ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า: Great Wall Motor ทุ่ม 30 ล้านดอลลาร์ ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ พร้อมรุกตลาด EV เต็มสูบ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยความตื่นเต้นเสมอ โดยเฉพาะการก้าวสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งไม่ใช่เพียงกระแส แต่คืออนาคตที่กำลังก่อร่างสร้างตัวอย่างแข็งแกร่ง และข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการลงทุนของ Great Wall Motor (GWM) ในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นภาพอนาคตอันสดใสนี้ได้อย่างชัดเจน
การลงทุนพลิกโฉมอุตสาหกรรม: GWM ทุ่ม 30 ล้านดอลลาร์ ตั้งฐานการผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทย
ตามรายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ส่อเค้าว่า Great Wall Motor บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน กำลังจะบรรลุข้อตกลงในการลงทุนราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจัดตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคนี้ ไม่เพียงเท่านั้น GWM ยังมีแผนที่จะเริ่มสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Compact Car หรือรถยนต์ขนาดกะทัดรัดภายในปีหน้าอีกด้วย
คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ Great Wall Motor ประเทศไทย (GWM) ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่านั้นว่า สำนักงานใหญ่ของ GWM ในมณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ตลาดไทยมีความต้องการสูงและเป็นที่สนใจของ GWM เป็นพิเศษ
ไทย: จุดยุทธศาสตร์สู่การเป็น Hub EV แห่งอาเซียน
การลงทุนของ GWM ไม่ได้เป็นเพียงการขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการตอกย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลไทยเองก็มีนโยบายสนับสนุนอย่างแข็งขัน ทั้งในรูปแบบเงินอุดหนุนและมาตรการส่งเสริมการลงทุนอื่นๆ เพื่อดึงดูดผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำทั่วโลกให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตและพัฒนานวัตกรรมในประเทศ
ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2565 ชื่อของ GWM ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดไทยจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ราคาสุดพิเศษรุ่นเริ่มต้นอยู่ที่ 828,500 บาท โดยได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐถึง 230,500 บาท ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคได้รับ และความตั้งใจของ GWM ในการทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
คุณณรงค์ ยืนยันแผนการผลิต Ora Good Cat ในประเทศไทยในปีหน้า ซึ่งจะมาพร้อมกับการหาแหล่งผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศให้มากขึ้น รวมถึงแบตเตอรี่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐไทย นี่คือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
แผนพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ: ไทยก้าวทันเทคโนโลยีโลก
ภายใต้นโยบายของรัฐบาลไทย ประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก กำลังเร่งเครื่องสู่การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายที่จะให้สัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 30% ของกำลังการผลิตทั้งหมด 2.5 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2573 มาตรการลดหย่อนภาษีและเงินอุดหนุนเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลใช้ในการผลักดันเป้าหมายนี้
โรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM อาจมีการลงทุนเริ่มต้นราว 500-1,000 ล้านบาท โดยรายละเอียดขนาดและกำลังการผลิตที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับการวางแผนขั้นสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะยกระดับโรงงานให้สามารถผลิตเซลล์แบตเตอรี่ได้ในอนาคต ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและการสนับสนุนจากภาครัฐไทย
“เราอาจก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญ ที่สามารถทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับโรงงานแบตเตอรี่ของเรา” คุณณรงค์ กล่าวทิ้งท้ายถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด
แม้ว่า GWM และ BYD จากจีน จะกำลังทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในประเทศไทย แต่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota Motor และ Isuzu Motor ยังคงเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถกระบะ ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ในปีที่ผ่านมา การแข่งขันในตลาดไทยจึงยังคงเข้มข้น และน่าจับตาว่าผู้เล่นใหม่จากจีนจะสามารถเข้ามาท้าทายผู้นำเดิมได้อย่างไร
Audi Sport: 40 ปี แห่งตำนาน High Performance ที่ขับเคลื่อนสู่ประเทศไทย
ในอีกมุมหนึ่งของวงการยานยนต์ระดับพรีเมียม Audi ประเทศไทย ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “TT RS Heritage Thailand Limited Edition” จำนวนจำกัดเพียง 25 คันทั่วโลก พร้อมเสริมทัพด้วยรุ่น High Performance อีกสองรุ่น คือ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของ Audi Sport ในการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูง (High Performance Cars) ที่ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้านสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ Audi ประเทศไทย กล่าวว่า “กระแสตอบรับจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ปี 2022 ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก (อันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น) และในครึ่งปีแรกของปี 2023 ด้วย Motorsport DNA ที่ถูกถ่ายทอดมายัง Audi TT Coupé Final Icon Black ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายของกลุ่ม Audi TT ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก (อันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น) เพื่อตอกย้ำความชื่นชอบของ Audi Fan ในประเทศไทยที่มีต่อ Audi TT AUDI AG และ Audi ประเทศไทย ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการทำโปรเจ็คสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Icon Model ระดับตำนาน จึงเป็นที่มาของ “TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition” เป็นรถ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่มีเพียง 25 คัน ทั่วโลกเท่านั้น”
ปี 2023 เป็นปีที่ AUDI AG ฉลองครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport Sub-brand ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงที่ไร้ขีดจำกัด ทั้งในด้านประสิทธิภาพและดีไซน์สปอร์ต ตั้งแต่ปี 1983 Audi Sport ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก และโลดแล่นในสนามแข่งมาโดยตลอด TT RS ถือเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญภายใต้การพัฒนาของ Audi Sport และ Audi TT เองก็กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ในฐานะรถสปอร์ตไอคอนที่เป็นที่รักของแฟน Audi ทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ปัจจุบัน TT ได้ถูกพัฒนามาถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปที่ดีที่สุด
TT RS Heritage Thailand Limited Edition: สุดยอดรถสปอร์ตแห่งตำนาน
TT RS Heritage Thailand Limited Edition เปิดตัวในราคา 5,899,000 บาท Audi ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีโอกาสได้เปิดตัวรุ่นพิเศษนี้ใกล้เคียงกับ World Premier รถยนต์ตระกูล RS ซึ่งมีรากฐานมาจาก Audi Sport ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในประเทศไทย โดยเติบโตอย่างก้าวกระโดดสวนกระแสเศรษฐกิจ ปัจจุบันรถในตระกูล High Performance ที่เปิดตัวในประเทศไทยมีถึง 11 รุ่นย่อย 9 Body Types ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมทั้งสิ้น 41 รุ่นย่อย 20 Body Types
TT RS Heritage Thailand Limited Edition มาพร้อมความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ด้วยสีภายนอก Exclusive Colors ที่จับคู่กับสีภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของรุ่น Ur-Quattro ซึ่งเป็น Iconic model ในช่วงปี 1980s และเคยคว้าแชมป์ Rally ได้แก่ สี Alpine White, Helios Blue, Stone Grey, Tizian Red และ Malachite Green โดยมาพร้อมชุดแต่ง Black Edition รอบคัน RS spoiler แบบ Winglets เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Aerodynamic และล้อลายพิเศษขนาด 20 นิ้ว แบบ 5 ก้าน สี Anthracite Black Diamond-turned
ประสบการณ์ขับขี่ระดับซูเปอร์คาร์: TT RS Heritage
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดุดัน TT RS Heritage ซ่อนสมรรถนะอันน่าทึ่งเอาไว้ เครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว พละกำลัง 400 แรงม้า ที่ได้รับรางวัล International Engine of the Year Awards ถึง 9 สมัยติดต่อกัน สะท้อน DNA ของ Audi ได้อย่างแท้จริง ผสานกับระบบช่วงล่าง Audi Magnetic Ride ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนของโช๊คอัพได้อย่างอิสระ ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความมั่นใจในทุกเส้นทาง
TT Coupé: วิวัฒนาการแห่งรถสปอร์ตไอคอน
Audi TT เปิดตัวครั้งแรกในปี 1995 ที่งาน Frankfurt Motor Show กลายเป็นรถสปอร์ตไอคอนที่ออกแบบเหนือกาลเวลา ด้วยเส้นสายที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว แตกต่างจากรถสปอร์ตในยุคเดียวกัน ทำให้ TT เป็นที่รักของนักเลงรถทั่วโลก
ในปี 2006 เจเนอเรชั่นที่ 2 ของ Audi TT Family ได้เปิดตัว ผสมผสานงานประกอบอลูมิเนียมเข้ากับความ Dynamic ในการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จและเทคโนโลยีช่วงล่าง Audi Magnetic Ride ต่อมาในปี 2009 Audi TT RS ได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมเครื่องยนต์ 5 สูบแถวเรียง 340 แรงม้า สร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะ
และในปี 2014 เจเนอเรชั่นที่ 3 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Audi Virtual Cockpit และยังคงเอกลักษณ์ฝาถังน้ำมันทรงกลมมาอย่างต่อเนื่อง
RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition: สมรรถนะขั้นสุด ยกระดับทุกการขับขี่
Audi ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวรุ่น RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition พร้อมยกระดับมาตรฐานรถยนต์สาย Performance ขึ้นไปอีกขั้น การเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport สะท้อนผ่านการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพและความสวยงามเป็นสำคัญ
RS 4 Avant Competition: สเตชั่นแวกอนพันธุ์ดุ
RS 4 Avant Competition คือนิยามใหม่ของสเตชั่นแวกอนสมรรถนะสูง ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจไร้ขีดจำกัด เครื่องยนต์ V6 biturbo ให้กำลัง 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม.
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เบาะนั่ง RS Sports ตกแต่งแบบ Honeycomb พร้อมด้ายสีแดง คอนโซลกลางหุ้ม Alcantara สีดำ ตกแต่งลาย Matte Carbon Twill พร้อมไฟ Ambient Light 30 สี ควบคุมด้วยพวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัด และจอ Virtual Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MMI Navigation plus และเครื่องเสียง Bang & Olufsen
RS 4 Avant Competition มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 6,499,000 บาท สำหรับสีมาตรฐาน และมีสีสั่งพิเศษเพิ่มค่าใช้จ่าย 300,000 บาท
RS 5 Coupé Competition: ความสง่างามที่มาพร้อมพละกำลัง
RS 5 Coupé Competition นำเสนอการออกแบบที่แม่นยำของ Audi Sport ผสมผสานความสปอร์ตของ Coupé เข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ V6 biturbo 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อน quattro สร้างความมั่นคงในการควบคุมในทุกสถานการณ์
ห้องโดยสารสไตล์สปอร์ต เบาะนั่ง RS Sports ตกแต่งแบบ Honeycomb และด้ายสีแดง คอนโซลกลางหุ้ม Alcantara สีดำ ตกแต่งลาย Matte Carbon Twill พร้อมไฟ Ambient Light 30 สี ควบคุมด้วยพวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัด พร้อมจอ Virtual Cockpit และระบบ MMI Navigation plus และเครื่องเสียง Bang & Olufsen
RS 5 Coupé Competition มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 6,599,000 บาท สำหรับสีมาตรฐาน และมีสีสั่งพิเศษเพิ่มค่าใช้จ่าย 300,000 บาท
Ora Grand Cat: รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง
นอกจากนี้ Ora Grand Cat ยังเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยสเปคที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมาพร้อมเทคโนโลยีและความปลอดภัยที่ครบครัน Ora Grand Cat เตรียมพร้อมเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีสเปคที่น่าสนใจคือ
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว: กำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ Lithium iron Phosphate วิ่งได้ 705 กม./ชาร์จ (CLTC) ขับเคลื่อนสองล้อ ชาร์จ DC 30-80% ใน 30 นาที
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่: กำลัง 402 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที แบตเตอรี่ Ternary lithium วิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ (CLTC) ขับเคลื่อนสี่ล้อ ชาร์จ DC 30-80% ใน 30 นาที
Ora Grand Cat มาพร้อมเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เช่น มือจับประตูแบบซ่อนอัจฉริยะ, ไฟหน้าอัตโนมัติ, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบทำความร้อนและไล่ฝ้า, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ประตูแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.22Cd ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 พร้อมเซ็นเซอร์และกล้อง ADAS มากมาย รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะบนทางหลวง Ora Grand Cat ยังผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานแห่งชาติ ทั้งการทดสอบการตกจากที่สูงและการหมุนเกลียวกลางอากาศ ผลการทดสอบยืนยันว่าแบตเตอรี่มีความปลอดภัยสูง ไม่มีการรั่วไหลของอิเล็กโทรไลต์ และโครงสร้างตัวถัง ห้องโดยสาร รวมถึงระบบถุงลมนิรภัยทำงานได้อย่างสมบูรณ์
Hyundai i30 N: สัมผัส DNA รถแข่งในสนามจริง
Hyundai i30 N คือแฮตช์แบ็กสมรรถนะสูงที่ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งมาสู่รถยนต์ใช้งานจริง แม้ว่า Hyundai Mobility ประเทศไทย จะยังไม่มีแผนนำรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ แต่การได้ทดลองขับที่สนาม Ricardo Tormo เมือง Valencia ประเทศสเปน ในกิจกรรม Driving Experience 2023 ถือเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า
Hyundai i30 N มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 280 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด การขับขี่ในสนามแข่งช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงสมรรถนะ ขีดจำกัดของรถ และฝึกฝนทักษะการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
การเข้าร่วมกิจกรรม Driving Experience ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า แต่ยังเป็นการยกระดับการรับรู้ถึงศักยภาพและความสามารถของแบรนด์ Hyundai ในระดับโลก ทั้งในด้านรถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล N และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% EV ซึ่งล้วนมีโอกาสเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในอนาคต
อนาคตยานยนต์ไทย: ความท้าทายและโอกาส
การลงทุนของ GWM, การตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Audi Sport, การมาถึงของ Ora Grand Cat และศักยภาพของ Hyundai สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าตื่นเต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
เตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตยานยนต์ที่กำลังจะมาถึง! หากท่านสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการยานยนต์ หรือกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และสมรรถนะ อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังจะเผยโฉมในเร็วๆ นี้

