BestDrive 2015: การเดินทางของความพึงพอใจในยานยนต์ไทย
ในฐานะคนในวงการยานยนต์ที่คลุกคลีอยู่กับรถยนต์มานานกว่าทศวรรษ การได้สัมผัสและทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ๆ คือหัวใจหลักในการทำงานของผม แต่ละปีมีรถยนต์จำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาให้ทดลองขับ และบ่อยครั้งที่ทีมงาน Headlightmag จะต้องกลับมาทบทวนและประเมินผลอีกครั้ง เพื่อเฟ้นหารถยนต์ที่ “โดนใจ” พวกเรามากที่สุด การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความชอบส่วนบุคคล แต่เป็นการกลั่นกรองความคิดเห็นจากคณะกรรมการทุกคนที่มีส่วนร่วม โดยแต่ละคนมีน้ำหนักคะแนนเสียงเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด
คณะกรรมการของเรามีความหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเพียงผู้ที่หลงใหลในดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผู้ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ออปชั่น และความคุ้มค่า ไปจนถึงผู้ที่มองข้ามเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก และเน้นความสนุกสนานในการขับขี่และความแรงเป็นหลัก พวกเราเชื่อว่าการมีมุมมองที่แตกต่างนี้ จะช่วยให้การประเมินรถยนต์มีความรอบด้านและสะท้อนความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น
ปีนี้เราตัดสินใจปรับปรุงกระบวนการ “BestDrive” เล็กน้อย เพื่อให้การประเมินมีความคมชัดและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องการหลีกเลี่ยงการพยายามผลักดันความคิดเห็นส่วนตัวให้เป็นที่ยอมรับของทุกคน แต่ต้องการให้แต่ละคนใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของตนเอง ในการแปลงมุมมองนั้นมาเป็นการให้คะแนนที่เป็นระบบและมีเหตุผลรองรับ
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ: การคัดเลือกรถและการให้คะแนน
การปรับปรุงที่สำคัญในปีนี้ คือ การคัดเลือกรถยนต์ที่จะเข้าร่วมการประเมิน เราได้ปรับเปลี่ยนกฎเดิมที่กำหนดให้เฉพาะรถที่ผ่านการทดสอบอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองโดย J!MMY เท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์เข้าสู่การให้คะแนน ตอนนี้เราเปิดกว้างมากขึ้น โดยรถบางรุ่นที่มีเพียงบทความ First Impression แต่ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางกลไกหลัก เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ หรือกล่องควบคุม และเรามีข้อมูลตัวเลขการทดสอบจากรุ่นก่อนหน้า (Minor Change) ที่สามารถใช้อ้างอิงได้ จะได้รับพิจารณาเข้าร่วมด้วย แนวคิดนี้จะทำให้เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของรถยนต์รุ่นที่ได้รับการอัพเกรด และสามารถรักษาคะแนนของตนเองเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดได้หรือไม่
ในส่วนของวิธีการให้คะแนน เราได้ขยายจำนวนหัวข้อการประเมิน จากเดิม 10 ด้านบวกคะแนนความชอบส่วนตัว เป็น 13 ด้านบวกคะแนนความชอบส่วนตัว รวมเป็น 14 หัวข้อ แต่ละหัวข้อให้คะแนนตั้งแต่ 1-10 คะแนน โดยคะแนนต่ำกว่า 5 หมายถึงคุณสมบัติด้อยกว่าเกณฑ์ คะแนน 6-7 หมายถึงอยู่ในเกณฑ์ปกติ คะแนน 8-9 หมายถึงดีเยี่ยม และ 10 คือดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในกลุ่มรถระดับเดียวกัน
หลังจากรวบรวมคะแนนจากคณะกรรมการแต่ละท่าน เราจะนำคะแนนมาหาค่าเฉลี่ยในแต่ละหัวข้อ เพื่อให้ได้คะแนน Final จากคณะกรรมการทั้งหมด จากนั้นจึงนำคะแนน Final ของแต่ละคันมารวมกัน เพื่อหาผู้ชนะ “BestDrive” ซึ่งวิธีนี้จะช่วยถ่วงดุลเสียงของกรรมการแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
14 หัวข้อการประเมิน:
การออกแบบภายนอก: ความสวยงามและสัดส่วนโดยรวม
การออกแบบภายใน: ความลงตัวของดีไซน์ วัสดุ และบรรยากาศ
ความสบายของผู้ขับ/ผู้โดยสารตอนหน้า: พื้นที่ ความสบายของเบาะ และทัศนวิสัย
ความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง: พื้นที่ ความสบายของเบาะ และการเข้า-ออก (สำหรับรถ 2 ที่นั่ง ข้อนี้จะรวมกับข้อ 3)
การเก็บเสียงรบกวน: ระดับเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร
อุปกรณ์ที่ให้มาและคุณภาพที่สัมผัสได้: การใช้งาน ความประณีตของวัสดุ (ไม่รวมอุปกรณ์ความปลอดภัย)
ระบบสนับสนุนความปลอดภัย: ถุงลม, ABS, TCS, VSC และระบบช่วยเหลืออื่นๆ
อัตราเร่งและความคล่องตัว: การตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างเมื่อต้องการสมรรถนะ
ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันจากการทดสอบจริง
ความนุ่มนวลของช่วงล่าง: ความสามารถในการซับแรงกระแทกและความสบายในการเดินทาง
ความมั่นใจของช่วงล่างและพวงมาลัย: การควบคุม การยึดเกาะถนน และการตอบสนอง
การทำงานของเบรก: ประสิทธิภาพ การควบคุม และความรู้สึกในการเบรก
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา: คุณสมบัติที่ได้รับเมื่อเทียบกับราคาขาย
คะแนนความชอบของกรรมการ: ความพึงพอใจโดยรวม (ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลประกอบ)
เราเลือกที่จะไม่นำปัจจัย เช่น ภาพลักษณ์ของแบรนด์, ศูนย์บริการ, ความทนทานในระยะยาว, หรือราคาขายต่อ มาเป็นหัวข้อหลักในการให้คะแนน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้อ่านแต่ละท่านสามารถพิจารณาเพิ่มเติมได้ตามความต้องการและความเชื่อของตนเอง
BestDrive 2015: การประเมินรถยนต์ประจำปี
ลำดับที่ 32: Ford EcoSport 1.5L Titanium
แม้จะรั้งท้าย แต่ EcoSport ก็ยังมีจุดดีอยู่บ้าง เช่น อัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างดี ช่วงล่างที่ให้ความมั่นใจในความเร็วสูง และพื้นที่ภายในที่อเนกประสงค์กว่าคู่แข่งอย่าง Juke แต่ข้อด้อยด้านอื่นๆ เช่น ความสบายของเบาะนั่ง วัสดุ การประกอบ และการทำงานของพวงมาลัย ยังเป็นจุดที่ต้องได้รับการปรับปรุง
ลำดับที่ 31: Toyota Hilux Revo 2.8G 4×4
Hilux Revo ใหม่ มาพร้อมการพัฒนาที่ดีขึ้นในหลายด้าน เช่น การเก็บเสียงรบกวนและพวงมาลัยที่ลงตัว แต่ช่วงล่างหลังที่ยังกระด้างเกินไปเมื่อเทียบกับรถ PPV และราคาที่ยังสูง เป็นจุดที่ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่นนัก
ลำดับที่ 30: Nissan Navara NP300 Double Cab 2.5 Calibre V 7AT
NP300 Calibre V โดดเด่นด้วยราคาที่คุ้มค่าและออปชั่นที่ให้มาค่อนข้างครบครัน แต่ความสบายของผู้โดยสารตอนหลังและช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็ง ยังเป็นจุดที่ทำให้คะแนนรวมยังไม่สูงเท่าที่ควร
ลำดับที่ 29: Toyota Fortuner 2.4V 2WD
Fortuner ใหม่ ได้รับคำชมด้านการออกแบบภายในและอุปกรณ์ความปลอดภัย แต่ช่วงล่างหลังที่ยังกระด้างและอัตราเร่งที่ยังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับราคา ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 28: BMW 116i M-Sport
116i M-Sport เป็นรถที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก ด้วยความเป็นรถขับหลัง แต่การออกแบบภายนอกที่ดูไม่โดดเด่นและเบาะหลังที่ค่อนข้างแคบ ทำให้คะแนนรวมยังไม่สูงเท่าที่ควร
ลำดับที่ 27: Suzuki Ciaz GA 5 M/T
Ciaz GA รุ่นเริ่มต้น ที่มาพร้อมสเปกที่ประหยัด แต่ขาดออปชั่นสำคัญหลายอย่าง การขับขี่ที่ขาดความแม่นยำของพวงมาลัย และราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ทำให้คะแนนรวมยังไม่น่าประทับใจ
ลำดับที่ 26: Isuzu D-Max 1.9 DDi Cab4 6M/T
D-Max 1.9 DDi โดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่ยอดเยี่ยมและอัตราเร่งที่น่าพอใจ แต่การเก็บเสียงรบกวนและบุคลิกการขับขี่ที่ยังไม่สนุกเท่าคู่แข่ง ทำให้คะแนนรวมยังอยู่ในระดับกลางๆ
ลำดับที่ 25: Subaru WRX 2.0 CVT Sports Lineartronic
WRX CVT มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและอัตราเร่งที่ดี แต่ช่วงล่างที่แข็งกระด้างและระบบเบรกที่ยังต้องปรับปรุง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
ลำดับที่ 24: Subaru WRX STi
STi คือรถสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสุดขั้ว แต่ราคาที่ค่อนข้างสูงและการควบคุมที่อาจจะไวเกินไปสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป ทำให้คะแนนรวมยังไม่สูงเท่าที่ควร
ลำดับที่ 23: Subaru WRX 6 M/T
WRX 6 M/T มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกในราคาที่เข้าถึงได้ แต่ระบบเบรกที่ยังต้องปรับปรุง และการควบคุมที่ยังไม่คมเท่า STi ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 22: Honda CR-V 2.4EL CVT
CR-V 2.4EL CVT โดดเด่นด้วยอัตราเร่งที่ดีและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน แต่ช่วงล่างที่ยังไม่มั่นคงนักในความเร็วสูง และการสะเทือนบนถนนขรุขระ ทำให้คะแนนรวมยังไม่สูงเท่าที่ควร
ลำดับที่ 21: Suzuki Levorg GT-S
Levorg GT-S เป็นรถ Station Wagon ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี แต่ราคาที่ค่อนข้างสูง และอัตราเร่งที่ยังไม่น่าประทับใจนัก ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 20: Subaru Outback 2.5i
Outback 2.5i มอบความสบายในการขับขี่อย่างยอดเยี่ยม และการทรงตัวที่ดี แต่การออกแบบภายในที่ยังไม่น่าประทับใจนัก และราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 19: Subaru XV 2.0i Premium
XV 2.0i Premium ยังคงรักษาจุดเด่นด้านการเกาะถนนที่ดี แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด การที่ขาดคุณสมบัติโดดเด่นในด้านอื่นๆ ทำให้คะแนนรวมยังไม่สูงเท่าที่คาดหวัง
ลำดับที่ 18: Suzuki Ciaz GLS LTD (RS)
Ciaz GLS LTD ยกระดับความน่าสนใจด้วยดีไซน์ที่สวยงามและการขับขี่ที่ดีกว่ารุ่น GA แต่พวงมาลัยที่ขาดความแม่นยำและราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 17: Toyota Alphard 3.5 V6
Alphard 3.5 V6 มอบความหรูหราและความสบายในห้องโดยสารอย่างเหนือชั้น แต่ราคาที่สูงมาก และอัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างสูง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 16: Mazda 2 Sedan 1.3 High Plus
Mazda 2 Sedan 1.3 High Plus โดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่ยอดเยี่ยมและการขับขี่ที่ไว้ใจได้ แต่พื้นที่ภายในที่ค่อนข้างจำกัด และความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 15: Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GLS LTD (ขับหลัง)
Pajero Sport 2.4 GLS LTD (ขับหลัง) นำเสนอความคุ้มค่าที่น่าสนใจ แต่การขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยและดีไซน์ท้ายรถที่ยังต้องปรับปรุง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 14: Mazda 2 Hatchback 1.3 High Plus
Mazda 2 Hatchback 1.3 High Plus ยังคงรักษาจุดเด่นด้านอัตราสิ้นเปลืองและสมรรถนะการขับขี่ แต่พื้นที่ภายในที่จำกัด และอัตราเร่งที่ยังไม่น่าประทับใจนัก ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 13 (คะแนนเสมอกัน 2 คัน): Nissan X-Trail 2.5V
X-Trail 2.5V โดดเด่นด้วยช่วงล่างที่นุ่มนวล เบาะหลังที่นั่งสบาย และออปชั่นที่น่าสนใจ แต่การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยังไม่ดีเท่าคู่แข่ง และจำนวนถุงลมนิรภัยที่น้อยกว่าคู่แข่ง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 13 (คะแนนเสมอกัน 2 คัน): Volvo V40 T-5 Polestar R-Limited
V40 T-5 Polestar R-Limited มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และออปชั่นความปลอดภัยที่ครบครัน แต่ราคาที่ค่อนข้างสูง และพื้นที่ภายในที่ยังจำกัด ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 12: Ford Everest 2.2 Titanium
Everest 2.2 Titanium สร้างความประหลาดใจด้วยการขับขี่ที่คล่องตัว แต่ช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็ง และการตกแต่งภายในที่ยังไม่โดดเด่นเท่ารุ่น 3.2 ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 11: Toyota Camry 2.0 Extremo
Camry 2.0 Extremo มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่และเกียร์ 6 จังหวะที่ให้สมรรถนะที่ดี แต่พวงมาลัยที่ยังไม่คล่องตัวเท่าคู่แข่ง และการออกแบบชุดแต่งที่ยังไม่ลงตัว ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
Top 10 BestDrive 2015
ลำดับที่ 10: Mercedes-AMG GT-S
AMG GT-S สร้างความประทับใจด้วยสมรรถนะที่เหนือระดับและเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจ แต่ราคาที่สูงมาก และการควบคุมที่ไวเกินไปสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 9: Toyota Vellfire 2.5CVT
Vellfire 2.5CVT โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา แต่การขาดพลังเมื่อเทียบกับ Alphard และอัตราสิ้นเปลืองที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 8: Honda HR-V 1.8EL
HR-V 1.8EL เป็นรถที่ Honda ทำออกมาได้ดีเยี่ยม ครบครันด้วยสมรรถนะ อุปกรณ์ และความประหยัด แต่ช่วงล่างที่ยังมีความตึงตังอยู่บ้าง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 7: Nissan X-Trail 2.0V
X-Trail 2.0V มอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นคงและปลอดภัย พร้อมเบาะหลังที่นั่งสบาย แต่จำนวนถุงลมนิรภัยที่น้อยกว่าคู่แข่ง และวัสดุภายในที่ยังต้องปรับปรุง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 6: Mitsubishi Pajero Sport 2.4GT 4WD
Pajero Sport 2.4GT 4WD นำเสนอความคุ้มค่าที่เหนือใคร พร้อมออปชั่นและสมรรถนะที่จัดเต็ม แต่การออกแบบภายในและวัสดุที่ยังไม่โดดเด่นเท่าคู่แข่ง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 5: Toyota Camry 2.0G
Camry 2.0G สร้างความประหลาดใจด้วยคะแนนรวมที่สูงเกินคาด แม้จะมีออปชั่นที่น้อยกว่า แต่ความสบายภายในห้องโดยสาร การเก็บเสียง และราคาที่คุ้มค่า ทำให้คะแนนรวมโดดเด่น
ลำดับที่ 4: Lexus ES300h Premium
ES300h Premium ยังคงรักษาจุดเด่นด้านความเงียบ ความนุ่มนวล และความสบาย แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น และการออกแบบภายในที่ยังไม่น่าประทับใจนัก ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 3 (คะแนนเสมอกัน 2 คัน): Mazda 2 Sedan 1.5D High Plus
Mazda 2 Sedan 1.5D High Plus โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง แต่ราคาที่ค่อนข้างสูง และพื้นที่ภายในที่จำกัด ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 3 (คะแนนเสมอกัน 2 คัน): Nissan Sylphy DIG-Turbo
Sylphy DIG-Turbo คือ Sleeper Car ที่แท้จริง มอบสมรรถนะที่เร้าใจในรูปลักษณ์รถบ้าน แต่ช่วงล่างและการตอบสนองของพวงมาลัยที่ยังเป็นรถบ้าน และอัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างสูง ทำให้คะแนนรวมยังไม่โดดเด่น
ลำดับที่ 2: Ford Everest 3.2 Titanium Plus
Everest 3.2 Titanium Plus สร้างความประทับใจด้วยการขับขี่ที่มั่นคง ปลอดภัย และคุณภาพภายในห้องโดยสารที่ยกระดับไปสู่ SUV ยุโรป แต่การปรับปรุงเรื่องอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลือง จะทำให้รถคันนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ลำดับที่ 1: Mazda 2 Hatchback 1.5D High Plus
Mazda 2 Hatchback 1.5D High Plus คือผู้ชนะ BestDrive 2015 ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะการขับขี่ การประหยัดน้ำมัน การออกแบบที่ทันสมัย และคุณภาพการประกอบที่เหนือกว่าใคร แม้จะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ภายใน แต่โดยรวมแล้ว Mazda 2 คือรถที่สะท้อนแนวคิดการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่น่าประทับใจที่สุดในปีนี้
บทสรุปจาก BestDrive 2015
ปี 2015 เป็นปีที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เราได้เห็นรถยนต์ที่หลากหลาย ทั้งในด้านสมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รถยนต์ที่ได้รับรางวัล BestDrive ล้วนเป็นรถที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และคุ้มค่าต่อการเป็นเจ้าของ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ อย่าลืมพิจารณาถึงปัจจัยเหล่านี้ และอย่าลังเลที่จะทดลองขับรถยนต์ที่อยู่ในข่ายที่คุณสนใจ เพื่อค้นหารถยนต์ที่ “ใช่” สำหรับคุณ และก้าวเข้าสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด!

