Bentley Bentayga: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูหรา ขับเคลื่อนสู่ยุค 2025
ในวงการยานยนต์ระดับไฮเอนด์ การก้าวข้ามขีดจำกัดของนวัตกรรมและความหรูหราคือสิ่งที่เราคุ้นเคยจากแบรนด์อย่าง Bentley และการกลับมาอีกครั้งของ Bentley Bentayga รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์ Luxury SUV ได้อย่างชัดเจน ด้วยการยกระดับทุกมิติ ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่คมเข้มขึ้น ผสาน DNA ความสปอร์ตจากรุ่นพี่อย่าง Continental GT และ All-new Flying Spur ไปจนถึงภายในที่เต็มเปี่ยมด้วยความประณีต เทคโนโลยีล้ำสมัย และความสะดวกสบายสูงสุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าที่มองหาสุดยอด Bentley SUV ราคา ที่มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการมาตลอด 10 ปี ผมเห็นวิวัฒนาการของ Bentley Bentayga มาโดยตลอด และการปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการหล่อหลอมปรัชญาการออกแบบใหม่ของแบรนด์ให้ลงตัวกับ Bentley Bentayga 2025 ในทุกอณู
DNA การออกแบบที่เหนือชั้น: สุนทรียภาพที่ลงตัว
การเปลี่ยนแปลงภายนอกของ Bentley Bentayga ใหม่นี้ เกิดจากการนำภาษาการออกแบบล่าสุดของ Bentley มาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถอดแบบดีไซน์ไฟท้ายทรงวงรีอันเป็นเอกลักษณ์จาก Continental GT รุ่นที่สาม มาเสริมความสง่างามให้กับส่วนท้ายของ SUV คันนี้ ขณะที่ชุดไฟหน้า LED แบบ Intelligent Matrix ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดภายในให้ดูเหมือนอัญมณีที่เจียระไนอย่างพิถีพิถัน สร้างมิติและความน่าสนใจที่ทำให้รถดูโดดเด่นบนท้องถนน
การออกแบบด้านหน้าได้รับการปรับปรุงให้ดูสปอร์ตและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้นที่รับกับช่องรับอากาศกันชนหน้าที่ดูแข็งแกร่งกว่าเดิม รายละเอียดของไฟหน้า Intelligent LED matrix นั้น ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ Bentley ที่เน้นความประณีตสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการนำฟังก์ชันที่เคยมีในรุ่นก่อนหน้าอย่างที่ปัดน้ำฝนพร้อมระบบปล่อยลมร้อน 22 รู มาเสริมประสิทธิภาพในการลดฝ้าและไล่หิมะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดในทุกสภาพอากาศ
แต่ส่วนที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นการออกแบบด้านท้าย ซึ่งแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน ด้วยไฟท้ายทรงวงรีที่สะท้อนความเป็นสปอร์ตอย่างเต็มตัว ฝากระโปรงท้ายได้รับการออกแบบใหม่ให้เปิดได้กว้างขึ้น เพิ่มความสะดวกในการขนสัมภาระ และกันชนท้ายใหม่ที่ย้ายตำแหน่งติดตั้งป้ายทะเบียนมาไว้ตรงกลาง อันเป็นผลมาจากการปรับปรุงภาพรวมให้มีความสมมาตรและสง่างามยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความหรูหราและการเชื่อมต่อ
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Bentley Bentayga ใหม่ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความประณีตที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น ช่องแอร์กลางดีไซน์ใหม่ที่กลมกลืนไปกับแผงหน้าปัด
หัวใจสำคัญของความทันสมัยภายในคือระบบ Infotainment ใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.9 นิ้ว แบบ edge-to-edge ที่มีความละเอียดสูง ให้ภาพคมชัดสมจริง ระบบนำทางใหม่ที่มาพร้อมแผนที่ดาวเทียม การค้นหาข้อมูลออนไลน์ที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือการรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ที่ยกมาจาก Continental GT และ Flying Spur ช่วยเสริมความรู้สึกสปอร์ตและความกระชับในการควบคุม เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความสบายสูงสุดตลอดการเดินทาง และสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่เคยรู้สึกว่าพื้นที่วางขาอาจจะจำกัด ในรุ่นใหม่นี้ มีการเพิ่มพื้นที่วางขาได้ถึง 100 มิลลิเมตร พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะหลัง เพื่อความสบายสูงสุดในทุกสภาพอากาศ
ความพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาคือแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งทำงานคล้ายกับที่ใช้ใน Flying Spur รุ่นใหม่ มาพร้อมพอร์ต USB-C, ระบบชาร์จไร้สาย และซิมการ์ดในตัว ทำให้ทุกคนในรถสามารถเชื่อมต่อและเพลิดเพลินกับประสบการณ์สุดพิเศษได้อย่างเต็มที่
สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการปรับแต่ง Bentley Bentayga ในสไตล์เฉพาะตัว ยังมีตัวเลือกวัสดุตกแต่งภายในที่หลากหลายมากขึ้น เช่น อะลูมิเนียมเพชรสีดำขัดเงา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำมาใช้ในรถยนต์ Bentley ตอกย้ำความพิเศษและเอกลักษณ์ของแต่ละคัน
สมรรถนะที่ดุดัน: พลัง V8 ที่ได้รับการปรับปรุง
ภายใต้รูปลักษณ์อันสง่างาม Bentley Bentayga ใหม่ ยังคงไว้ซึ่งขุมพลังที่น่าเกรงขาม เครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ มอบพละกำลังสูงสุด 550 แรงม้า (PS) และแรงบิดมหาศาล 770 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นมาตรฐาน
สมรรถนะอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 290 กม./ชม. ทำให้ Bentley Bentayga เป็น Bentley Bentayga ราคา ที่มอบทั้งความหรูหรา ประโยชน์ใช้สอย และสมรรถนะที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง
สำหรับตลาดประเทศไทย แม้จะยังต้องรอการยืนยันกำหนดการวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อได้ว่า Bentley Bentayga รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ จะเป็นที่ต้องการของตลาด Luxury SUV Thailand อย่างแน่นอน
รถเปิดประทุน: อิสระแห่งการขับขี่ในยุคใหม่
นอกเหนือจากความหรูหราและสมรรถนะที่ไร้คู่แข่งของ Bentley Bentayga แล้ว แนวโน้มของรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถเปิดประทุน หรือ Convertible cars ที่มอบอิสระแห่งการขับขี่และสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
แม้ว่าสภาพอากาศในประเทศไทยอาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการขับรถเปิดประทุนตลอดปีเท่ากับบางประเทศในยุโรปหรืออเมริกา แต่ในต่างจังหวัด หรือการขับขี่ในช่วงอากาศดีๆ รถเปิดประทุนก็ยังคงมอบสุนทรียภาพที่ไม่เหมือนใคร
ในปัจจุบัน รถเปิดประทุน 2025 ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก จากที่เคยต้องเปิด-ปิดหลังคาด้วยมือ ปัจจุบันมาพร้อมระบบไฟฟ้าที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว บางรุ่นสามารถเปิด-ปิดได้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกหลังคาแข็งมาเป็นอีกทางเลือกนอกเหนือจากหลังคาผ้าแบบดั้งเดิม
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถสปอร์ตเปิดประทุน ที่น่าสนใจและอยู่ในงบประมาณที่จับต้องได้ มีหลายรุ่นที่โดดเด่นในตลาด เช่น
BMW Z4 Roadster M40i: โรดสเตอร์สไตล์สปอร์ต ดีไซน์ล้ำสมัย เครื่องยนต์ 6 สูบ 340 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ราคาจำหน่ายประมาณ 4.99 ล้านบาท
Audi TT Roadster: ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ดีไซน์เรียบหรู เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 3.59 ล้านบาท
Mercedes-Benz SL Roadster: รุ่น 300 AMG Dynamic ราคาประมาณ 4.09 ล้านบาท และรุ่น 400 AMG Premium ราคา 9.49 ล้านบาท
Mazda MX-5: รถเปิดประทุนขับสนุก สไตล์ Jinba-Ittai เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 2.9 ล้านบาท
Mini Cooper Convertible 2025: ขนาดกะทัดรัด สมรรถนะน่าประทับใจ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 231 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 3.46 ล้านบาท
Porsche 718 Boxster T: น้ำหนักเบา สมรรถนะยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 300 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 5.99 ล้านบาท
Lexus LC500 Convertible: รถซีดานสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรู เครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตร 470 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 3.32 ล้านบาท
การเลือกรถเปิดประทุนนั้น นอกจากรูปลักษณ์และการออกแบบแล้ว สมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง และเทคโนโลยีความปลอดภัย ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา เพื่อให้ได้รถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจที่สุด
Rolls-Royce Ghost: ความสง่างามที่ไร้กาลเวลา
หากมองหาที่สุดแห่งความหรูหราและความประณีต Rolls-Royce Ghost ยังคงเป็นนิยามของยนตรกรรมที่เหนือกว่าใคร การกลับมาของ “นิว โกสต์” ไม่ใช่เพียงการปรับโฉม แต่คือการรังสรรค์ยนตรกรรมที่ผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ทรงเกียรติ
Ghost Series II: การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
ตลอดระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่การเปิดตัว Ghost รุ่นแรกในปี 2552 ยนตรกรรมคันนี้ได้กลายเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 116 ปีของ Rolls-Royce การมาของ “นิว โกสต์” เป็นผลมาจากการรับฟังเสียงและความต้องการของลูกค้า ซึ่งต้องการการแสดงออกถึงความหรูหราที่ถ่อมตนและเรียบง่ายมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งงานออกแบบ วิศวกรรม และงานศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
วิศวกรรมแพลตฟอร์มอลูมิเนียมสเปซเฟรม: รากฐานแห่งความสมบูรณ์แบบ
หัวใจสำคัญของ “นิว โกสต์” คือแพลตฟอร์มอลูมิเนียมสเปซเฟรมเฉพาะของ Rolls-Royce ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการด้านสุนทรียศาสตร์และจักรกล การออกแบบที่เน้นความเงียบ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะแบบไดนามิกสูง ทำให้ “นิว โกสต์” มีความโดดเด่นในทุกมิติ
การจัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์ V12 สูบ 6.75 ลิตร ไว้หลังเพลาหน้า ส่งผลให้เกิดการกระจายน้ำหนักที่สมดุลแบบ 50/50 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถมีความคล่องตัวในการเข้าโค้ง แม้จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
โครงสร้างตัวถังที่ทำจากโลหะชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ตั้งแต่เสา A จนถึงหลังคา เกิดจากการเชื่อมตัวถังทั้งหมดด้วยมือโดยช่างฝีมือ 4 คน สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความเป็นเลิศทางงานฝีมือของ Rolls-Royce
ขุมพลัง V12 สุดหรู: พละกำลังที่นุ่มนวล
เครื่องยนต์เบนซิน V12 ทวินเทอร์โบ สูบ 6.75 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับ Ghost ให้กำลังสูงสุด 563 แรงม้า (PS) และแรงบิด 850 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อนทุกล้อและระบบบังคับเลี้ยวทุกล้อ แรงบิดสูงสุดที่มีให้ใช้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1,600 รอบ/นาที ไปจนถึง 6,000 รอบ/นาที ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและทรงพลัง การปรับแต่งระบบท่อนำอากาศยังช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบช่วงล่าง Planar: ประสบการณ์การขับขี่ดุจลอยฟ้า
ระบบช่วงล่าง Planar คือหนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดของ “นิว โกสต์” ซึ่งได้รับการพัฒนาจากการทดสอบกว่า 10 ปี ระบบนี้ผสานเทคโนโลยีการสแกนสภาพถนนด้วยกล้องสเตอริโอ (Flagbearer system) เข้ากับระบบช่วงล่างที่ปรับตัวได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเตรียมการตอบสนองต่อทุกการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวถนนล่วงหน้า
การนำ Upper Wishbone Damper มาติดตั้งเหนือระบบกันสะเทือนล้อหน้า ถือเป็นครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ ช่วยเพิ่มความมั่นคงและง่ายดายในการขับขี่ ระบบนี้ทำงานร่วมกับระบบสัญญาณดาวเทียม (Satellite Aided Transmission) เพื่อคาดการณ์และเลือกเกียร์ที่เหมาะสมกับการเข้าโค้ง ทำให้เกิดความรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่บนพื้นดิน
ความเงียบสงบสูงสุด: สูตรสำเร็จแห่งความสงบ
Rolls-Royce คือเจ้าแห่งความเงียบ และ “นิว โกสต์” คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด ทีมวิศวกรเสียงได้สร้าง “สูตรสำเร็จแห่งความเงียบสงบ” (Formula for Serenity) ขึ้นมา โดยเริ่มจากการใช้วัสดุซับเสียงกว่า 100 กิโลกรัม ทั่วทั้งคันรถ ตั้งแต่โครงสร้างอลูมิเนียมที่มีค่าความต้านทานคลื่นเสียงสูง ไปจนถึงการออกแบบพื้นห้องโดยสารและฝากั้นเครื่องยนต์แบบหุ้ม 2 ชั้น พร้อมวัสดุคอมโพสิตซับเสียง
ทุกองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดเสียง แม้จะเป็นเสียงที่หูมนุษย์แทบจะไม่ได้ยิน ก็ได้รับการตรวจสอบและปรับแต่งอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเสียงรบกวนใดๆ เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร
แม้จะสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เพื่อป้องกันความรู้สึกสับสนอึดอัด ทีมงานได้สร้าง “เสียงกระซิบ” (whisper) ขึ้นมา ซึ่งเป็นเสียงโทนต่ำที่แทรกเข้ามาอย่างแนบเนียน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและกลมกลืน
ระบบเสียง Bespoke Audio: สุนทรียภาพทางโสต
ห้องโดยสารของ “นิว โกสต์” ถูกออกแบบให้เป็นดั่งห้องเก็บเสียงชั้นเลิศสำหรับระบบเสียง Bespoke Audio ที่มาพร้อมลำโพง 18 ช่องสัญญาณ กำลังขับ 1300W เทคโนโลยี Optimization และกรวยลำโพงแมกนีเซียมเซรามิก ให้รายละเอียดเสียงที่สมบูรณ์แบบ
นวัตกรรม Resonance Chamber ที่ฐานของตัวรถ ทำหน้าที่เสมือนซับวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ ส่งเสียงความถี่ต่ำเป็นพิเศษ ขณะที่ Exciter ถูกผสานเข้ากับพื้นผิวตัวรถ เช่น เพดาน Starlight Headliner เพื่อเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นลำโพงขนาดมหึมา
ระบบไมโครโฟนแบบ Active 2 ตัว ช่วยปรับความถี่ของเสียงให้สมดุล และมอบประสบการณ์การฟังเพลงคุณภาพสูงที่ไม่ผ่านการบีบอัด
การออกแบบภายใน: ความเรียบง่ายที่หรูหรา
ภายในห้องโดยสารของ “นิว โกสต์” เน้นความเรียบง่าย สง่างาม และการใช้วัสดุที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหนังคุณภาพสูง หรือไม้แท้ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี
แผงหน้าปัดเรืองแสง “Illuminated Fascia” คือนวัตกรรมชิ้นแรกของโลก ที่ผสานชื่อรุ่น “Ghost” และกลุ่มดาวกว่า 850 ดวง เข้ากับแสง LED ที่ออกแบบมาอย่างประณีต เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่น่าหลงใหล โดยจะซ่อนตัวอยู่เมื่อเครื่องยนต์ดับ
การออกแบบยังคงไว้ซึ่งปรัชญา “Post Opulence” ของ Rolls-Royce ที่เน้นความหรูหราที่ซ่อนเร้นและไม่โจ่งแจ้ง
ก้าวต่อไปสู่ประสบการณ์เหนือระดับ
การเดินทางของ Bentley Bentayga และ Rolls-Royce Ghost คือบทพิสูจน์ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับไฮเอนด์ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านสมรรถนะ นวัตกรรม และความหรูหรา หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตนและความสำเร็จของคุณอย่างแท้จริง การสัมผัสและทดลองขับ Bentley Bentayga หรือ Rolls-Royce Ghost คือก้าวแรกที่คุณไม่ควรพลาด
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคำบรรยาย และยกระดับการเดินทางของคุณให้เป็นมากกว่าการเดินทาง โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อรับคำปรึกษาและนัดหมายการทดลองขับ Bentley Bentayga หรือ Rolls-Royce Ghost ที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณต่อยนตรกรรมตลอดไป

