BYD Song ผงาดขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 สวนทาง Tesla Model Y สะท้อนการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ยานยนต์ทั่วโลก
ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา วงการยานยนต์ทั่วโลกได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเทศจีน ที่ BYD Song สามารถทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่ง ด้วยยอดขายสูงถึง 56,000 คัน แซงหน้า Tesla Model Y ที่มียอดขาย 55,000 คัน ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เผยให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของ “รถยนต์ไฟฟ้า” โดยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งในเดือนพฤศจิกายน พุ่งสูงถึง 1.706 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และ 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่วนยอดขายปลีกก็ไม่น้อยหน้า อยู่ที่ 1.321 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
“เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า” กำลังกลายเป็นกระแสหลักอย่างแท้จริง สะท้อนจากสถิติที่น่าสนใจว่า รถยนต์ไฟฟ้าถึง 9 ใน 10 รุ่น เป็นรถยนต์ขายดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “Xiaomi YU7” รถ SUV รุ่นแรกของ Xiaomi ที่สามารถทำยอดขายเกิน 33,000 คัน และเข้าติด 10 อันดับแรกได้อย่างน่าประทับใจ นี่คือสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ที่พร้อมจะเขย่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568
| หัวข้อ | ตัวเลขยอดขาย (หน่วย) | การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปีก่อนหน้า | การเปลี่ยนแปลงเทียบกับเดือนก่อนหน้า |
|---|---|---|---|
| รถยนต์ไฟฟ้าขายส่ง | 1.706 ล้าน | +18.7% | +5.8% |
| รถยนต์ไฟฟ้าขายปลีก | 1.321 ล้าน | +4.2% | +3.0% |
| อัตราการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (ปลีก) | 59.3% | +7% | – |
10 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2568
BYD Song: 56,000 คัน
Tesla Model Y: 55,000 คัน
Xiaomi YU7: มากกว่า 33,000 คัน
การเจาะตลาดของกลุ่มแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า
การแข่งขันในตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้เล่นรายเดิม แต่ยังเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์เกิดใหม่ โดยเฉพาะจากประเทศจีน สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในยอดขายรถยนต์ค้าปลีกโดยรวมของจีนในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 59.3% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า ซึ่งแบ่งตามกลุ่มแบรนด์ได้ดังนี้:
แบรนด์ในประเทศ: ครองส่วนแบ่งตลาด 79.6% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีนที่มีต่อแบรนด์ท้องถิ่น
รถยนต์หรู: มีส่วนแบ่งตลาด 38.8%
กิจการร่วมค้าหลัก: มีส่วนแบ่งตลาด 8%
โครงสร้างส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกรถยนต์ไฟฟ้า (พฤศจิกายน 2568)
| กลุ่มแบรนด์ | ส่วนแบ่งการตลาด | การเปลี่ยนแปลงเทียบกับปีก่อนหน้า |
|---|---|---|
| แบรนด์ในประเทศ | 67.5% | -5.9% |
| แบรนด์ร่วมทุนหลัก | 3.2% | -0.14% |
| แบรนด์เกิดใหม่ (Xiaopeng, Leap Motor, Xiaomi) | 22.1% | +5.9% |
| Renault | 5.5% | -0.3% |
ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า “รถยนต์ไฟฟ้าจีน” กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในตลาดโลก ไม่เพียงแต่ในด้านยอดขาย แต่ยังรวมถึงการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ
Motor Show 2025: BYD ยึดบัลลังก์ผู้นำยอดจองในไทย ตลาด EV เติบโตต่อเนื่อง
หันกลับมามองตลาดประเทศไทย ในงาน “Motor Show 2025” ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ก็สะท้อนให้เห็นถึงกระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยมี BYD เป็นดาวเด่นที่สามารถกวาดยอดจองไปได้ถึง 10,353 คัน ทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 เหนือ Toyota ที่มียอดจอง 9,819 คัน และ GAC (AION/HYPTEC) อันดับ 3 ที่ 7,018 คัน
ยอดจองรวมทั้งงานสูงถึง 77,379 คัน บ่งบอกถึงกำลังซื้อและความสนใจของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง BYD Dolphin ที่ลดราคาลงมาถึง 1 แสนบาท สามารถสร้างยอดจองได้ถึง 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ ขณะที่ AION UT คู่แข่งโดยตรงก็ทำยอดจองได้ดีเช่นกัน
10 อันดับแบรนด์รถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดใน Motor Show 2025
BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
Changan (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน
การเติบโตของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไทย และเป็นที่น่าจับตามองต่อไปในอนาคต การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นนี้ กำลังผลักดันให้ค่ายรถยนต์ดั้งเดิม โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและยุโรป ต้องเร่งปรับตัว พัฒนา “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยี และราคาที่แข่งขันได้ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
รถเก๋งยอดนิยม 2025: ผสมผสานระหว่างนวัตกรรม EV และสมรรถนะที่คุ้นเคย
แม้ว่ากระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” จะมาแรง แต่รถยนต์สันดาปภายใน และรถยนต์ไฮบริด ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง) ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก ด้วยความหลากหลายของรุ่น ราคา และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ในปี 2025 เรายังคงเห็นรถเก๋งยอดนิยมหลายรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ
Honda Civic: ความสปอร์ตที่ลงตัว ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่
Honda Civic ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถเก๋งดีไซน์สปอร์ต โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ การปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด (MC) ในปี 2024 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สวยงามยิ่งขึ้น แต่ยังคงหัวใจหลักด้านสมรรถนะไว้ได้อย่างครบถ้วน เทคโนโลยี Roof Braze ในการประกอบตัวถังช่วยเพิ่มความสวยงามและความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “Honda Civic รุ่นใหม่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม การเก็บเสียงทำได้ดี เบาะนั่งสบาย ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ทำให้การขับขี่รู้สึกนุ่มนวล แต่ยังคงไว้ซึ่งการยึดเกาะถนนที่ดี ให้ความรู้สึกสปอร์ตเร้าใจเมื่อกดคันเร่ง ขณะเดียวกันก็ยังประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็ม ไม่ทำให้ผิดหวัง ถือเป็นรถเก๋งที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 1,039,000 บาท
Honda City: ความประหยัดที่มาพร้อมสมรรถนะเกินคาด
Honda City ยังคงเป็นรถเก๋งที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่ได้รับการปรับปรุงอัตราเร่งและการประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น รุ่นไฮบริด (e:HEV) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถเก๋งที่ประหยัดน้ำมันสูงสุด ดีไซน์ภายนอกดูสมส่วนและทันสมัยกว่าเดิม ห้องโดยสารกว้างขวาง และเบาะนั่งยังมอบความรู้สึกสปอร์ต
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “สมรรถนะการขับขี่ของ Honda City ดีมาก อัตราเร่งทันใจ ไม่รู้สึกเหมือนขับ Eco Car แต่ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถคันใหญ่กว่า ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็เป็นอีกฟีเจอร์ที่ทันสมัย สำหรับการขับขี่ในเมือง Honda City ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม การเร่งแซงและการจอดทำได้คล่องตัว น้ำหนักพวงมาลัยกำลังดี ช่วงล่างนุ่มสบาย”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 599,000 บาท
Honda Accord: ความหรูหรา สมรรถนะระดับพรีเมียม
Honda Accord รถเก๋ง D-Segment ที่ครองใจคนไทยมายาวนาน โฉมใหม่มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามสง่า และทุกรุ่นย่อยเป็นระบบไฮบริด ทำให้เป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย เช่น ระบบรักษาช่องทางเดินรถ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันที่ทำงานได้จนหยุดนิ่ง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “สำหรับใครที่มองหารถเก๋งที่ขับสบายๆ ในการเดินทางไกล Honda Accord คือคำตอบที่ดีเยี่ยม การขับขี่บนภูเขาหรือทางชันก็ทำได้ไร้กังวล ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถเทอร์โบ สนุกในการขับขี่ หากใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีเยี่ยม ช่วงล่างให้ความรู้สึกสปอร์ตเล็กน้อย ภายในหรูหรา และรุ่น e:HEV ยังมีระบบฟอกอากาศ ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศปัจจุบัน”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 1,529,000 บาท
Toyota Corolla Altis: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมความทนทาน
Toyota Corolla Altis ยังคงเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความคุ้มค่า ดีไซน์เรียบง่าย และความทนทาน รุ่น GR Sport ที่เพิ่มความสปอร์ตเข้ามา ทำให้ดูดีมีสไตล์ยิ่งขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาให้ดีกว่าเดิม
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “อึด ทนทาน คุ้มค่า ขับดี นุ่มนวล การเข้าโค้ดรถมีการทรงตัวที่ดี เบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์บริการครอบคลุม พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง รุ่นใหม่มี Head Up Display ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบความปลอดภัยเทียบเท่ารถยนต์หรูได้อย่างสบาย”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 894,000 บาท
Toyota Camry: ความสะดวกสบายระดับพรีเมียม
Toyota Camry ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถเก๋งขนาดใหญ่ที่เปี่ยมด้วยความพรีเมียม ดีไซน์สวยงาม และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 227 แรงม้า
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “จากการทดลองขับไปเชียงใหม่และกลับกรุงเทพฯ อัตราเร่งของ Camry ทำได้ดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและขับสบาย ช่วงล่างแน่น การเข้าโค้งทำได้อย่างปลอดภัย การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้ดีมาก การขับขี่ทางไกลสบายมาก ประหยัดน้ำมัน สามารถวิ่งได้ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง หากเปรียบเทียบกับ Honda Accord ในด้านความสบาย Camry ได้คะแนนเต็มสิบไปเลย”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 1,455,000 บาท
Toyota Yaris Ativ: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมดีไซน์ Fastback
Toyota Yaris Ativ รุ่นใหม่ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยยอดจองที่สูงกว่าเป้าหมายอย่างมาก จุดเด่นคือดีไซน์ตัวถัง Fastback Style ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.284 ดีไซน์โดยรวมเรียบหรู แต่ราคาเข้าถึงง่าย
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “ผมมองว่า Toyota Yaris Ativ คือที่สุดของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง ดีไซน์สวย ออปชันครบครัน การทดสอบวิ่งจริงให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงกว่ารุ่นเดิม ระบบเตือนมุมอับสายตาช่วยได้มากในการเปลี่ยนเลน การเก็บเสียงยอดเยี่ยม วิ่ง 120 กม./ชม. ยังได้ยินเสียงภายนอกไม่มากนัก ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดี เกาะถนนมั่นใจได้ All Speed Adaptive Cruise Control ทำงานได้ดีตอนความเร็วต่ำ แม้ว่าตอนความเร็วสูงเบรกอาจจะแรงไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว จุดด้อยเหล่านี้สามารถมองข้ามไปได้เลย”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 549,000 บาท
Mazda 2 Sedan: สปอร์ต ดีไซน์ล้ำสมัย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว Mazda 2 Sedan คือคำตอบ แม้จะมีขนาดเล็ก แต่สมรรถนะเกินตัว และเทคโนโลยี GVC-Plus ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “Mazda ขึ้นชื่อเรื่องช่วงล่างที่แน่นหนึบ จิกโค้งได้ดีเยี่ยม เหมือนรถขนาดใหญ่ หากรถมีอาการหน้าดื้อ เพียงยกคันเร่ง รถก็จะปรับการทรงตัวให้เข้าโค้งได้ทันที เป็นเรื่องน่าทึ่งสำหรับรถคันเล็ก ขับสนุก ราคาไม่แพง เป็นรถเก๋งที่น่าใช้ ดีไซน์สวย แข็งแกร่ง”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 529,000 บาท
Mazda 3 Sedan: ความเรียบหรู มีสไตล์
Mazda 3 Sedan มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เรียบง่ายแต่งดงาม” ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น จนได้มาซึ่งดีไซน์ที่เรียบหรู มีความสปอร์ต สมรรถนะแข็งแกร่งด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร รองรับน้ำมัน E85
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “ห้องโดยสารของ Mazda 3 Sedan ตัวล่าสุดมีขนาดใหญ่ขึ้น คอนโซลได้รับการปรับแต่งใหม่ให้ไม่รบกวนสายตา ช่วงล่างยังคงความหนึบแน่นเช่นเดิม มีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มความเสถียรในการทรงตัว ลำโพงมีจำนวนมาก กล้องมองรอบคันคมชัด ระบบความปลอดภัยจัดเต็มไร้กังวล”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 979,000 บาท
MG 5: ดีไซน์สปอร์ตคูเป้ซีดาน ราคาคุ้มค่า
MG 5 โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่เพรียวยาวคล้ายรถยนต์หรู ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “MG ขึ้นชื่อเรื่องฟังก์ชันที่หลากหลาย ระบบความปลอดภัยเยอะมาก เช่น ระบบช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา กล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ ดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหราเหมือนรถราคาแพง แต่ราคาคุ้มค่ามาก มีงบไม่เกิน 7 แสนบาทก็ซื้อได้ ดีไซน์ล้ำสมัย แนะนำตัวท็อปเพื่อรับฟังก์ชัน i-SMART ที่ดีที่สุด”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 589,900 บาท
Nissan Almera: ความกว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน
Nissan Almera รุ่นใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย และสปอร์ตยิ่งขึ้น ใช้เครื่องยนต์ 1.0L TURBO ที่ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร พร้อมสีทูโทน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “หากต้องการรถเก๋งที่กว้างขวาง ราคาดี Nissan Almera คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ออปชันไปไกลกว่าคู่แข่งหลายราย เบาะนั่งสบาย ไม่สะสมความร้อน ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ขับสนุกและประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า เบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ เตือนจุดอับสายตา เมื่อเทียบกับราคา ถือว่าคุ้มค่ามาก”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 499,000 บาท (หลังหักส่วนลด)
BMW 2 Series Gran Coupé: ความหรูหราในราคาที่เอื้อมถึง
BMW 2 Series Gran Coupé เป็นรถเก๋งหรูที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้านบาท โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบคูเป้ ประตูไร้ขอบ เพิ่มความสปอร์ต
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “BMW 2 Series เป็นรถเก๋งหรูที่มีราคาไม่แรงมากนัก หากมีงบประมาณเพียงพอ ควรพิจารณา นอกจากความหล่อแบบดุดันแล้ว ยังให้กำลังที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องยนต์ NA แต่เนื่องจากไม่มีขอบประตู การเก็บเสียงอาจไม่ดีเท่าที่ควร”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 1,889,000 บาท
Mercedes-Benz A-Class Saloon: ประตูสู่ความหรูหราของ Mercedes-Benz
Mercedes-Benz A-Class Saloon เป็นรถเบนซ์ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านต้นๆ ขนาดใกล้เคียงกับรถเก๋ง C-Segment ทั่วไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสไตล์ Mercedes-Benz ระบบมัลติมีเดียจัดเต็ม พร้อมเซ็นเซอร์เตือนการชน
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: “หากต้องการรถเก๋งหรูในราคาที่เข้าถึงได้ A-Class คือคำตอบที่ถูกต้อง พื้นที่เก็บสัมภาระเยอะ ภายในหรูหรา กล้องมองหลังคมชัดมาก แม้ในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม ในราคานี้ อาจเทียบเท่ากับรุ่นท็อปของแบรนด์ญี่ปุ่น ลองเปรียบเทียบความคุ้มค่าและความชอบส่วนบุคคลดู”
ราคา: เริ่มต้นประมาณ 2,320,000 บาท
อนาคตยานยนต์: การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
จากข้อมูลตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนและบรรยากาศในงาน Motor Show 2025 ประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า” กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และจะเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นโครงสร้างใหม่ที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในระยะยาว
สำหรับผู้บริโภค นี่คือโอกาสที่ดีที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่มาพร้อมนวัตกรรมล่าสุด ไปจนถึงรถยนต์สันดาปภายในและไฮบริด ที่ยังคงพัฒนาต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ อย่าลังเลที่จะศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และทดลองขับ ตลาดรถยนต์มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การค้นหารถที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณ คือก้าวแรกสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ.

