Leapmotor Technologies Ltd. ที่ได้ปรับราคารุ่น C16 และ C11 ยิ่งไปกว่านั้น Citi ยังประเมินว่า ยอดผู้เข้าชมโชว์รูมของ BYD อาจเพิ่มขึ้นถึง 30-40% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งหากการเข้าชมเหล่านี้สามารถแปลงเป็นยอดขายได้จริง ยอดขายเดือนพฤษภาคมของ BYD ก็น่าจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

BYD: กลยุทธ์เหนือชั้นด้วยการควบคุมห่วงโซ่อุปทาน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BYD สามารถรับมือกับ “สงครามราคา” ในจีนได้ดีกว่าผู้ผลิตรายอื่น คือการมี “ห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร” (vertically integrated supply chain) บริษัทผลิตแบตเตอรี่และเซมิคอนดักเตอร์หลายชนิดด้วยตนเอง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับความได้เปรียบจากขนาดการผลิตในประเทศ ทำให้ BYD มีอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม อยู่ที่ประมาณ 20% สูงกว่า Tesla ที่ประมาณ 16% นอกจากนี้ กำไรสุทธิของ BYD ในไตรมาสแรกยังพุ่งสูงถึง 9.15 พันล้านหยวน แซงหน้า Tesla ในอีกหนึ่งตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ

Rolls-Royce: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและมรดกแห่งประวัติศาสตร์

ในอีกมุมหนึ่งของวงการยานยนต์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อพูดถึง “รถหรู” ระดับสูงสุด หลายคนจะนึกถึง Rolls-Royce แบรนด์ที่สลักลึกในจิตใจของผู้คนทั่วโลกเสมอ สำหรับปี 2025 นี้ ข้อมูลจาก ‘Sotheby’s’ บริษัทจัดการประมูลงานศิลปะระดับโลก ได้เปิดเผยการจัดอันดับ “Top 10 Most Expensive Cars In The World 2025” ซึ่งแบรนด์รถลักชัวรีที่ครองอันดับหนึ่งในแง่ราคา “แพงที่สุด” ตกเป็นของ ‘The La Rose Noire Droptail’ รถโรดสเตอร์ 2 ที่นั่งสั่งทำพิเศษจาก Rolls-Royce ด้วยสนนราคาถึง 32 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1,000 ล้านบาท

ความพิเศษของ The La Rose Noire Droptail ไม่ได้อยู่เพียงราคา แต่คือการผลิตเพียง 4 คันทั่วโลก โดยแต่ละคันจะมีการตั้งชื่อและเจาะจงรายละเอียดเฉพาะตัว La Rose Noire คือ Droptail คันแรกที่ได้รับการส่งมอบ หลังจากการใช้เวลากว่า 4 ปีในการผลิต ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบแบล็คบาคาร่า (Black Baccara) ที่มีสีและรูปลักษณ์ราวกับกำมะหยี่ ทำให้รถคันนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราขั้นสูงสุดในปัจจุบัน

การจัดอันดับของ Sotheby’s ยังสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของ Rolls-Royce ด้วยการมีรถหรูติดอันดับถึง 3 รุ่น ได้แก่ The La Rose Noire Droptail, Rolls Royce Boatail (28 ล้านดอลลาร์) และ Rolls-Royce Sweptail (12.8 ล้านดอลลาร์) สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำความเป็นไอคอนิกของความหรูหรา ความไฮเอนด์ และความลักชัวรีที่เหนือกาลเวลาของ Rolls-Royce

ทว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ Rolls-Royce ในปัจจุบันแตกต่างจาก Rolls-Royce ในอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะรถหรูที่เห็นกันในวันนี้ เคยถูกประดิษฐ์หุ้มเกราะเหล็กเพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาก่อน

จาก “ชาตินิยม” สู่ “ความหรูหรา”: การเดินทางของ Rolls-Royce

ย้อนกลับไป 121 ปีก่อน ในปี 1904 แบรนด์ Rolls-Royce ได้ถือกำเนิดขึ้น แต่กว่าจะมาเป็นชื่อนี้ได้ ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี ‘เฮนรี รอยซ์’ หนุ่มชาวอังกฤษผู้หลงใหลในระบบรถไฟและความคิดสร้างสรรค์ ได้เริ่มประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ตามความเข้าใจของตนเอง วันหนึ่ง เขาตัดสินใจผลิตรถยนต์เพื่อใช้เอง เพราะไม่อยากใช้รถนำเข้าจากฝรั่งเศส ด้วยผลงานประดิษฐ์มากมายที่ไม่เกี่ยวกับรถ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไดนาโม หรือรถเครน รอยซ์ได้พัฒนามาสู่รถยนต์คันแรกของตนเองในชื่อ ‘Royce 10hp’

ความสำเร็จนี้ไปเข้าตา ‘ชาร์ลส์ โรลส์’ หนุ่มเลือดแรง ผู้บุกเบิกด้านยานยนต์และการบินของอังกฤษ ที่มีความสนใจในรถยนต์ไม่แพ้กัน ทั้งสองได้พบกันโดยบังเอิญ พูดคุยถูกคอ และด้วยจิตวิญญาณ “ชาตินิยม” ที่อยากเห็นรถยนต์ที่ผลิตจากอังกฤษได้สักครั้งหนึ่ง ทำให้ทั้งสองประทับใจและตัดสินใจร่วมลงทุนสร้างบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษขึ้นมา ซึ่งเป็นที่มาของ Rolls-Royce อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

สงคราม ความท้าทาย และการปรับตัวของ Rolls-Royce

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ Rolls-Royce ต้องยกให้ ‘Silver Ghost’ ที่เปิดตัวในปี 1907 หลังจากก่อตั้งบริษัทร่วมกันได้ประมาณ 3 ปี ชื่อเสียงอันเลื่องลือของ Silver Ghost มาจากการทดสอบวิ่งระยะไกลแบบต่อเนื่องกว่า 23,000 กิโลเมตร ทำให้รุ่นนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก” ในยุคนั้น

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ราวปี 1914 ‘Rolls-Royce’ ได้สร้างรถหุ้มเกราะที่พัฒนาจากรุ่น Silver Ghost กว่า 100 คัน เพื่อใช้งานในสนามรบของยุโรปและตะวันออกกลาง รถรุ่นนี้ยังถูกใช้ในสงครามกลางเมืองไอร์แลนด์ และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ รถหุ้มเกราะ Rolls-Royce ยังถูกใช้ในการขนส่งพระราชินีนาถ (H.M. The Queen) ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพิเศษในปี 1920 ก่อนจะส่งมอบให้กับกระทรวงกลาโหมของอังกฤษเพื่อใช้ทางการทหาร บางคันมีการติดตั้งอาวุธเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ความไม่สงบ

นอกเหนือจากรถยนต์ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงอีกอย่างของ Rolls-Royce คือ ‘The Eagle’ เครื่องยนต์อากาศยาน ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์แรกที่ถูกนำไปใช้ในสงครามทางอากาศ

พิษเศรษฐกิจในปี 1925 ทำให้ Rolls-Royce จำเป็นต้องปรับตัว และขายกิจการบางส่วนออกไปเพื่อพยุงบริษัท แม้ว่าเคยมีคำสั่งให้ล้มละลายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่สิ่งประดิษฐ์หลายอย่าง รวมถึงรถยนต์หรูก็กลายเป็นทางเลือกในการดำเนินธุรกิจต่อ

ความหรูหราของ Rolls-Royce เริ่มเด่นชัดมากขึ้นเมื่อแบรนด์ ‘Bentley’ ถือกำเนิดขึ้น และปัจจุบันอยู่ภายใต้เครือ Volkswagen Group การที่ทั้งสองแบรนด์มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกันมาก ทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน กลยุทธ์แก้เกมของ Rolls-Royce ตั้งแต่ยุคนั้นคือการมอบ “ประสบการณ์ใหม่” ให้ลูกค้า สร้างรถยนต์ที่มาจากความต้องการของลูกค้าเท่านั้น พร้อมดีไซน์ฟังก์ชันต่างๆ ร่วมกับลูกค้า ผลตอบรับดีเกินคาด รวมถึงตัวเลขการขายที่ไม่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความยากง่ายและฟังก์ชันต่างๆ ภายในตัวรถ

สำหรับผลประกอบการของ Rolls-Royce ในครึ่งปีแรกของปี 2024 กำไรจากการดำเนินงานพื้นฐานอยู่ที่ 1,149 ล้านปอนด์ หรือ 14% ส่วนกระแสเงินสดอยู่ที่ 1,158 ล้านปอนด์ รายได้ธุรกิจทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ 8,182 ล้านปอนด์ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นอุตสาหกรรมการบินพลเรือน 50%, อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ 27%, และระบบพลังงาน 23%

กว่า 120 ปีของ Rolls-Royce จากความบังเอิญแรกๆ ของนักประดิษฐ์สองคน สู่ปัจจุบัน การบริหารภายใต้ ‘ทูฟาน เออร์กินบิลลิค’ (Tufan Erginbilgic) ซีอีโอคนปัจจุบัน กลายเป็นบุคคลที่หลายคนจับตา หลังจากที่สร้างกำไรให้ Rolls-Royce ได้ถึง 2 เท่าหลังเข้ามาบริหารเพียง 1 ปี ผลงานปี 2023 ที่ได้ส่งมอบเครื่องยนต์ทั้งหมด 458 เครื่อง รวมถึงเครื่องบินพลเรือนขนาดใหญ่ 262 เครื่อง และออเดอร์สั่งซื้อเครื่องยนต์อีกประมาณ 700 เครื่อง ทำให้คู่แข่งหลายรายจับตา เพราะปรากฏการณ์นี้ถือเป็นผลงานครั้งประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce

ตลาด B-SUV มือสอง: ทางเลือกอัจฉริยะสำหรับปี 2568

ในขณะที่ตลาดรถยนต์หรูระดับสูงยังคงมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ ขณะเดียวกัน ตลาด รถยนต์ B-SUV มือสอง หรือรถยนต์ SUV ขนาดเล็ก กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2568 ด้วยขนาดที่กะทัดรัด เหมาะกับการขับขี่ในเมือง แต่ยังคงมีพื้นที่ใช้สอยและความอเนกประสงค์มากกว่ารถยนต์นั่งขนาดเล็กทั่วไป

ในปี 2568 เราพบว่ายอดจดทะเบียนรถ SUV ขนาดเล็กเติบโตจากปีที่แล้วถึง 11.4% เหตุผลหลักมาจากตัวเลือกในตลาดที่มีมากขึ้น ดีไซน์ที่น่าดึงดูด ออปชันที่จัดเต็ม ระบบความปลอดภัยที่แน่นหนา และที่สำคัญคืออัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น ในขณะที่ราคาเข้าถึงง่ายกว่าเดิม แต่ยังคงได้คุณสมบัติเทียบเท่า SUV ขนาดใหญ่

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถ B-SUV ราคาดี หรือ รถ Crossover มือสอง ที่คุ้มค่า บทความนี้ได้รวบรวมรุ่นที่น่าสนใจไว้ให้พิจารณา:

Honda HR-V: รถ SUV ขนาดเล็กยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ขนาดกะทัดรัด และห้องโดยสารที่กว้างขวาง ระบบ e:HEV ขับขี่นุ่มนวล ตอบสนองดี พร้อมเทคโนโลยีครบครัน และความทนทานตามสไตล์ Honda

Toyota Corolla Cross: ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างต่อเนื่อง ด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota การบำรุงรักษาง่าย ศูนย์บริการครอบคลุม ตัวรถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ขนาดพอดี อัตราสิ้นเปลืองดี ราคาเข้าถึงง่าย

Toyota Yaris Cross: ยืนหนึ่ง B-SUV ขายดีอันดับ 1 ในไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเป็นระบบไฮบริด ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ

Nissan Kicks e-Power: รถ SUV ขนาดเล็กที่มาพร้อมจุดขาย “e-Power” ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ประหยัดน้ำมันอย่างมาก เหมาะกับการเดินทางไกล และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถ EV

Subaru XV: รถ Crossover ที่มีดีไซน์กำยำ ดุดัน เหมาะสำหรับครอบครัวสายลุย มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ AWD และเครื่องยนต์ Boxer 2.0 ลิตร ให้สมรรถนะที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

MG ZS EV: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด B-SUV ดีไซน์โดดเด่น ออปชันแน่น ใช้งานได้ครอบคลุม ในราคาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานขั้นสูง

Toyota C-HR: รถ SUV ขนาดเล็กที่ผสมผสานความสปอร์ต หรูหรา ล้ำสมัย เข้ากับความอเนกประสงค์ ห้องโดยสารกว้างขวาง จุดเด่นคืออัตราประหยัดน้ำมันของระบบ Full Hybrid และราคา รถมือสอง Toyota C-HR ที่แข็งแกร่ง

BYD Atto 3: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด B-SUV ที่กว้างขวางที่สุดในคลาส ดีไซน์สวยงาม สปอร์ต ล้ำสมัย เทคโนโลยีแบตเตอรี่ “Blade Battery” เป็นเอกลักษณ์ ขับขี่ดี เกาะถนนดีเยี่ยม นุ่มสบาย

Mazda CX-30: หากคุณชอบ SUV ขนาดเล็ก ดีไซน์โฉบเฉี่ยว หรูหรา วัสดุดี งานประกอบประณีต Mazda CX-30 คือตัวเลือกที่น่าสนใจ มาพร้อมความปลอดภัยระดับสูง ราคา Mazda CX-30 มือสอง คุ้มค่ามาก

BMW X1: รถ SUV ขนาดเล็กจากแบรนด์ยุโรป ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย ขับขี่สนุกสนานตามสไตล์ BMW ภาพลักษณ์แบรนด์แข็งแกร่ง ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์พรีเมียมในราคาที่สมเหตุสมผล

Denza N7 2025: การอัปเกรดครั้งสำคัญจาก BYD

ขณะที่ BYD กำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ในตลาดรถยนต์ทั่วไป ในอีกฟากหนึ่ง BYD ก็กำลังผลักดันนวัตกรรมในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมเช่นกัน Denza Auto ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า 2025 รุ่น Tengshi N7 จะเปิดตัวในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเพิ่มสีพิเศษ “Aurora Purple” ในตัวเลือกสีสูงสุด รถรุ่นใหม่นี้เป็นโมเดลแรกที่เปิดตัวหลังจากการเปิดเผยกลยุทธ์ด้านสมาร์ทของ BYD ซึ่งความสนใจจะมุ่งไปที่การติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงในทุกรุ่นหรือไม่

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์และสเปคอย่างครบถ้วน แต่จากข้อมูลของรุ่นปัจจุบัน การออกแบบภายนอกได้รับการปรับปรุงให้เรียบง่ายขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “ลูกธนูพุ่งของดาวตก” ซึ่งรูปทรงของไฟกลาง “ดาวตก” ได้สะท้อนกับสามเส้นของไฟหลักในลักษณะ “ใบธนู” ทำให้มีเอกลักษณ์ที่เด่นชัดและแยกแยะได้ง่าย

ภายในห้องโดยสารยังคงใช้การออกแบบที่สมมาตร แผงควบคุมกลางประกอบด้วยสัญลักษณ์ π สองตัว การอัปเกรดที่น่าสนใจคือการชาร์จไร้สายด้านหน้าเป็นการชาร์จเร็ว 50W สองตัว พร้อมระบบระบายความร้อน การปรับพวงมาลัยได้รับการอัปเกรดเป็นการปรับไฟฟ้า ซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับหน่วยความจำที่นั่งขับรถและฟังก์ชันการซิงค์บัญชีได้ดียิ่งขึ้น

ในด้านพลังงาน Denza N7 2025 มาพร้อมกับสามแผนพลังงาน: รุ่นมาตรฐานขยายระยะทางการขับขี่มาพร้อมแบตเตอรี่ 71.8 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 170 kW ขับได้ไกล 550 กม. รุ่นขยายระยะทางการขับขี่มาพร้อมแบตเตอรี่ 91.3 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 230 kW ขับได้ไกล 702 กม. และรุ่นสมรรถนะขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมแบตเตอรี่ 91.3 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า 160 kW และมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 230 kW ขับได้ไกล 630 กม.

จากความเคลื่อนไหวที่หลากหลายของ BYD ทั้งการรุกตลาดด้วยการลดราคา การควบคุมห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนานวัตกรรมในกลุ่มพรีเมียม สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าปี 2568 ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อทิศทางของตลาดในระยะยาว

ก้าวต่อไปของคุณในโลกยานยนต์แห่งอนาคต

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณคือกุญแจสำคัญ ไม่ว่าคุณจะสนใจความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น หรือกำลังมองหารถยนต์ B-SUV มือสองที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย หรือแม้กระทั่งหลงใหลในความหรูหราเหนือกาลเวลาของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Rolls-Royce การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจตลาดเป็นสิ่งจำเป็น

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือต้องการอัปเกรดยานพาหนะของคุณให้ทันสมัยอยู่เสมอ อย่าพลาดโอกาสในการสำรวจตัวเลือกอันหลากหลายในตลาดปัจจุบัน เริ่มต้นการค้นหาและเปรียบเทียบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้!

Previous Post

N0701021 หญ งล มก ญแจไว ในห อง เลยผ ขอไปพ กห องผ ชาย part2

Next Post

N0701018_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2

Next Post
N0701018_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2

N0701018_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า..._part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0801014 การปฏ วต อหน าเพ อน บการปฏ วตอนอย บแฟน part2
  • N0801002 คนสม ยน เห นแก วจร งๆ ไม ยอมล กท งให คนพ การ part2
  • N0801010 ภรรยาย ดเง นเด อนสาม แบบน ได เหรอ part2
  • N0801022 งเด นย งไงของล ายค าเส ยหายกระเป าหน มาเลยนะ part2
  • N0801009 ทำมาเป นล มกระเป าต ดจะก นฟร ใช ไหม part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.