MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST: ปรากฏการณ์ยานยนต์หรูมือสองสู่ตลาดไทย
ในโลกของยานยนต์หรูระดับ Ultra-Luxury โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์ของซูเปอร์คาร์และเรือยอชท์ การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพแต่ยังลังเลเป็นหัวใจสำคัญของการขยายฐานตลาด MGC-ASIA หรือกลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ได้เล็งเห็นโอกาสนี้และได้จัดงาน “MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST (Demo & Used)” ขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา ณ โครงการเอ-สแควร์ สุขุมวิท 24 โดยมีเป้าหมายหลักในการเปิดประตูสู่โลกแห่งรถยนต์และเรือหรูให้กับกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ที่ใฝ่ฝันถึงสมรรถนะและความสง่างามแต่มีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ
เปิดมิติใหม่ตลาดซูเปอร์คาร์และเรือยอชท์มือสอง
งาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST ได้รวบรวมสุดยอดซูเปอร์คาร์กว่า 30 คัน และเรือยอชท์มือสองมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท มาจัดแสดง ซึ่งนี่ถือเป็นการพลิกโฉมวงการยานยนต์หรูในประเทศไทย เพราะนอกจากจะเป็นการนำเสนอรถยนต์และเรือยอชท์มือสองคุณภาพเยี่ยมแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของยานพาหนะระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น โดย MGC-ASIA ตั้งเป้าที่จะสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อาจจะยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถหรูมาก่อน
สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) กล่าวถึงแนวคิดของการจัดงานนี้ว่า “เราเล็งเห็นว่ายังมีกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการและชื่นชอบในสมรรถนะของซูเปอร์คาร์และเรือยอชท์ระดับพรีเมียม แต่ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้ออยู่ งานนี้จึงเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมต่อความฝันของพวกเขาให้กลายเป็นความจริงได้ง่ายขึ้น”
มาตรฐานสากลและความคุ้มค่าที่เหนือกว่า
สิ่งสำคัญที่ MGC-ASIA เน้นย้ำคือมาตรฐานในการคัดเลือกยานพาหนะมือสองทุกคันที่นำมาจัดแสดง ซึ่งทุกคันผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าแม้จะเป็นรถมือสอง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและความสมบูรณ์ใกล้เคียงกับรถใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น ราคาขายภายในงานยังเป็นราคาพิเศษที่ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปถึง 30-50% ซึ่งเป็นข้อเสนอที่น่าดึงดูดอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่า
MGC-ASIA ยังมีแผนที่จะเปิดโชว์รูมสำหรับซูเปอร์คาร์มือสองโดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าใหม่นี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศของตลาดรถยนต์หรูมือสองที่ครบวงจร
Rolls-Royce: เติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาด Ultra-Luxury
ในส่วนของตลาดรถยนต์ Ultra-Luxury แบรนด์ Rolls-Royce ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่น่าประทับใจ สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ แบงคอก รายงานว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 แบรนด์ Rolls-Royce มียอดขายเติบโตขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการยอมรับในตลาดประเทศไทย
“ปัจจุบันรถในสต็อกของเราเหลือน้อยมาก และเราคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ Ultra-Luxury จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากในช่วงปลายปีเราจะมีไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว Rolls-Royce รุ่นใหม่ที่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดได้อย่างแน่นอน” คุณสุนทรพันธ์กล่าว
Ferrari: รุกตลาด GT ด้วย Portofino และยกระดับบริการหลังการขาย
สำหรับแบรนด์ Ferrari ซึ่งบริหารโดย บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เดินหน้ากลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าไปยังเซกเมนต์ Grand Turismo (GT) มากขึ้น โดยมี Ferrari Portofino เป็นดาวเด่นในการขับเคลื่อนธุรกิจ
นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี รองประธานบริษัท กรรมการบริหาร บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “Ferrari Portofino เป็นรถที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด GT ได้อย่างลงตัว ด้วยสมรรถนะที่แรงขึ้น การออกแบบที่สวยงาม และการใช้งานที่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ซึ่งแตกต่างจากรุ่น California และ California T ที่เคยทำตลาดมา”
รุ่น Portofino นี้ คาดว่าจะเข้ามาแทนที่รุ่น California และ California T โดยมีเป้าหมายยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 25% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า จากเดิมที่รุ่นก่อนหน้าทำยอดขายได้ 15% ของทุกรุ่นรวมกัน
กลยุทธ์การตลาดของ Ferrari Portofino เน้นการสร้างประสบการณ์การขับขี่จริง (Test Drive) ที่เข้มข้นและยาวนานกว่าปกติ โดยเคยจัดกิจกรรมทดลองขับในต่างประเทศอย่างดูไบ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ และซึมซับไลฟ์สไตล์การเป็นเจ้าของ Ferrari ที่แท้จริง
“เราเน้นการให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์หลังพวงมาลัยจริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari ทั่วโลก” คุณวรวุฒิกล่าวเสริม “Portofino มีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างการยกสูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการขึ้นลงทางลาดชัน และที่สำคัญคือเป็นรถเปิดประทุนหลังคาแข็งที่เปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที ทำให้เป็นรถสปอร์ต GT ที่ขับง่ายและน่าครอบครองอย่างยิ่ง”
นอกจากนี้ คาวาลลิโน มอเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย โดยมีการรับประกัน 3 ปี และบริการซ่อมบำรุง 7 ปี ซึ่งรวมถึงการตรวจเช็คสภาพฟรีและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในปีแรก บริษัทยังได้ลงทุนกว่า 50 ล้านบาทในการขยายศูนย์ซ่อมบำรุง เพิ่มบุคลากร และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพและครบวงจรมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของ Ferrari ยังคงใช้การบอกต่อ (Word of Mouth) ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำยอดขายได้ถึง 60% ควบคู่ไปกับการจัดโรดโชว์ การทำกิจกรรมร่วมกับ Ferrari Owner Club Thailand และการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อสร้างความผูกพันกับแบรนด์
ภาพรวมตลาดรถยนต์ปี 2560-2561: การแข่งขันที่เข้มข้นและการเปิดตัวรุ่นใหม่
ปี 2560-2561 ถือเป็นปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ไม่เพียงแต่สัญญาณการฟื้นตัวของตลาด แต่ยังมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลากหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่อีโคคาร์ไปจนถึงซูเปอร์คาร์
Honda เตรียมเปิดตัวถึง 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ Honda City Minor Change, Civic Hatchback ดีไซน์สปอร์ต และ CR-V โฉมใหม่ โดยเฉพาะ Civic Hatchback ที่คาดว่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
Nissan ส่ง Note ลงตลาดอีโคคาร์ เน้นความกว้างขวางภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบาย
Mini เตรียมเปิดตัว Countryman เจเนอเรชั่นที่สอง ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
Audi ส่ง Q2 “Baby Crossover” ที่มาพร้อมเครื่องยนต์หลากหลายทางเลือก
Maserati เตรียมทำตลาด Levante SUV รุ่นแรกของแบรนด์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหรูหราและสมรรถนะ
Mercedes-Benz เปิดตัว E-Class Coupe รถสปอร์ตเปิดประทุนที่เน้นความหรูหราและเส้นสายที่เรียบง่าย
BMW ตอบโต้ด้วย 5 Series โฉมใหม่ G30 ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม CLAR และเน้นความปราดเปรียว
Mazda นำเสนอ MX-5 RF รุ่นหลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์อันหล่อเหลา
Bentley เปิดตัว Bentayga SUV รุ่นแรกของแบรนด์ที่ผลิตด้วยมือทุกคัน
MG ส่ง Maxus G10 ที่ปรับโฉมเป็นรถตู้ 11 ที่นั่ง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวและองค์กร
Ford พิจารณาทำตลาด Mustang ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังได้รับความนิยมจากเกรย์มาร์เก็ต
Toyota ส่ง CH-R รถครอสโอเวอร์ดีไซน์สปอร์ตที่หลายคนรอคอย โดยมีทั้งเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรเทอร์โบ และระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันสูง
นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่น่าจับตามอง เช่น Subaru XV ใหม่, Mazda CX-9, Hyundai Tucson และ Volvo XC60 ใหม่
Lexus: การเดินทางแห่งความหรูหราและคุณค่าที่ต้องพิจารณา
ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่ Lexus ได้เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย ด้วยโมเดลอย่าง LS400 และ ES300 ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานความน่าเชื่อถือในฐานะแบรนด์หรูที่แตกหน่อมาจาก Toyota แม้การตลาดในยุคแรกที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตแพร่หลายจะอาศัยนิตยสารและสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก แต่ Lexus ก็สามารถสร้างการรับรู้ในฐานะแบรนด์พรีเมียมได้สำเร็จ
ในอดีต Lexus มีจุดแข็งเรื่องความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากเยอรมนี ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าในราคาที่เข้าถึงง่าย และความทนทานที่ได้รับการยอมรับ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้น การปรับราคาของ Lexus ก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่คู่แข่งจากเยอรมนีมอบให้
บทสนทนากับเจ้าของ Lexus ที่เติบโตมากับแบรนด์เผยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจว่า แม้จะประทับใจในความทนทานและความคุ้มค่าของ Lexus ในอดีต แต่ด้วยราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การตัดสินใจซื้อรถ Lexus ป้ายแดงรุ่นใหม่ๆ กลายเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งจากเยอรมนีสามารถมอบประสบการณ์และสมรรถนะที่ใกล้เคียงกันหรือดีกว่า ในงบประมาณที่เท่าเทียมกัน
Lexus GS200t Luxury: การผสมผสานความละเมียดและการขับขี่ที่ต้องทำความเข้าใจ
Lexus GS200t Luxury ซึ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปี 2560 ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในการทำความเข้าใจแนวทางของ Lexus ในปัจจุบัน รถรุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของ GS เจเนอเรชั่นที่ 4 (รหัสตัวถัง L10) ที่ได้รับการปรับปรุงเมื่อปี 2558 โดยมีการปรับดีไซน์ภายนอกให้ทันสมัยขึ้น และนำเสนอเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 8AR-FTS เพื่อตอบโจทย์ด้านมลพิษและสมรรถนะที่แข่งขันกับเครื่องยนต์บล็อกเล็กของคู่แข่งได้
การออกแบบและภายใน: ความหรูหราแบบญี่ปุ่นที่เน้นความประณีต
GS200t Luxury มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นความสง่างามและเส้นสายที่เรียบหรู แผงหน้าปัดยังคงยึดแนวทางการออกแบบที่ผสมผสานความประณีตแบบญี่ปุ่นเข้ากับความขรึมแบบรถเยอรมัน วัสดุที่ใช้มีการเก็บรายละเอียดที่ดีเยี่ยม ให้สัมผัสที่นุ่มนวลเมื่อสัมผัส แม้จะไม่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่าคู่แข่ง แต่ก็มอบความรู้สึกสบายและผ่อนคลายในการใช้งาน
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Smooth Leather ที่ให้ความสบายในการนั่ง โดยเฉพาะการเดินทางไกล ระบบปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ 3 ตำแหน่ง ช่วยให้หาตำแหน่งการขับที่เหมาะสมได้ง่าย ระบบ Heater และ Air Ventilation ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
พื้นที่เบาะหลังมีความกว้างขวางพอเหมาะ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 คน แต่หากเป็นผู้โดยสารตัวสูงใหญ่อาจจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อเดินทางไกล ระยะ Headroom ด้านหลังอาจจะไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งรุ่นใหม่ๆ ที่มีฐานล้อยาวกว่า
สมรรถนะและเทคโนโลยี: ศักยภาพที่ซ่อนเร้นและรอการปลดปล่อย
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 8AR-FTS ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ SPDS จาก Aisin แม้ตัวเลขแรงม้าจะดูไม่สูงนักเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน แต่ GS200t ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับขี่ที่ดี
การตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วงออกตัวและเร่งแซงที่ความเร็วต่ำ อาจจะไม่ได้จัดจ้านเท่าที่คาดหวัง ซึ่งมาจากโปรแกรมการจัดการเครื่องยนต์ที่เน้นความนุ่มนวลและลดแรงกระชาก อย่างไรก็ตาม เมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น และเข้าสู่ย่านความเร็วที่มากขึ้น GS200t ก็แสดงสมรรถนะที่น่าประทับใจ สามารถไต่ระดับความเร็วไปได้ถึง 180 กม./ชม. ภายในเวลาอันรวดเร็ว
ระบบช่วงล่างได้รับการเซ็ตอัพมาอย่างยอดเยี่ยม มีความนุ่มนวลกำลังดี สามารถซับแรงกระแทกจากสภาพถนนได้ดีเยี่ยม ให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และมีความคล่องแคล่วปราดเปรียวในการเข้าโค้ง ซึ่งอาจจะเหนือกว่าคู่แข่งจากเยอรมนีในบางมิติ
ระบบเบรกให้ความรู้สึกมั่นใจในการหยุดรถ การบังคับแรงเบรกทำได้ง่าย แต่หากเทียบกับคู่แข่งบางรุ่น อาจจะยังไม่ดิบและทรงพลังเท่า
ข้อสังเกตที่ควรพิจารณา
ราคา: ราคาของ Lexus GS200t Luxury ที่ 4,590,000 บาท อาจเป็นจุดที่ทำให้หลายคนลังเล เมื่อเทียบกับคู่แข่งจากเยอรมนีที่นำเสนอเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่า
เสียงยาง: เสียงรบกวนจากยาง Dunlop Sport Maxx 050 ที่ดังเข้ามาในห้องโดยสาร อาจเป็นสิ่งที่รบกวนโสตประสาทของผู้ที่ต้องการความเงียบสงบในการขับขี่
การจัดการเครื่องยนต์: โปรแกรมการจัดการเครื่องยนต์ที่เน้นความนุ่มนวล อาจทำให้สมรรถนะในช่วงต้นไม่จัดจ้านเท่าที่ควร
สรุป: ทางเลือกที่ใช่สำหรับผู้ที่มองหาความละเมียดและความเป็นส่วนตัว
Lexus GS200t Luxury ไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ แต่มันคือรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบความสบายในการขับขี่ ความประณีตในการออกแบบ และสมรรถนะที่เชื่อถือได้ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ซีดานระดับพรีเมียมที่เน้นความละเมียดละไมในการขับขี่ การเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็น และต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากแบรนด์เยอรมันทั่วไป GS200t Luxury อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาถึงราคา เทคโนโลยี และอุปกรณ์ต่างๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดว่า Lexus GS200t Luxury คือรถที่ใช่สำหรับคุณหรือไม่
ก้าวต่อไปในโลกแห่งยนตรกรรม
ไม่ว่าคุณจะสนใจซูเปอร์คาร์ที่เร้าใจ รถยนต์หรูที่สง่างาม หรือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ การติดตามข่าวสารและแนวโน้มของตลาดอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกการเปลี่ยนแปลง และสามารถเลือกสรรยานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างลงตัว
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถหรูที่เหนือระดับ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของเรา เพื่อรับคำปรึกษาและคำแนะนำที่ตรงใจที่สุด พร้อมก้าวสู่โลกแห่งยนตรกรรมที่น่าตื่นเต้นไปด้วยกัน.

