MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST: มหกรรมยานยนต์หรูมือสอง เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมเปิดตัวโชว์รูมซูเปอร์คาร์มือสอง
ในยุคที่ความหรูหราและการแสดงออกถึงสถานะทางสังคมมีความสำคัญ ทว่ากำลังซื้ออาจไม่ได้สูงเท่าที่ควร ตลาดรถยนต์และเรือหรูมือสองจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ที่ใฝ่ฝันในสมรรถนะและความสง่างามของซูเปอร์คาร์และเรือยอชท์ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ งาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST (Demo & Used) ที่จัดขึ้นโดยกลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ถือเป็นการตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้อย่างตรงจุด
การเปิดตัว MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST: มิติใหม่ของตลาดรถยนต์หรูมือสอง
นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ได้เปิดเผยถึงการจัดงาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST (Demo & Used) ซึ่งเป็นครั้งแรกของกลุ่มบริษัท โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ณ โครงการ เอ-สแควร์ สุขุมวิท 24 งานนี้ได้รวบรวมซูเปอร์คาร์มือสองกว่า 30 คัน และเรือยอชท์มือสอง มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท มาจัดแสดงและจำหน่าย
เป้าหมายหลักของการจัดงานนี้คือการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่มีความสนใจในรถยนต์และเรือหรู แต่มีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ MGC-ASIA เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดรถยนต์และเรือหรูมือสอง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี การจัดงานครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่การเปิดโชว์รูมซูเปอร์คาร์มือสองโดยเฉพาะ เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตขึ้นนี้ในอนาคต
กลยุทธ์เจาะตลาด: คุณภาพมาตรฐานสากล ราคาพิเศษ
MGC-ASIA ไม่ได้เพียงแค่นำรถยนต์และเรือหรูมือสองมาจัดแสดง แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า แม้จะเป็นสินค้ามือสอง ทว่าทุกคันที่นำมาจัดแสดงผ่านการตรวจสอบสภาพตามมาตรฐานสากลอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์และเรือยอชท์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานใหม่
นอกจากนี้ ราคาขายในงานยังเป็นอีกหนึ่งจุดดึงดูดที่สำคัญ โดย MGC-ASIA ได้ตั้งเป้ายอดจองภายในงานไม่น้อยกว่า 60% และได้เสนอราคาพิเศษที่ต่ำกว่าปกติถึง 30-50% ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์หรือเรือหรูในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
ภาพรวมตลาดรถยนต์อัลตร้าลักชัวรี่: การเติบโตที่น่าจับตา
นายสุนทรพันธ์ เดชะเทศ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดรถยนต์อัลตร้าลักชัวรี่ โดยระบุว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา โรลส์-รอยซ์ มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น รถในสต็อกปัจจุบันเหลือไม่มากนัก ทำให้คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดรถยนต์อัลตร้าลักชัวรี่น่าจะยังคงมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัวไฮไลท์รุ่นใหม่ของโรลส์-รอยซ์ ในช่วงปลายปี
ZUPER CAR: ประสบการณ์ทดลองขับ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
นายชุก อิศรางกูล ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไป ZUPER CAR ได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มรถเดโมคาร์และยูสด์คาร์ โดยกล่าวว่า แม้จะมีลูกค้าบางกลุ่มที่ให้ความสนใจ แต่ก็ยังมีความลังเลในการตัดสินใจซื้อ การจัดงานครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ
MGC-ASIA ยังได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางการเงินอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ มอบโปรแกรมพิเศษและโปรโมชั่นสุดคุ้ม โดยเฉพาะการรับคะแนนสะสมสูงสุดถึง 20 เท่า ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้กับงานมากยิ่งขึ้น
เฟอร์รารี่: การเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายบริการ และการเปิดตัวรุ่นใหม่
บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์เฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเตรียมขยายศูนย์ซ่อมบำรุงให้รองรับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น
การเปิดตัว “เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” (Ferrari Portofino) ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่คาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายเฉพาะรุ่นนี้ได้ถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
กลยุทธ์การตลาดของเฟอร์รารี่: เน้นประสบการณ์ขับขี่และไลฟ์สไตล์
นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี รองประธานบริษัท กรรมการบริหาร บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ได้เปิดเผยถึงแนวทางการทำตลาดรถยนต์เฟอร์รารี่ในปี 2561 โดยให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ 3 ปี ที่มุ่งเน้นการบุกตลาดเซกเมนต์แกรนด์ทัวริสโม่ (GT) มากขึ้น โดยมี “เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” เป็นรถไฮไลท์
“เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ GT อย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นก่อน แรงม้าที่เพิ่มขึ้น รูปลักษณ์ที่สวยงาม ดุดัน และความสามารถในการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว รุ่นนี้จะเข้ามาแทนที่รุ่น California และ California T ซึ่งเคยประสบความสำเร็จอย่างสูง และคาดว่า Portofino จะสร้างยอดขายได้ถึง 25% ของยอดขายรวมในอีก 5 ปีข้างหน้า
กลยุทธ์การตลาดหลักคือการสร้างประสบการณ์ขับขี่จริงหลังพวงมาลัย (Test Drive) เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถด้วยตนเอง การจัดทดสอบขับในต่างประเทศ เช่น ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเวลา 2 วัน ช่วยให้ลูกค้าได้เข้าใจถึงศักยภาพของรถอย่างเต็มที่ และสามารถนำไปปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้
จุดเด่นที่ทำให้ “เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” เป็นที่กล่าวขาน คือระดับความสูงจากพื้นรถที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเข้า-ออกสถานที่ต่างๆ และความสามารถในการเปิด-ปิดหลังคาแข็งแบบอัตโนมัติภายใน 14 วินาที ซึ่งเป็นการผสมผสานความหรูหรา สปอร์ต และความสะดวกสบายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
บริการหลังการขาย: หัวใจสำคัญของความประทับใจ
คาวาลลิโน มอเตอร์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริการหลังการขาย โดยมีการรับประกัน 3 ปี และบริการซ่อมบำรุงดูแลรักษา 7 ปีสำหรับรถเฟอร์รารี่ทุกคัน ลูกค้าจะได้รับการตรวจเช็คสภาพรถทุก 6 เดือน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
การติดต่อกับบริษัทแม่โดยตรง ทำให้คาวาลลิโน มอเตอร์ สามารถนำผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่ประจำการในสิงคโปร์ บินตรงมาวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
การลงทุนเพื่ออนาคต: ขยายศูนย์ซ่อมบำรุง ยกระดับบริการ
บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เพื่อขยายศูนย์ซ่อมบำรุง รวมถึงการปรับปรุงระบบต่างๆ ลงทุนในซอฟต์แวร์ และเพิ่มบุคลากร เพื่อยกระดับการดูแลและบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและครบวงจรมากขึ้น การลงทุนนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2561 เพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น และเสริมบริการหลังการขายให้ครอบคลุม เช่น การเพิ่มจำนวนแท่นยกรถ (Hoist) การทำสี และการเคาะตัวถังรถ
กลยุทธ์การตลาดแบบบอกต่อ และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์
นอกจากการตลาดแบบดั้งเดิม คาวาลลิโน มอเตอร์ ยังคงใช้กลยุทธ์การบอกต่อ (Word of Mouth) ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ทำยอดขายได้ถึง 60% โดยมีการจัดโรดโชว์ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ และทำกิจกรรมร่วมกับชมรม Ferrari Owner Club Thailand เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
คาดการณ์ยอดขาย: การเติบโตอย่างก้าวกระโดด
จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดการณ์ว่ายอดขายรวมของเฟอร์รารี่รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ “เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” จะมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 50% จากรุ่นก่อนหน้า การเติบโตของยอดขายรวมของบริษัทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2013-2018) เพิ่มขึ้นถึง 100% และจำนวนรถเฟอร์รารี่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 คัน
เป้าหมายสู่ความเป็นผู้นำ: ย้ำตำแหน่ง “ลักชัวรี่ ซูเปอร์คาร์”
เป้าหมายของคาวาลลิโน มอเตอร์ คือการเป็นผู้นำในตลาดซูเปอร์คาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมมองของเฟอร์รารี่ ซึ่งไม่ใช่เพียงสปอร์ตคาร์ แต่คือ “ลักชัวรี่ ซูเปอร์คาร์” การขยายฐานตลาดสู่เซ็กเมนต์แกรนด์ทัวริสโม่ (GT) จะเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
มหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่ง: แหล่งรวมสุดยอดรถโมดิฟายจากญี่ปุ่น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถยนต์ มหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่งที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม นี้ เป็นอีกหนึ่งงานที่ไม่ควรพลาด โดยจะมีรถแต่งระดับเทพจากประเทศญี่ปุ่นถึง 8 คัน มาจัดแสดงให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด
รายชื่อรถแต่งตัวโชว์จากญี่ปุ่น:
HONDA NSX Modulo (ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ โมดูโล่): สปอร์ตคาร์ระดับตำนานที่มาพร้อมชุดแต่ง Modulo
TOYOTA VITABON-GO VR38 (โตโยต้า ไวเทบอลโก วีอาร์ 38): รถตู้ที่โมดิฟายด้วยเครื่องยนต์จาก Nissan GT-R R35
MAZDA RX7 BN SPORT B.L.S FD3S (มาสด้า อาร์เอ็กซ์ 7 บีเอ็น สปอร์ต): มาพร้อมชุดบอดี้พาร์ทสุดงามจากสำนักแต่ง BN Sport
NISSAN 4 TURBO SILVIA QUAD EYES (นิสสัน 4 เทอร์โบ ซิลเวีย ควอด อายส์): ขุมพลังจากเทอร์โบ 4 ลูก
SUZUKI Monster Sport ZC33S (ซูซูกิ สวิฟท์ มอนส์เตอร์ สปอร์ต): รถขนาดเล็กที่มาพร้อมชุดแต่งเต็มพิกัดและพลังอันมหาศาล
NISSAN Tommy kaira R Concept (นิสสัน ทอมมี่ ไคร่า อาร์ คอนเซ็ปต์): โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ชุดบอดี้พาร์ทล่าสุด
TOYOTA 86 WIDE BODY ROHAN G-CANDY (โตโยต้า 86 ไวด์บอดี้ โรฮาน จี-แคนดี้): ผลงานศิลปะบนล้อที่พร้อมสำหรับการดริฟท์
AUDI BALANCE IT R8 (อาวดี้ อาร์ 8 บาลานซ์ อิท): ยกระดับความเป็นลักชัวรี่ด้วยชุดบอดี้พาร์ท
ตลาดรถยนต์ไทยปี 2560-2561: ความคึกคักกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่
นับเป็นปีที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เนื่องจากตลาดมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ตลอดทั้งปี ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่อีโคคาร์ รถขนาดคอมแพกต์ รถมิดไซส์ ไปจนถึงซูเปอร์คาร์และซูเปอร์พรีเมียม
รุ่นรถใหม่ที่น่าจับตา:
Honda: ซิตี้ ไมเนอร์เชนจ์, ซีวิค แฮทช์แบ็ก, และซีอาร์-วี โฉมใหม่
Nissan: โน้ต (Eco Car) เน้นความกว้างขวางและความสะดวกสบายในห้องโดยสาร
Mini: คันทรีแมน เจเนอเรชั่นที่สอง ตัวถังใหญ่ขึ้น รองรับ 5 ที่นั่ง
Audi: Q2 “Baby Crossover” รถ 5 ประตู 5 ที่นั่ง พร้อมขุมพลังหลากหลาย
Maserati: เลวันเต SUV พรีเมียม ดีไซน์หรูหรา
Mercedes-Benz: อี-คลาส คูเป้ รถสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรู
BMW: ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ (G30) พัฒนาบนแพลตฟอร์ม CLAR
Mazda: เอ็มเอ็กซ์-5 อาร์เอฟ (RF – Retractable Fastback) หลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
Bentley: เบนเทย์กา รถ SUV ขนาดใหญ่ ผลิตด้วยมือ
MG: จีวี รถตู้ 11 ที่นั่ง ร่างทรง Maxus G10
Ford: มัสแตง รถ Muscle Car สไตล์อเมริกัน
Toyota: ซี-เอชอาร์ (C-HR) ครอสโอเวอร์ดีไซน์สปอร์ต คาดว่าจะเป็นไฮบริด
Subaru: เอ็กซ์วี ใหม่
Mazda: ซีเอ็กซ์-9 (CX-9)
Hyundai: ทูซอน (Tucson)
Volvo: เอ็กซ์ซี60 ใหม่ (XC60)
Lexus: การเดินทางของแบรนด์หรูในตลาดไทย
ย้อนกลับไปเมื่อ Lexus ได้เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย หลายคนคงจดจำได้ถึง LS400 ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Mercedes-Benz S-Class และ BMW ซีรีส์ 7 และ ES300 ที่มีความคล้ายคลึงกับ Toyota Windom การตลาดในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย อาศัยนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และงานแสดงรถยนต์ เป็นช่องทางหลัก Lexus ประสบความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์หรูที่แตกหน่อมาจาก Toyota แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการถูกมองว่าเป็น “Toyota พรีเมียม” แต่ก็สามารถสร้างฐานลูกค้าที่รู้จักและยอมรับในคุณภาพและความทนทาน
ความท้าทายในยุคปัจจุบัน: ราคาและความคุ้มค่า
เมื่อกาลเวลาผ่านไปกว่า 20 ปี ตลาดรถยนต์มีการแข่งขันสูงขึ้น Lexus ซึ่งเคยมีค่าตัวที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง กลับมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดคำถามเรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากเยอรมันที่นำเสนอเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ใกล้เคียงหรือดีกว่าในงบประมาณที่เท่ากัน
Lexus GS200t: การตีความตลาดซูเปอร์คาร์หรูในมุมมองใหม่
Lexus GS200t Luxury ซึ่งมาพร้อมราคา 4,590,000 บาท เป็นรถที่น่าสนใจในแง่ของการออกแบบที่ผสมผสานความละเมียดแบบญี่ปุ่นเข้ากับความสง่างามแบบรถยุโรป แม้ว่าการออกแบบภายในอาจจะดูอนุรักษ์นิยมไปบ้างเมื่อเทียบกับคู่แข่งรุ่นใหม่ แต่การเก็บรายละเอียดวัสดุและการประกอบยังคงรักษามาตรฐานของ Lexus ไว้ได้อย่างดี
สมรรถนะและเทคโนโลยี: ความคาดหวังกับความเป็นจริง
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 8AR-FTS ที่ให้กำลัง 245 แรงม้า ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ AA81E จาก Aisin ถือเป็นขุมพลังที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่การตอบสนองของคันเร่งและเทอร์โบในโหมด Sport อาจยังไม่ดุดันเท่าที่คาดหวังเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากยุโรป อย่างไรก็ตาม GS200t ก็ยังคงโดดเด่นในเรื่องความนุ่มนวลของช่วงล่าง การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร และความมั่นใจในการขับขี่ทางไกล
ระบบความปลอดภัย: มาตรฐานที่ควรยกระดับ
ในด้านระบบความปลอดภัย GS200t Luxury มาพร้อมถุงลมนิรภัยรอบคัน ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDIM และ Traction Control ซึ่งเป็นมาตรฐานที่น่าพอใจ ทว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz E220d Avantgarde ที่มีราคาถูกกว่า ยังมีระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Active Brake Assist และ Around View Camera มาให้ การที่ Lexus ยังคงจำกัดระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ในรุ่นย่อยที่ราคาสูงกว่า อาจเป็นจุดที่ต้องพิจารณาเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาด
บทสรุป: Lexus GS200t ทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหาความแตกต่าง
Lexus GS200t Luxury ไม่ใช่รถที่แย่ แต่เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนความสง่างาม สุขุม และต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากแบรนด์ยุโรปทั่วไป การออกแบบที่เน้นความละเมียด การบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม และสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทำให้ GS200t เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจและผู้บริหารที่ต้องการรถยนต์ที่บ่งบอกถึงรสนิยมและความประณีต
ถึงเวลาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากรถยนต์และเรือหรูที่ MGC-ASIA ได้คัดสรรมาให้คุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์คาร์มือสองที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งความเร็ว หรือเรือยอชท์ที่พร้อมพาคุณล่องสู่ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ติดต่อทีมงาน MGC-ASIA หรือผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและค้นหารถยนต์หรือเรือในฝันของคุณได้แล้ววันนี้

