Honda CR-V: การเดินทางสู่มาตรฐานใหม่แห่งยนตรกรรม SUV อเนกประสงค์
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาตลอดทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์ SUV เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพ็กต์ (Compact SUV) หรือครอสโอเวอร์ (Crossover) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย และหากจะกล่าวถึงชื่อที่ทรงอิทธิพลและเป็นที่ยอมรับในตลาดนี้ คงหนีไม่พ้น Honda CR-V ยนตรกรรมที่นิยามคำว่า “Comfortable Runabout Vehicle” หรือรถยนต์อเนกประสงค์ที่ให้ความสบายในการเดินทางอย่างแท้จริง
การเปิดตัว Honda CR-V ใหม่ ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ นับเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งของฮอนด้าในการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด และแน่นอนว่าสำหรับ AutoSpinn รวมถึงสื่อมวลชนสายยานยนต์ เราได้เตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบขับขี่จริงจังในวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อนำเสนอประสบการณ์ตรงและเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Honda CR-V 2025 (อ้างอิงจากข้อมูลล่าสุดที่อัปเดตจากช่วงเปิดตัว) ให้กับทุกท่านได้รับทราบ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงวันนั้น ลองมาสำรวจศักยภาพและความน่าสนใจทางเทคนิคของ Honda CR-V ใหม่ กันก่อน เพื่อให้คุณผู้อ่านไม่พลาดทุกข้อมูลสำคัญ และหากใครอดใจรอไม่ไหว สามารถอ่านบทวิเคราะห์จากการทดสอบในต่างประเทศของเราได้ที่นี่
แนวคิดการออกแบบ: Premium Smart SUV ยกระดับนิยามความหรูหราและอเนกประสงค์
ภายใต้แนวคิด “Premium Smart SUV” Honda CR-V ใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถ SUV ที่ได้รับการปรับปรุง แต่เป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดท้าย เพื่อสะท้อนถึงความสง่างาม ความแข็งแกร่ง และความล้ำสมัยที่เหนือกว่า นิยามเดิมๆ ของรถยนต์ในกลุ่มนี้ ฮอนด้าได้ผสมผสานความหรูหราสไตล์สปอร์ตเข้ากับความสะดวกสบายที่เทียบเคียงได้กับรถซีดานระดับพรีเมียม ทำให้ CR-V ใหม่ ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว แต่ยังสามารถยกระดับประสบการณ์การขับขี่และภาพลักษณ์ของผู้ครอบครองได้อีกด้วย
รูปลักษณ์ภายนอก: ความแข็งแกร่งที่มาพร้อมเส้นสายแห่งอนาคต
การออกแบบภายนอกของ Honda CR-V ใหม่ เน้นความโดดเด่นและสะท้อนถึงความทันสมัยที่เหนือระดับ
ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ดีไซน์ใหม่: ขนาดใหญ่ โฉบเฉี่ยว และมีมิติ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ในเวลากลางคืนได้อย่างดีเยี่ยม
กันชนหน้าและกระจังหน้า: การผสมผสานเส้นสายที่ลื่นไหลต่อเนื่องบนกันชนหน้า ผสานกับกระจังหน้าแบบ 3 ชั้น พร้อมคิ้วโครเมียม เพิ่มความดุดันและสอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์
ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่: รูปทรงวงรีแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ (ยกเว้นรุ่น 2.0S) ช่วยเสริมความโดดเด่นและความปลอดภัยในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่จำกัด
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่: ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและเสริมความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน
ไฟท้ายและไฟเบรกแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์แนวตั้ง: ขนานไปกับแนวเสาหลังคา พร้อมการปรับปรุงโคมไฟให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยกันชนท้ายขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแกร่ง
เสาอากาศแบบครีบ (Shark Fin Antenna): ไม่เพียงแต่ให้ภาพลักษณ์ที่ทันสมัย แต่ยังช่วยลดสัญญาณรบกวนและเพิ่มประสิทธิภาพการรับ-ส่งสัญญาณวิทยุ
ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่: ขนาดใหญ่ 5 ก้าน ช่วยเสริมบุคลิกสปอร์ตและสมรรถนะการขับเคลื่อน โดยมีขนาดแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย (เช่น 17 นิ้ว สำหรับรุ่น 2.0S/2.0E และ 18 นิ้ว สำหรับรุ่น 2.4 EL 2WD/4WD)
การออกแบบภายในห้องโดยสาร: ความพรีเมียมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
ภายในห้องโดยสารของ Honda CR-V ใหม่ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Premium Sedan Experience” เน้นความกว้างขวาง ความประณีต และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
เบาะนั่งด้านหลังพับจังหวะเดียว (One Motion Seat): ระบบการพับเบาะหลังแบบ 60:40 ที่ทำได้อย่างง่ายดายเพียงใช้คันโยกหรือดึงสายบริเวณท้ายรถ ทำให้พื้นห้องโดยสารด้านท้ายราบเรียบ เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้อย่างอเนกประสงค์
ระบบปรับอากาศ: การติดตั้งปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศบริเวณคอนโซลกลางเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และในรุ่นที่สูงขึ้นมาจะได้สัมผัสกับระบบ Dual Zone Air Condition ที่สามารถปรับอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระ
ระบบเครื่องเสียง: รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ CD MP3 WMA รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกผ่าน USB และช่องต่อ AUX นอกจากนี้ การมีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth ในรุ่นที่สูงขึ้น ยังช่วยให้การสื่อสารระหว่างเดินทางสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
หน้าจอแสดงผลข้อมูลอัจฉริยะ i-MID: ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ (Navigator): (มีเฉพาะรุ่น 2.4 EL 2WD/4WD) ช่วยให้การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีและความโดดเด่น: ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต
Honda CR-V ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบาย
ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist: ระบบที่ช่วยแนะนำพฤติกรรมการขับขี่ให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
โหมดการขับขี่ ECON Mode: เพียงกดปุ่มเดียว ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบปรับอากาศให้เหมาะสมกับการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันโดยอัตโนมัติ
ระบบขับเคลื่อน: สมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Honda CR-V ใหม่ มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ 2 รุ่นหลัก ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อสมรรถนะที่ดีเยี่ยม และรองรับการใช้งานพลังงานทางเลือก
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC i-VTEC: ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC: ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ (DBW) เพื่อการถ่ายทอดกำลังที่ราบรื่นและนุ่มนวล ระบบ Grade Logic Control ช่วยควบคุมการทำงานของเกียร์ให้เหมาะสมกับการขับขี่บนทางลาดชันหรือภูเขา ลดการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่จำเป็น
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Real Time 4WD พร้อมระบบ Intelligent Control System: ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา ประหยัดน้ำมัน และทำงานอัตโนมัติเพื่อการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมในทุกสภาวะ
นอกจากนี้ Honda CR-V ใหม่ ยังรองรับการใช้พลังงานทางเลือก น้ำมันเชื้อเพลิง E85 ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความประหยัด แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับมาตรฐาน EURO 4
ตัวถังและแชสซีส์: วิศวกรรมที่เหนือชั้นเพื่อความปลอดภัยและความนุ่มนวล
Honda CR-V ใหม่ ได้รับการพัฒนาในเชิงวิศวกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ Unit-body ที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการขับขี่ การควบคุมรถ และการลดเสียงรบกวนเข้าสู่ห้องโดยสาร
ระบบช่วงล่าง: ด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ ดับเบิลวิชโบน ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความสนุกสนานในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ด้วยการขยายพื้นที่ภายในห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระให้กว้างขวางขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงประสิทธิภาพการบังคับควบคุมที่โดดเด่น น้ำหนักของชิ้นส่วนช่วงล่างยังถูกลดทอนลง ทำให้ Honda CR-V ใหม่ มีน้ำหนักเบาลงกว่ารุ่นก่อนหน้า
ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion Adaptive EPS): ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัว VSA และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ช่วยให้การบังคับเลี้ยวมีความแม่นยำสูงในทุกสภาวะการขับขี่
มาตรฐานความปลอดภัย: มั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
Honda CR-V ใหม่ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่เหนือระดับเพื่อปกป้องคุณและผู้โดยสาร
ระบบควบคุมการทรงตัว VSA (Vehicle Stability Assist): ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวของรถ
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Distribution): ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist): ระบบใหม่ที่ช่วยป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ถุงลมป้องกันการกระแทกด้านข้าง: สำหรับเบาะคู่หน้า พร้อมระบบตรวจสอบตำแหน่งท่านั่งผู้โดยสารด้านหน้า (OPDS)
โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON: ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยกระจายแรงกระแทกจากการชนด้านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุปการทดสอบขับขี่: ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
จากการทดสอบขับขี่จริงในเส้นทางกรุงเทพฯ-วังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร บนรถ Honda CR-V 2.4 EL 2WD สีน้ำเงิน ทไวไลท์ (เมทัลลิก) เป็นมือที่ 3 จาก 4 คน ผมได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางคดเคี้ยวบนเขาใหญ่ ไปจนถึงไฮเวย์ที่การจราจรคล่องตัว
ประสบการณ์ผู้โดยสาร:
ตลอดระยะทางกว่า 200 กิโลเมตรในฐานะผู้โดยสารตอนหลัง ผมประทับใจกับความสบายของเบาะหนังที่ให้ความนุ่มกำลังดี ที่เท้าแขนแบบ Soft Pad บนแผงประตูยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี พื้นที่ Leg Room กว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างสูง และองศาการเอนของพนักพิงหลังที่พอเหมาะ ทำให้สามารถพักผ่อนได้อย่างสบาย พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่มอบความเย็นสบายตลอดการเดินทาง
ประสบการณ์ผู้ขับขี่:
เมื่อได้สลับมาเป็นผู้ขับขี่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสะดวกสบายในการเข้า-ออกรถ ด้วยระบบ Keyless Entry และ Push Start การปรับเบาะไฟฟ้า กระจกมองข้างไฟฟ้า และพวงมาลัยที่ปรับได้ 4 ทิศทาง ช่วยให้หาท่าทางการขับขี่ที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว กล้องมองหลังที่แสดงผลบนหน้าจอเครื่องเสียงเมื่อเข้าเกียร์ R เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการถอยจอดได้อย่างมาก ระบบปรับอากาศ Dual Zone ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าสามารถเลือกอุณหภูมิที่ต้องการได้โดยไม่ต้องโต้เถียงกัน
ปุ่ม ECON Mode สีเขียวรูปใบไม้ เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการขับขี่แบบประหยัด ในขณะที่ปุ่ม VSA Off อยู่ด้านใต้ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ หน้าจอ MID ที่ฝังลึกเข้าไปในคอนโซลอาจต้องอาศัยการปรับจากพวงมาลัยเป็นหลัก ซึ่งปุ่มควบคุมต่างๆ บนพวงมาลัยแบบ 3 ก้านนั้น คล้ายคลึงกับที่พบใน Honda Civic รุ่นใหม่ ช่วยให้ควบคุมระบบเครื่องเสียง Cruise Control และหน้าจอ MID ได้อย่างสะดวก
ทัศนวิสัย:
กระจกหน้าขนาดใหญ่โปร่งตา รวมถึงการออกแบบมุมฝากระโปรงหน้าใหม่ ช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ บริเวณกันชนได้ชัดเจนขึ้น ทัศนวิสัยด้านข้างดีเยี่ยม แต่สำหรับมุมมองด้านท้ายอาจจะดูแคบไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรถประเภทเดียวกัน เสา C ที่หนาอาจมีผลต่อมุมอับสายตาบ้างเล็กน้อย
เสียงรบกวน:
โดยรวมแล้ว Honda CR-V ใหม่ มีการจัดการเสียงรบกวนที่ดีเยี่ยม เสียงลมจะเริ่มสังเกตได้ชัดเจนขึ้นเมื่อใช้ความเร็วเกิน 120 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่ใช้ความเร็วสูง เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังรบกวนจนเกินไป แต่เสียงยางที่บดกับพื้นถนนยังเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารมากกว่าที่คาดหวังไว้เล็กน้อย
สมรรถนะเครื่องยนต์:
เครื่องยนต์เบนซิน DOHC i-VTEC ขนาด 2.4 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิด 220 นิวตัน-เมตร ตอบสนองอัตราเร่งช่วงออกตัวได้ดีเยี่ยม ไม่รู้สึกอืดอาดแม้จะมีน้ำหนักรถกว่า 1.5 ตัน บวกกับผู้โดยสารอีก 4 คน การเร่งแซงอาจต้องใช้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอัตราทดเกียร์ไม่ได้จัดจ้านมากนัก การใช้โหมด S ร่วมกับ Paddle Shift ช่วยให้ดึงรอบเครื่องยนต์ได้ตามต้องการ แต่โหมด S เองก็ไม่ได้มีอัตราทดที่สูงขึ้นกว่าโหมด D แต่อย่างใด เพียงแต่สามารถลากรอบไปจนถึง Red Line ได้
ระบบเกียร์:
เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบ Grade Logic Control และ Shift Hold Control ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง ระบบ Grade Logic Control แสดงประสิทธิภาพอย่างชัดเจนในเส้นทางภูเขา โดยเกียร์จะยังคงอยู่ในตำแหน่งต่ำ ช่วยรักษาโมเมนตัมได้ดี แม้ว่าในบางครั้งอาจทำให้รู้สึกขัดใจเล็กน้อยเมื่อต้องการให้เกียร์เปลี่ยนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ความสัมพันธ์รอบเครื่องยนต์:
จากการประมาณการ ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,500 รอบ/นาที, 100 กม./ชม. อยู่ที่ 1,750 รอบ/นาที และ 120 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 2,000+ รอบ/นาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เกียร์ CVT หลายรุ่น
Handling และพวงมาลัย:
น้ำหนักพวงมาลัยในช่วงความเร็วต่ำกำลังดี ไม่เบาจนไร้การควบคุม แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น รู้สึกว่าพวงมาลัยยังค่อนข้างเบาไปเล็กน้อย Free Area ของพวงมาลัยอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้การขับขี่มีความสะดวกสบาย เหมาะสมกับการเดินทางไกลโดยไม่ต้องเกร็งมือมากนัก
ระบบเบรก:
ดิสก์เบรก 4 ล้อ (หน้าแบบมีช่องระบายความร้อน 11.7 นิ้ว, หลังแบบดรัมอินดิสก์ 12 นิ้ว) ให้สัมผัสในการเบรกที่ค่อนข้างนุ่มนวลตามสไตล์ SUV แต่หากต้องการหยุดรถกระทันหัน อาจต้องใช้การกดแป้นเบรกที่หนักหน่วงกว่าปกติ หรือใช้ Engine Brake จาก Paddle Shift ช่วยเสริม สำหรับการขับขี่ปกติ ถือว่าให้ประสิทธิภาพการเบรกที่น่าพอใจ
ระบบช่วงล่าง:
Honda CR-V ใหม่ เน้นความสบายเป็นหลัก ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ ดับเบิลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง ให้ความนุ่มนวลอย่างเห็นได้ชัด นุ่มกว่า CR-V รุ่นก่อนหน้าอย่างมาก หลุมบ่อหรือสภาพถนนที่ไม่เรียบไม่ส่งผลให้เกิดความกระด้างเข้ามาในห้องโดยสาร ยาง Dunlop SP Sport Maxx ขนาด 225/60 R18 ช่วยดูดซับแรงสะเทือนได้ดีเยี่ยม การยึดเกาะทำได้ดี แม้จะมีอาการโคลงเคลงเล็กน้อยตามลักษณะของรถ SUV แต่ไม่มากนัก ระบบ VSA ยังช่วยเสริมความมั่นใจในการเข้าโค้ง
สรุป:
Honda CR-V ใหม่ บรรลุพันธกิจในการนำเสนอ “มาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิต” ได้อย่างแท้จริง ด้วยภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง ล้ำสมัยสไตล์ SUV ผสานกับความหรูหราสะดวกสบายสไตล์ซีดาน ตั้งแต่ภายในห้องโดยสารที่แสนสบาย ไปจนถึงช่วงล่างที่นุ่มนวล มันคือรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการความสง่างาม ความสะดวกสบาย และความพร้อมในการเดินทางในทุกสถานการณ์ที่รถเก๋งทั่วไปไม่สามารถตอบสนองได้
อย่างไรก็ตาม Honda CR-V ใหม่ ยังคงเป็นรถยนต์ 5 ที่นั่ง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการรถ 7 ที่นั่ง ซึ่งอาจต้องพิจารณารถยนต์รุ่นอื่นในตลาด หรือมองหารถ MPV อย่าง Honda Freed หรือ Odyssey หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา
Honda CR-V ใหม่ มาพร้อม 4 รุ่นย่อยให้เลือกสรร พร้อมสีภายนอก 6 สี ซึ่งรวมถึงสีใหม่ 2 สี คือ สีน้ำเงินทไวไลท์ (เมทัลลิก) และสีขาวออร์คิด (มุก) (ราคาเพิ่ม 12,000 บาท)
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ SUV ที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความปลอดภัยระดับสูง Honda CR-V ใหม่ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยตัวคุณเอง! นัดหมายเพื่อทดลองขับ Honda CR-V ใหม่ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ เพื่อค้นหาว่า “ชีวิตของคุณ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

