มหกรรมยานยนต์ 2010: มุมมองจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ยานยนต์ไฟฟ้า และนวัตกรรมก้าวล้ำ
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มาสิบปี ผมรู้สึกตื่นเต้นเสมอเมื่อได้มีโอกาสสัมผัสกับมหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นเวทีที่รวมสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดมาไว้ในที่เดียว งาน Motor Expo 2010 หรือ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27 ที่จัดขึ้น ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2010 นั้น มีความน่าสนใจเป็นพิเศษในปีนี้
เทรนด์ใหม่แห่งปี 2010: การเปิดตัวโปรโตไทป์และการมุ่งสู่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สิ่งหนึ่งที่ทำให้งานในปีนี้โดดเด่นกว่าที่เคยคือ การเปิดตัว “โปรโตไทป์” (Prototype) หลายรุ่น ซึ่งหลายคันเป็นการเปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” (World Premiere) แม้จะยังไม่พร้อมวางจำหน่ายจริง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างชัดเจนว่า เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น
ในฐานะนักรีวิวที่เน้นการสัมผัสประสบการณ์จริง ผมใช้เวลาเดินสำรวจบูธต่างๆ พูดคุยกับผู้คน และเก็บภาพบรรยากาศอย่างสบายๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไรมากนัก โดยปีนี้ผมโชคดีที่ได้นำรองเท้าคู่ใหม่จากญี่ปุ่นมาใส่ ทำให้เดินได้สบายขึ้นมาก ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่เคยประสบปัญหาปวดขาจนแทบจะเดินไม่ไหว
ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ผมยังได้สลับหน้าที่กับ “ตาหน่อย” จาก mxPhone.com ในฐานะ “Partner” และสมาชิกทีม “The Coup Team” มาเป็นตากล้องจำเป็น เพื่อช่วยถ่ายทำรายการ The Coup Channel ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้การทำงานในงานนี้สนุกยิ่งขึ้น
หลังจากงานรอบสื่อมวลชนผ่านพ้นไป ตอนนี้เราจะมาเจาะลึกไฮไลต์เด็ดของแต่ละแบรนด์กันครับ
BMW / MINI: การกลับมาของซีรีส์ 5 และความน่ารักของ Countryman
บูธ BMW โดดเด่นด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น โดยเฉพาะ 520d และ 525d ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดย 525d เคาะราคาอยู่ที่ 4.4 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้เล็กน้อย
ส่วน MINI Countryman ที่จอดโชว์อยู่ ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนแทบจะหาจังหวะถ่ายภาพเต็มๆ คันได้ยากเลยทีเดียว
Chevrolet: การปรับกลยุทธ์และการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หลากหลาย
Chevrolet แสดงให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าประทับใจ เริ่มจากการนำเสนอ Cruze ในรุ่นย่อยที่หลากหลาย ตั้งแต่ LS, LT และ LTZ เพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือการเปิดตัว Aveo CNG เป็นครั้งแรกในงานนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Chevrolet กำลังจับจุดความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นความประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง นี่คือกลุ่มลูกค้าที่มีจำนวนมาก และ Aveo CNG ก็ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างตรงจุด
Citroen: การกลับมาของดีไซน์อันโดดเด่นกับ Citroen DS3
หลังจากการปรับโครงสร้างภายใน ยนตรกิจ ได้แยกการดำเนินงานออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่ม DAD รับผิดชอบการทำตลาดรถยนต์ในกลุ่ม Audi/MTM, Citroen และรถยนต์จากประเทศจีน อย่าง FOTON ซึ่งเป็นการนำ Toyota Hiace Commuter รุ่นก่อนมาปรับโฉม
แต่ไฮไลต์ที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดคือการนำ Citroen DS3 เข้ามาทำตลาดในไทยเสียที! รถรุ่นนี้มีความสวยงามและน่าใช้งานมาก ด้วยเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร และตั้งราคาไว้ที่ 1.495 ล้านบาท ผมมองว่า DS3 คือคำตอบที่ชัดเจนว่า หาก Citroen ต้องการทำรถมาแข่งขันกับ MINI จะต้องมีหน้าตาและบุคลิกแบบนี้อย่างแน่นอน นี่คือสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่าดีไซน์ของ Citroen กำลังกลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง
FIAT: Fiat 500 ยังคงเป็นหัวหอกหลัก
พระนครยนตรการ ยังคงเดินหน้าทำตลาด Fiat และ Alfa Romeo อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า Alfa Romeo จะค่อนข้างเงียบไปแล้ว แต่ Fiat 500 ยังคงเป็นสินค้าสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของพวกเขาได้อีกระยะ บูธ Fiat ปีนี้ออกแบบได้สวยงาม และมีการนำเสนอ Fiat 500 เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาทำตลาดด้วย
Ford: Fiesta ยังคงเป็นดาวเด่น ไร้เงากระบะใหม่
Fiesta ยังคงเป็นดาวเด่นที่ได้รับการจัดแสดงในพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าบูธ Ford จะใหญ่ขึ้นและนำรถมาจัดแสดงได้มากขึ้น แต่ก็ยังไร้เงาของกระบะรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไทยช่วงปลายปีหน้า
Honda: BRIO – World Premiere ที่กำหนดทิศทาง ECO Car
การเปิดตัว Honda BRIO อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ถือเป็นการ “เปิดตัวครั้งแรกในโลก” (World Premier) ที่ทำให้ตลาดรถยนต์ขนาดเล็กพิกัด Sub-B-Segment หรือ A-Segment กลายเป็นดาวเด่นในงานนี้ไปโดยปริยาย ประธาน Honda ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า จะเริ่มวางจำหน่ายจริงในเดือนมีนาคม 2011 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 400,000 บาทไทย! สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของ Honda กับรถยนต์ ECO Car คันนี้
Honda ทุ่มงบประมาณในการจัดงานนี้อย่างมาก ถึงขั้นต้องขอเช่าพื้นที่ด้านหลังอาคารเพื่อติดตั้งระบบส่งสัญญาณถ่ายทอดสดการเปิดตัวไปทั่วโลก บรรยากาศรอบบูธ Honda เต็มไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะนักข่าวจากอินเดียที่ Honda เชิญมาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งนี้
Hyundai: Grand Starex ยังคงเป็นรุ่นเด่น
Hyundai นำเสนอ Grand Starex รถตู้ที่เพิ่งเปิดตัวไปเป็นตัวชูโรงในงานนี้ ส่วนรถต้นแบบ i-Blue สีฟ้า ก็ถูกนำมาจัดแสดงในลักษณะของการโชว์เท่ๆ ด้วยการใช้ผ้าคลุมด้านหลัง
Isuzu: D-Max X-Series กับอนาคตของ D-Max รุ่นต่อไป
Isuzu พยายามปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยเน้นการจัดแสดง D-Max X-Series ที่เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง แต่สิ่งที่คนทั้งวงการจับตามองคือ D-Max รุ่นต่อไป ที่จะเปิดตัวในปี 2011 ภายใต้รหัสโครงการ RT-50 กลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารจะเป็นอย่างไร จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบถ้วนหรือไม่ นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่ออนาคตของ Isuzu ในอีก 5 ปีข้างหน้า
Land Rover: การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
British Motor ผู้นำเข้า Land Rover รายใหม่ ได้รับพื้นที่บูธขนาดใหญ่ผิดคาด และนำ SUV ทุกรุ่นที่มีในสต็อกมาจัดแสดงเกือบทั้งหมด
LEXUS: CT200h – Hybrid ที่น่าจับตามอง
LEXUS นำ CT200h มาจัดแสดง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึง ขนาดตัวรถค่อนข้างเล็ก เหมาะสำหรับคนโสดที่ชอบขับรถมากกว่ากลุ่มที่ต้องการพื้นที่นั่งด้านหลังกว้างขวาง เครื่องยนต์เป็นแบบ Hybrid THS-II ตามสไตล์ Toyota ซึ่งถือเป็นรถยนต์ Hybrid รุ่นที่ 3 ที่ Toyota นำมาทำตลาด
แม้จะมีข้อวิจารณ์ด้านการออกแบบอยู่บ้าง แต่หากสามารถตั้งราคาเริ่มต้นที่ 2.2 ล้านบาทได้จริง ก็ถือเป็นราคาที่น่าสนใจมาก และจะขึ้นอยู่กับผู้บริโภคชาวไทยว่าจะยอมรับรถ 5 ประตู สไตล์สปอร์ตคันนี้ได้หรือไม่
Mazda: Ryuga Concept และ Mazda 2 Navi
Mazda นำ Ryuga Concept มาจัดแสดง พร้อมกับรถตกแต่งพิเศษโดย พีท ทองเจือ และ Mazda 2 Navi ที่มีระบบนำทาง GPS จากโรงงาน รวมถึง BT-50 รุ่นพิเศษ บรรยากาศในบูธยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากการถ่ายทำ The Coup Channel กับทีมการตลาดของ Mazda
Mercedes-Benz: E250 CGI Blue Efficiency T-Model คือไฮไลท์
Mercedes-Benz เลือกเช่าพื้นที่จัดบูธในรูปแบบของโชว์รูมจำลองที่น่ารัก และเปิดตัว E250 CGI Blue Efficiency T-Model ตัวถังสเตชันแวกอนของ E-Class ใหม่ อย่างเป็นทางการ ซึ่งผมมองว่าสวยงามและน่าใช้งานกว่ารุ่น Saloon เสียอีก
Mitsubishi Motors: นวัตกรรมไฟฟ้าและ Lancer EX สีเหลือง
Mitsubishi นำ i-MIEV Sport รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า In-Wheel Motors มาจัดแสดง ซึ่งมีพละกำลังสูงถึง 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง และใช้วัสดุ Bio-plastic ในการตกแต่งภายใน
ส่วน Lancer EX ได้รับการ Wrap สีเหลือง หลังคาดำ เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา นอกจากนี้ Lancer CNG และ Triton CNG ยังคงทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าวร้ายสำหรับ Pajero Sport และ Triton คือ จะยุติการผลิตเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร และจะเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร VGT ตัวใหม่ในช่วงกลางปี 2011
Nissan: March Autech และ X-Trail รุ่นพิเศษ
Nissan มี 370 Z ที่พร้อมจำหน่ายจริง แต่รุ่นใหม่จริงๆ คือ March Autech ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต X-Trail รุ่นย่อยพิเศษ และ Navara Minorchange ภายในสีดำ เป็นหลัก แต่ Nissan ได้เปรยว่าจะจัดทัพรถรุ่นใหม่มาอีกมากมายในปีหน้า
Peugeot: RCZ สปอร์ตคูเป้ และ 207 CC Sport
Peugeot ทำตามสัญญาด้วยการเปิดตัว RCZ รถสปอร์ตคูเป้ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo 156 แรงม้า ราคา 2.95 ล้านบาท รุ่น 200 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ราคา 3.1 ล้านบาท ก็น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ยังมี 207 CC Sport มาพร้อมเครื่องยนต์เดียวกับ MINI Cooper ธรรมดา
Proton: Saga Minorchange เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ไทย
Proton Saga รถซีดาน Sub-B-Segment เปิดตัวในไทย โดยรุ่นที่จัดแสดงสีขาว เป็น “Minorchange” เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย! พร้อมเครื่องยนต์ Campro 1.3 ลิตร
RUF: การกลับมาของสำนักแต่งระดับตำนาน
RUF กลับมาอีกครั้งในปีนี้ ถือเป็นข่าวฮือฮาสำหรับนักนิยมความแรงในไทย หลังจากเคยมาเปิดตลาดในฐานะสำนักโมดิฟายที่ถูกต้องตามกฎหมายเยอรมัน การปรากฏตัวของ RUF ดึงดูดผู้คนจำนวนมากจนผมเองก็มีโอกาสได้แค่เห็นภาพบรรยากาศ แต่ไม่สามารถเข้าไปสัมผัสรายละเอียดได้
Ssangyong: Korando โฉมใหม่สุดเซอร์ไพรส์
Ssangyong พลิกโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วย Korando รุ่นใหม่ ที่สวยงามโดดเด่นจนอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถจากแบรนด์อื่น นี่คือ Ssangyong ที่สวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Subaru: Impreza WRX A-Spec และพริตตี้สุดฮอต
Subaru โดย Motor Image เปิดตัว Impreza WRX A-Spec เกียร์อัตโนมัติ พร้อมกับพริตตี้ที่ดึงดูดสายตาสายตาของเหล่าช่างภาพจนแทบจะกล่าวได้ว่า “เป็นที่หนึ่ง” ในงานปีนั้น
Suzuki: SX4 ประกอบอินโดนีเซีย และ ECO Car ปี 2012
Suzuki นำ SX4 ประกอบอินโดนีเซีย เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 120 แรงม้า ราคา 799,000 บาท มาโชว์ แต่ที่ดึงดูดผู้คนมากที่สุดคือพริตตี้ประจำบูธ ส่วน ECO Car ของ Suzuki จะมาเจอกับ Mitsubishi ในปี 2012
TATA MOTORS: Indica EV ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า
TATA MOTORS นำ Indica EV รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้ามาจัดแสดง และมีข่าวว่ากำลังเตรียมทำตลาด Nano ในประเทศไทย
TOYOTA: Prius รถยนต์ Hybrid ตัวหลัก
Toyota จัดแสดง Prius จำนวนมาก ถือเป็นรถขายหลักของปีนี้ เพราะเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน และเป็นรถยนต์ Hybrid รุ่นที่ 2 ที่ประกอบในไทย Toyota ยืนยันว่าแบตเตอรี่มีความทนทาน และสามารถขับขึ้นทางชันได้สบายหลังจากการปรับจูนระบบให้เข้ากับสภาพเมืองไทย
VOLVO: XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่
VOLVO เปิดตัว XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่ 2.0T ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างแน่นบูธ
Volkswagen: รุ่นเดิม และ Golf GTI/Scirocco ที่ยังคงน่าสนใจ
Volkswagen ยังคงทำตลาดรถยนต์รุ่นเดิม แต่ Golf GTI และ Scirocco ยังคงได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างต่อเนื่อง
Super Car จาก Gray Market: สีสันแห่งความหรูหรา
ปีนี้ เราได้เห็นรถ Super Car จากผู้นำเข้ารายย่อย หรือ Gray Market จำนวนมาก เช่น Ferrari California คันนี้ ซึ่งทำให้งานมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น
บทสรุปภาพรวม Motor Expo 2010: เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรง
โดยรวมแล้ว งาน Motor Expo 2010 ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่หลายคนกังวล มีของดีและนวัตกรรมมากมายมาจัดแสดงให้ชม แต่ที่สังเกตได้คือ บรรยากาศการขายอาจจะลดน้อยลงไปบ้าง เนื่องจากแต่ละค่ายพยายามนำเสนอ “เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม” และรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สำหรับผู้ที่รักรถและสนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ งานมหกรรมยานยนต์ ปีนี้ ที่ Challenger Hall IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2010 ถือเป็นงานส่งท้ายปีที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
บทความเพิ่มเติม: เบาะหลังที่เปลี่ยนโลก – การเดินทางกับ Mercedes-Benz B-Class W246
หลังจากงาน Motor Expo ผ่านไปราว 4 เดือน ผมได้รับโอกาสอันน่าประหลาดใจจาก Mercedes-Benz Thailand ในการทดลองขับ B-Class รุ่นใหม่ รหัสตัวถัง W246 ซึ่งเป็นรถที่ผมเคยประเมินไว้ต่ำไปในตอนแรก การได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริง ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนมุมมองที่มีต่อรถยนต์คันนี้ใหม่ทั้งหมด
Mercedes-Benz B-Class W246: ความแปลกที่ซ่อนความลงตัว
การปรากฏตัวของ B-Class ในประเทศไทยในยุคแรก อาจไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งมาจากภาพลักษณ์ของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าของ Mercedes-Benz ซึ่งอาจไม่ถูกใจกลุ่มลูกค้าที่ยึดติดกับแบรนด์ดั้งเดิม แต่ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่ก้าวล้ำ B-Class W246 คือผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
การออกแบบที่แตกต่าง:
B-Class W246 มีเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวขึ้นกว่ารุ่นก่อน โดยได้รับอิทธิพลจากการออกแบบ MFA (Mercedes-Benz Front-wheel-drive Architecture) ที่ใช้ร่วมกับ A-Class รุ่นใหม่ ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูเป็นสปอร์ตมากขึ้น ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศเพียง Cd 0.26 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
ภายในกว้างขวางและทันสมัย:
ห้องโดยสารออกแบบเน้นความโปร่งโล่ง และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ระบบ Infotainment COMMAND ที่อาจดูเก่าไปบ้างเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่ยังคงมาตรฐานคุณภาพเสียงของ Mercedes-Benz ไว้ได้ดี
สมรรถนะที่น่าประทับใจ:
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูไม่หวือหวา B200 Blue Efficiency กลับมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประหลาดใจ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo ให้กำลังที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และมีอัตราเร่งที่ดีในช่วงรอบกลาง (3,000-5,000 รอบ/นาที) จุดเด่นคืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ทำได้ถึง 16.31 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับรถยนต์ ECO Car ขนาดเล็ก
ระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น:
แน่นอนว่า Mercedes-Benz ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องความปลอดภัย ระบบ PRE-SAFE, ESP, ABS และถุงลมนิรภัยรอบคัน ช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างเต็มเปี่ยม
ใครคือกลุ่มเป้าหมายของ B-Class?
B-Class ไม่ใช่รถสำหรับทุกคน แต่เหมาะสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ ที่มองหารถยนต์ Mercedes-Benz ที่มีบุคลิกแตกต่าง เน้นความสะดวกสบายในการใช้งานในเมือง และยังคงให้ความรู้สึกพรีเมียม และที่สำคัญคือการขับขี่ที่สนุกเกินคาด
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ:
แม้ B-Class W246 จะทำได้ดีในหลายด้าน แต่ยังมีบางจุดที่สามารถปรับปรุงได้ เช่น ตำแหน่งคันเกียร์ที่อาจก่อความสับสน เบาะรองนั่งด้านหลังที่ค่อนข้างสั้น และการเก็บเสียงยางที่อาจยังไม่ดีเท่าที่ควร
สรุป:
Mercedes-Benz B-Class W246 คือรถยนต์ที่พิสูจน์ว่า อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปกของมัน การออกแบบที่แตกต่างและสมรรถนะที่น่าประทับใจ ทำให้ B-Class เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ Mercedes-Benz ที่ไม่เหมือนใคร
หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม Mercedes-Benz B-Class คือตัวเลือกที่คุณควรพิจารณา ลองเข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริง และเปิดใจรับรถยนต์ที่อาจเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับรถยนต์ “ทรงแปลก” คันนี้ดูสิครับ แล้วคุณอาจจะพบว่า “ความแปลก” นั้น มาพร้อมกับ “ความลงตัว” อย่างที่คุณคาดไม่ถึง!

