• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0801095 ให กอย างแต กล บโดนตอบแทนเหม อนหมา part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
N0801095 ให กอย างแต กล บโดนตอบแทนเหม อนหมา part2

เทคโนโลยีขับเคลื่อนอนาคต: Great Wall Motor ทุ่มงบ 30 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานแบตเตอรี่ EV ในไทย พร้อมปั้นไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าภูมิภาค

ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำจากทั่วโลกต่างมองหาโอกาสในการขยายฐานการผลิตและพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป Great Wall Motor (GWM) ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์จากประเทศจีน ได้ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย ด้วยการวางแผนจัดตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่ากว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การลงทุนนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเชื่อมั่นของ GWM ในศักยภาพของประเทศไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

ไทย: ยุทธศาสตร์สำคัญในแผนพัฒนากลยุทธ์ EV ของ GWM

ประเทศไทยถูกเลือกเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่สำหรับ GWM ด้วยปัจจัยหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐบาลไทย ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง รวมถึงการให้เงินอุดหนุนและมาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ “คุณณรงค์ สีตลายน” กรรมการผู้จัดการ GWM ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์อันน่าตื่นเต้นนี้ว่า “สำนักงานใหญ่ของเราที่มณฑลเหอเป่ย กำลังพิจารณาการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทยด้วย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศไทย”

การลงทุนในโรงงานประกอบแบตเตอรี่นี้ จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ของ GWM ซึ่งมีแผนจะเริ่มสายการผลิตภายในปีหน้า (2568) การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้า และทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น นอกจากนี้ GWM ยังมีแผนที่จะขยายการจัดหาชิ้นส่วนในท้องถิ่นเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย: การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Electric Mobility

นโยบายของรัฐบาลไทยในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามีความชัดเจน สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 10 ของโลก ตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตยานยนต์ จากการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม 30% จากปริมาณการผลิต 2.5 ล้านคันต่อปี ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 (2030) การลงทุนของ GWM ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนถึงความสอดคล้องระหว่างวิสัยทัศน์ของผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกกับนโยบายของรัฐบาลไทย

โรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM คาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนประมาณ 500-1,000 ล้านบาท โดยขนาดที่แน่นอนของโรงงานจะขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานที่จะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการอัปเกรดเพื่อผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในอนาคต หากความต้องการของตลาดและการสนับสนุนจากประเทศไทยเอื้ออำนวย “เราอาจกลายเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญ ที่สามารถทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของโรงงานแบตเตอรี่ให้สูงขึ้นไปอีก” คุณณรงค์กล่าวเสริม

การแข่งขันในตลาด EV ไทย: ความท้าทายและโอกาส

แม้ว่า GWM และ BYD จากจีนจะทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในประเทศไทยเพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายใหญ่ ทั้ง Toyota และ Isuzu ยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา การแข่งขันที่เข้มข้นนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตทุกรายต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย

Audi: ฉลอง 40 ปี Audi Sport ด้วยยนตรกรรม High Performance ที่เหนือชั้น

ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (High Performance) ก็ยังคงมีความน่าสนใจและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น Audi ประเทศไทย ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ “TT RS Heritage Thailand Limited Edition” จำนวนจำกัดเพียง 25 คันทั่วโลก เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของ Audi Sport แผนกพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงของ Audi

“คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ Audi ประเทศไทย กล่าวถึงกระแสตอบรับอันล้นหลามจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ในปี 2022 ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 2 ในเอเชีย รองจากญี่ปุ่น ซึ่งยืนยันถึงความนิยมของ Audi TT ในตลาดไทย “เพื่อเป็นการตอกย้ำความชื่นชอบของ Audi Fan ในประเทศไทยที่มีต่อ Audi TT ทั้ง AUDI AG และ Audi ประเทศไทย ได้ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการสร้างสรรค์โปรเจกต์สุดพิเศษนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่นวัตกรรมระดับตำนาน”

Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition ราคา 5,899,000 บาท มาพร้อมกับสีภายนอกพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากสีของรุ่น Ur-Quattro อันเป็นที่รักในยุค 1980s เช่น Alpine White, Helios Blue, Stone Grey, Tizian Red และ Malachite Green โดยแต่ละสีจะจับคู่กับการตกแต่งภายในที่แตกต่างกัน พร้อมชุดแต่ง Black Edition รอบคัน, RS spoiler แบบ Winglets ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิกส์ และล้อลายพิเศษแบบ 5 ก้าน Anthracite Black diamond-turned ขนาด 20 นิ้ว

หัวใจสำคัญของ TT RS Heritage คือเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว พละกำลัง 400 แรงม้า ซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year Awards ติดต่อกันถึง 9 สมัย ถ่ายทอด DNA ของ Audi Sport ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมด้วยช่วงล่าง Audi Magnetic ride ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนของโช๊คอัพได้อย่างอิสระ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจในทุกสภาวะ

นอกจากรุ่นพิเศษ TT RS Heritage แล้ว Audi ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวรุ่น High Performance อีก 2 รุ่น ได้แก่ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition ซึ่งล้วนเป็นยนตรกรรมที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ Audi Sport ในการพัฒนารถยนต์ที่มอบสมรรถนะเหนือระดับ การออกแบบที่ดุดัน และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

Audi RS 4 Avant Competition: ประสิทธิภาพไร้ขีดจำกัดในรูปแบบ Station Wagon

RS 4 Avant Competition คือนิยามใหม่ของรถ Station Wagon สมรรถนะสูง ผสมผสานพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางเข้ากับพละกำลังอันน่าทึ่ง เครื่องยนต์เบนซิน V6 biturbo ให้กำลัง 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้การควบคุมเป็นไปอย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เน้นบรรยากาศการขับขี่ที่สปอร์ตและหรูหรา เบาะนั่ง RS Sports แบบ Honeycomb พร้อมด้ายสีแดง, การตกแต่งด้วยลาย Matte Carbon Twill, ไฟ Ambient light 30 สี, พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้ม Alcantara, จอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว และระบบ MMI Navigation plus ขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Bang & Olufsen อันทรงพลัง

RS 4 Avant Competition มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 6,499,000 บาท สำหรับสีมาตรฐาน และมีตัวเลือกสีพิเศษเพิ่มค่าใช้จ่าย 300,000 บาท

Audi RS 5 Coupé Competition: ความสง่างามที่มาพร้อมขุมพลังอันดุร้าย

RS 5 Coupé Competition นำเสนอการออกแบบที่แม่นยำของ Audi Sport สะท้อนทั้งประสิทธิภาพและความสวยงามอันโดดเด่น รูปลักษณ์ภายนอกผสมผสานความสปอร์ตสไตล์ Coupé เข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ V6 biturbo 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบขับเคลื่อน quattro ช่วยให้การทะยานเป็นไปอย่างมั่นคงในทุกสถานการณ์

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะนั่ง RS Sports แบบ Honeycomb, คอนโซลกลางหุ้ม Alcantara, ลาย Matte Carbon Twill, ไฟ Ambient light 30 สี, พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัด, จอ Virtual cockpit และระบบ MMI Navigation plus พร้อมระบบเสียง Bang & Olufsen

RS 5 Coupé Competition มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 6,599,000 บาท สำหรับสีมาตรฐาน และมีตัวเลือกสีพิเศษเพิ่มค่าใช้จ่าย 300,000 บาท

Ora Grand Cat: รถยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมเขย่าตลาดด้วยระยะทางวิ่ง 705 กม. ต่อการชาร์จ

ในอีกฟากหนึ่งของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า GWM ก็เตรียมส่ง Ora Grand Cat รถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นที่น่าจับตามองเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ด้วยสมรรถนะที่น่าประทับใจ Ora Grand Cat รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าพอใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล

Ora Grand Cat มีขนาดตัวถัง ยาว 4871 มม., กว้าง 1862 มม., สูง 1500 มม. และมีฐานล้อ 2870 มม. รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร ใช้แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate สามารถวิ่งได้ 705 กม./ชาร์จ (CLTC) พร้อมระบบขับเคลื่อนสองล้อ และสามารถชาร์จ DC จาก 30-80% ได้ภายใน 30 นาที

สำหรับรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ จะให้กำลัง 402 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที ใช้แบตเตอรี่ Ternary lithium สามารถวิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ (CLTC) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และยังคงความสามารถในการชาร์จ DC 30-80% ได้ใน 30 นาที

Ora Grand Cat ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ครบครัน เช่น มือจับประตูแบบซ่อนอัจฉริยะ, ไฟหน้าอัตโนมัติ, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบทำความร้อนและไล่ฝ้า, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ประตูแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.22Cd ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและการขับขี่

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 พร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะ 28 ตัว, กล้อง ADAS, เรดาร์คลื่น 5 มม., เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 4 ตัว, กล้องจดจำใบหน้า 3 มิติ, แผนที่ความแม่นยำสูงผ่านดาวเทียม 5G และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะบนทางหลวง ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่

สิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือการทดสอบความปลอดภัยของ Ora Grand Cat ที่แสดงให้เห็นถึงความทนทานของโครงสร้างตัวถังและระบบแบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม การทดสอบการตกจากที่สูงและการหมุนเกลียวกลางอากาศ พบว่าแบตเตอรี่สามารถตัดระบบไฟฟ้าแรงสูงได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีการรั่วไหลของอิเล็กโทรไลต์ ส่งผลให้ไม่เกิดการเผาไหม้ ห้องโดยสารไม่บุบสลาย ถุงลมนิรภัยทำงานได้ตามปกติ และประตูรถยังสามารถเปิดออกได้ตามปกติ พร้อมฟังก์ชัน E-CALL สำหรับการกู้ภัยฉุกเฉิน Ora Grand Cat จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยสูงและสมรรถนะที่โดดเด่น

Hyundai: การนำ DNA รถแข่งสู่ถนน ด้วยตระกูล N Brand

Hyundai Motor ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 3 ของโลก ได้พิสูจน์ศักยภาพของตนเองในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ด้วยรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นขายดีอย่าง Tucson และ Kona รวมถึงกลุ่มแฮตช์แบ็กอย่าง i20 และ i30 ที่แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด แต่ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าของตนเองไว้ได้

Hyundai Motor ประเทศไทย ได้แสดงความตั้งใจที่จะนำยนตรกรรมสมรรถนะสูงในตระกูล N Brand เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างแน่นอน ซึ่งจะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทยที่คุ้นเคยกับรถยนต์นั่งทั่วไป หรือรถตู้จาก Hyundai มานาน

“ผมมีโอกาสได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปร่วมกิจกรรม Driving Experience 2023 ของ Hyundai Motor ที่สนาม Ricardo Tormo ในประเทศสเปน เพื่อทดลองขับ Hyundai i30 N แฮตช์แบ็กตัวแรงของพวกเขา” ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวเสริม

กิจกรรม Driving Experience นี้ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ โดยมีการอบรมการขับขี่ขั้นสูงในหลายสนามแข่งรถชื่อดังของยุโรป ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสกับสมรรถนะสูงสุดของรถยนต์ตระกูล N ทั้ง i20 N และ Hyundai i30 N ในรูปแบบแฮตช์แบ็กและฟาสต์แบ็ก

Hyundai i30 N เป็นรถ Hot Hatch ที่นำรถบ้านมาปรับแต่งสมรรถนะอย่างเต็มที่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 280 แรงม้า พร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด ระบบช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่ และล้ออัลลอยด์ Forged ขนาด 19 นิ้ว เพื่อเน้นน้ำหนักที่เบา

ในกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกฝนทักษะการขับขี่ในสถานีต่างๆ เช่น การเบรกทางตรงและในโค้ง, การเปลี่ยนเลน (Lane Change), การขับขี่ในรูปแบบ Gymkhana และการขับแบบ J-Turn ซึ่งเป็นการฝึกฝนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจขีดจำกัดของรถ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ บนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แม้หลายสถานีของการฝึกอบรมจะจำลองสถานการณ์ที่อาจไม่เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวัน แต่เป้าหมายหลักคือการให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ เรียนรู้ขีดจำกัด และฝึกฝนทักษะการตัดสินใจ” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว “การเตรียมพร้อมทั้งผู้ขับขี่และสภาพรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น”

นอกจากการสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งแล้ว Hyundai ยังให้ความสำคัญกับการผลักดันแบรนด์ผ่านกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก WRC ซึ่ง Hyundai เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วถึง 2 สมัย การเข้าร่วมกิจกรรมในสเปนครั้งนี้ ถือเป็นการปูทางและสร้างการรับรู้ ก่อนที่ Hyundai Motor จะเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเต็มตัว โดยรถยนต์ตระกูล N ที่ได้ทดลองขับ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่แสดงศักยภาพในระดับโลก ล้วนมีโอกาสเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

บทสรุป: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนของประเทศไทย

การลงทุนของ Great Wall Motor ในการสร้างโรงงานแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย ตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค การเปิดตัวยนตรกรรมสมรรถนะสูงจาก Audi และการเตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าจาก GWM รวมถึงการตอกย้ำศักยภาพของ Hyundai ผ่านตระกูล N Brand ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม ความหลากหลาย และสมรรถนะที่เหนือชั้น หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ขอเชิญชวนให้ติดตามข่าวสารและเตรียมพบกับปรากฏการณ์ใหม่ๆ ในวงการยานยนต์ไทยที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

Previous Post

N0801098 เพ อคำว าบ าน ยอมแลกด วยอ สระท งช part2

Next Post

N0901096 เป นสาม อย กลายเป นผ เพราะเม ยงอน part2

Next Post
N0901096 เป นสาม อย กลายเป นผ เพราะเม ยงอน part2

N0901096 เป นสาม อย กลายเป นผ เพราะเม ยงอน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1601032 เม ยหร อคนใช ใช อย างก บทาส part2
  • N1601049 บไม ได านแฟนเป นแบบน part2
  • N1601033 เม อก อนเป นถ งดาวมหาล ตอนน ได แฟนเป นคนงานก อสร าง part2
  • N1601031 เธอมาอย านฉ นได งไง นบ านล กสาวฉ นนะ part2
  • N1601035 เหรอ เขาเร ยก ตค หล งแต งงาน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.