Mazzanti Evantra: สุนทรียภาพแห่งอิตาลี สู่ซูเปอร์คาร์ที่รังสรรค์เพื่อคุณ
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง ประเทศอิตาลียังคงเป็นมหาอำนาจที่ยากจะหาใครเทียบเคียง ไม่ว่าจะเป็นตำนานแห่งม้าลำพองอย่าง Ferrari หรือกระทิงดุ Lamborghini ที่สร้างชื่อเสียงมายาวนาน ทว่า ท่ามกลางยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ยังมีดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังสร้างชื่อให้กับตนเอง นั่นคือ Mazzanti แบรนด์ซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้ในปี 2013 พวกเขาได้เปิดตัวซูเปอร์คาร์คันแรกที่ชื่อว่า Mazzanti Evantra สู่สายตาชาวโลก
Mazzanti Evantra: นิยามใหม่ของ “Made to Order”
Evantra ไม่ใช่แค่รถยนต์ซูเปอร์คาร์ธรรมดา แต่เป็นผลงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นตามความต้องการเฉพาะของเจ้าของอย่างแท้จริง ทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบภายนอกจรดการตกแต่งภายใน ล้วนถูกใส่ใจและพิถีพิถันอย่างสูงสุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านภาพลักษณ์และสมรรถนะ การผลิตที่จำกัดเพียงปีละ 5 คันเท่านั้น ยิ่งทำให้ Evantra กลายเป็นของสะสมอันล้ำค่าสำหรับนักเลงรถตัวจริง การออกแบบเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความคลาสสิกเหนือกาลเวลา และเส้นสายอันแข็งแกร่งดุดันของรถยนต์ยุคใหม่
ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์: ผสานความแข็งแกร่งและความอ่อนช้อย
เส้นสายของ Evantra สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบของชาวอิตาลีได้อย่างชัดเจน ด้วยรูปทรงที่โค้งมนสง่างาม แต่ตัดทอนด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและช่องดักลมขนาดใหญ่ที่ดูดุดัน เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร โครงสร้างตัวถังสร้างขึ้นจากเหล็กโครเมียมโมลิบดีนัม (Chromium-Molybdenum) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านความแข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่
สำหรับตัวถังภายนอก ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่างวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบา หรือตัวถังอะลูมิเนียม (Aluminum) ที่มีความยืดหยุ่นในการขึ้นรูปและประกอบด้วยมือ ทำให้เจ้าของสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอกให้เป็นไปตามความต้องการได้อย่างแท้จริง
ห้องโดยสาร: ศูนย์กลางแห่งความหรูหราและการปรับแต่งตามใจ
ภายในห้องโดยสาร 2 ที่นั่งของ Evantra คือการประกาศศักดาของความหรูหราและการปรับแต่งตามความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ลูกค้าสามารถเลือกชนิดของวัสดุหุ้มเบาะ ไม่ว่าจะเป็นหนังหายาก หนังชนิดพิเศษ หรือแม้กระทั่งสีสันที่แตกต่างกันไปตามรสนิยม นอกจากนี้ ยังเพียบพร้อมด้วยระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ครบครัน ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ถูกติดตั้งอย่างโดดเด่นเหนือคอนโซล และพวงมาลัยที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลเกียร์ และแป้น paddle shift ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่
ขุมพลัง V8: อัญมณีแห่งสมรรถนะ
หัวใจสำคัญของ Mazzanti Evantra คือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 7,000 ซีซี ที่รีดพละกำลังได้ถึง 701 แรงม้า พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยก้านสูบไทเทเนียม (Titanium Conrods) ประสานการทำงานกับระบบเกียร์ธรรมดาแบบต่อเนื่อง 6 สปีด (6-speed sequential manual gearbox) พา Evantra ทะยานสู่ความเร็วสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับซูเปอร์คาร์ที่เน้นการผลิตแบบสั่งทำพิเศษ
ช่วงล่างและระบบเบรก: เทคโนโลยีชั้นยอดเพื่อการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ
เพื่อให้สมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Evantra สามารถควบคุมได้ดั่งใจ Mazzanti ได้เลือกใช้ล้อและยางสมรรถนะสูงจาก Continental ขนาด 225/30 สำหรับล้อหน้า และ 305/25 สำหรับล้อหลัง พร้อมล้อแม็กอัลลอยขนาด 20 นิ้ว จาก OZ Racing ที่การันตีทั้งความสวยงามและความแข็งแกร่ง ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ จาก Brembo ผู้ผลิตระบบเบรกชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีออปชั่นผ้าเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก (Carbon Ceramic Brake Pads) ให้เลือก เพื่อประสิทธิภาพการหยุดรถสูงสุด แม้ในสภาวะการขับขี่ที่รุนแรง
Mazzanti Evantra: คู่แข่งที่น่าจับตามองในตลาดซูเปอร์คาร์ระดับโลก
แม้ว่าราคาของ Mazzanti Evantra จะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ Mazzanti Evantra กลายเป็นผู้ผลิตซูเปอร์คาร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง สามารถท้าชนกับแบรนด์ระดับแถวหน้าอย่าง Ferrari และ Lamborghini ได้อย่างสมศักดิ์ศรี การผสมผสานระหว่างงานฝีมืออันประณีต สมรรถนะอันทรงพลัง และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ Evantra ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและรสนิยมอันเหนือชั้น
การแสวงหาประสบการณ์ใหม่บนท้องถนน: การเปิดตัวที่น่าสนใจในปี 2013
ปี 2013 นับเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นในวงการยานยนต์ ตลาดรถยนต์มีการปรับเปลี่ยนและนำเสนอโมเดลใหม่ๆ ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
Nissan Note: สัมผัสใหม่แห่งความประหยัดและความอัจฉริยะ
Nissan ได้ทำการเปิดตัว Nissan Note เจเนอเรชั่นที่ 2 อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยภายใต้แนวคิด “Squash Line” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเฉี่ยวคมแล้ว สิ่งที่โดดเด่นอีกประการคือการนำระบบ Around View Monitor (AVM) หรือระบบช่วยมองรอบคันรถ มาติดตั้งในรถยนต์ขนาด Sub-Compact เป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยมีให้ใช้ในรถยนต์ระดับหรูอย่าง Infiniti ระบบนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการเข้าจอดหรือการขับขี่ในที่แคบ
ใต้ฝากระโปรงหน้าของ Nissan Note คือเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ พร้อมระบบซูเปอร์ชาร์จ (Supercharger) และระบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Injection) ที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 13:1 ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 105 ปอนด์ฟุต ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Nissan March ที่น่าประทับใจคือ Nissan อ้างว่า Note รุ่นนี้มีความประหยัดน้ำมันสูงสุดในกลุ่มเดียวกัน ด้วยอัตราสิ้นเปลืองถึง 25.2 กิโลเมตรต่อลิตร Nissan Note เริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเดือนกันยายน และตามด้วยตลาดยุโรปในปีถัดไป
Motor Expo 2013: มหกรรมยานยนต์ที่รวมสุดยอดรถยนต์แห่งปี
งาน Motor Expo 2013 ที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี ได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษให้กับผู้บริโภค ซึ่งมีรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากมายให้เลือกสรร:
Nissan Juke: รถครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่มาพร้อมดีไซน์สุดแนว สำหรับคนเมืองที่ต้องการความโดดเด่น มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
Nissan Teana: รถซีดานขนาดกลางที่เน้นความหรูหรา สะดวกสบาย
Honda Odyssey: MPV อเนกประสงค์ที่ได้รับการปรับโฉมให้มีความหรูหรามากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร
Proton Suprima S: รถแฮทช์แบ็ก 5 ประตูจากมาเลเซีย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 138 แรงม้า
Isuzu Mu-X: รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ
Mazda CX-5: รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Mazda SkyActiv และดีไซน์ Kodo
Toyota Yaris: รถอีโคคาร์ยอดนิยมที่มาพร้อมคอนเซปต์ “That’s Right”
Ford Fiesta EcoBoost: การเปิดตัวเครื่องยนต์ EcoBoost 1.0 ลิตร ใน Ford Fiesta ที่ปรับโฉมใหม่
Ford EcoSport: รถอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่กำลังได้รับความนิยม
BMW 420d Coupe: รถสปอร์ตคูเป้ที่ผสมผสานสมรรถนะและความประหยัด
New BMW X5: รถอเนกประสงค์หรูที่ได้รับความนิยม
Volvo V40 Cross Country: รถที่ผสมผสานความสปอร์ต ความปลอดภัย และความอเนกประสงค์
All New Range Rover Sport: รถอเนกประสงค์หรูที่เน้นสมรรถนะและความอลังการ
BMW 3-Series GT: ทางเลือกใหม่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ BMW
ในช่วงปี 2013 ข้อมูลภาพของ 2013 BMW 3-Series GT ได้ถูกเผยแพร่อย่างแพร่หลาย สร้างความสนใจให้กับแฟนๆ BMW เป็นอย่างมาก รถรุ่นนี้เป็นการต่อยอดจากตระกูล 3-Series โดยปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การออกแบบภายในได้รับการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยเฉพาะตำแหน่งเบาะนั่งที่ถูกยกสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
BMW X1: สานต่อความสำเร็จ สู่ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก
BMW ได้เรียนรู้จากความสำเร็จของ MINI ในการสร้างรายได้จากรถยนต์ขนาดเล็ก ทำให้เกิดการพัฒนา BMW X1 ขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก BMW X1 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ที่ยุโรป และได้บุกตลาดอเมริกาในปี 2012 การออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ BMW ไว้ได้อย่างชัดเจน ด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ ไฟหน้า Bi-Xenon ที่ดูโฉบเฉี่ยว เส้นสายรอบคันที่ดูแข็งแรงสไตล์รถครอสโอเวอร์
ภายในห้องโดยสารของ X1 กว้างขวางโอ่อ่า พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่มากถึง 738 ลิตร และสามารถเพิ่มได้ถึง 1585 ลิตร เมื่อพับเบาะ พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมสวิตช์ควบคุม คันเกียร์ไฟฟ้า และระบบ iDrive ช่วยเสริมการขับขี่อย่างสะดวกสบาย
ขุมพลังของ BMW X1 มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2,000 ซีซี เทอร์โบชาร์จ 135 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2,000 ซีซี 150 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ 6 หรือ 8 สปีด Steptronic ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล พวงมาลัยไฟฟ้า Servotronic มอบความแม่นยำในทุกโค้ง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่ทำได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร
Top Gear Awards 2013: รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีที่คัดสรรโดยกูรู
รายการ Top Gear นิตยสารรถยนต์ที่ได้รับความเชื่อถือมายาวนาน ได้ประกาศรายชื่อรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2013 ซึ่งเป็นการคัดสรรที่สะท้อนถึงความหลากหลายและความยอดเยี่ยมในแต่ละประเภท:
Hypercar of the Year + Jeremy Clarkson’s Car of the Year: McLaren P1
Supercar of the Year + James May’s Car of the Year: Ferrari 458 Speciale
Richard Hammond’s Car of the Year: Porsche 911 GT3
Convertible of the Year: Jaguar F-Type
Thing of the Year: Honda Mean Mower (รถตัดหญ้าสมรรถนะสูง)
Family Car of the Year: Citroën C4 Picasso
Lairy Car of the Year: Mercedes-Benz SLS AMG Black
Not The Muscle Car of the Year: Chevrolet Corvette Stingray
Luxury Car of the Year: Mercedes-Benz S-Class
Rather Splendid Motor Car of the Year: Rolls-Royce Wraith
Bargain of the Year: Hyundai i10
Racecar of the Year: Peugeot 208 T16
Green Car of the Year: BMW i3
SUV of the Year: Range Rover Sport
Innovation of the Year: Volkswagen XL-1
Manufacturer of the Year: Porsche
Car of the Year + Hot Hatch of the Year: Ford Fiesta ST
เทรนด์สีรถยนต์ปี 2013: สีขาวครองแชมป์ ความหรูหราสไตล์เอเชีย
รายงานสีรถยนต์ที่ได้รับความนิยมประจำปี 2555 จาก DuPont Refinish เผยให้เห็นถึงทิศทางของความนิยมในสีรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นข้อมูลที่จัดทำต่อเนื่องมากว่า 60 ปี
สีขาว/ขาวมุก: ครองอันดับ 1 ทั่วโลกติดต่อกันเป็นปีที่สอง ด้วยส่วนแบ่งตลาด 23% เป็นที่นิยมสูงสุดในยุโรป อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย แอฟริกาใต้ และเม็กซิโก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสีขาวมุก (Tri-coat) ทำให้สีขาวสามารถเข้าถึงกลุ่มรถหรูได้
สีดำ: ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 21% ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในตลาดเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงความหรูหราและคุณภาพ
สีเงิน: ร่วงลงมาอยู่อันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 18% เนื่องจากความนิยมที่ค่อยๆ ลดลง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่
แนวโน้มสีรถยนต์ตามรายงาน “Color Mind” 2013:
Noble Ambition: เน้นความหรูหรา คุณภาพสูง (เช่น สีเขียวแบบอัญมณี, สีขาวมุก, สีบรอนซ์ประกาย)
Individual Attitude: เน้นดีไซน์ที่โดดเด่น ทันสมัย (เช่น สีแดงเข้ม, สีน้ำเงินอมเขียวเข้ม, สีชมพูโลหะอ่อน)
Progressive Nature: เน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี พลังงาน (เช่น สีโลหะ “Electronic Beat”, สีน้ำตาลอ่อน “High Tech Nature”)
Authentic History: การนำสีคลาสสิกกลับมาตีความใหม่ (เช่น สีเทา “Re-imagined Gray”, สีเขียว “Green Revival”)
DuPont Refinish หรือปัจจุบันคือ Axalta Coating Systems ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสีพ่นรถยนต์ทั่วโลก
Lamborghini Veneno: ซูเปอร์คาร์ 50 ปี ที่สร้างปรากฏการณ์
ในปี 2013 Lamborghini ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการเปิดตัว “Lamborghini Veneno” ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ โดยมีราคาเปิดตัวสูงถึง 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 112 ล้านบาท) และผลิตเพียง 3 คันในโลกเท่านั้น
ชื่อ “Veneno” มาจากชื่อของกระทิงนักสู้ที่มีความดุร้ายและแข็งแกร่ง สื่อถึงสมรรถนะอันทรงพลังของตัวรถ การออกแบบภายนอกดูปราดเปรียว ดุดัน ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบหลัก ช่องดักลมขนาดใหญ่ตามหลักแอโรไดนามิก สปอยเลอร์หลังที่โฉบเฉี่ยว และล้ออัลลอยสีดำขอบแดงที่ตัดกับสีรถได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสารยังคงความสปอร์ตด้วยมาตรวัดและการตกแต่งด้วยวัสดุพิเศษ “Carbonskin” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini
ขุมพลังของ Veneno คือเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร รีดกำลังได้สูงสุดถึง 750 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ ISR 7 สปีด สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 355 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นซูเปอร์คาร์ที่สร้างปรากฏการณ์และความปรารถนาให้กับนักสะสมทั่วโลก
Bangkok International Motorshow ครั้งที่ 34: สัมผัสโลกยานยนต์อย่างใกล้ชิด
งาน Bangkok International Motorshow ครั้งที่ 34 เป็นอีกหนึ่งมหกรรมยานยนต์ที่จัดขึ้นเพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จากหลากหลายแบรนด์ ซึ่งมีรถยนต์ที่น่าสนใจครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์:
Bentley: นำเสนอ Continental GT Speed, Continental GT V8 และ Mulsanne
BMW / MINI: เปิดตัว BMW 116i, ActiveHybrid3, ActiveHybrid 5 และ MINI Paceman Cooper/Cooper S
Chevrolet: เปิดตัว Spin, พร้อมรถต้นแบบ Code 130 R และ TRU 140S และ Cruze Minorchange
Ford: โชว์ Ecosport, Fiesta Minorchange พร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร EcoBoost, Ranger, Territory และ Focus
Great Wall / HAVAL: นำเสนอ SUV 3 รุ่น ได้แก่ Haval H6, H8, M4 และรถต้นแบบ Haval E
Honda: เปิดตัว Honda Accord ใหม่, Civic Hybrid
Hyundai: เปิดตัว Veloster/Veloster Turbo
Isuzu: นำเสนอรถรุ่นเดิมที่ยังคงได้รับความนิยม
Jaguar/Land Rover: จัดแสดง XF, XK, XJ และรอคอยการมาถึงของคู่แข่ง 3-Series
Lamborghini: นำเสนอ Aventador, Gallardo Super Leggera และ Gallardo Minorchange
Lotus: นำเสนอ Evora, Elise, Exige
Mazda: โชว์ Mazda 2 Limited Edition, CX-5 (โชว์ตัว), BT50 Pro และ Mazda 3 S+
Mercedes-Benz: เปิดตัว New E-Class Minorchange และ Concept Style Coupe
Mitsubishi Motors: นำเสนอรถต้นแบบ MITSUBISHI Concept G4 (Mirage Sedan) และ MITSUBISHI Concept GR-HEV (Triton SUT) และ Mirage Bloom Edition
Nissan: เปิดตัว March Minorchange, NV350 Big Urvan, Pulsar, Sylphy, Almera, Teana และ Nissan Ellure Concept
Peugeot: จัดแสดง 408, 508 และ Peugeot Expert
Porsche: เปิดตัว Cayman S พร้อม Boxster, 911 Carrera 4, 911 Carrera S Cabriolet, Panamera S Hybrid และ Cayenne S Hybrid
Rolls-Royce: นำเสนอ Phantom และ Ghost Special Edition “Art Deco”
SsangYong: โชว์ Korando และ Stavic Big Minorchange
Suzuki: เปิดตัว Ertiga เคียงข้าง Swift
Toyota/Lexus: เปิดตัว New Vios และ Lexus IS (รวมถึงรุ่นไฮบริด)
Volvo: เปิดตัว V40 พร้อมระบบความปลอดภัย City Safety ที่ได้รับการอัปเกรด
Volkswagen: นำเสนอ Golf GTi, Scirocco พร้อมชุดแต่ง R-Line
งาน Motor Show ในครั้งนี้ได้รวบรวมรถยนต์ที่น่าสนใจหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถซูเปอร์คาร์ รถหรู รถยนต์นั่ง ไปจนถึงรถอเนกประสงค์และรถยนต์ขนาดเล็ก เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ยานยนต์อย่างเต็มที่
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือเพียงแค่ต้องการสัมผัสเทคโนโลยีและดีไซน์ล่าสุดในโลกยานยนต์ อย่าพลาดโอกาสในการเข้าชมงานมหกรรมยานยนต์เหล่านี้ เพื่อค้นหาสิ่งที่คุณต้องการและสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นไปกับโลกแห่งรถยนต์!
![N0801106 หญ งม ตำหน [ตอนแรก] part2](https://filmth1.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-495.png)
